เดือนที่สอง ข่าวการพิชิตชั้นที่ 78ของกลุ่มปรมาจารย์ดังไปทั่วแดนเหนือรวมถึงแดนใต้ จอมมารไม่ได้แปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นสักเท่าไหร่ในเมื่อคนกลุ่มนั้นไม่ใช่กลุ่มปรมาจารย์ “ปกติ” ที่ควรจะเป็ ออกจะผิดหวังด้วยซ้ำที่พวกเขาใช้เวลาเป็เดือนในการพิชิตแค่เพียง3 ชั้นเท่านั้น
“ท่านจอมมาร คุณชายจ้าวพิชิตชั้นที่ 70ได้แล้วขอรับ” จอมมารฟังรายงานด้วยสีหน้าที่หม่นหมอง ผ่านมาเป็เดือนจ้าวยูร์ไม่ยอมพูดกับเขาไม่มองหน้าเขา ไม่กลับมาพักที่ชั้นบนของเขาอีกเลย ในทางกลับกันจ้าวยูร์ใช้เวลาพิชิตแต่ละชั้นเร็วขึ้นมากกว่าเดิม
“เ้าคิดว่าภายในหนึ่งเดือนนี้เขาสามารถไปถึงชั้นที่80 ไหม”
“ความเร็วขนาดนี้มีทางเป็ไปได้ขอรับ” จอมยุทธทั่วไปใช้เวลาเป็เดือนในการพิชิตแต่ละชั้นหากมีฝีมือหน่อยอาจใช้เวลาน้อยกว่าครึ่งเดือน ยิ่งชั้นสูงมากขึ้นความยากยิ่งมากขึ้นเท่าตัวส่วนคนที่อยู่ขั้นอาจารย์ขึ้นไปเร็วกว่าคนอื่นอีกเท่าตัว หากเป็ระดับปรมาจารย์สามารถพิชิตแต่ละชั้นได้เร็วกว่าคนอื่นครึ่งหนึ่งทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ต่อสู้ของแต่ละคนด้วยกระนั้นยิ่งสูงความเร็วของพวกเขาก็ลดลงตามความยากของหอคอยเหมือนกัน ยกเว้นคนผู้เดียวใช้เวลาในการพิชิตหอคอยเร็วกว่าคนอื่นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
“ข้ารู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกไปสำหรับเขาเ้ารู้สึกเหมือนข้าไหมแม่ทัพเหนือ”
“ขออภัยท่านจอมมาร ข้าไม่เข้าใจขอรับ” จอมมารลุกขึ้นยืนมองไปด้านนอก
“ช่างเถอะเ้าได้บอกเขาหรือไม่ว่าเขาได้รับอนุญาตให้ขึ้นมาชั้นบนได้ตลอดเวลา”
“บอกแล้วขอรับ” จอมมารโบกมือเป็สัญญาณให้อีกฝ่ายออกไป
ความเงียบปกคลุมไปทั่วทั้งชั้น หนึ่งเดือนที่ผ่านมาจอมมารได้แต่เฝ้ามองจ้าวยูร์อยู่ห่างๆ เขาไม่กล้าปรากฏตัวให้อีกฝ่ายเห็นหลังจากคืนนั้น จ้าวยูร์เองไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาจวบจนดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า แสงจันทร์ส่องแสงให้ความสว่างยามค่ำคืน จอมมารจึงขยับตัว
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ชั้นบน ร่างกายของเขาแข็งทื่อหัวใจของเขาเต้นระส่ำ เท้าของเขาแต่ละก้าวหนักอึ้ง ยิ่งเดินเข้าไปใกล้กลิ่นหอมที่คุ้นเคยยิ่งชัดเจนจนกระทั่งเท้าของเขามาหยุดอยู่หน้าเตียงนอน เขาวางมือลงบนอกซ้ายที่ส่งเสียงดังจนแทบควบคุมไม่ได้
“หายโกรธข้าแล้วใช่หรือไม่”น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังดังขึ้นท่ามกลางแสงจันทร์ที่ส่องเข้ามาในห้อง
“...ขึ้นอยู่กับคำตอบของท่าน”
“เ้า้ารู้อะไร” จ้าวยูร์ลุกขึ้นหันมามองจอมมารแสงจันทร์ที่ส่องกระทบใบหน้าของเขายิ่งทำให้เ้าตัวดูงดงามจนไม่อยากเชื่อว่าคนตรงหน้านี้คือจอมมารหากบอกว่าเป็เทพเซียนเขาคงไม่แปลกใจ
“ท่านชอบข้าหรือ”
“.....ข้า..ไม่รู้”
“ท่านรังเกียจข้า”
“นั้นยิ่งเป็ไปไม่ได้ ข้าไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อนข้าไม่เข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร”
“ท่านไม่ได้รังเกียจข้าที่เป็ผู้ชาย”
“ทั้งที่รู้ว่าเ้าเป็ผู้ชายข้าก็ไม่เคยแม้สักนิดจะรังเกียจเ้า ในทางกลับกันข้ารู้สึกไม่สบายใจที่เห็นเ้าโกรธ เวลาที่ข้าไม่เห็นหน้าเ้ามันทำให้ข้าคิดถึงเ้าข้าไม่ชอบเวลาที่เ้าเงียบแบบที่ผ่านมา...”ทั้งน้ำเสียงทั้งสีหน้าเศร้าสร้อยของจอมมารทำให้ความรู้สึกจ้าวยูร์สั่นไหว
“ท่านไม่รู้หรือว่าความรู้สึกเหล่านี้มันหมายความว่ายังไง”
“...ไม่รู้” จอมมารส่ายหัว จ้าวยูร์ถอนหายใจล้มตัวลงนอน เขาใช้เวลาที่ผ่านมาถามความรู้สึกตัวเองเหมือนกันเขาไม่ได้รังเกียจการััของจอมมาร กระนั้นเขายังตอบได้ไม่เต็มปากว่ารู้สึกนี้คือความรักหรือเป็เพียงแค่ความเหงาในหัวใจกันแน่
“เ้ายังโกรธข้าใช่ไหม..”
“.....หากข้ายังโกรธท่าน ข้าคงไม่อยู่ตรงนี้แต่มันไม่ได้หมายความว่าข้าสามารถให้อภัยท่านได้ทั้งหมด” จอมมารได้ยินดังนั้นใบหน้าที่เศร้าหมองก็เปล่งประกายขึ้นมาทันทีเขาล้มตัวลงนอนข้าง ๆ ดึงเอวของจ้าวยูร์เข้ามากอด
“ที่นอนท่านไม่ได้อยู่ที่นี้”
“ข้าอยากนอนกับเ้า”
...นี่เขาไม่รู้เลยหรือไงว่าคำพูดนั้นมันหมายถึงอะไรเฮ้ย..
“จอมมาร...”
“หือ?”
“คนที่ข้าต้องสู้ด้วยเขาเก่งแค่ไหน”
“เก่งมากทีเดียว”
“ข้าสามารถเอาชนะเขาได้หรือไม่”
“เ้าคงต้องใช้ความสามารถทั้งหมดที่มีเท่านั้นเ้าไม่ต้องห่วงหรอกครั้งนี้ข้าไม่เอาชีวิตของลูกศิษย์อาจารย์ของเ้า”ในความหมายหนึ่งคือเขาไม่ต้องตายนั้นเอง
“......แปลว่าทุกครั้งศิษย์พี่ของข้าเสียชีวิตหรือ”
“โกรธไหม” จ้าวยูร์ส่ายหัว
“ข้าไม่ได้มีความผูกพันกับพวกเขา ข้าแค่รู้สึกเสียใจที่อาจารย์ต้องมาผิดหวังเท่านั้นเอง”
“หากเ้าชนะ...เ้า้าสิ่งใด”
“ข้าอยากกลับไปในที่ ๆ ที่ข้าจากมา” จ้าวยูร์พูดโดยไม่ต้องคิดมากนั้นคือสิ่งที่เขา้า เขาตัดสินใจมาได้สักพักแล้ว
“เ้าอยากกลับไปจริง ๆ หรือ”
“ข้ามีบางอย่างที่ต้องจัดการที่นั้น”
“มีคนรอเ้าอยู่ที่นั้นใช่ไหม”
“.......”
....คนที่รอเขางั้นเหรอ เื่นั้นเขาไม่สามารถตอบได้บางทีเมื่อวันประลองมาถึงความคิดของเขาอาจเปลี่ยนไปก็ได้
ความเงียบของจ้าวยูร์ทำให้จอมมารเ็ปในใจ...ความอึดอัดนี่มันคือความรู้สึกอะไรกันเขาไม่ชอบความรู้สึกนี่เลย
อ้อมแขนที่กอดแน่นขึ้นทำให้จ้าวยูร์แปลกใจเขาหันกลับมามองจอมมาร ความเ็ปบางอย่างฉายชัดอยู่บนแววตาของเ้าตัว
“...ยูร์” ฝ่ามือเรียวประคองใบหน้าจ้าวยูร์ใบหน้าคมก้มลงมา ริมฝีปากเขาด้วยความรู้สึกที่หวงแหน เขารุกล้ำอย่างดุดันร่างหนาบดเบียดจนแทบไม่เหลือช่องว่างระหว่างทั้งสอง กลิ่นกายของจ้าวยูร์ทำให้จอมมารมัวเมาหลงใหล
“กลิ่นกายของเ้า..ช่างหอมหวานเหลือเกินอื้อออ...” ลิ้นหนาถูกอีกฝ่ายดูดกลืนอย่างดุดัน ความ้าตื่นตัวจนจ้าวยูร์รู้สึกได้ถึงความร้อนที่ดันอยู่ด้านล่างมือร้อนลูบไล้เข้าใต้เสื้อนอนัักับผิวเนียนนุ่มจนจ้าวยูร์สั่นสะท้าน
“..ดะ..เดี๋ยว” จ้าวยูร์ดันหน้าอกจอมมารเอาไว้ก่อนที่สติของเขาจะกระเจิงไปกับการััอันร้อนแรง
“ทำไม..หรือว่าเ้ารังเกียจข้า..”
“ไม่ใช่...ข้าแค่..อ๊า!” จ้าวยูร์ส่งเสียงร้องออกมาเมื่อด้านล่างของเขาถูกเกาะกุมด้วยมือหนา
“เ้าเองก็้า แล้วต้องรออะไรอีก” จอมมารพูดเสียงกระเส่าไม่ต่างจากจ้าวยูร์เท่าไหร่
“..ขะ..ข้าอยากให้ท่านแน่ใจ..อื้ออ...รู้..ถึงความหมายที่..อ่า..รู้..สึกก่อน”จ้าวยูร์เลื่อนมือไปห้ามกลับกลายเป็ว่าจอมมารคว้ามือเขาไปััแก่นกายของเ้าตัวแทนจ้าวยูร์ััแก่นกายนั้น ขนาดของมันทำให้เขาถึงกลับกลืนน้ำลายลงคอก้มลงมองด้านล่างอย่างใ จอมมารเห็นท่าทางจ้าวยูร์ถึงกับอมยิ้มออกมา
“ไม่พอใจขนาดของข้าหรือ..”
“ทะ..ท่านพูดสิ่งใดกัน”
“ข้ารอวันที่เ้าพร้อมได้แต่วันนี้เ้าช่วยทำให้ของข้าสงบได้หรือไม่” เขาพูดชิดติดริมฝีปากจ้าวยูร์ลมหายใจร้อน ๆ เป่ารดจนทำให้เขาขนลุกซู่
“อื้ออ...อ่า...” จ้าวยูร์ส่งเสียงครางออกมา ปากของเขาถูกอีกครั้งด้านล่างของเขาถูกมือร้อนเกาะกุมััจนปลายเปียกชุ่มไม่ต่างจากเ้าตัวนัก
“อื้อ...ยูร์ของข้า...” จอมมารดันสะโพกเข้าหามือหนาเกาะกุมแก่นกายทั้งสองให้แนบชิดติดกันมือเขาขยับเร็วขึ้นตามแรงปรารถนาของอารมณ์
“..ข้า..ทนไม่ไหวแล้ว อื้ออ..”
“ปล่อยออกมา...อ่า” แก่นกายทั้งสองเกร็งแน่นแข็งดั่งหินร่างของจ้าวยูร์กระตุกปลดปล่อยน้ำขุ่นสีขาวออกมาเต็มฝ่ามือของจอมมารเขาเองก็ตามมาติด ๆ เขาดูดริมฝีปากจ้าวยูร์จนบวมเจ่อ ลิ้นร้อน ๆ เลียฝ่ามือที่เต็มไปด้วยน้ำรักของพวกเขา
“ท่านทำอะไร”
“ข้าอยากรู้ว่ารสชาติของเ้ามันเป็ยังไง...”
“.......” จ้าวยูร์พูดไม่ออกได้แต่มองการกระทำของจอมมาร
“ไปล้างเดี๋ยวนี้เลย!”ในที่สุดเขาก็หาเสียงตัวเองเจอ
“ฮ่า ๆ” จอมมารหัวเราะเสียงดังในขณะที่ลุกออกจากเตียงไปเขากลับมาพร้อมกับผ้าในมือบรรจงเช็ดให้จ้าวยูร์ด้วยความใส่ใจ
“พรุ่งนี้เ้าหยุดพักได้หรือไม่ข้าอยากอยู่กับเ้า”
“ขอข้าคิดดูก่อน”
“ตามใจเ้า”