เกิดใหม่ครั้งนี้โดนเนรเทศไม่พอ...ยังมีสามีเป็นสตรีอีกหรือ [มีE-book]]

    บทที่ 35 เส้นทางการฝึกฝน

            บทที่35

            เส้นทางการฝึกฝน

            เจ้ามู่ซานที่ลอยอยู่เบื้องหน้าฉีกยิ้มกว้างใบหน้าเล็ก ๆ ของมันเต็มไปด้วยความมั่นใจ ก่อนที่มันจะใช้นิ้วชี้จิ้มเข้าที่อกของตนเองเบาๆ พลางกล่าวเสียงใส

            “นายหญิงลืมข้าไปแล้วหรือขอรับ?”

            เซี่ยอันอวี่เงยหน้าขึ้นมองเจ้ามนุษย์จิ๋วตรงหน้าดวงตาของนางหรี่ลงเล็กน้อย คล้ายจับพิรุธ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่เชื่อถือ

            “เจ้าน่ะหรือ? เจ้าไม่ใช่มนุษย์ด้วยซ้ำ แล้วเจ้าจะรู้วิธีการฝึกฝนแบบมนุษย์ได้อย่างไร?”

            มุมปากของมู่ซานยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลึกลับราวกับว่าคำถามของเซี่ยอันอวี่นั้นเป็นเรื่องไร้เดียงสาสำหรับมัน มันยืดอกเล็ก ๆของตนเองอย่างภาคภูมิใจ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

            “นายหญิงอาจจะไม่รู้...แต่ตัวข้านั้นคือ จิตวิญญาณบรรพกาล นะขอรับ!”

            ดวงตาของมู่ซานเป็นประกายระยิบระยับมันลอยวนรอบเซี่ยอันอวี่หนึ่งรอบราวกับโอ้อวดสถานะของตนเองก่อนจะหยุดลงเบื้องหน้าแล้วกล่าวต่อ

            “แม้ว่าข้าจะมิใช่มนุษย์...แต่พวกข้าจิตวิญญาณบรรพกาลนั้น มีความรู้เกี่ยวกับการฝึกฝนไม่ได้น้อยหน้าเผ่าพันธุ์ใดในใต้หล้าหรอกขอรับ!”

            คำพูดของมู่ซานทำเอาเซี่ยอันอวี่ที่ตอนแรกยังมีสีหน้ากังขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสนใจขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาของนางทอประกายวูบไหวความหวังเล็ก ๆ เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง

            “เช่นนั้น...” เซี่ยอันอวี่เอ่ยถามต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
    “เจ้าช่วยบอกข้าหน่อยได้หรือไม่ว่า... การฝึกฝนมันดีอย่างไร?และ... มันจะช่วยให้ข้ารอดตายจากเรื่องบ้า ๆที่จะเกิดขึ้นนี้ได้จริงหรือ?”

            แววตาของนางจับจ้องไปที่มู่ซานแน่วแน่เต็มไปด้วยความกระหายอยากรู้คำตอบ

            มู่ซานเห็นท่าทีเช่นนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจมันกอดอกเล็ก ๆ ของตนเองก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น

            “เกี่ยวกับเรื่อง...จะรอดชีวิตได้หรือไม่นั้น ข้าคงไม่กล้ารับปากหรอกขอรับ...” มันหยุดพูดไปเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “แต่สิ่งที่ข้ารับรองได้ก็คือ...หากนายหญิงเริ่มฝึกฝน ร่างกายของท่านจะแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน!”
    เซี่ยอันอวี่ฟังจนต้องกลืนน้ำลาย นางเริ่มเห็นภาพในหัวว่าตัวเองจะไม่ใช่หญิงสาวบอบบางไร้กำลังอีกต่อไปหากแต่จะกลายเป็นคนที่สามารถปกป้องตัวเองได้จริง ๆ

            มู่ซานเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของนายหญิงก็รีบเสริมต่อทันที

            “ยิ่งฝึกมากเท่าใด...พลังของท่านก็จะเพิ่มขึ้นเท่านั้น!”
    “ทั้งพละกำลัง ความเร็ว การฟื้นตัวรวมถึงพลังพิเศษที่ซ่อนอยู่ในสายเลือดของมนุษย์ในโลกนี้!” 

            มันเว้นจังหวะก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงขึงขัง 

            “และที่สำคัญ... ท่านจะไม่ใช่เพียงแค่หญิงสาวธรรมดาที่ต้องรอให้ใครมาปกป้องอีกต่อไปขอรับ!”

            คำพูดนั้นกระแทกใจเซี่ยอันอวี่อย่างแรงนางกำหมัดแน่น ดวงตาฉายแววแน่วแน่ขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

            มู่ซานยิ้มกว้างก่อนจะกล่าวปิดท้าย

            “ถึงข้าจะไม่รับประกันว่าท่านจะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์...แต่ข้ารับประกันได้ว่า ท่านจะมีโอกาสรอดมากขึ้นแน่นอน!”

            “เพราะในโลกนี้...ผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะเป็นผู้กำหนดชะตาของตัวเองได้!”

            เซี่ยอันอวี่สูดลมหายใจลึกนางพยักหน้าอย่างหนักแน่น ราวกับตัดสินใจได้แล้ว

            “พูดต่อเลย...”น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความตั้งใจที่ไม่เหมือนก่อนหน้านี้

            มู่ซานเจ้าจิ๋วผู้มากความสามารถลอยตัวอยู่กลางอากาศ สองมือไขว้หลังอย่างสง่างามพลางเดินวนไปมาด้วยท่าทางสำรวมแววตาฉายความภูมิใจราวกับตนเองเป็นอาจารย์ผู้อาวุโสผู้ทรงปัญญาแห่งยุทธภพ

            เสียงทุ้มเล็กของมันเอ่ยขึ้นอย่างจริงจังพร้อมท่าทีเคร่งขรึมเกินตัว

            “เกี่ยวกับเรื่องการฝึกฝนของมนุษย์...”

            “ในโลกใบนี้การฝึกฝนถูกแบ่งออกเป็นทั้งหมดสิบระดับ”

            มันหยุดฝีเท้าเล็ก ๆของตนเองกลางอากาศ หันมาประสานสายตากับเซี่ยอันอวี่ที่ยืนฟังอย่างตั้งใจก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงมั่นคง

            “ผู้คนจะเรียกผู้ที่ก้าวเข้าสู่เส้นทางนี้ว่า‘ผู้ฝึกฝน’ ซึ่งเริ่มตั้งแต่ระดับหนึ่ง...ไปจนถึงระดับสิบ”

            มู่ซานยกนิ้วเล็ก ๆ ขึ้นชี้ฟ้าราวกับจะเน้นย้ำความสำคัญของคำพูด

            “ระดับหนึ่งคือจุดเริ่มต้นของการก้าวสู่เส้นทางพลัง ส่วนระดับสิบ...นั่นคือจุดสูงสุดที่มนุษย์สามารถเอื้อมถึง”

            มันเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความยำเกรง

            “ข้าเคยได้ยินว่าพวกมนุษย์เรียกขอบเขตนั้นว่า ‘ระดับตำนาน’ หรืออะไรทำนองนั้นขอรับ”

            เซี่ยอันอวี่ฟังจนต้องกลืนน้ำลายนางไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าระดับตำนานที่ว่ามันจะยิ่งใหญ่เพียงใด ในเมื่อแค่หนานกงจิ่นอวี่ยังแข็งแกร่งเกินกว่าที่มนุษย์ธรรมดาจะเป็นได้แล้ว

            มู่ซานเดินวนต่อก่อนจะเหยียดฝ่ามือเล็ก ๆ ออกมาเบื้องหน้า

            “ผู้ฝึกฝนในโลกนี้ล้วนฝึกฝนสิ่งที่เรียกว่า พลังวิญญาณ...”

            น้ำเสียงของมันแผ่วเบาลงคล้ายร่ายมนต์สะกด บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงัด ลมร้อนแห่งทะเลทรายที่เคยพัดผ่านกลับหยุดนิ่งในชั่วขณะนั้น

            “พลังวิญญาณ...คือพลังที่ล่องลอยอยู่ท่ามกลางฟ้าดิน แทรกซึมอยู่ในทุกสรรพสิ่ง”

            ขณะที่เอ่ย ฝ่ามือของมู่ซานก็ค่อย ๆกวักเบา ๆ ไปในอากาศ ทันใดนั้นเอง อากาศรอบตัวก็เกิดการสั่นไหวแสงระยิบระยับสีเขียวอ่อนราวหยาดหยดแห่งพฤกษาธรรมชาติค่อย ๆรวมตัวกันกลางอากาศอย่างน่าอัศจรรย์

            เซี่ยอันอวี่เบิกตากว้างดวงตาสะท้อนแสงสีเขียวระยิบระยับนั้น นางแทบไม่เชื่อสายตาตนเองภาพตรงหน้าราวกับเวทมนตร์ในนิยายที่เคยอ่านตอนเด็ก

            เพียงครู่เดียวแสงสีเขียวเหล่านั้นก็หลอมรวมกันกลายเป็น ลูกแก้วพลังวิญญาณ ขนาดเล็กลอยเด่นอยู่เหนือฝ่ามือของมู่ซาน

            มู่ซานยังคงรักษาท่าทีสงบนิ่งเหมือนอาจารย์ผู้สูงส่งมันยกฝ่ามือขึ้นเล็กน้อยเผยให้เห็นลูกแก้วพลังวิญญาณสีเขียวใสนั้นชัดเจนยิ่งขึ้น

            “สิ่งนี้...ถูกเรียกว่า พลังวิญญาณ ขอรับ” มู่ซานกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจขณะเงยหน้าขึ้นมองนายหญิงของตนเอง

            “สิ่งที่ข้าใช้ก็เป็นพลังวิญญาณเช่นเดียวกัน” เจ้าจิ๋วผู้เปี่ยมไปด้วยภูมิรู้ยังคงลอยตัวเหนือพื้นสองมือไพล่หลังเอ่ยอธิบายต่อเนื่องด้วยท่าทีคล้ายปราชญ์ผู้รอบรู้

            “แต่มนุษย์นั้น...แตกต่างจากพวกข้าที่เป็นจิตวิญญาณแห่งฟ้าดิน”
    “ตัวตนอย่างข้าสามารถดึงพลังวิญญาณมาใช้ได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องฝึกฝน”

            แววตาของมันฉายแววภาคภูมิใจเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนเป็นจริงจัง

            “แต่มนุษย์อย่างนายหญิง...จำเป็นต้องฝึกฝนอย่างหนัก เพื่อเปิดทางให้ร่างกายสามารถดูดซับพลังวิญญาณเหล่านี้เข้าสู่ร่างกาย”

            “และเมื่อฝึกฝนจนเชี่ยวชาญจึงจะสามารถควบคุมและใช้พลังวิญญาณได้อย่างอิสระ”

            มู่ซานหยุดไปครู่หนึ่งราวกับต้องการให้นายหญิงของตนเองซึมซับความสำคัญของสิ่งที่กำลังพูดก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

            “เมื่อมนุษย์สามารถควบคุมพลังวิญญาณได้แล้ว...ถึงจะได้รับการยอมรับว่าเป็น ‘ผู้ฝึกฝนพลัง’ อย่างแท้จริง”

            เซี่ยอันอวี่พยักหน้าอย่างเข้าใจแต่ยังไม่ทันจะเอ่ยถามต่อ มู่ซานก็ชูนิ้วเล็ก ๆ ขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ

            “เพียงแค่นั้น...ยังไม่พอหรอกนะขอรับ”

            “สำหรับผู้ฝึกฝนเมื่อก้าวเข้าสู่เส้นทางนี้แล้ว สิ่งสำคัญถัดไปก็คือ... การเลือกวิถีทางของตนเอง”

            แววตาของมู่ซานเป็นประกายราวกับกำลังพานายหญิงของตนเข้าสู่โลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย

            “มนุษย์จะต้องเลือก‘วิถี’ ที่ตนเองจะเดินว่าจะฝึกฝนพลังไปในทิศทางใด”

            “จากที่ข้ารับรู้มาตั้งแต่ยุคบรรพกาลวิถีของมนุษย์มีหลากหลายแขนง”
    “เช่น วิถีเพาะปลูกวิญญาณ, วิถีต่อสู้,วิถีวิเศษ, หรือแม้กระทั่ง วิถีหลอมสร้าง...”
    “ยังไม่นับวิถีย่อยอื่น ๆ อีกมากมาย”

            น้ำเสียงของมันเต็มไปด้วยความตื่นเต้นปนภาคภูมิใจราวกับว่าความซับซ้อนของมนุษย์คือความน่าหลงใหลอย่างหนึ่งในสายตาของจิตวิญญาณบรรพกาลเช่นมัน

            “เพราะเหตุนี้การฝึกฝนพลังของมนุษย์ จึงเต็มไปด้วยความซับซ้อนและหลากหลาย”

            “ไม่เหมือนกับพวกข้าซึ่งเกิดมาพร้อมกับเส้นทางที่ถูกกำหนดไว้แล้ว”

            มู่ซานหยุดยืนกลางอากาศสีหน้าสงบนิ่งอีกครั้ง

            เซี่ยอันอวี่ที่นั่งฟังอย่างตั้งใจเริ่มเข้าใจโครงสร้างของโลกใบนี้มากขึ้นนางพยายามปะติดปะต่อคำพูดของมู่ซานเข้ากับสิ่งที่ได้ยินจากหนานกงจิ่นอวี่ในอดีต

            "แม้แต่ผู้ฝึกพลังวิถีเพาะปลูกระดับเก้าก็ยังไม่สามารถทำแบบนั้นได้" 

            ตอนนี้นางจึงเพิ่งเข้าใจว่า ‘ระดับเก้า’ คือขอบเขตสูงสุดรองจากตำนาน และ ‘วิถี’ ก็คือเส้นทางของพลังที่แต่ละคนเลือกเดิน

            นางลอบกลืนน้ำลาย...โลกใบนี้ยิ่งใหญ่และลึกลับกว่าที่เคยคิดเอาไว้มากนัก

            เมื่อเรียบเรียงความคิดในหัวเสร็จเซี่ยอันอวี่จึงพยักหน้าอย่างหนักแน่น ก่อนจะกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น

            “เข้าใจแล้ว...เช่นนั้นเจ้าก็บอกข้ามาเถอะ ว่าข้าต้องเริ่มฝึกฝนอย่างไร”

            น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความหวังและความตั้งใจจริงนางรู้ดีว่า หากยังอยากมีชีวิตรอดในโลกอันโหดร้ายนี้นางไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องแข็งแกร่งขึ้น!

            มู่ซานเห็นท่าทีของเซี่ยอันอวี่มันยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ
    “รับทราบขอรับ นายหญิง!”

    นิยายแนะนำ

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663