บรรยากาศในรถยังคงสนุกสนานมีเสียงหัวเราะเช่นเดียวกับตอนที่อยู่ในร้านกาแฟ กระทั่งมาถึงที่หมายไอฝนจึงได้เข้าไปติดต่อรับเสื้อผ้าในร้าน โดยให้สองพี่น้องอยู่ในรถ
ไม่นานไอฝนก็ทั้งถือทั้งหิ้วเสื้อผ้าที่ซักรีดแล้วออกมาจากร้านเพราะว่ามีทั้งชุดที่พับใส่ตะกร้าไว้ และชุดที่ใส่ไม้แขวนเสื้อด้วยซึ่งทองเอกเห็นแล้วต้องรีบลงจากรถไปช่วยแบ่งเบาความพะรุงพะรังนั้นจากคนตัวเล็ก
“โอ้โห มีเยอะก็ไม่บอกพี่จะได้เข้าไปช่วยถือครับ”
ทองเอกแบ่งชุดในไม้แขวนเสื้อมาจากมือไอฝนแล้วเอามาส่งให้ทองชมพูนุช ที่เปิดประตูรถไว้รอรับอยู่แล้ว
“นิดหน่อยเองค่ะ ตอนฝนเอาผ้ามาส่งฝนยังมาคนเดียวเลยค่ะ"
“หึหึ เก่งจริง ๆนะ ตัวแค่นี้” ใบหน้าทองเอกที่ประดับยิ้ม ส่ายไปมาเบา ๆให้กับความขี้เกรงใจของคนที่ยืนยิ้มกว้างอยู่ตอนนี้ เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าหากเขาไม่มาส่งคนตรงหน้าจะต้องหอบหิ้วเสื้อผ้าทั้งหมดนี่กลับห้องด้วยความทุลักทุเลแค่ไหน
สองพี่น้องช่วยไอฝนถือเสื้อผ้าขึ้นห้องไปและอยู่คุยกันอีกครู่หนึ่ง จึงได้ขอตัวกลับ เพื่อให้สาวเ้าของห้องได้พักผ่อนบ้างโดยที่เธอเองก็เดินออกไปส่งที่หน้าห้อง
“ขอบคุณมาก ๆนะคะพี่เอกสำหรับวันนี้” สาวร่างเล็กยกมือไหว้ผู้ที่อายุมากกว่าด้วยความนอบน้อมพร้อมกับมอบรอยยิ้มจริงใจให้ไปอีกด้วย ก่อนจะหันมาตบต้นแขนเพื่อนเบา ๆ“ขอบใจแกด้วยนะนุช วันนี้ทั้งสนุกทั้งอิ่มเลย ฉันยังแน่นพุงอยู่เลยนะเนี่ย”
“เห็นมั้ยล่ะมีแต่เื่ดี ๆ ทั้งนั้นแหละ เวลาแกอยู่กับพี่เอก...”ทองชมพูนุชตั้งใจโยนความดีความชอบนั้นให้พี่ชาย ด้วยการเน้นชื่อพี่ชายของเธอแถมลากยาวอีกด้วย “...กับฉันน่ะ”
“จ้าาา...”ใบหน้ารูปหัวใจประดับด้วยรอยยิ้มยื่นออกไปลากเสียงยาวใกล้ ๆ เพื่อนรัก “ฉันก็ไม่ได้เถียงซะหน่อย”ช้อนตาค้อนเพื่อนเล็กน้อยก่อนจะหันมาพูดกับผู้ที่อายุมากกว่า
“ขับรถปลอดภัยนะคะพี่เอกอย่าไปฟังไอ้นุชมันโม้มาก จะเสียสมาธิซะเปล่า ๆ ค่ะ”
คนที่ถูกพาดพิงนั้นค้อนเพื่อนสาวตากะหลับกะเหลือกยิ่งทำให้คนที่มองดูสองสาวหยอกล้อกันกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่
“ฮ่า ๆ ๆ โอเคครับ พี่จะเอาเอียร์ปลั๊กอุดหูไว้เลยดีมั้ย”แขนยาว มือใหญ่ยื่นออกไปจับศีรษะของไอฝนส่ายไปมาเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู
“ดีค่ะ”ไอฝนยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวสะอาดจัดเรียงกันอย่างเป็ระเบียบ
“อะแฮ่ม...แฮ่ม”เสียงกระแอมกระไอดังลอยมาจนทั้งสามคนต้องหันไปมองยังที่มาของเสียง
และนั่นก็ทำให้ทองชมพูนุชถึงกับยิ้มกว้างเมื่อได้เห็นว่าคนที่กำลังเดินมานั้นเป็ใคร
“พี่หมอคราม สวัสดีค่ะ” เสียงและวิธีการเรียกที่ดูสนิทสนม เหมือนเคยรู้จักกันมาก่อนทำให้คุณหมอฟ้าครามละสายตาจากหนุ่มสาวที่ยืนจับศีรษะหยอกล้อกันอยู่เมื่อสักครู่หันไปมองยังเ้าของเสียง และส่งยิ้มให้อย่างเลี่ยงไม่ได้
“สวัสดีครับ”คุณหมอหนุ่มเอ่ยตอบอย่างคนมีมารยาทก่อนจะพาสายตากลับมาจ้องเขม็งอยู่ที่ใบหน้าของผู้ชายคนเดียวในกลุ่มด้วยแววตาแข็งกร้าว ไม่ชอบใจนัก
“พี่หมอจำนุชได้มั้ยคะเราเป็ศิษย์โรงเรียนเดียวกันนะคะ ตอนที่พี่กลับไปช่วยซ้อมบาสฯ ให้น้อง ๆที่โรงเรียน นุชกับฝนยังแอบไปดูอยู่บ่อย ๆ เลยค่ะ พี่หมอเก่งมากเลยค่ะ”ประกายตาชื่นชมแสดงออกอย่างไม่ปิดบัง ทำให้คนถูกชมยิ้มไม่หุบเช่นกันในขณะที่หางตาแอบเหลือบไปมองหน้าคนตัวเล็ก ที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องตัวเองอย่าง้าดูว่าเธอจะรู้สึกเช่นไร แต่แค่รู้ว่าเธอก็แอบไปดูเขาอยู่เหมือนกันหัวใจของชายหนุ่มก็เหมือนจะแช่มชื่นขึ้นมาโดยไม่ต้องมีสารกระตุ้นใด ๆ
“ขอบคุณนะครับที่จำกันได้แล้วเราเคย...” ได้ทำความรู้จักกันหรือยัง? ตั้งใจจะถามออกไปเช่นนั้นเพราะคุณหมอหนุ่มยังคงค้นความทรงจำเกี่ยวกับคนตรงหน้าไม่ได้ หรือจะบอกว่าไม่เคยมีเธออยู่ในความทรงจำของเขามาก่อนก็คงไม่ผิดนัก
“เราได้คุยกันวันที่พี่หมอเข้ามาจับลูกบาสฯไว้ไม่ให้กระแทกหัวยายฝนไงคะ พี่หมอจำได้รึเปล่า”
“อ๋อ ครับ”ใบหน้าหล่อตี๋เหมือนพระเอกเกาหลีส่งยิ้มบาง ๆ ให้หญิงสาว ตอบกลับไปสั้น ๆอันที่จริง เขาก็ยังคงจำหน้าเธอไม่ได้อยู่ดี แต่สำหรับเหตุการณ์จับลูกบาสฯไม่ให้กระแทกหน้ายายตัวเปี๊ยกนี่ก็...คลับคล้ายคลับคลาอยู่เหมือนกัน
ต่างจากอีกคนที่ยังคงจดจำเื่ราวนี้ได้อย่างกระจ่างชัดจำได้กระทั่งคำพูดของคนที่เข้ามาช่วย ที่เขาหาว่าเธอไปเดินอ่อยผู้ชายนั้น
‘ปากเสียที่สุด’ยิ่งคิดก็ยิ่งอารมณ์เสีย
“ฉันว่าแกรีบกลับดีกว่าพี่เอกจะได้กลับไปพักผ่อนด้วย ทำงานมาทั้งวันคงเหนื่อยแย่แล้ว”
ถึงจะขัดใจที่ถูกเพื่อนสกัดดาวรุ่งแต่ด้วยความที่อยากจะชงให้พี่ชายมากกว่า ทองชมพูนุชจึงถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายใส่เพื่อนรักไปหนึ่งทีก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาแซวเพื่อนสาวใกล้ ๆ
“เป็ห่วงเหรอ?”
“อืม เป็ห่วงสิ พี่เอกออกจะน่ารัก ทำอาหารอร่อยๆ ให้ฉันกิน แถมยังช่วยฉันหอบหิ้วเสื้อผ้าขึ้นมาอีก ดี ๆอย่างนี้ไม่ให้ห่วงได้ยังไง แกก็ด้วย ฉันก็ห่วงทั้งคู่นั่นแหละ”
ทองเอกยิ้มแก้มแทบปริเมื่อเห็นได้รับรู้ถึงความห่วงใยของคนตรงหน้า ต่างจากอีกคนที่ทำหน้าเข้มตาดุมองคนตรงหน้าไม่วางตา ภายในใจคุกรุ่นขึ้นอย่างหาสาเหตุให้ตัวเองไม่ได้
“ขอบคุณนะครับที่เป็ห่วงพี่จะ...”มือใหญ่หมายจะเอื้อมไปจับศีรษะของสาวร่างเล็กโยกด้วยความเอ็นดูอีกสักครั้งแต่กลับไปได้ไม่ถึงที่หมาย เพราะมีมือของอีกคนมาจับเอาไว้เสียก่อน
“เดินทางปลอดภัยนะครับหมอก็เป็ห่วงเหมือนกัน ทั้งคุณพี่คุณน้องเลย” มือที่จับมือของชายหนุ่มผู้พี่เอาไว้เขย่าเนียน ๆ เหมือนเป็การทักทายของชาวตะวันตกในยามที่พบและจากลาท้ายประโยคหันไปส่งยิ้มหล่อ ๆ ให้กับสาวผู้น้องอีกด้วย
“ขอบคุณค่ะ เอาไว้เจอกันใหม่นะคะพี่หมอนุชมาที่นี่บ่อยอยู่แล้วค่ะ ถ้ายายฝนยังอยู่ที่นี่”
“ครับ แล้วเจอกันนะครับ...น้องนุช”คุณหมอหนุ่มเอ่ยพร้อมกับแจกรอยยิ้มมีเสน่ห์เหลือล้นของตนไปด้วยก่อนหันไปหาคนเป็พี่บ้าง พร้อมเอ่ยคำสั้น ๆ “โชคดีนะครับ”รอยยิ้มที่มีให้กับคนน้อง ลดลงจนแทบไม่เหลือเมื่อสายตาย้ายกลับมามองคนที่เพิ่งปล่อยมือไป
ไอฝนยืนโบกมือให้เพื่อนจนกระทั่งพี่น้องสองคนเดินเข้าลิฟต์ไป โดยมีคุณหมอหนุ่มยืนอยู่ข้าง ๆและเมื่อทั้งสองทองเข้าลิฟต์ไปแล้ว ไอฝนจึงหันหลังจะเดินกลับเข้าห้องตัวเองโดยไม่สนใจคนที่ยืนอยู่เป็เพื่อนเธอเลยสักนิด
...ก็ไม่ได้ใช้ให้มายืนเป็เพื่อนเสียหน่อย...
“ไม่คิดจะคุยกันหน่อยเหรอครับ”คุณหมอฟ้าครามใช้มือยันประตูที่กำลังจะปิดลงไว้ได้ทัน
“ไม่มีอะไรจะคุยเอามือออกไปเลย”
“ไม่!พี่ยังไม่ได้ของคืน”
“ของ?”
“ก็จานไงเมื่อเช้าที่ใส่อาหารที่ ‘พี่ทำเองกับมือ’ มาให้ตัวเปี๊ยกกิน” คุณหมอหนุ่มเน้นเสียงคำว่า ทำเองกับมือชนิดเสียงดังฟังชัด ให้คนตรงหน้าได้ยิน เหมือน้าย้ำให้เธอจำได้ว่าเขาก็ทำอาหารเป็เช่นกันและทำมาให้เธอกินไปเมื่อเช้าแล้วด้วย
“อ้อฉันยังไม่ได้ล้าง เดี๋ยวฉันล้างเสร็จแล้วจะเอาไปคืนให้ที่ห้อง”ไอฝนพยักพเยิดไปที่มือใหญ่ที่ยังคงจับประตูไว้ไม่ยอมปล่อย เพื่อบอกให้เขาปล่อยและกลับห้องไปได้แล้ว
“ไม่ดีกว่าพี่รอเอาไปเลยละกัน” พูดจบก็ผลักประตูให้อ้ากว้างแล้วแทรกตัวเดินเข้าห้องมาหน้าตาเฉย
ไอฝนหน้าเหวออ้าปากหวอ มองตามคนหน้ามึนแล้วได้แต่ส่ายหัวไปมาอย่างปลงตก“งั้นก็เชิญนั่งรอสักครู่ เดี๋ยวฉันไปล้างมาให้”
“ชอบเขาเหรอ?”
“ฮะ! นายหมายถึงใคร?” ไอฝนที่กำลังจะเดินเข้าไปในมุมครัวเล็ก ๆ ของเธอต้องชะงักเท้าแล้วหันกลับไปถามอีกครั้ง เมื่อได้ยินคำถามลอย ๆ ที่ส่งออกมา
“ก็ไอ้ผู้ชายคนพี่นั่น”
“อ๋อพี่เอกน่ะเหรอ” ไอฝนถามเพื่อความแน่ใจ ซึ่งก็ได้รับการพยักหน้าตอบกลับจากเ้าของคำถาม“ก็ชอบนะ พี่เอกใจดี น่ารัก หน้าตาก็หล่อ แถม...อุ๊ย!”
คนที่เดินไปพูดไปไม่ทันจบและเพิ่งจะก้าวเท้าเข้ามุมครัวของตนมาเพียงก้าวเดียว ก็ต้องชะงักเท้าอีกครั้งเมื่อจู่ ๆ ก็มีคนมาขยี้หัวเธอไม่เบานัก
“ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย”คนตัวเล็กหันไปต่อว่าคนต้นเหตุ ตาเขียวปั้ด จ้องเขม็งอย่างเอาเื่ ‘อุตส่าห์ว่าจะสงบศึก ไม่อยากมีเื่ด้วยแล้วเชียวนะสงสัยจะดีกันไม่ได้จริง ๆ’
“เตือนสติ”
“เตือนสติบ้าอะไร”เสียงที่ดังออกไปไม่เล็กตามตัวเ้าของแม้แต่น้อย ยิ่งเจอคำตอบกวนกลับมา ยิ่งทำให้อารมณ์ของเธอปะทุหนักมากขึ้น
“ก็เตือนสติว่าเป็เด็กเป็เล็กอย่าริไปฝักใฝ่ผู้ชายคนไหน”
“หือ นายสิฝักใฝ่” ไอฝนผลักคนตรงหน้าออกแล้วเธอก็เดินต่อไปยังอ่างล้างจานที่แช่จานสองใบของคนข้างห้องเอาไว้“ฉันไม่ใช่เด็กแล้ว ฉันโต เรียนจบ และทำงานหาเงินด้วยตัวเองได้แล้วและฉันก็ไม่ได้ฝักใฝ่ในตัวพี่เอก หรือถ้าฉันจะฝักใฝ่มันก็เป็เื่ของฉันไม่เกี่ยวกับนาย”
“แต่พี่ว่าถ้านายวัสมันรู้เข้ามันคงจะไม่ปลื้มเท่าไหร่” คุณหมอหนุ่มพยายามจะหาข้ออ้างมาฉุดรั้งหัวใจของคนตรงหน้าเอาไว้เพราะตอนนี้หัวใจของเขาเองมันเหมือนจะโหวงเหวง มือไม้เริ่มจะเย็น ๆ อยู่ไม่เป็สุขเมื่อรับรู้ว่ายายตัวเปี๊ยกของเขาเริ่มมีใจให้ผู้ชายคนอื่น