คัมภีร์ลับเืเทพ!
สามารถเพิ่มพูนระดับความเข้มข้นของเืเทพภายในกาย?
เพิ่มโอกาสในการเรียกสัตว์อสูรั้แ่คุณภาพระดับเจ็ดขึ้นไป?
มีวิชาลับที่แหกกฎ์แบบนี้อยู่จริงหรือ? ในใจเย่ชิงหานบังเกิดความตื่นตระหนกขึ้น ถ้าหากเป็จริงอย่างที่ว่าละก็ไม่เพียงตระกูลเย่หรือเขตปกครองเทพาแต่ทั่วทั้งทวีปัเพลิงต้องเกิดความโกลาหลวุ่นวายอย่างใหญ่โตอย่างแน่นอน
ใช้ชีวิตอยู่บนทวีปนี้มาสิบกว่าปีเย่ชิงหานก็พอเข้าใจสถานการณ์ของทวีปนี้อยู่พอสมควร
ทวีปนี้แบ่งเป็หนึ่งนครและสามเขตปกครองคือ นครแห่งเทพ เขตปกครองเทพา เขตปกครองเทพปีศาจ และเขตปกครองเทพคนเถื่อนสถานะของนครแห่งเทพอยู่เหนือสิ่งอื่นใด แม้แสงแห่งเทพจะแผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งทวีปแต่นครแห่งเทพก็ไม่เคยที่จะสอดมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการสู้รบแย่งชิงอำนาจกันของแต่ละเขตปกครองและทั้งสามเขตปกครองก็ไม่กล้าที่จะเป็ศัตรูกับนครแห่งเทพด้วยเช่นกัน
สามเขตปกครองแบ่งเป็สามเผ่าพันธุ์
เขตปกครองเทพาเผ่ามนุษย์บริสุทธิ์ สามารถฝึกฝนพลังปราณรบและมีสติปัญญาที่ชาญฉลาด
เขตปกครองเทพปีศาจเป็เผ่าที่เกิดจากอสูรปีศาจาและเทพาผสมพันธุ์กัน ครึ่งคนครึ่งปีศาจ พลังปีศาจไร้เทียมทาน
เขตปกครองเทพคนเถื่อนเผ่าพันธุ์คนเถื่อนาที่หลงเหลือมาจากยุคสมัย ร่างกายสูงใหญ่ พละกำลังมหาศาลหนึ่งหมัดสามารถะเิูเาแยกปฐี
หนึ่งพันปีก่อนทั้งสามเขตปกครองเนื่องจากเผ่าพันธุ์ ความเชื่อและการดำเนินชีวิตที่แตกต่างจึงเกิดการสู้รบฆ่าฟันกันอย่างต่อเนื่องบ้านเมืองลุกเป็ไฟประชาชนไม่สามารถอยู่เย็นเป็สุขได้ ต่อมาเทพัเพลิง "ถู" ยอดฝีมือผู้แข็งแกร่งอย่างหาผู้ใดเปรียบได้จากเมืองัปรากฏตัวขึ้นเขาอาศัยพลังฝีมือของตนเพียงคนเดียวสยบเหล่าชาวยุทธ์ทั้งสามเขตปกครองพร้อมทั้งขอให้ยุติการสู้รบฆ่าฟันที่ดำเนินอยู่ด้วยเหตุนี้ทั้งสามเขตปกครองจึงทำข้อตกลงกันในทุกๆ ยี่สิบปีจะต้องมีการจัดงานประลองาระหว่างเขตปกครองเพื่อสะสางข้อบาดหมางที่เกิดขึ้น
เมื่อหนึ่งพันปีก่อนที่รบกันนัวเนียนั้นเขตปกครองเทพาปรากฏห้ายอดฝีมือระดับสูงซึ่งแบ่งเป็ เฟิงจวิน ฮวาตี้ เสว่ไซว่เยว่โห้ว และเย่หวง ทั้งห้าล้วนมีฝีมือและสุดยอดวิชาที่ร้ายกาจพิชิตไปทั่วหล้า ท้ายที่สุดจึงแบ่งกันปกครองเมืองหลักทั้งห้าในเขตปกครองเทพาและก่อตั้งตระกูลทั้งห้าขึ้น
ในฐานะที่เป็ลูกหลานสายเืโดยตรงของตระกูลเย่เย่ชิงหานก็พอได้รับรู้เื่พวกนี้มาบ้างความจริงแล้วยอดฝีมือทั้งห้าล้วนเป็ลูกหลานของเทพาภายในร่างมีเืเทพาไหลเวียนอยู่จึงไม่แปลกที่แต่ละคนจะมีสุดยอดวิชาติดตัว
ตระกูลเฟิงเป็ลูกหลานของเทพกระบี่สามารถบังคับกระบี่ได้ดั่งใจปรารถนา
ตระกูลฮวาเป็ลูกหลานของเทพนักฆ่ามีศิลปะในการลอบสังหารไม่เป็สองรองใคร
ตระกูลเสว่เป็ลูกหลานของเทพหนอนแมลงพิษใช้หนอนแมลงพิษสังหารศัตรูอย่างไร้ร่องรอย
ตระกูลเยว่เป็ลูกหลานของเทพิญญาล่อลวงผู้คนด้วยตัณหาราคะแล้วดูดกลืนิญญา
ตระกูลเย่เป็ลูกหลานของเทพอสูรคน-อสูรรวมร่างใต้หล้าไร้คู่ต่อกร
เพราะทั้งห้าตระกูลใหญ่ต่างมีสุดยอดวิชาประจำตระกูลเป็ของตนจึงสามารถปกครองเมืองหลักทั้งห้าของตนไว้ได้นับพันปี เกียรติยศชื่อเสียงและอำนาจบารมีตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นลูกหลานที่เกิดมาในตระกูลเหล่านี้ล้วนได้เปรียบคนทั่วไปเป็อย่างมากเพราะภายในร่างของพวกเขาแฝงไปด้วยเืของเทพไม่มากก็น้อยซึ่งเปรียบเสมือนฝึกฝนพลังยุทธ์บนไหล่ั์ ดังนั้นถ้าจะมียอดฝีมือถือกำเนิดขึ้นจากตระกูลเหล่านี้ก็ถือว่าเป็เื่ปกติตัวอย่างเช่นหากลูกหลานของตระกูลเย่ที่มีเืเทพภายในกายสามารถเรียกสัตว์อสูรคุณภาพระดับแปดออกมาได้เท่ากับว่าเขาผู้นั้นไม่ต้องฝึกยุทธ์เลยก็ได้ ขอแค่เพียงดูแลสัตว์อสูรของตนให้ดีๆรอเวลาให้สัตว์อสูรเติบโตเต็มวัยเพียงเท่านี้ก็เปรียบเสมือนได้ผู้ช่วยที่มีพลังฝีมือเทียบเท่าระดับขอบเขตาาจักรพรรดิของมนุษย์เลยทีเดียว
ไม่ต้องฝึกฝนก็มีพลังฝีมือเทียบเท่าระดับขอบเขตาาจักรพรรดิเช่นนี้ใครจะกล้าไปเปรียบเทียบด้วย?
การมีอยู่ของตระกูลทั้งห้าจริงๆก็ถือว่าเป็เื่ที่ฝืนกฎเกณฑ์ของ์อยู่พอสมควรแต่ก็ยังดีที่์ยังคงยุติธรรมที่ให้ตระกูลทั้งห้าปรากฏผู้ที่มีเืเทพภายในกายในระดับเข้มข้นนั้นน้อยมากอย่างเช่นตระกูลเย่ตามที่เย่ชิงหานทราบเป็เวลาสามร้อยกว่าปีแล้วที่ไม่ยังปรากฏสัตว์อสูรคุณภาพระดับเก้าเลยสูงสุดก็แค่ปู่และบิดาของเขาเท่านั้นที่เรียกสัตว์อสูรคุณภาพระดับแปดออกมาได้
.................................
แต่บันทึกเล่มเล็กๆที่อยู่ในมือของเขาตอนในนี้ข้างในกลับมีสุดยอดวิชาที่สามารถเพิ่มพูนระดับความเข้มข้นของเืเทพภายในร่างได้!
ถ้าหากสุดยอดวิชานี้เป็ของจริงละก็!
แล้วมันหมายความว่าอย่างไร?
ก็หมายความว่าตนเองมีโอกาสที่จะเรียกสัตว์อสูรคุณภาพระดับสูงออกมาได้หมายความว่าตนเองสามารถมีพลังฝีมือที่แข็งแกร่งได้ ตนเองที่พร์ไม่ดีหากจะอาศัยพลังปราณรบในการฝึกฝนก็คงไม่มีความสำเร็จอะไรมากมายแต่หากสามารถเรียกสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งออกมาได้สักตัวละก็อาศัยสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งนั้นตนเองก็จะมีพลังฝีมือที่แข็งแกร่งสูงขึ้นตามไปด้วยจากนั้นทั้งฐานะและความสำคัญของตนก็จะเลื่อนสูงขึ้นสัตย์สาบานที่ได้ให้ไว้ต่อหน้าหลุมศพของมารดาก็มีหวังที่จะทำให้สำเร็จได้
สัตว์อสูรคุณภาพระดับเจ็ดขึ้นไป! เงื่อนไขที่จะเป็ศิษย์สายในของตระกูลคือเรียกสัตว์อสูรคุณภาพระดับหกออกมาได้หรือว่าอายุสิบหกปีบรรลุถึงระดับขอบเขตยอดยุทธ์ อายุสิบหกบรรลุถึงระดับขอบเขตยอดยุทธ์สำหรับตนเองตอนนี้ไม่มีหวังแล้วแต่ถ้าหากสามารถเรียกสัตว์อสูรคุณภาพระดับเจ็ดหรือสูงกว่านั้นออกมาได้ก็จะสามารถเข้าเป็ศิษย์สายในของตระกูลได้อย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้นสุดยอดวิชานี้ยังสามารถทำให้ลูกหลานของตระกูลเย่ทุกคนเพิ่มพูนระดับความเข้มข้นของเืเทพได้ก็หมายความว่าลูกหลานตระกูลเย่ทุกคนสามารถเรียกสัตว์อสูรระดับสูงออกมาได้ทุกคนเช่นกันต่อไปตระกูลเย่ก็จะมียอดฝีมือระดับสูงปรากฏออกมาอย่างไม่ขาดสาย หน้าประวัติศาสตร์ของเขตปกครองเทพาและของทวีปัเพลิงก็จะเปลี่ยนไป
มันจะแหกกฎ์เกินไปแล้ว!
เย่ชิงหานกลั้นลมหายใจของตนเองเพื่อหยุดอาการของมือที่กำลังสั่นเทาจากนั้นจึงพลิกหน้าของบันทึกเพื่อหาหน้าที่อยู่ของคัมภีร์ลับเืเทพแล้วเริ่มอ่านอย่างจริงจัง
“ลูกหลานของตระกูลเย่คือทายาทของเทพอสูรที่ตกทอดมาถึงทุกวันนี้ภายในร่างของทุกคนล้วนมีเืเทพแฝงอยู่เมื่อกระตุ้นพลังเืเทพที่อยู่ในกายด้วยเคล็ดวิชาลับพิเศษจะสามารถปลดปล่อยพลังทางสายเืที่สามารถเพิ่มพูนพลังเทพอสูรในระยะเวลาอันสั้นแล้วใช้พลังนั้นเพื่อเรียกสัตว์อสูรออกมาและสัตว์อสูรตนนั้นก็จะติดตามผู้ที่เป็เ้าของไปตลอดชีวิตส่วนเืเทพภายในกายมีปริมาณมากน้อยเพียงใดนั้นมีผลโดยตรงเมื่อเข้าร่วมพิธีปลุกพลังทางสายเืว่าจะได้รับพลังเทพอสูรมากน้อยเพียงใดและมีผลโดยตรงกับสัตว์อสูรที่เรียกออกมาว่าจะมีคุณภาพสูงต่ำเพียงใด ดังนั้นสำหรับลูกหลานตระกูลเย่เืเทพที่แฝงอยู่ภายในกายนั้นเป็เื่ที่สำคัญอย่างยิ่ง...”
“ตัวข้าฝึกฝนวรยุทธ์เป็ระยะเวลายี่สิบกว่าปีท่องอ่านศึกษาตำราที่มีอยู่ภายในหอสมุดของตระกูลจนหมดสิ้นทั้งยังท่องเที่ยวไปทั่วทุกแห่งหนพบปะผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ในแขนงต่างๆทั้งหลาย ใช้เวลาครุ่นคิดอย่างยากลำบากเป็เวลาสิบปีถึงสามารถคิดค้นวิชานี้ออกมาได้หวังว่าจะเป็ประโยชน์แก่ตระกูล...ข้อควรระวัง-วิชานี้ั้แ่คิดค้นขึ้นมายังไม่เคยทดลองใช้จริงจากการคาดคะเนของตัวข้าโอกาสที่ผู้ฝึกจะฝึกสำเร็จได้อยู่ที่ห้าสิบในร้อยส่วนหากฝึกสำเร็จผู้ฝึกได้ประโยชน์ข้าก็ดีใจ หากล้มเหลวก็มีโอกาสห้าสิบในร้อยส่วนที่ผู้ฝึก...หากเป็เซียนก็จะกลับกลายเป็คนธรรมดาหากเป็ผู้ที่มีสติดีก็อาจจะสติฟั่นเฟือน ขั้นร้ายแรงที่สุดคือล่องลอยไปแดนสุขาวดี...”
“อะไรวะ xxxxx...”
ปัง!
อ่านจบเย่ชิงหานขว้างสมุดบันทึกลงไปกองที่พื้นพร้อมกับสบถด่าออกมาอย่างหัวเสีย
สำหรับบิดายอดคนผู้นี้เขาไม่มีคำพูดใดจะกล่าวถึงเลยจริงๆ
อะไรคือผู้ฝึกได้ประโยชน์ข้าก็ดีใจดูๆ แล้วนี่มันหลอกต้มคนชัดๆ...ทำมาพูดซะสวยหรูเซียนกลับกลายเป็คนธรรมดาจะสติฟั่นเฟือน ล่องลอยไปแดนสุขาวดี...ก็แค่พูดมาตรงๆ ว่าวรยุทธ์สูญสิ้นกลายเป็เ้าชายนิทรา และซี้แหงแก๋ง่ายๆ แค่นี้ก็จบ
มีโอกาสสำเร็จห้าสิบในร้อยส่วนแถมยังเป็การคาดคะเนของตนเองอีกชัดเลยว่าเป็เคล็ดวิชาที่ "ลับ" อย่างสุดยอดจริงๆจนทำให้ไม่เคยมีใครได้ลองฝึกฝนจริงเลยสักครั้ง
สถานการณ์เช่นนี้ก็เหมือนกับมีคนมอบ "คัมภีร์ทานตะวัน" ให้เย่ชิงหานแล้วบอกให้เขาตอนตัวเองซะ หลังจากตอนแล้วค่อยมาฝึกเคล็ดวิชานี้มีโอกาสห้าสิบในร้อยส่วนที่จะฝึกสำเร็จกลายเป็ตงฟางปุ๊ป้ายคนที่สองลองคิดดูว่าจะไม่ให้เย่ชิงหานหงุดหงิดและอารมณ์เสียอย่างบ้าคลั่งเช่นนี้ได้อย่างไร?
เื่ที่เ็ปที่สุดในชีวิตของคนเราคือ "การให้ความหวังแล้วก็ทำให้หมดหวัง" กับประโยคนี้สำหรับเย่ชิงหานในตอนนี้เห็นด้วยเป็อย่างยิ่งดั่งเช่นผู้ที่กำลังร่วงหล่นลงจากหน้าผาแล้วมือคว้าเถาวัลย์ได้เส้นหนึ่งแต่เมื่อมองดูกลับปรากฏว่าเถาวัลย์ที่ตนคว้าได้นั้นกลับกลายเป็อสรพิษตัวหนึ่งแทน!
“ข้าก็ว่าอยู่อะไรมันจะง่ายดายขนาดนั้น! ดูแล้ว์ก็ยังคงมีความยุติธรรมไม่ได้ลำเอียงเข้าข้างใครเหมือนกับการปิดประตูทางเข้าแต่ก็ยังเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ให้บานหนึ่งแต่ข้างนอกหน้าต่างนั้นเป็หน้าผาที่สูงชันหมื่นๆ ฟุต ไม่รู้ว่าข้างล่างหน้าผาเป็ธารน้ำหรือหมู่หินแหลมคม? จะทำอย่างไรก็ต้องเลือกเอง”
เย่ชิงหานรู้สึกว่าตัวเองเหมือนคนตาบอดที่ยืนอยู่กลางสี่แยกที่ไม่รู้ว่าจะเดินไปทางซ้ายหรือขวาดีถ้าหากเลือกเดินทางผิดอาจจะเป็เหมือนดั่งที่บิดาพูดไว้คือล่องลอยไปแดนสุขาวดีก็เป็ได้
ช่างเถอะ! พักเื่นี้ไว้ก่อนจะดีกว่า ถึงอย่างไรก็ยังมีเวลาอีกยี่สิบกว่าวันก่อนที่จะถึงพิธีปลุกพลังทางสายเืลองหาทางดูเผื่อจะมีทางอื่นอีก อ้อจำได้ว่ายังมีของวิเศษจากูเาสุสานทวยเทพอยู่อีกอย่างนี่นา
ภายในใจของเย่ชิงหานยังคงมีอาการลังเลแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจโยนสมุดบันทึกทิ้งไว้ข้างๆแล้วหยิบเอาของอีกชิ้นหนึ่งที่อยู่ภายในกล่องขึ้นมาพิจารณาดู
มันคือแหวนวงหนึ่ง!
เป็แหวนสีสันสดใสแวววาวเปล่งประกายสีทองระยิบระยับมีรูปัทองตัวหนึ่งขดวนอยู่โดยรอบ
“อื้อหือ! ของดี...ของดีแน่นอน! ของวิเศษที่ตกทอดมาจากสมัยก่อนซึ่งได้มาจากูเาสุสานทวยเทพสถานที่อันตรายอันดับนึ่งว่ากันว่าูเาสุสานทวยเทพเป็สนามรบที่เหล่าทวยเทพาทั้งหลายจบชีวิตลงจากการเข้าร่วมในมหาศึกการต่อสู้ครั้งใหญ่แค่ดูจากสีสันที่เปล่งประกายออกมาแหวนวงนี้ต้องเป็ของที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนไม่แน่ว่าภายในแหวนวงนี้อาจจะซุกซ่อนยอดฝีมือจากอาณาจักรเทพอยู่ข้างใน? หรืออาจจะมีดวงิญญาของผู้าุโยอดฝีมือซุกซ่อนอยู่...”
ตอนนี้ในหัวของเย่ชิงหานลืมคัมภีร์ลับเืเทพไปโดยสิ้นเชิงสมาธิทั้งหมดของเขาจดจ่ออยู่กับแหวนเพียงอย่างเดียว ภายในใจตื่นเต้นเป็อย่างยิ่งแค่รูปลักษณ์ภายนอกของแหวนก็นับว่าไม่เลวแล้ว สีทองที่เปล่งประกายแวววับแถมยังมีตัวัอยู่้าที่ราวกับมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ ขดตัววนอยู่โดยรอบสมกับเป็ของวิเศษที่ได้มาจากูเาสุสานทวยเทพโดยแท้
เย่ชิงหานกลืนน้ำลายลงไปคำหนึ่งพร้อมกับใช้สายตาเพ่งมองไปยังแหวนอย่างไม่กะพริบเขากลัวว่าจะมีอะไรที่อยู่ข้างในอย่างดวงิญญาของผู้าุโยอดฝีมือผู้เฝ้ารอผู้มีบุญวาสนาหรือยอดฝีมือจากอาณาจักรเทพที่ซุกซ่อนอยู่ข้างในโผล่ออกมาแล้วถ่ายทอดพลังทั้งหมดให้จากนั้นบีบบังคับตนเองให้ฝึกฝนสุดยอดวิชา
“เอี๊ยด!”
โดยไม่ทันตั้งตัวทันใดนั้นหน้าต่างที่อยู่ข้างๆ พลันถูกเปิดออก ลมเย็นสายหนึ่งพัดผ่านเข้ามาเย่ชิงหานปฏิกิริยาตอบสนองอย่างรวดเร็ว เขาสะบัดมือครั้งหนึ่งแหวนที่อยู่ในมือพลันตกลงสู่พื้น
“ท่านผู้ใด? เป็ท่านผู้ใด? เป็ดวงิญญาของผู้าุโยอดฝีมือผู้เฝ้ารอผู้มีบุญวาสนาหรือยอดฝีมือจากอาณาจักรเทพที่ปรากฏกาย? ศิษย์เย่ชิงหานคาระวะท่านผู้าุโ...” ในตอนนี้เย่ชิงหานรู้สึกราวกับว่าิญญาได้ล่องลอยออกจากไปร่างเขาก้มศีรษะลงอย่างร้อนรนพลางกล่าวออกมาอย่างตื่นตระหนกใ มือทั้งสองข้างประสานกันในระดับอกทำความเคารพไปทั่วทุกทิศทาง
ภายในหน้าต่างกลับปรากฏร่างอ้อนแอ้นของสาวน้อยนางหนึ่งเมื่อเห็นอากัปกิริยาเช่นนั้นของเย่ชิงหาน นางขมวดคิ้วแล้วจึงถามขึ้นด้วยถามสงสัย “ท่านพี่! ท่านกำลังทำอะไร? ร้องเอะอะโวยวายขึ้นมาทำไม เดี๋ยวคนอื่นก็ไม่ได้หลับได้นอนกันพอดี”
“เอ่อ...?”
เย่ชิงหานมองไปรอบๆอย่างมึนงง จากนั้นไม่นานถึงเรียกสติกลับคืนมาได้เขาเอามือเกาหัวยิ้มออกมาด้วยความเขินอายแล้วหันกลับก้มลงไปหยิบแหวนที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา
อย่างไม่คาดคิด!
สักพักร่างกายของเขาคล้ายกับถูกฟ้าผ่าอย่างไรอย่างนั้นนั่งยองๆ นิ่งอยู่กับพื้นคล้ายกับคนไม่ได้สติแต่ทว่าภายในปากกลับสบถคำด่าออกมาด้วยความเดือดดาล “ข้าไม่รู้ว่าจะสรรหาคำไหนมาด่าดีของวิเศษจากูเาสุสานทวยเทพห่าเหวอะไรกัน นี่มันของเก๊ชัดๆ ท่านพ่อน่ะท่านพ่อ! ในที่สุดข้าก็เห็นธาตุแท้ของท่านเสียทีท่านท่องเที่ยวไปทั่วเพื่อเสาะแสวงหาของเลียนแบบนี่น่ะรึ...?”
แหวนัทองสีสันสวยสดงดงามส่องประกายแสงสีทองแวววาวนั้นเป็ของวิเศษจากูเาสุสานทวยเทพที่ตกทอดมาจากสมัยก่อนซึ่งบิดาทิ้งไว้ให้เขา แต่เมื่อสักครู่ที่ตกกระทบพื้นเพียงแค่เบาๆกลับแตกออกเป็รอยขนาดใหญ่ปรากฏโลหะทองเหลืองที่อยู่ภายในโผล่ออกมาให้เห็นยิ่งไปกว่านั้น แม้กระทั่งหัวัทองที่ส่องแสงแวววาวนั้นก็หักไปด้วยจะเหลืออยู่ก็เพียงแค่ส่วนหางอยู่ครึ่งหนึ่งกับรูแตกสีดำมืดเท่านั้น