นานหลายชั่วโมง ฉันได้ยินเสียงอู้อี้ผ่านหน้าห้องไป ไม่นานก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
ก๊อกๆ
“เฌอพราวด์”
“......”
“ลงไปกินข้าว”
“......”
“แขกเขาอยากทำความรู้จักกับเธอ”
ฉันเงียบเป็นคำตอบเช่นเดิม ซุกหน้าลงกับหมอน ยกผ้านวมขึ้นคลุมโปงเพราะไม่อยากรับเสียงที่เป็นมลพิษต่อหู ทำความรู้จัก กับฉันเนี้ยนะ จะสนใจทำไมกัน
ตอนแรกฉันกะจะเมินต่อไป แต่บางอย่างในใจฉันก็หงุดหงิดและรู้สึกอยากรู้อะไรหลายๆ อย่างเลยเดินตามลงมา
“อ้ะ มาแล้ว”
เสียงสดใสเอ่ยเบาๆ เธอยกจานตัวเอง ไปนั่งข้างเขา และเว้นที่ให้ฉันนั่งตรงข้ามแทน
“ขอโทษที่ลงมาช้าค่ะ พอดีฉันเผลอหลับพักผ่อน”
“เอ๋ ฮันน่าไม่ได้รบกวนใช่ไหมคะ”
“ไม่ค่ะ ..ขอบคุณที่ชวนทานอาหารนะคะ” เธอยิ้มรับแล้วพยักหน้า หันมองผู้ชายข้างๆ
“เสต็กฝีมือฮันน่ายังอร่อยอยู่ไหม”
เธอถามคนข้างๆ เสียงหวานปานน้ำผึ้ง เขาพยักหน้าลงเบาๆ ตักเนื้อย่างนั้นเข้าปากแล้วเหลือบมองฉันเพียงเสี้ยววินาที
หึ อารมณ์เมียหลวงชวนเมียน้อยมากินข้าว โดยมีผัวนั่งบื้อส่อพิรุธอยู่เลยแฮะ
“อะแฮ่ม เอ่อ…”
“อ่อ ยังไม่ได้รู้จักกันเป็นทางการสินะคะ คุณเฌอพราวด์… ฮันน่าค่ะ เป็น แฟน… อ่าาา เพื่อนสนิทมากๆ ของพี่เธียร”
เธอยื่นมือมารอเช็คแฮนด์ ฉันตอบรับ แล้วยิ้มเล็กๆ กลับ
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ.. คุณฮันน่า” ต่างคนต่างนั่งลง แล้วจ้องกันไม่วางตา
“พี่เธียรแนะนำว่าคุณเฌอเป็นลูกเพื่อนพ่อ มาพักร้อนหรอคะ”
“อ่าา คงงั้นค่ะ”
“ดีจังเลยค่ะ … คิดว่าเป็นแฟนใหม่พี่เธียรซะอีก”
“ฮันน่า!..” เขาดุเบาๆ แล้วมองหน้าฉันสลับกับแม่สาวปากมากนั่น
“อ่าา ก็แค่ “คนรู้จัก” มั้งคะ”
ฉันย้ำเสียงสถานะตัวเอง แล้วหั่นเนื้อกลืนลงคอ รีบๆ กินจะได้รีบๆกลับมุมตัวเอง ฉันไม่อยากกลายเป็นหินในบรรยากาศเฮงซวยแบบนี้
“ตอนมาถึงกรุงเทพ ไม่รู้ว่าต้องต่อเรือหลายรอบแบบนี้ เกือบหลงซะแล้วค่ะ”
“....”
“อ่า ใช่สิ พี่เธียร คืนนี้ฮันน่านอนห้องพี่เธียรได้รึเปล่า”
“??” เขาหันมองเธอ ใบหน้าราบเรียบไร้ความรู้สึก
“อะไรล่ะ... ทำเป็นมึน แหม อย่างกับไม่เคยนอนด้วยกัน”
เพล้ง!
“แค้กๆๆ ทะ โทษที เนื้อติดคอ” ฉันพูด พลางก้มหน้าไอ
“เป็นอะไรรึเปล่า” เขาลุกมาลูบหลังให้ฉัน แล้วส่งน้ำเปล่าให้ดื่ม
“ไม่เป็นไร”
ฉันพูดห้วนๆ ตอบ ใช้ศอกดันตัวเขาออกห่าง วางช้อนส้อมลง เงยหน้าขึ้นสบตากับสาวผมบรอนซ์ที่นั่งยิ้มแป้น เท้าคางมองฉันอยู่
“ฉันอิ่มแล้วค่ะ พอดีรู้สึกปวดหัวนิดหน่อย จะขอแยกตัวไปก่อนนะคะ”
“ปวดหัวหรอ ให้ฮันน่าช่วยหายาให้ไหมคะ“
“ไม่เป็นอะไรค่ะ”
“ค่ะ งั้น… good night นะคะ คุณคนรู้จัก”
ฉันยิ้มอ่อนพยักหน้ารับ เดินไปเก็บจานส่วนของตัวเอง แล้วแยกตัวออกไปทันที เขามองตามฉันจนลับตาจากกัน ฉันทิ้งตัวหนักๆ ลงบนเตียงเหมือนคนจะเป็นไข้ อารมณ์ขุ่นมัว หงุดหงิดใจอย่างบอกไม่ถูก ลมหายใจถูกถอนออกมาซ้ำๆ พยายามข่มตาหลับ
‘อึดอัดชิบ….’
วันต่อมา ฉันลงมาแต่เช้า เพราะอยากไปเดินเล่นข้างหาด ระบายอารมณ์ซะหน่อย คนตัวโต นอนแผ่อยู่ที่โถงรับแขก ฉันชะเง้อดูใกล้ๆ เห็นเขานอนหลับตาพริ้ม เอกสารกองเต็มบนโต๊ะ และยังแปะอยู่บนอกเขาด้วย
‘ไม่ได้นอนในห้องกับยัยนั่นหรอ‘
ฉันคิดในใจก่อนจะเบะปากใส่ แล้วเดินออกมา
สายๆ เห็นเรือออกไปแล้ว ฉันคิดว่าเขาคงพาผู้หญิงของเขาไปด้วย แต่เปล่าเลย.. เธอนั่งเชิด ไขว่ห้างดูหนัง กินแอปเปิ้ลอยู่ในโถงรับแขก โดยใส่เชิ๊ตสีดำเงา ตัวที่ฉันเคยใส่ด้วย
เรียวขายาว ผิวขาวเนียน ขับกับเสื้อสีดำ ทรวดทรงองเอวเล็กอย่างกับนางแบบ ทำให้ฉันแอบอิจฉาเล็กๆ ในใจ เธอหันมายิ้ม ชูแอปเปิ้ลในจาน
“กินของเหลือไหมคะ”
เธอพูดประโยคแปลกๆ ด้วยน้ำเสียงสดใส ฉันส่ายหน้าเบาๆ แสยะยิ้มให้ แล้วเดินขึ้นห้องตัวเอง
ฉันพยายามไม่คิดมากเพราะเห็นว่าเธอเป็นชาวต่างชาติ อาจจะใช้คำผิดๆ ถูกๆ แต่ว่า …
‘อีนี่… หลายรอบแล้วนะ’