ขณะที่พวกฉางเฟิงกำลังคุยกันทัณฑ์เซียนก็เริ่มตกลงมาแล้วทะเลสายฟ้าจำนวนมหาศาลได้โจมตีออกมาอย่างบ้าคลั่งพวกซงเทียนทำอะไรไม่ได้และต้องใช้ร่างกายแบกรับทัณฑ์เซียนโดยตรง
“นี่คือทัณฑ์เซียน” พวกจักรพรรดิสุราพากันตกใจ
“ดูเอาไว้ให้ดีๆละเพราะสักวันพวกเจ้าก็ต้องเจอกับทัณฑ์เซียนแบบนี้และสำหรับพวกเจ้าคงจะมองออกแล้วใช่หรือไม่ว่าต้องเตรียมตัวอย่างไร” เสี่ยวจินกล่าว
“พวกเราจำเป็นต้องหาทักษะกายาที่แข็งแกร่งฝึกบ้างแล้ว”หลายคนมองออกทันที
ถ้าไม่ใช่เพราะซงเทียนฝึกฝนกายาจนแข็งแกร่งมากร่างคงถูกทำลายไปแล้วเพราะถ้าเป็นพวกเขาตอนนี้เมื่อเจอกับทัณฑ์เซียนคงไม่รอดแม้แต่การโจมตีในครั้งเดียว
“ดูเหมือนพวกโหลวหลานจะรับทัณฑ์เซียนได้สบายๆเลยนะ”ฉางเฟิงมองไปยังพวกโหลวหลานและซวนหยวนเสวี่ย
“สองคนนั้นมาจากขุมอำนาจเซียนแน่นอนว่ามีความรู้และการเตรียมความพร้อมเอาไว้แล้วและที่สำคัญรากฐานของทั้งสองนั้นมาถึงจนอิ่มตัวแล้วจึงสามารถทะลวงขั้นเซียนได้อย่างสบายๆ”เสี่ยวจินกล่าว
อย่างช้าๆทัณฑ์เซียนสามสายแรกก็ผ่านไปแม้ซงเทียนจะผ่านมาได้อย่างยากลำบากแต่ก็ไม่ถึงกับสาหัสมากนัก ส่วนสองสาวกลับผ่านมันได้สบายๆ
ทางด้านพวกเจี้ยนอี้เองก็ผ่านมาได้เช่นกันต่อมาทัณฑ์เซียนสายที่สี่ถึงหกก็เริ่มโจมตี คราวนี้ซงเทียนค่อนข้างสาหัสมากร่างกายได้รับความเสียหายอย่างหนักโชคดีที่ช่วงนี้เสี่ยวจินได้วางแผนและฝึกฝนให้กับซงเทียนมามากทำให้พอจะผ่านทัณฑ์เซียน6 สายไปได้
สำหรับซงเทียนแค่ทัณฑ์เซียน6 สายก็ถือว่าเป็นขีดจำกัดแล้วถ้ามากกว่าร่างกายคงแหลกสลาย
“ในที่สุดข้าก็เป็นเซียน”ซงเทียนในตอนนี้กำลังเปล่งแสงเซียนออกมาจากร่างเพราะหลังจากที่ผ่านทัณฑ์เซียนได้สำเร็จสวรรค์จะมอบพรแห่งเซียนให้ ทำให้ตอนนี้ไม่เพียงแต่ร่างกายฟื้นฟูกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิมเท่านั้นแต่มันคือการก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ไปในตอนนี้ซงเทียนได้ก้าวข้าวความเป็นมนุษย์กลายเป็นเซียนที่แท้จริง
ซึ่งจากนี้อายุขัยของซงเทียนจะอยู่ได้อีกหลายพันปีต่างจากระดับจักรพรรดิที่มีอายุขัยได้แค่หลายร้อยปีเท่านั้น
“ยินดีด้วยท่านอาจารย์”ฉางเฟิงยิ้ม
“ฮ่าฮ่า อีกไม่นานเจ้าก็คงตามข้าทันแล้ว” ซงเทียนหัวเราะ
จากนั้นคนของนิกายบุปผาก็พากันเข้าหาซงเทียนเพื่อแสดงความยินดีส่วนพวกโหลวหลานนั้นทัณฑ์เซียนของพวกนางยังไม่จบเพราะพวกนางเรียกทัณฑ์เซียน 9สายออกมา ซึ่งเป็นทัณฑ์เซียนระดับสูง
“นี่คือทัณฑ์เซียนระดับสูงงั้นเหรอข้ารู้สึกได้เลยว่าพลังทำลายล้างของมันเหนือกว่า 6 สายแรกหลายเท่า” สีหน้าของฉางเฟิงเคร่งครึมลงมาก
“ของมันแน่อยู่แล้วสำหรับอัจฉริยะที่แท้จริงบททดสอบนี้คือก้าวแรกของการกลายเป็นเทพถ้าแค่นี้ยังผ่านไปไม่ได้ก็อย่าหวังว่าจะไปได้สูงกว่านี้” ซีรั่วหยานกล่าว
“เปรี้ยง!!!!!”
สายฟ้าที่รุนแรงฟาดลงมายังร่างของทั้งสองอย่างบ้าคลั่งส่วนพวกจูหมิงนั้นได้เรียกทัณฑ์เซียน 6 สายมาเท่านั้นมีเพียงเจี้ยนอี้เท่านั้นที่เรียกทัณฑ์เซียน9 สายออกมาเหมือนกับพวกซวนหยวนเสวี่ย
ทัณฑ์เซียน9 สายนั้นรุนแรงอย่างมากทำให้นครรใต้พิภพสั่นใหวอย่างมาก เพราะทัณฑ์เซียนได้ลงมาพร้อมๆกันถึงสามทัณฑ์แต่พวกโหลวหลานเองก็เตรียมตัวมาดี สมบัติจำนวนหนึ่งถูกนำออกมาใช้เพื่อช่วยให้พลังโจมตีของทัณฑ์ลดลงและสำหรับพวกนางการกลั่นร่างกายในทะเลสายฟ้าก็ช่วยให้กายาของพวกนางทรงพลังมากขึ้น
ฉางเฟิงเฝ้ามองตั้งแต่ต้นจนจับและไม่นานพวกนางก็ผ่านทัณฑ์เซียนมาได้ ซึ่งต้องบอกว่าสมแล้วที่พวกนางทั้งสามมาจากตระกูลเซียนและขุมอำนาจเซียนความพร้อมของพวกนางนั้นดีกว่าซงเทียนมาก
“แล้วต่อไปเราจะไปใหนต่อ”ฉางเฟิงมองไปทางเสี่ยวจิน
“อืมข้าเองก็พอจะรู้ว่าสมบัติมันยังไม่หมดอย่างแน่นอนแม้สมบัติที่พวกเราได้มาจะเป็นสมบัติของเผ่าแต่พวกสมบัติส่วนตัวของตัวตนระดับสูงก็ถูกซ่อนเอาไว้ในที่ต่างๆอ้อจริงสิ นายน้อยเอาแผนที่สมบัติที่ท่านประมูลออกมาดูหน่อยได้หรือไม่” เสี่ยวจินกล่าว
“มันเป็นแผนที่ทางเข้านครใต้พิภพเจ้าจะเอาไปทำไม”ฉางเฟิงงุนงง
อย่างงี้นี่เองถึงกับซ่อนแผนที่ของจริงอยู่ข้างใน นายน้อยใช้เพลิงวิเศษของนายน้อยแผดเผาแผนที่ซะ
“ฟุบ!!!!!”
ฉางเฟิงก็ไม่ได้สนใจอะไรมากเพราะถึงอย่างไรแผนที่อันนี้ก็ไร้ประโยชน์ฉางเฟิงจึงไม่เสียดาย
จากนั้นเปลวเพลิงวิเศษก็ได้แผดเผาแผนที่ทันทีแต่สิ่งที่ทุกคนตกตะลึงก็คือแผนที่ไม่ได้ถูกเผาจนเป็นจุนมีแค่ส่วนนอกของแผนที่ถูกเผาและเผยให้เห็นแผนที่ของจริง
“นี่มัน!!!!!”ฉางเฟิงถึงกับตกใจ
“จริงๆด้วยนี่คือแผนที่ของจริงของนครใต้พิภพ ดูนี่พวกเราน่าจะอยู่ตรงนี้ซึ่งเป็นส่วนกลางของนครใต้พิภพส่วนจุดพวกนี้น่าจะเป็นที่พักของตัวตนระดับสูงในเผ่าดังนั้นพวกเราแค่ต้องกระจายกันออกไปเพื่อตามหาสมบัติที่อาจจะถูกซ่อนเอาไว้เท่านั้น
และตรงนี้สำหรับนายน้อยน่าจะเป็นสิ่งที่นายน้อยตามหา” เสี่ยวจินกล่าว
“สวนสมุนไพรงั้นเหรอ”ฉางเฟิงตื่นเต้น
“ไม่ผิดมันคือสวนสมุนไพร และถ้าจากที่ข้าเดาตอนนี้อายุของพวกสมุนไพรคงจะอย่างต่ำหลายหมื่นปีไปแล้ว”เสี่ยวจินกล่าว
“แบบนั้นก็ยอดเยี่ยมไปเลย”ฉางเฟิงมีความสุขอย่างมาก
จากนั้นพวกฉางเฟิงก็ได้กระจายกันไปตามจุดต่างๆส่วนฉางเฟิงและเสี่ยวจินพร้อมเสี่ยวๆได้ตรงไปยังสวนสมุนไพร
ทางด้านพวกโหลวหลานไม่ได้ออกตามหาสมบัติอีกเพราะแค่นี้พวกนางก็รบกวนฉางเฟิงมามากแล้วพวกนางไม่กล้าหน้าด้านถึงขนาดไปแย่งสมบัติกับฉางเฟิงอีกจึงได้นั่งลงและทำความเข้าใจเกี่ยวกับพลังของตนเอง
อีกด้านหนึ่งพวกโจวเทียนก็กำลังตามหาพวกโจวฟ่านอยู่แต่เพราะขาดการติดต่อไปไม่ว่าโจวเทียนจะติดต่อยังไงก็ไม่สามารถติดต่อไปหาพวกโจวฟ่านได้ทำให้ตอนนี้ใบหน้าของพวกโจวเทียนนั้นเริ่มไม่ดี
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่พวกซางเหิงก็ติดต่อไม่ได้”
“โยวอวิ้นเองก็เช่นกันหรือว่าจะเกิดเรื่อง”เหล่าผู้นำนิกายพากันใจคอไม่ดี
เพราะพวกโจวฟ่านคือเสาหลักในอนคตซึ่งพรสวรรค์เองก็นับว่าสูงที่สุดในรุ่นแล้วดังนั้นพวกโจวเทียนจึงไม่อยากสูญเสียอัจฉริยะแบบนี้ไป
“ข้าจะติดต่อไปหาอัจฉริยะของตระกูลเซียนเอง”โจวเทียนติดสินใจติดต่อหาพวกเซิ่งมู่ทันที
แต่ว่าเมื่อติดต่อได้สำเร็จและรู้ข่าวใบหน้าของซงเทียนก็เปลี่ยนไปเพราะพวกโจวฟ่านได้ถูกเถาวัลย์ปีศาจฆ่าตายไปแล้วและคนที่ร่วมมือด้วยก็คือเมิ่งฝู่
“นิกายซากศพพวกเจ้ากล้าสังหารลูกของข้า”โจวเทียนคำราม
“เกิดอะไรขึ้น”ผู้นำนิกายทั้งสี่ตกใจ
“เมิ่งฝู่มันร่วมมือกับปีศาจฆ่าคนของพวกเราหมดแล้ว”โจวเทียนกัดฟันจนเสียงดังออกมา
“อ๊ากกกกกกกกกก”ผู้นำนิกายทั้งสี่ต่างคำรามออกมา เพราะในกลุ่มอัจฉริยะของพวกเขาบางคนก็เป็นลูกแท้ๆของพวกเขาด้วยเช่นกัน