ภายในส่วนลึกที่สุดของหุบเขากระดูกั ณ "ห้องลับัหลับ" บรรยากาศบิดเบี้ยวจนมองเห็นเป็เกลียวคลื่นความร้อนสีเื สระโลหิตัที่เยี่ยฉินนั่งขัดสมาธิอยู่นั้นไม่ได้เดือดพล่านด้วยความร้อนเพียงอย่างเดียว แต่มันเดือดด้วย "เจตจำนงของาาอสูร" ที่พยายามจะปฏิเสธการหลอมรวมกับมนุษย์
เยี่ยฉินหลับตาแน่น ิัทั่้วร่างปริแตกและสมานตัวใหม่นับพันครั้งในหนึ่งลมหายใจ เกล็ดสีดำขลับที่แซมด้วยประกายทองเริ่มปกคลุมตามลำคอ แผ่นหลัง และแขนทั้งสองข้างของเขา พลังจาก "แก่นแท้โลหิตั" พุ่งทะลวงเข้าสู่กระดูกสันหลัง เปลี่ยนให้กระดูกมนุษย์กลายเป็กระดูกัที่แข็งแกร่งกว่าเหล็กกล้านับหมื่นเท่า
‘เ็ปรึ? ความเ็ปแค่นี้เทียบไม่ได้กับความแค้นที่ข้าแบกรับมาห้าร้อยปี!’ เยี่ยฉินคำรามในใจ ดวงตาที่หลับอยู่ทอแสงสีทองเจิดจ้าลอดผ่านเปลือกตาออกมา
ที่หน้าปากถ้ำ มู่หย่งยืนตระหง่านราวกับรูปปั้นหิน เด็กชายััได้ถึงแรงสั่นะเืมหาศาลที่แผ่ออกมาจากภายในถ้ำ ซึ่งทำให้สัตว์อสูรในรัศมีร้อยลี้ต่างพากันหมอบกราบด้วยความหวาดกลัว ทว่า ท่ามกลางความเงียบสงัดนั้น มู่หย่งกลับััได้ถึงกลิ่นอายที่แปลกปลอม
"นายน้อยสั่งไว้... ใครที่ย่างกรายเข้ามา... ฆ่าให้หมด" มู่หย่งพึมพำ น้ำเสียงของเด็กชายบัดนี้แหบพร่าและเ็าดุจน้ำแข็ง
ทันใดนั้น ร่างเงาสามร่างพุ่งทะยานผ่านม่านหมอกสีเืมาหยุดอยู่ที่หน้าถ้ำ พวกเขาคือ "สามมือสังหารทมิฬ" นักล่าค่าหัวระดับ ราชันย์ปฐี ขั้นที่ 5 ที่ถูกจ้างวานโดยตระกูลลับที่้าชิงสมบัติในหุบเขา
"หึ... มีเพียงเด็กน้อยเฝ้าประตูรึ?" หนึ่งในสามมือสังหารแค่นเสียงหัวเราะ "หลีกไปซะไอ้หนู ถ้าไม่อยากให้ข้าควักไส้เ้าออกมาเล่น!"
มู่หย่งไม่พูดอะไร เขาเพียงแค่ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ
"เนตริญญาสยบมาร เขตแดนสูญสิ้น!"
ดวงตาสีม่วงดำของมู่หย่งขยายวงกว้างจนดูเหมือนหลุมดำขนาดย่อม พริบตานั้น นักล่าทั้งสามรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลง พวกเขาเห็นภาพหลอนของความตายที่โเี้ที่สุด ร่างกายของพวกเขาสั่นสะท้านและแข็งค้างอยู่กับที่ มู่หย่งพุ่งตัวออกไปราวกับสายฟ้า ดาบสั้นอาบพิษในมือตวัดผ่านลำคอของทั้งสามคนในคราวเดียว
ฉับ!
ศีรษะสามศีรษะหลุดลอยกระเด็นไปตามพื้นหิน มู่หย่งสะบัดเืออกจากดาบด้วยแววตาที่ว่างเปล่า "นายน้อยกำลังยุ่ง... อย่ามาขัดจังหวะ"
ภายในถ้ำ เสียงเต้นของหัวใจเยี่ยฉินดังกังวานประหนึ่งเสียงกลองศึกที่สั่นะเืถึงก้นบึ้งของจิติญญา พลังงานสีเืทั้งหมดในสระถูกดูดซับเข้าสู่จุดตันเถียนของเขาจนแห้งขอด ร่างของเยี่ยฉินลอยเด่นอยู่กลางอากาศ รอบกายมีเงาร่างัทมิฬขนาดมหึมาขดตัวปกป้องไว้
ตูมมมมมม!
แรงะเิของปราณมหาศาลทำให้ยอดเขากระดูกัถล่มลงมาครึ่งซีก แสงสีดำและทองพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าแหวกม่านเมฆาออกเป็วงกว้าง รัศมีแห่งอำนาจกระจายไปทั่วทวีปจนยอดฝีมือระดับสูงต่างพากันสะดุ้งสุดตัว
เยี่ยฉินลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาบัดนี้เป็รูปลูกแก้วัสีทองอำพันที่แฝงด้วยความเยือกเย็นของกาลเวลา
"ราชันย์ปฐี ขั้นที่ 8... บรรลุ!"
"กายาันิรันดร์... ขั้นเริ่มต้นสำเร็จ!"
เขาััได้ว่าพละกำลังทางกายภาพของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เพียงแค่กำหมัด เขาก็สามารถบดขยี้หินิญญาให้กลายเป็ผุยผงได้ และที่สำคัญที่สุด พลังของ ภูตแกนกลางกาลเวลา ของเขาบัดนี้สามารถหยุดเวลาในรัศมีหนึ่งร้อยก้าวได้นานถึงห้าอึดใจ—ซึ่งนั่นก็เพียงพอที่จะสังหารราชันย์นภาได้นับสิบคน
ในขณะเดียวกัน ที่นครหลวงเทียนเทียน หุ่นเชิด "เทียนกง" เดินก้าวเข้าไปในวิหารเทพด้วยท่วงท่าที่สมบูรณ์แบบ แววตาของมันดูเศร้าโศกและเหนื่อยล้าอย่างแเี มันคุกเข่าต่อหน้ามหาปุโรหิตที่นั่งอยู่บนบัลลังก์แสง
"ท่านมหาปุโรหิต... ข้าล้มเหลว..." เทียนกงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "เยี่ยฉินมันเป็ปีศาจ... มันะเิตัวเองไปพร้อมกับกระบี่อนธการนิรันดร์เพื่อไม่ให้เราได้... ศิษย์ทุกคนตายหมด มีเพียงข้าที่รอดมาแจ้งข่าว"
มหาปุโรหิตหรี่ตาลง จ้องมองเข้าไปในดวงตาของเทียนกงเพื่อค้นหาความผิดปกติ แต่ด้วยพลังของ ภูตแกนกลางความทรงจำ ที่เยี่ยฉินปลูกไว้ มันล้ำลึกเกินกว่าที่มหาปุโรหิตจะตรวจพบ
"ตายแล้วรึ? น่าเสียดายกระบี่เล่มนั้นนัก" มหาปุโรหิตถอนหายใจ "แต่ถ้ามันตายจริง ข่าวนี้ก็ควรจะแจ้งให้ทุกสำนักทราบ เพื่อให้โลกกลับสู่ความสงบ... และเพื่อให้เราเริ่มแผนการ 'รวบรวมมรดกที่เหลือ' ได้โดยไม่มีใครขวางทาง"
เยี่ยฉินเดินออกมาจากซากถ้ำที่พังทลาย เขาเห็นมู่หย่งยืนรออยู่ท่ามกลางกองศพของนักล่าค่าหัว เขาพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
"มู่หย่ง... การเลื่อนระดับครั้งนี้ทำให้ข้าััได้ถึงบางอย่างที่ขาดหายไป" เยี่ยฉินมองไปทางทิศตะวันตก "ในชาติก่อน ข้าเคยทิ้ง 'ดวงตาแห่งสัจจะ' ไว้ที่ โรงเรียนยุทธ์มรณะ (Asura Academy) ซึ่งตอนนี้มันกลายเป็สถานที่ฝึกฝนของพวกอัจฉริยะวิหารเทพ"
"เราจะไปปล้นมันมาหรือขอรับนายน้อย?" มู่หย่งถาม
"ไม่ใช่แค่ปล้น..." เยี่ยฉินยกยิ้มที่มุมปาก "ข้าจะเข้าไปในฐานะ 'นักเรียนใหม่' เพื่อไปรอดูดวงตาของพวกมันที่เต็มไปด้วยความหวัง... แล้วค่อยๆ บดขยี้มันให้กลายเป็ความสิ้นหวังจากภายใน"
เขาสะบัดมือเรียกกระบี่อนธการนิรันดร์ออกมา ใบดาบสีดำตอนนี้มีลวดลายเกล็ดัสีทองพาดผ่านดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้น
"ไปกันเถอะ... ถึงเวลาที่จอมมารจะไปสั่งสอนพวกเด็กน้อยที่คิดว่าตนเองเป็อัจฉริยะแล้ว"
การซ่อนัไว้ในคราบงูคือกลยุทธ์สูงสุด
เยี่ยฉินและมู่หย่งทะยานตัวออกไปจากหุบเขา ทิ้งไว้เพียงตำนานของความพ่ายแพ้ของวิหารเทพที่กำลังจะถูกกลบฝังด้วยคำลวง จอมมารในร่างใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าเดิมกำลังจะมุ่งหน้าสู่ใจกลางรังของศัตรู เพื่อเริ่มการทำลายล้างที่แยบยลที่สุดเท่าที่ประวัติศาสตร์เคยจารึก
เมื่อความแข็งแกร่งถึงขีดสุด การใช้กำลังไม่ใช่คำตอบเพียงอย่างเดียว แต่การใช้ 'ความลับ' และ 'การพรางตัว' จะนำไปสู่ชัยชนะที่เบ็ดเสร็จและงดงามที่สุด กรงเล็บัได้ซ่อนอยู่ภายใต้อาภรณ์ของนักเดินทางธรรมดา และก้าวต่อไปของเยี่ยฉิน จะทำให้สำนักยุทธ์ที่
ยิ่งใหญ่ที่สุดต้องสั่นะเืจนถึงรากฐาน