“และที่สำคัญคือเจ้าเหยี่ยวหัวโล้นนี้ถึงจะดูเหมือนไม่ใช่แต่เป็นปรมาจารย์วิญญาณระดับกลางอย่างแท้จริงการที่ปรมาจารย์วิญญาณจะลงมือกับนักยุทธ์คนหนึ่งนั้นไม่ใช่แนวทางของผู้บำเพ็ญเพียรข้าคิดว่าเจ้าเหยี่ยวหัวโล้นนี่คงไม่ทำกล้าทำเรื่องต่ำช้าเช่นนั้นต่อหน้าผู้คนมากมายเป็นแน่!”คำพูดที่ร้ายกาจของจ้าวเหวินจัวทำให้ผู้คนในตระกูลหลิ่วคลั่งแค้นจนแทบอยากจัดการปิดปากใหญ่ๆ ของเขาเสีย!
แต่คำพูดต่อมาของจ้าวเหวินจัวกลับดึงดูดความสนใจของทุกคนในตระกูลหลิ่วไปที่เซียวหลิงอวิ๋นกันหมด“พวกเจ้าไม่ได้ตามหาฆาตกรตัวจริงกันอยู่หรอกหรือ? เขาออกมาแล้วนั่นไงไฉนพวกเจ้าถึงยังมามัวยืนเซ่อกันอยู่ล่ะ!”
ฆาตกรตัวจริง? เจ้าเด็กนี่น่ะหรือ? เด็กคนนี้เนี่ยนะที่ฆ่าคนเป็นผักปลาบนภูเขา?
หลิ่วอิงขมวดคิ้วแล้วมองไปที่เซียวหลิงอวิ๋นกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “เจ้าเป็นลูกหลานของตระกูลใด? เรียกผู้ใหญ่ของเจ้าออกมา!”
เซียวหลิงอวิ๋นเผยรอยยิ้มหนาวเหน็บเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาไม่แพ้กัน “พวกเจ้าแย่งชิงภูเขาวิญญาณของตระกูลเซียวข้าไปไฉนตอนนี้ถึงย้อนถามว่าข้าเป็นลูกหลานของตระกูลใดอีก? ที่จริงก็น่าแปลกเหมือนกันที่พวกเจ้ากล้ากระทำการเยี่ยงโจรได้ถึงเพียงนี้!”
“เด็กน้อยตระกูลเซียว!”ดวงตาของหลิ่วอิงที่คมเหมือนเหยี่ยวจับจ้องไปที่เซียวหลิงอวิ๋นอีกครั้ง “เยี่ยมเยี่ยมมากเซียวว่านจุน ตัวเขาอยู่กับพวกเราที่เมืองอวิ๋นเซียวแต่แอบลักลอบส่งยอดฝีมือมาโจมตีภูเขาจิงหั่วหลิงซานแห่งนี้ ดีมาก ดีจริงๆขิงแก่ย่อมเผ็ดร้อนกว่า หลิ่วอิงผู้นี้ขอยอมรับ เอาล่ะ เจ้าเด็กน้อยตระกูลเซียวเจ้าเรียกยอดฝีมือของตระกูลเซียวออกมาให้หมดเถอะแล้วพวกเรามาใช้กำลังทั้งหมดเพื่อตัดสินชะตากรรมของภูเขาจิงหั่วหลิงซานแห่งนี้ให้รู้กันเสียวันนี้เลย!”
หลิ่วอิงไม่เชื่อว่าแค่เซียวหลิงอวิ๋นกับชายร่างใหญ่คนก่อนหน้าจะสามารถเอาชนะยอดฝีมือจากทั้งหกตระกูลรวมถึงเจิ้งอวิ๋นเผิงกับหลิ่วหมิงได้!
เจิ้งอวิ๋นเผิงและเจี่ยงอิงจากจวนเจิ้งอ๋องนั้นไม่ใช่คนธรรมดาหากปราศจากซึ่งความแข็งแกร่งที่เหนือกว่าอย่างแท้จริงพวกเขาก็คงไม่แยกทางจากตระกูลหลิ่วและไปเข้าร่วมกับตระกูลอื่นแน่มีเพียงความเป็นไปได้เดียว นั่นคือตัวช่วยที่ตระกูลเซียวเชิญมานั้นต้องไม่ใช่ผู้ที่เจิ้งอวิ๋นเผิงสามารถเทียบเคียงได้แน่!
ด้วยอำนาจและภูมิหลังของตระกูลเซียวตัวช่วยที่แข็งแกร่งที่สุดที่พวกเขาสามารถเชิญมาได้ก็คือปรมาจารย์วิญญาณ!และไม่น่าใช่คนของสำนักด้วย
หากไม่ใช่ปรมาจารย์วิญญาณที่มาจากสำนักแล้วต่อให้อีกฝ่ายเป็นถึงปรมาจารย์วิญญาณระดับสูงหลิ่วอิงก็มั่นใจว่าตนสามารถต่อสู้กับอีกฝ่ายได้แน่!
ปรมาจารย์วิญญาณระดับสูงเกินเก้าในสิบเป็นคนของสำนักส่วนน้อยนั้นก็มักเป็นคนที่เคยอยู่ในสำนัก หรือไม่ก็เป็นผู้นำตระกูลใหญ่ๆของแคว้นต่างๆ ในอาณาจักรซินโยวแห่งนี้ซึ่งบุคคลในระดับนั้นตระกูลเซียวจะเชิญมาได้อย่างไร!
เหยี่ยวหัวโล้นคนนั้นคงจะคิดจริงๆสินะว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเหล่านี้เป็นแผนการของท่านปู่!
“ไม่ต้องให้พวกผู้ใหญ่ของตระกูลข้าเป็นคนลงมือหรอกข้าคนนี้จะเป็นคนสะสางหนี้แค้นกับพวกเจ้าแทนพวกเขาเอง!”
“เจ้าจะจัดการเองอย่างนั้นหรือ? คนอย่างเจ้าจะเป็นตัวแทนของตระกูลเซียว? หรือว่าเจ้าก็เป็นตัวแทนในกองหนุนที่ตระกูลเซียวของเจ้าเชิญมาด้วยเช่นกัน?”หลิ่วอิงพูดด้วยความดูถูกและเหยียดหยาม
เป็นแค่เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมไม่มียอดฝีมือคอยหนุนหลังอยู่เช่นนี้ กลับกล้าทำอวดดีต่อหน้าข้า? หากไม่ใช่เพราะน้องชายแท้ๆ ของข้าตกอยู่ในเงื้อมมือเจ้าแล้วข้าจะตบหัวเจ้าให้ตายคามือเลย!
“เจ้าเหยี่ยวหัวโล้นเจ้าไม่เชื่ออย่างนั้นหรือ สิ่งที่เขาพูดล้วนเป็นความจริงข้าในฐานะที่เป็นผู้อาวุโส ขอยืนยันว่าความแค้นระหว่างตระกูลเซียวกับพวกเจ้าเขาสามารถจัดการด้วยตัวคนเดียวจริงๆ! และจะขอบอกความจริงอะไรสักอย่างแก่พวกเจ้าข้าและผู้อาวุโสชิวได้รับคำสั่งจากผู้อาวุโสสูงสุดทั้งสองของสำนักหลักให้เดินทางมาพร้อมกับนายน้อยเซียวหลิงอวิ๋นเพื่อจัดการสะสางเรื่องภูเขาจิงหั่วหลิงซานแห่งนี้โดยเฉพาะ!”เสียงของจ้าวเหวินจัวดังขึ้น!
“ฮ่าๆๆ!สิ่งที่ผู้อาวุโสจ้าวพูดนั้นเป็นความจริง ข้าชิวเทียนฉี่สามารถเป็นพยานให้ได้!”ชิวเทียนฉี่หัวเราะเสียงดัง “หลิ่วอิง เจ้าอย่าได้แม้แต่คิดจะลงมือเด็ดขาดหากเจ้าทำร้ายคุณชายน้อยผู้นี้แม้เพียงปลายเส้นผม ข้าชิวเทียนฉี่ขอรับประกันว่าต่อให้คนในตระกูลหลิ่วโหวของเจ้าทุกคนชดใช้ก็ยังไม่สาสม!”สายตาของชิวเทียนฉี่จับจ้องไปที่นักยุทธ์ทั้งแปดของตระกูลหลิ่วด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป“แต่แน่นอน คนในตระกูลหลิ่วสองคนนั้นถือเป็นข้อยกเว้นการที่คุณชายน้อยตระกูลเซียวจะยอมคืนตัวคนให้พวกเจ้าหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับเขาแล้ว!”
สิ้นคำพูดของชิวเทียนฉี่เหล่าหกตระกูลใหญ่ต่างก็พากันเปลี่ยนสีหน้า!
ชิวเทียนฉี่จ้าวพยัคฆ์จากตระกูลชิวอ๋อง พวกเขาได้ยินมาว่าได้ไปเข้าร่วมกับสำนักวิญญาณเมฆาแล้วไม่คิดว่าจะได้มาพบกันที่นี่!
“ชิวเทียนฉี่เจ้าคือบุตรชายของพี่ชิวใช่หรือไม่?” เจิ้งอวิ๋นหลงถามด้วยความประหลาดใจ
“ผู้อาวุโสรองแห่งตระกูลเจิ้งเห็นข้ากับเจ้าเจ็ดเป็นสหายพี่น้องแต่เจ้าถึงกับเรียกข้าโดยไม่มีคำว่าผู้อาวุโสนำหน้าเลยอย่างนั้นหรือ!”ชิวเทียนฉี่ไม่พอใจเล็กน้อย แต่ก็ช่วยไม่ได้เพราะพ่อของเขาและเจิ้งอวิ๋นหลงนับถือเป็นพี่น้องกันตัวเขาและเจิ้งอวิ๋นเผิงก็เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก นับเป็นสหายกันถ้าไม่เกิดเรื่องนั้นขึ้นเสียก่อนทั้งสองตระกูลอาจจะกลายเป็นครอบครัวเดียวกันไปแล้ว!
หลังจากยืนยันตัวตนแล้วเจิ้งอวิ๋นหลงก็ไม่ได้โกรธเพราะคำพูดของชิวเทียนฉี่ แต่กลับหัวเราะเสียงดัง “ฮ่าๆๆ!เจ้าเสือน้อย เจ้ากับข้าต่างก็สนิทกันมานานใครใช้ให้เจ้าไม่ยอมเรียกข้าว่าพี่รองเจิ้งตอนที่เจ้ายังเด็กๆ กันล่ะ!”
คนในตระกูลหลิ่วพากันหน้าซีดเมื่อเห็นคนในตระกูลเจิ้งอ๋องกับชิวอ๋องพูดคุยกันอย่างเป็นกันเองเช่นนี้!
เมื่อทุกคนตั้งสติได้จากเรื่องของชิวเทียนฉี่ก็หันไปมองเซียวหลิงอวิ๋นอีกครั้งด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปจากเดิม!
เด็กน้อยตระกูลเซียวต้องเก่งกาจสักเพียงใดถึงมีผู้อาวุโสสองท่านจากสำนักวิญญาณเมฆาร่วมเดินทางกลับบ้านมาด้วย?
สำนักวิญญาณเมฆาเป็นสำนักสาขาของสำนักดาบวิญญาณเมฆาอีกทีหนึ่งหรือว่าจะเป็นเซียวหลิงอวิ๋นจากตระกูลเซียวอย่างนั้นหรือ?
แต่คนผู้นั้นไม่ใช่ว่าเป็น‘ไอ้ขยะชั้นสองชั้นสาม’ ที่เพิ่งถูกตระกูลว่านถอนหมั้นหรอกหรือ?
ขยะพรรค์นั้นจะเชิญผู้อาวุโสของสำนักให้ติดตามมาถึงสองคนได้อย่างไร!
ไม่ใช่แค่นั้นหากดูจากความโหดเหี้ยมของเจ้าเด็กนี่ที่สามารถตัดเนื้อเฉือนหนังได้โดยไม่กะพริบตาแล้วย่อมไม่ใช่สิ่งที่คนซึ่งมีสมญาว่าไอ้ขยะจะสามารถทำได้
ด้วยอายุเพียงเท่านี้แต่กลับโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้ถ้าหากเรียกคนที่สามารถเผชิญหน้ากับตระกูลหลิ่วและหลิ่วอิงได้โดยไม่กลัวเป็นแค่ไอ้ขยะแล้วคนธรรมดาสามัญจำนวนมากในโลกนี้ก็คงจะแย่ยิ่งกว่าไอ้ขยะอีกกระมัง!
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
หรือว่าข่าวที่ได้รับมามีความผิดพลาด?
หรือไม่คนนี้อาจจะไม่ใช่ไอ้ขยะคนนั้นแต่เป็นคนอื่นมาแอบอ้างตัวตน?
“เจ้าคือเซียวหลิงอวิ๋นจากตระกูลเซียวเข้าศึกษาที่สำนักวิญญาณเมฆา ใช่หรือไม่?” หลิ่วอิงไม่สนใจคำขู่ของชิวเทียนฉี่จ้องมองไปที่เซียวหลิงอวิ๋นอย่างเย็นยะเยือกราวกับใบมีด!
“ใช่แล้ว!”เซียวหลิงอวิ๋นตอบกลับโดยไม่ลังเลแต่อย่างใด “และข้าจะขอสะสางเรื่องนี้กับตระกูลหลิ่วของเจ้าก่อน!”
“ได้ว่ามา!” หลังจากได้รับการยืนยันแล้ว หลิ่วอิงก็พูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น!
“ประการแรกตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปทุกคนในตระกูลหลิ่วของพวกเจ้าจะต้องถอนตัวออกจากมณฑลเชียนเจ๋อของตระกูลเซียวเราและนับจากนี้ไป หากไม่ได้รับอนุญาตจากตระกูลเซียวห้ามเข้ามาในเขตมณฑลเชียนเจ๋ออีกแม้แต่ครึ่งก้าวตลอดชีวิต!”
“ประการที่สองตระกูลหลิ่วของพวกเจ้าจะต้องชดใช้ให้กับตระกูลเซียวของเราเป็นจำนวนเงินหนึ่งแสนเหรียญทองซึ่งถือเป็นการชดใช้สำหรับการรุกล้ำและสังหารนักยุทธ์ของตระกูลเซียวเราในครั้งนี้!”เงื่อนไขที่สองทำให้เหล่านักยุทธ์ทั้งแปดคนของตระกูลหลิ่วถึงกับตะโกนก่นด่าออกมาพร้อมกันทันที!
“เงียบ!”หลิ่วอิงตะโกนเสียงดังเพื่อหยุดเสียงก่นด่าของนักยุทธ์ทั้งแปดของตระกูลหลิ่วจากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง “มีเพียงแค่สองข้อนี้เท่านั้นหรือ?”
“ประการที่สามพ่อของข้า เซียวเซิ่งหู่ ถูกคนของตระกูลหลิ่วทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสข้าต้องการมือข้างหนึ่งของคนร้ายที่เป็นผู้กระทำด้วย!”เซียวหลิงอวิ๋นมองไปที่หลิ่วอิงอย่างใจเย็นและพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“เจ้าเด็กน้อยมันจะมากเกินไปแล้วนะ!”เหล่านักยุทธ์ทั้งแปดของตระกูลหลิ่วที่อยู่ด้านหลังเริ่มหมดความอดทนและโวยวายขึ้นมาอีกครั้ง!
“หัวหน้าฆ่าไอ้เด็กเวรของตระกูลเซียวนี่เถอะ!”
คนที่ทำร้ายเซียวเซิ่งหู่นั้นไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นหลิ่วอิง ซึ่งตรงจุดนี้เซียวหลิงอวิ๋นรู้ดี ผู้คนในตระกูลหลิ่วก็ยิ่งรู้ดี!คำพูดของเซียวหลิงอวิ๋นนั้นชัดเจนมากว่าต้องการให้หลิ่วอิงตัดมือของตัวเองออกเงื่อนไขที่น่าอับอายและดูถูกเช่นนี้ จะไม่ทำให้เหล่านักยุทธ์ทั้งแปดของตระกูลหลิ่วโมโหได้อย่างไร!
หากไม่คำนึงถึงความจริงที่ว่าตระกูลหลิ่วยังมีตัวประกันที่สำคัญอีกสองคนอยู่ในมือของอีกฝ่ายเหล่าคนดุร้ายเหล่านี้คงไม่รอขออนุญาตจากหลิ่วอิงแล้วบุกกรูเข้าทำร้ายไปนานแล้วใช้ดาบแทงเด็กหนุ่มตระกูลเซียวที่ชั่วร้ายคนนี้จนตาย!
“หุบปากข้ายังไม่ตายสักหน่อย พวกเจ้าทุกคนจะมามัวเอะอะโวยวายทำให้ตัวเองกลายเป็นตัวตลกกันอยู่ได้ เงียบปากเสีย หากยังมีใครโวยวายขึ้นมาอีกไม่ต้องให้คนอื่นลงมือหรอก ข้านี่แหละ จะฆ่าพวกเจ้าด้วยดาบของข้าเองก่อนเลย!”หลิ่วอิงหันหน้ากลับมาทันที ตะคอกเสียงดังดวงตาเหยี่ยวของเขาจ้องมองไปที่ทั้งแปดคนอย่างเหี้ยมโหด
ยามที่หลิ่วอิงโกรธโดยเฉพาะอย่างยิ่งยามที่ต้องประสานสบกับสายตาอันโหดเหี้ยมของเขาแล้วเหล่านักยุทธ์ทั้งแปดของตระกูลหลิ่วก็พากันเงียบกริบในทันที!
“มีเพียงสามเงื่อนไขนี้เท่านั้นใช่หรือไม่?!” หลิ่วอิงหันกลับมาอีกครั้งและมองไปที่เซียวหลิงอวิ๋น!
“ใช่!”
“หากตกลงตามเงื่อนไขทั้งสามนี้เจ้าจะปล่อยตัวพวกเขาทั้งสองคน ใช่หรือไม่?”
“ถูกต้องตามนั้นสองเงื่อนไขแรกสามารถดำเนินการในภายหลังได้ขอเพียงตระกูลหลิ่วของพวกท่านยอมมอบมือข้างหนึ่งของคนร้ายคนนั้นให้กับข้าข้าก็จะปล่อยตัวทั้งสองคนนี้ทันที!”มุมปากของเซียวหลิงอวิ๋นยกขึ้นเป็นรอยยิ้มประชดประชันพลางจ้องมองไปที่อีกฝ่ายเขาอยากเห็นนักว่าคนที่ป่าเถื่อนอย่างเขาจะสามารถตัดข้อมือตัวเองเพื่อช่วยน้องชายได้หรือไม่?
บางทีอาจเป็นเพราะรู้สึกได้ถึงรอยยิ้มประชดประชันที่มุมปากของเซียวหลิงอวิ๋นหรืออาจจะเข้าใจถึงความคิดที่แท้จริงของเซียวหลิงอวิ๋นก็เป็นได้!
แล้วหลิ่วอิงลงมือทันที!
เสียง“ฉึ่ก” ดังขึ้นพร้อมกับแสงดาบวูบวาบ มือข้างที่ขาดกระเด็นลอยขึ้นไปในอากาศและพุ่งตรงไปที่เซียวหลิงอวิ๋น!
ทุกคนต่างก็อ้ำอึ้งจนต้องเงียบไปไม่มีใครคาดคิดว่าหลิ่วอิงจะไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยคำพูดของเซียวหลิงอวิ๋นเพิ่งจะจบลงได้ไม่ทันไร เขาก็ใช้ดาบตัดมือซ้ายของตัวเองออกราวกับว่าไม่ใช่มือของตนเองแต่เป็นการตัดกิ่งไม้แห้งที่งอกเงยออกมาบนร่างกายทิ้งไปเท่านั้น แม้แต่คิ้วยังไม่ทันขมวดเข้าหากันเลย!
“ท่านสาม!”
“ท่านหัวหน้า!”เหล่านักยุทธ์ทั้งแปดคนที่อยู่ด้านหลังต่างก็ดวงตาที่แดงก่ำ!
สีหน้าของเจิ้งอวิ๋นหลงและผู้นำตระกูลคนอื่นๆก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปเช่นกันพวกเขารู้มานานแล้วว่าหลิ่วอิงเป็นคนที่โหดเหี้ยมและโหดร้ายต่อศัตรูมากแต่ไม่คิดว่าคนนี้จะโหดเหี้ยมกับตัวเองเช่นเดียวกัน!
เขาทำจริงๆด้วย กล้าตัดมือซ้ายของตัวเองออกต่อหน้าทุกคนเลยอย่างนั้นหรือ!
ม่านตาของเซียวหลิงอวิ๋นเองก็หดตัวลงด้วยเช่นกันคนอย่างเขาช่างเป็นคนที่เหี้ยมโหดอย่างแท้จริง!
ก่อนหน้านี้พูดได้ว่าเซียวหลิงอวิ๋นไม่เคยรู้สึกสนใจคนในตระกูลใหญ่ของทางโลกมาก่อนแต่ในเวลานี้ตัวเขาต้องปรับทัศนคติของตัวเองเสียใหม่ และให้ความสนใจกับตระกูลหลิ่วโดยเฉพาะหลิ่วอิงให้มากขึ้น!
ยอดเยี่ยมยิ่งนักทั้งเด็ดขาดและโหดเหี้ยมในเวลาเดียวกัน ทั้งยังมีผู้ติดตามที่ซื่อสัตย์อีกด้วยตัวเขาไม่เพียงแต่จะช่วยชีวิตตัวประกันทั้งสองคนของตระกูลหลิ่วได้สำเร็จเท่านั้นยังกระตุ้นให้เหล่านักยุทธ์ทั้งแปดคนที่เหลือของตระกูลหลิ่วบังเกิดความคลั่งแค้นอีกด้วย!
เซียวหลิงอวิ๋นมั่นใจมากว่าเมื่อตัวประกันทั้งสองของตระกูลหลิ่วได้รับการปล่อยตัวกลับไปหาหลิ่วอิงเหล่านักยุทธ์ทั้งแปดของตระกูลหลิ่วที่ถูกกระตุ้นด้วยความโกรธแค้นจะต้องเข้ามาโจมตีเขาอย่างเต็มกำลังแน่นอน!
แต่ไม่เป็นไรอาการบาดเจ็บของเขาเกือบจะหายสนิทแล้วถ้าเหล่านักยุทธ์ทั้งแปดของตระกูลหลิ่วถูกกระตุ้นจนเกิดความแค้นได้สำเร็จแล้วไม่รีบกำจัดพวกเขาเสียก่อน หากปล่อยให้พวกเขารอดกลับไปพวกเขาก็จะพัฒนาศักยภาพขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องสงสัย อาจจะมีบางคนที่สามารถบรรลุและเปิดเส้นลมปราณกลายเป็นผู้ใช้พลังวิญญาณเลยก็เป็นได้ และจะเป็นอันตรายต่อตระกูลเซียวในอนาคต!
ฉะนั้นบุกเข้ามาเลยก็ดีข้าจะได้ฆ่าพวกเจ้าทิ้งทีละคนที่นี่เสียและจะเปลี่ยนความต้องการที่จะล้างแค้นของพวกเจ้าให้กลายเป็นความสิ้นหวังให้ดู!
แสงดาบวาววับอย่างต่อเนื่องฉัวะๆๆ ตัดมือข้างที่ขาดของหลิ่วอิงจนแหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย!
สำหรับ‘ยอดฝีมือในยุทธภพ’ อย่างหลิ่วอิงที่ทั้งเด็ดขาดและโหดเหี้ยมเซียวหลิงอวิ๋นไม่ต้องการให้มือที่ขาดจากกันโดยสมบูรณ์นี้หลงเหลือสภาพเดิมให้เขานำไปต่อกลับคืนหรือรักษาโดยเด็ดขาดต้องทำให้มือนี้หายไปโดยสมบูรณ์ แม้ว่าหลิ่วอิงจะเป็นผู้ใช้วิญญาณระดับกลาง แต่ถ้าหากต้องการรักษาให้หายโดยสมบูรณ์แล้วอาจต้องใช้เวลามากกว่าสองเดือน!
“นับถือนับถือ ตัวแทนจากตระกูลหลิ่วโหวใจกล้ามากจริงๆเชลยทั้งสองนี้ขอคืนให้กับตระกูลหลิ่วของเจ้า!” เซียวหลิงอวิ๋นพูดเสียงดังฟันตัดเชือกที่รัดตัวของพวกหลิ่วหมิงออก
ปล่อยให้ทั้งสองคนช่วยประคับประคองกันเดินโซซัดโซเซไปหาฝ่ายตรงข้าม!