บทที่ 13 เรามาทำข้อตกลงกันดีกว่า
"ถ่ายอะไรอยู่เหรอคะ?"
เยี่ยชิงหวนปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าอย่างกะทันหัน ทำเอานักข่าวหนุ่มใจนเสียหลักล้มลงไปนั่งกับพื้น ก่อนจะพูดตะกุกตะกักว่า "ผมไม่ได้ถ่ายอะไร..."
"ไม่ได้ถ่ายอะไรงั้นเหรอ งั้นให้ฉันดูหน่อยสิ" เยี่ยชิงหวนยื่นมือออกไป
นักข่าวหนุ่มเผลอซ่อนกล้อง DSLR ไว้ข้างหลังโดยไม่รู้ตัว เขามองเยี่ยชิงหวนแวบหนึ่งก่อนจะคลานหนีไป
"ถ่ายคุณหนูรองของตระกูลเส้าอยู่ใช่ไหม?" เยี่ยชิงหวนมีสายตาคมกริบและมือไวพอที่จะคว้าสายกล้องของนักข่าวหนุ่มเอาไว้ได้ เธอกระซิบเสียงแ่ว่า "อย่าหนีเลย ไม่งั้นฉันจะเรียกตำรวจมานะ"
"ผมไม่หนีแล้ว! ไม่หนีแล้ว! ผมจะลบรูปทิ้งไปเลย โอเคไหม" นักข่าวหนุ่มร้องไห้จนตาบวม
การไปขัดแย้งกับตระกูลเส้าจะมีผลเสียอย่างไร นักข่าวหนุ่มก็พอจะเข้าใจอยู่
แต่เยี่ยชิงหวนกลับหัวเราะออกมา สีหน้าของเธอคาดเดาได้ยาก
"ไม่ต้องลบหรอก คุณคิดว่าการแอบถ่ายคุณหนูรองของตระกูลเส้าตอนไปช็อปปิงมันมีประโยชน์ตรงไหน แล้วจะขึ้นหน้าหนึ่งได้ยังไง คุณไม่ได้อยากตีแผ่เื่ราวของเธอหรอกเหรอ คุณมาลองทำข้อตกลงกับฉันดีไหม"
"..."
ในตอนกลางคืน
ปักกิ่งถูกย้อมไปด้วยแสงนีออนอันวิจิตรตระการตา
เมื่อเส้าอวิ่นเฉินกลับมาถึงบ้านในตอนกลางคืน เยี่ยชิงหวนก็ทานอาหารเย็นเสร็จแล้ว เธอกำลังฮัมเพลงอยู่ในห้องพลางจัดแต่งชุดราตรีและเครื่องประดับของตัวเอง การใช้เงินของคนอื่นนั้นช่างสนุกเสียจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้เงินของคนที่เคยเกลียดชังเรา มันช่างสนุกเหลือเกิน
วันนี้ตอนที่เธอคืนบัตรให้หลี่เหมยลี่ และพบว่าอีกฝ่ายแสดงสีหน้าเ็ปก็รู้สึกสนุกอย่างน่าเหลือเชื่อ
“วันนี้คุณไม่อยู่บ้านทั้งวัน ไปไหนมาเหรอ?"
เมื่อเห็นเส้าอวิ่นเฉินกลับมา เยี่ยชิงหวนก็ถามขึ้นมาประโยคหนึ่ง
แต่เส้าอวิ่นเฉินกลับปรายตามองเธออย่างเ็า "เื่ที่ไม่ควรถาม ก็อย่าถาม"
เยี่ยชิงหวนขมวดคิ้วแน่น อุตส่าห์อารมณ์ดีมากทั้งวัน กลับมาถูกคำของชายหนุ่มทำให้หงุดหงิดไปหมด หากตามนิสัยเธอแต่ก่อน คงต้องทะเลาะกันไปข้างหนึ่งแน่ ๆ
เธอฝืนกลั้นอารมณ์เอาไว้ แล้วหยิบชุดสูทออกมาจากถุง "ฉันไม่ถามแล้วก็ได้ แต่ฉันจะบอกคุณว่าวันนี้ฉันไปทำอะไรมาก็แล้วกัน… ฉันไปซื้อชุดสูทให้คุณ คุณลองใส่ดูสิ"
"ฉันไม่เอา"
เส้าอวิ่นเฉินเอ่ยปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย แล้วก็เข็นรถเข็นไปที่ห้องน้ำ สายตาของเขาดูไม่เป็มิตรเอาเสียเลย
เห็นเขาเป็แบบนี้ เยี่ยชิงหวนก็โมโหขึ้นมา เธอยื่นมือไปจับรถเข็น บังคับให้เขาหยุด "ถึงไม่อยากได้ก็ต้องเอา!"
สายตาของเส้าอวิ่นเฉินจับจ้องลงบนมือของเธอ สักพักก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นพูดอย่างเฉยชา "เหตุผลล่ะ"
"เหตุผลน่ะเหรอ ฉันเป็ภรรยาของคุณ ฉันซื้อเสื้อผ้าให้คุณ เหมือนกับคำกล่าวที่ว่า ‘สามีภรรยาเป็นกในป่าเดียวกัน’"
พูดไปได้ครึ่งทาง เธอก็รู้สึกว่ามันไม่ค่อยถูกต้องเท่าไร ส่วนเส้าอวิ่นเฉินก็มองเธอด้วยสายตาดูประหลาดใจ
หญิงสาวจึงกระแอมเบา ๆ แล้วเปลี่ยนคำพูด "ยังไงเราก็เป็สามีภรรยากัน สามีภรรยาต้องเป็น้ำหนึ่งใจเดียวกันต่อหน้าคนอื่นสิ"
"เป็น้ำหนึ่งใจเดียวกันต่อหน้าคนอื่น?" เส้าอวิ่นเฉินมองเธอด้วยสายตาอันเต็มไปด้วยความสงสัย
"ฉันเลือกเสื้อผ้าให้คุณอย่างตั้งใจ เข้าชุดกับชุดราตรีของฉันเลยนะ ตอนไปงานแต่ง ใคร ๆ ก็จะได้เห็นว่าเรารักใคร่กลมเกลียวกันแค่ไหน อีกอย่าง… เื่ความหล่อสวยก็ต้องเอาชนะพวกเขาทั้งหมดด้วย ทำให้พวกเขาอิจฉาริษยา ลบล้างข่าวลือแย่ ๆ ทั้งหมด รวมถึงจิตอกุศลของคนพวกนั้น นี่ไม่ถือว่าเป็น้ำหนึ่งใจเดียวกันต่อหน้าคนอื่นหรือไง"
เยี่ยชิงหวนพูดประโยคนี้ด้วยความจริงใจเพียงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ และเสแสร้งอีกสามสิบเปอร์เซ็นต์
ความจริงใจเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์นั้นเป็เพราะเธอไม่ชอบที่แม่แท้ ๆ ของเส้าอวิ่นเฉิน ใช้วิธีต่ำช้าแบบนี้มาทดสอบเขา และ้าปกป้องเขา ส่วนที่เสแสร้งสามส่วนนั้นเป็เพราะเธอ้าให้เส้าอวิ่นเฉินร่วมมือกับเธอ เพื่อแสดงฉากรักใคร่ในวันแต่งงาน เพื่อให้ได้รับความเคารพจากคนในวงการของพวกเขา
ไม่รู้ว่าเส้าอวิ่นเฉินจะเชื่อคำพูดนี้มากแค่ไหน แต่เขาก็ยอมตกลงแต่โดยดี
"ตอนนี้ช่างมันก่อน เดี๋ยวค่อยลองดูทีหลัง"