เกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 77 โหดเหี้ยม

            จะว่าไปเรื่องทุกอย่างก็เป็นดังที่แม่เล้าคนนั้นคิดไว้ไม่มีผิด

            แม้สกุลหยวนจะโกรธแทบกระอักเลือดเพียงใด แต่พวกเขาก็ไม่กล้าทำอะไรหอเฟิ่งไหลอย่างมากก็เพียงโทษเรื่องที่หยวนหยางฮุยเสื่อมสมรรถภาพทางเพศใส่หัวแม่นางเฉินเซียงและบังคับหอเฟิ่งไหลให้แม่นางเฉินเซียงเก็บตัวเท่านั้น แต่สุดท้ายพวกเขาก็ต้องจ่ายเงินตามหน้าที่อยู่ดี

            เก็บตัวอันดับต้นที่ร่วงโรยจนใกล้จะตกยุคอยู่แล้วน่ะหรือ?

            แน่นอนว่าคุยง่าย ขอเพียงเงินถึงทุกอย่างย่อมไม่มีปัญหา

            สองพันตำลึงทองซื้อเด็กสาวคนใหม่ได้ตั้งหลายคนหากสอนดีๆ บางทีอาจจะปั้นเด็กสาวออกมาเอาการเอางาน สามารถตกคนโง่งมเช่นนี้เหมือนกับเฉินเซียงได้!

            หลังจากเหตุการณ์นี้ เยี่ยนเจาเจากับเจินเจินอ้ายอ้ายก็ติดต่อกันดังคาดนายหญิงใหญ่ยุ่งจนหัวหมุนเพราะเรื่องเหล่านี้ ตอนนี้จึงไม่มีเวลามาสนใจพวกนาง

            แต่อย่าบอกว่าเจินเจินกับอ้ายอ้ายจะกระโดดเข้า“อ้อมกอด” เยี่ยนเจาเจาอย่างไม่ลังเล เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้นายหญิงใหญ่ด้วย

            เป็นเรื่องเกี่ยวกับเงินสองพันตำลึงทองนั่น

            นั่นเงินสองพันตำลึงทองเชียวนะ!

            สำหรับคนตระหนี่อย่างนายหญิงใหญ่นี่ก็เหมือนเอาชีวิตครึ่งหนึ่งของนางไปเลย

            นายหญิงใหญ่มองนายหญิงรองผู้โง่เขลานั่นเป็นถุงเงินของตนเองอยู่แล้วจึงเกลี้ยกล่อมปากเปียกปากแฉะ พูดจนเรื่องราวไร้ยางอายพรรค์นั้นฟังดูดีและยังเหมารวมความรุ่งโรจน์ของบ้านใหญ่และบ้านรองเข้าด้วยกัน

            ซึ่งคำพูดเหล่านี้สามารถล้างสมองนายหญิงรองผู้ใสซื่อได้จริงๆทำให้นางเตรียมกลับไปรวบรวมสินเดิมที่เหลือเพียงน้อยนิดของตนอย่างเต็มใจ

            เรื่องนี้ลอยเข้าหูเจินเจินอ้ายอ้ายอีกครั้ง ทำให้เจินเจินอ้ายอ้ายรำคาญจนแทบจะไปถามนาง

            สินเดิมที่คงอยู่ของนายหญิงรองเดิมทีก็หายไปกว่าสองพันตำลึงทองแล้วนายหญิงใหญ่ยังจะบีบให้นายหญิงรองขายร้านค้าทั้งหมดที่เป็นสินเดิมของนางออกไปอีกหรือ?

            ช่างน่าขันที่สุดในโลกเสียจริง!

            เจินเจินอ้ายอ้ายกระวนกระวายใจจนต้องไปพบเยี่ยนเจาเจาถามนางว่ามีวิธีใดบ้าง

            พวกนางรู้ว่าตนมิอาจรุนแรงได้ แต่เจินเจินกับอ้ายอ้ายรู้สึกว่าตนเองพูดแนะนำไปหมดแล้วไม่รู้ท่านแม่เป็นอะไร ถึงได้เชื่อใจนายหญิงใหญ่ยิ่งนัก ราวกับโดนทำคุณไสยหรือวิชากู่ตู๋[1] ใส่จนพูดอะไรก็ไม่เข้าหัวสักอย่าง

            เจาเจากลับเข้าใจมากกว่าที่พวกนางคิด

            แม้เจาเจาจะรู้สึกว่ามันแปลกนายหญิงรองและนายหญิงใหญ่ไม่ใช่ญาติพี่น้องกัน เหตุใดนางจึงเชื่อฟังนายหญิงใหญ่ถึงเพียงนั้นหรือเป็นเพราะนายหญิงรองมีจุดอ่อนอยู่ในมือนายหญิงใหญ่?

            แต่ไม่ว่าเยี่ยนเจาเจาจะสงสัยสิ่งใดในใจนางกลับกล่าวเพียงสองคำต่อสภาพยากลำบากของเจินเจินและอ้ายอ้ายตอนนี้

            “สินเดิม”

            สินเดิม?

            นี่อาจเป็นสิ่งที่เยี่ยนเจาเจาต้องการให้พวกนางตระหนักได้ด้วยตนเอง

            ในที่สุดเจินเจินและอ้ายอ้ายก็เข้าใจความหมายของเยี่ยนเจาเจาก่อนช่วงเวลาสุดท้ายที่นายหญิงรองจะเตรียมเฉือนสินเดิมอันน่าสงสารของนางออกไปพวกนางคือบุตรสาวแท้ๆ ของนายหญิงรอง ไม่ว่าอย่างไรนายหญิงรองย่อมไม่มีทางละเลยพวกนาง

            แม้นายหญิงรองจะดีต่อนายหญิงใหญ่แค่ไหน ในใจนางคนที่ใกล้ชิดที่สุดยังเป็นบุตรสาวฝาแฝดของตนอย่างไม่ต้องสงสัยดังนั้นสิ่งที่เจินเจินและอ้ายอ้ายควรยกมาเตือนนายหญิงรอง ก็คือตัวของพวกนางเอง

            ถูกต้องนายหญิงรองควรคำนึงว่านางมีบุตรสาวอยู่ในวัยแรกแย้มแล้ว สกุลหยวนให้บุตรสาวแต่งออกก็ต้องแต่งกับตระกูลเก่าแก่ที่มีฐานะเท่าเทียมกัน

            อยากให้บุตรสาวแต่งออกอย่างไม่เดือดเนื้อร้อนใจสินเดิมและภาพพจน์ของเหล่าหญิงสาวจะต้องพอเชิดหน้าชูตา หากไม่ก็คงเป็นเลือดเนื้อตนที่ต้องทนทุกข์ทรมาน

            นายหญิงรองชะงักกับคำพูดนี้ของเจินเจินและอ้ายอ้ายตามคาด

            ไม่ว่าสกุลหยวนจะสำคัญเพียงใด ก็ไม่สำคัญเท่าบุตรสาวที่ถึงวัยออกเรือน!

            มิหนำซ้ำยามนี้นางยังไม่มีบุตรชาย แม้จะนางพยายามเติมเต็มช่องว่างระหว่างบ้านใหญ่และจวนสกุลหยวนไปแต่นางก็ไม่มีบุตรชายให้มาพิจารณาเรื่องสืบทอดทรัพย์สินของสกุลอยู่ดี

            นอกจากนี้ นางซื้อสินเดิมให้บุตรสาว ก็ไม่มีทางใช้เงินจากสกุลหยวนได้แน่นอน

            กับสามีของตนยิ่งหวังพึ่งไม่ได้เขาเป็นขุนนางอยู่ข้างนอกแรมปี เงาคนยังแทบไม่เห็น และเบี้ยหวัดของขุนนางขั้นเล็กๆก็น้อยเสียยิ่งกว่าน้อย เหลือเพียงสินเดิมและเงินออมเก่าเก็บของตัวเองเท่านั้นที่ยังพอจะใช้ได้

            หลายปีมานี้นางคอยช่วยเหลือนายหญิงใหญ่ดูแลเรือนอย่างระมัดระวัง แม้สมัยที่นางแต่งเข้ามานับว่าขบวนริ้วแดงสิบลี้[2] แต่หลังจากสิ้นเปลืองมาหลายปี และฝั่งนายหญิงใหญ่ก็ราวกับหลุมไร้ก้นบึ้งสินเดิมของนางกลับใกล้จะหมดแล้ว

            หลังจากใคร่ครวญ สินเดิมที่เหลือของนางหญิงรองก็มีเงินสดไม่เท่าไรตำลึงทองยิ่งไม่ต้องพูดถึง มีก็เพียงร้านค้าที่อยู่ในมือเท่านั้น

            หากขายร้านค้าของตนตอนนี้แก้วตาดวงใจทั้งสองของตนจะทำอย่างไรตอนแต่งงาน จะแต่งออกโดยไม่มีสินเดิมหรือ?

            คงจะกลายเป็นตัวตลกของคนทั้งเมืองซูโจวแน่และบ้านสามีกับบ้านเดิมก็จะอับอายขายหน้า ต่อไปคงไม่มีวันเวลาดีๆ แล้ว

            โชคยังเข้าข้าง ร้านค้าพวกนี้ยังดำเนินไปด้วยดี สามารถทำกำไรมากมายทุกปีเก็บร้านไว้เป็นทุนหาเงิน ถึงที่เวลาบุตรสาวต้องออกเรือน นางค่อยบากหน้ากลับบ้านเดิมขอร้องให้คนทางนั้นช่วยเพิ่มสินเดิมสำหรับแก้วตาดวงใจทั้งสองก็คงจะเพียงพอแล้ว

            แน่นอนว่านายหญิงรองหยุดการกระทำทันทีไปขอโทษนายหญิงใหญ่ต่อหน้า และเอ่ยย้ำถึงการแต่งงานของบุตรสาวว่าเป็นเช่นนี้ บ้านรองก็ต้องดิ้นรนเช่นกันครั้งนี้นางมิอาจมอบเงินให้ได้

            พูดออกมาถึงขั้นนี้ นายหญิงใหญ่ซึ่งรู้นิสัยนายหญิงรองดีย่อมตระหนักว่าเมื่อใดที่นางตัดสินใจลงไปแล้วทั้งยังเกี่ยวข้องกับบุตรสาวทั้งสองของตน นางย่อมไม่มีทางเปลี่ยนใจ

            นายหญิงใหญ่คาดไม่ถึงว่าเรื่องราวที่ตนคิดมาดีแล้วจะเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันถุงเงินที่ทุ่มเทสุดชีวิตให้ตนเองมาตลอดคราวนี้ไม่ยอมแล้ว กระแทกจนนางตั้งตัวไม่ทัน

            พวกคนต่ำทรามไร้ยางอายในหอเฟิ่งไหลนั้นกดดันยิ่งกว่าถึงขั้นกล่าวว่า หากฮุยเกอเอ๋อร์จากสกุลหยวนมิอาจชดใช้เงินสองพันตำลึงทองพวกนางก็เป็นผู้ใหญ่ใจกว้าง จะยอมยกโทษให้แก่ความยังเป็นเด็กของฮุยเกอเอ๋อร์ และยกเลิกหนี้สองพันตำลึงทองนี้ไป

            ถอยก่อนเพื่อรอคอยจังหวะอิทธิพลมืดใครบ้างจะไม่เข้าใจ?

            นายหญิงใหญ่รู้ว่าชื่อเสียงด้านนอกของบุตรชายนางย่ำแย่เพียงใดหากยังปล่อยให้หอนางโลมแห่งหนึ่งดูถูกบุตรชายตนเองได้ตามอำเภอใจ ในฐานะมารดานางก็สมควรตายแล้ว

            นายหญิงใหญ่ไม่มีทางเลือก นางกัดฟัน หยิบเงินสองพันตำลึงทองออกมาจากสินเดิมของนางราวกับโลหิตกำลังหลั่งริน สุดท้ายก็ส่งไปยังหอเฟิ่งไหล

            หอเฟิ่งไหลเองก็รู้จักความพอดี ไม่กล่าวซุบซิบนินทาอีกกระทั่งกล่าวอย่างนอบน้อมว่าหากวันหน้าฮุยเกอเอ๋อร์กลับมาใช้บริการอีก สาวๆ ในหอจะกวาดตั่งต้อนรับ[3] เขาอย่างแน่นอน

            กวาดตั่งต้อนรับอย่างนี้น่ะหรือ!เอามาใช้เช่นนี้ได้ด้วยหรือ?

            แต่พวกเขากวาด “ตั่ง” ต้อนรับจริงๆ!

            ก็กิจการพวกหอนางโลมเกิดขึ้นบนตั่งจริงๆ นี่?

            คำพูดพวกนี้ติดอยู่ที่ลำคอนายหญิงใหญ่จนพูดไม่ออกนางโกรธจนแทบสิ้นสติ แต่นางกลับทำได้เพียงขบฟันกรามกลืนโลหิต [4]

            ทันทีที่เรื่องราวจบลง นายหญิงใหญ่ก็ล้มป่วยเฉียบพลันจนมิอาจพบหน้าผู้ใดไม่รู้ว่านางป่วยจนไม่อาจพบผู้คนได้จริงๆหรือเป็นเพราะหน้าตาและภาพลักษณ์เสียหายยับเยินจากเหตุการณ์นี้ จนยากที่จะพบหน้าผู้ใดได้กันแน่

            หยวนหยางฮุยก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันสักเท่าไรเมื่อเขาเริ่มกินเนื้อ [5] ไปแล้ว ก็อดนึกถึงเรื่องสำเร็จความใคร่ไม่ไหว

            วันนั้นเขาตกใจจนเสื่อมสมรรถภาพทางเพศซึ่งความจริงไตของเขาได้ขาดดุลถึงขีดสุดแล้ว

            แต่ทั้งหมอและนายหญิงใหญ่ในจวนต่างเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับไม่ปล่อยให้เขารู้หยวนหยางฮุยจึงคิดว่าตนเองแค่บังเอิญใช้งานไม่ได้ครั้งเดียวเท่านั้นและลืมสิ่งที่หมอห้ามไม่ให้เขาทำไปเสียสนิท

            ในเรือนยังมีเด็กสาวหน้าตาสะสวยและ“แสวงหาความก้าวหน้า” อยู่

            ตอนนี้นายหญิงใหญ่ล้มป่วย ไม่มีเวลาดูแลพวกนางพวกนางจึงทุ่มสุดตัวเพื่อปีนป่าย เพื่อแย่งชิงตำแหน่งเจ้าคนนายคนมา

            คุณชายไม่เอาไหนไม่เป็นไรบนโลกนี้ไม่มีสิ่งใดที่พยายามแล้วไปไม่ถึง

            ยาหู่หลาง [6] ถูกซื้อมาจากข้างนอก ใช้เพียงเล็กน้อยก็ทำให้ตื่นเต้นฮึกเหิมตราบใดที่มีเจ้าตัวเล็กอยู่ในท้อง ยังจะเป็นเจ้าคนนายคนไม่ได้อีกหรือ?

            ส่วนยาหู่หลางนี่จะทำร้ายร่างกายเด็กหนุ่มหรือไม่นั้นไม่อยู่ในขอบเขตการพิจารณาของคนเหล่านี้แล้ว

            เพราะเหตุนั้น ยังไม่ทันถึงเดือนสิบ เด็กสาวข้างกายหยวนหยางฮุยคนหนึ่งก็มีอาการแพ้ท้องเอะอะจนทั้งจวนตกอยู่ในความอลหม่าน บีบคั้นให้นายหญิงใหญ่ที่ป่วยอยู่ต้องลงมือส่งยาหงฮวา[7] ไปฆ่าสาวใช้ตั้งครรภ์คนนี้ด้วยตนเอง

            ไม่เพียงเท่านั้น หยวนหยางฮุยนับวันก็ยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ

            นายหญิงใหญ่เห็นว่าใบหน้าที่เดิมทีอวบอิ่มเต่งตึงซูบตอบลงสีหน้าซีดเหลือง ฝีเท้ายังไร้เรี่ยวแรง สัญญาณเตือนในใจพลันกรีดร้อง จนต้องรีบร้อนตามหมอมาดู

            แต่ท่านหมอกลับบอกว่าเด็กหนุ่มอายุยังน้อยเริ่มกินเนื้อและไม่รู้จักควบคุม ไตของเขาจึงพร่องและยากในการบำรุงนานแล้วอีกทั้งเขาเอาแต่สำมะเลเทเมาทุกวัน รวมกับใช้ยาเพื่อเพิ่มสมรรถภาพไม่น้อยไตจึงถูกทำลายโดยสมบูรณ์

            หมอยังกล่าวอีกว่าต่อให้เป็นฮว่าถัวและเปี่ยนเชว่ [8] ฟื้นคืนชีพ ก็ยากที่จะรักษาไตของหยวนหยางฮุยได้แล้วอีกความหมายหนึ่งก็คือ หยวนหยางฮุยกลายเป็นผู้ไร้สมรรถภาพ ธูป [9] ของบ้านใหญ่ก็คงจะสิ้นสุดลงตรงนี้

            นายหญิงใหญ่ตกใจและโกรธหนักจนเป็นลมไปในห้องโถงหลัก

            หลังตื่นขึ้น นางราวกับแก่ขึ้นไปสิบปีการโดนกระทบกระเทือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้นางรับไม่ไหวจอนผมที่เคยเป็นสีดำเงางามก็เริ่มแซมสีขาว

            กระดาษมิอาจทนไฟสุดท้ายข่าวนี้ก็ปิดบังหยวนหยางฮุยไม่อยู่

            เค่อก่อนหน้านี้เขายังฝันหวานถึงชีวิตหนึ่งภรรยาหลายอนุภรรยาของตนเองเค่อถัดมาก็ถูกท่านหมอวินิจฉัยว่าตนอาจเป็นผู้ไร้สมรรถภาพในอนาคตอารมณ์พลันเปลี่ยนเป็นโหดเหี้ยมและรุนแรงทันที

            หยวนหยางฮุยเริ่มด่าทอเฆี่ยนตีตะโกนเหยียดหยามสาวงามในลานเรือนตนเองตามอำเภอใจ ในอดีตรักใคร่พวกนางเพียงใดตอนนี้ยิ่งเกลียดนางงูพิษเหล่านี้มากเท่านั้น

            กระทั่งครั้งหนึ่ง หยวนหยางฮุยเดินผ่านเรือนของเยี่ยนเจาเจาเขาเห็นหงซิ่วนั่งยองซักผ้าอยู่ในลานเรือน ไม่รู้คิดบ้าอะไรอยู่สั่งให้คนลากหงซิ่วออกมา กระทำการหยามเกียรตินางถึงหน้าประตูลานเรือน

            ตอนที่เยี่ยนเจาเจารีบร้อนออกมาหลังได้ยินข่าวอาภรณ์ของหงซิ่วก็ถูกฉีกขาดไปครึ่งท่อน นางยอมตายดีกว่าก้มศีรษะขอร้องใกล้จะโหม่งศีรษะชนกำแพงเพื่อฆ่าตัวตายแล้ว

            --------------------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] วิชากู่ตู๋ หมายถึงวิชาพิษที่มีมาแต่โบราณของชนเผ่าเหมียวที่อาศัยอยู่ในยูนนาน สกัดจากพิษของแมลงหรืองูโดยใช้คาถาของหมอผีร่วมด้วย

            [2] ขบวนริ้วแดงสิบลี้ หมายถึง ความยิ่งใหญ่ในการจัดสินเดิมของเจ้าสาวของตระกูลร่ำรวยที่ยิ่งใหญ่อลังการจนมองเห็นมาแต่ไกล

            [3] กวาดตั่งต้อนรับ หมายถึง การต้อนรับแขก

            [4] ขบฟันกรามกลืนโลหิต หมายถึงไม่ให้คนอื่นรู้เมื่อต้องทนทุกข์ทรมาน หรือแสร้งทำเป็นวีรบุรุษแม้ล้มเหลว

            [5] เริ่มกินเนื้อ อุปมาถึง ลิ้มรสชาติของสตรี

            [6] ยาหู่หลาง หมายถึง ยาฤทธิ์แรง ใช้บำรุงกำลังผู้ป่วยหาเองไม่ได้ อ้างอิงมาจากบทประพันธ์เรื่อง “ความฝันในหอแดง”

            [7]ยาหงฮวา หมายถึง ยาสมุนไพรจีนที่มีคุณสมบัติหลักอยู่ในยาประเภทกระตุ้นการไหลเวียนเลือดลดอาการปวด สลายเลือดคั่ง แต่มีข้อควรระวังก่อนทานในหญิงตั้งครรภ์ คนไทยรู้จักกันในชื่อดอกคำฝอย

            [8] ฮว่าถัวและเปี่ยนเชว่ คือแพทย์ในประวัติศาสตร์จีน บันทึกว่าไว้ว่าฮว่าถัวเป็นคนแรกในประเทศจีนที่ใช้ยาชาระหว่างผ่าตัดอีกทั้งยังมีชื่อเสียงในด้านการฝังเข็ม รมยา การใช้สมุนไพรและกายบริหารทางการแพทย์ ส่วนเปี่ยนเชว่เป็นแพทย์ที่มีชื่อเสียงด้านการรักษาโรคนอนไม่หลับมีความเชี่ยวชาญในการวินิจฉัยโดยใช้สัมผัสทั้งห้า

            [9] ธูป หมายถึง ธูปบูชาบรรพบุรุษ ซึ่งคนจีนมีความเชื่อว่าบุตรชายต้องไหว้บรรพบุรุษสืบทอดตระกูลต่อไปเรื่อยๆ

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ] ที่คุณอ่าน

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390