“เ้ามิกลัวนักฆ่ารึ"
“กลัวสิ!! แต่ข้าว่าพวกมันคงยังไม่มาตอนนี้กันหรอก รึถ้าหากมาเราก็วิ่งหนีเข้าไปหลบด้านใน” หันมองฟางซิน “ดีใช่หรือไม่??” เอียงคอมองรอคำตอบ
“อืม” ตอบรับแล้วกลั้นรอยยิ้ม ‘เ้าน่ารักจริงๆ เหม่ยเซียน’
ทั้งสองคนพากันเดินออกมาด้านหน้าชานเรือน เสี่ยวถงและจินเมี่ยว (สาวใช้ของตู้ฟางซิน) ยืนคุยกันอย่างถูกคอ ลี่หง อี้หงก็ยังคงเดินไปเดินมาหน้าเรือน รอบๆ เรือนของเหม่ยเซียนและทั่วทั้งจวนมีทั้งคนของผู้ตรวจการ บ่าวชายที่เป็วรยุทธ์อยู่เต็มไปหมด นี่ยังไม่นับองครักษ์เงาที่ไม่ปรากฏตัวอีกเล่า ‘นี่มันเหมือนค่ายทหารชัดๆ’ เหม่ยเซียนคิด
“คุณหนู รอสักครู่นะเ้าคะบ่าวกำลังจะไปเอาสำรับเย็นมาให้เ้าค่ะ” เสี่ยวถงบอก
“อืม” เหม่ยเซียนมองเสี่ยวถงที่ชักชวนจินเมี่ยวเดินไปทางโรงครัวแล้วนางจึงพาฟางซินเดินมานั่งที่โต๊ะน้ำชาหน้าเรือนพูดคุยเื่ราวในเมืองหลวงอย่างผ่อนคลาย
๑-------------------------๑
กลางยามโหย่ว (18.00) เรือนร้างสกุลอู่
ลูกศิษย์จากสำนักศึกษาเขาไท่ซานที่ตอนนี้ได้เปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็ชุดสีดำทั้งหมดมีผ้าปกปิดใบหน้าครึ่งล่างคล้ายกองโจร (เน้นการปล้น) เพื่ออำพรางกาย สององค์ชายสั่งให้คัดแยกรุ่นน้องที่มีอายุไม่เกินสิบสี่หนาวแบ่งออกให้อยู่รอบนอกคอยกันและควบคุมสาวใช้ที่เป็สตรีและคนมีอายุ ส่วนศิษย์ที่อายุสิบห้าถึงสิบแปดหนาวขึ้นไปคอยจัดการบ่าวรับใช้ที่เป็ชายและผู้ที่มีวรยุทธ์ห้ามฆ่าผู้ใดในจวนเป็อันขาด งานสำคัญในคืนนี้คือตามหาหลักฐานการทุจริตที่ดินที่รัชทายาทเคยกล่าวไว้ และงานตามหาผู้จ้างวานนักฆ่าที่ทั้งสองพระองค์ต้องจัดการ ทุกอย่างถูกวางแผนไว้อย่างรัดกุม
“อีกครึ่งชั่วยาม (หนึ่งชั่วโมง) เริ่มแผน!!” หย่งเจี้ยนพูดขึ้นเสียงไม่ดังไม่เบา
“รับทราบ/รับทราบ/รับทราบ!!!” เสียงตอบรับพร้อมเพรียงกันก่อนจะแยกย้ายกันไปพูดคุยเื่งานที่ได้รับมอบหมายมาตามกลุ่มอายุ
๑------------------------๑
จวนสกุลไป่ ยามซวี่ (19.00)
“ท่านพ่อ!!” ไป่เยว่ชิงรีบวิ่งเข้ามาหาท่านพ่อของนางอย่างร้อนใจ “นักฆ่าบุกเข้าจวนสกุลจู!!!”
“แล้วอย่างไร??” เสนาบดีไป่ถามกลับบุตรสาว
“เหตุใดจึงไม่สำเร็จเ้าคะ แล้วทำไมนักฆ่าจึงไม่รอเวลาให้นางออกมาด้านนอกจวนก่อนค่อยลงมือเล่า??” ทำหน้าเคร่งเครียด นางทราบดีอยู่แล้วว่าจะมีนักฆ่าไปจัดการจูเหม่ยเซียน “แต่นี่นอกจากจะไม่สำเร็จลูกได้ยินว่ายังจับนักฆ่าได้อีกสองคน พวกนั้นจะไม่กล่าวถึงผู้จ้างวานหรือเ้าคะ”
“ไม่หรอก นักฆ่ารับจ้างจะมิปริปากเอ่ยถึงเื่ผู้จ้างวานให้เ้าต้องกังวลเป็แน่” ก่อนจะกล่าวสิ่งใดเพิ่ม สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
ฟุบ!!! ฟุบ!!!!เสียงบางอย่างตกกระทบบนหลังคา และเสียงด้านนอกเอะอะโวยวายเสียงประตูเปิดปิดเข้าออกดังสนั่นทั่วจวน พร้อมเสียงเปิดประตูดังสนั่น โครมม!!!!
“นายท่าน!!! แย่แล้วขอรับ มีโจรชุดดำบุกเข้ามามากมายเต็มจวนไปหมด!!!” อาฟงรีบละล่ำละลักบอก ฟุ่บๆๆ เสียงคนชุดดำที่ปกปิดใบหน้าะโตามหลังอาฟงเข้ามาสี่คนและมีหนึ่งคนถือดาบอันใหญ่ยกขึ้นพาดเข้าที่คออาฟงพร้อมพูดเสียงดัง
“หุบปาก!!!แล้วตามข้าออกไปด้านนอกให้หมดทุกคน” เสนาบดีไป่เยี่ยกวงและไป่เยว่ชิงต่างพากันหน้าซีดตัวสั่นหวาดกลัว
“พวกเ้าอยากได้สิ่งใด ตัวข้าเป็ถึงเสนาบดีฝ่ายซ้ายมีตั๋วเงินมีเบี้ยมีทองมากมายหากพวกเ้าอยากได้ข้ายินดียกให้ เพียงแต่อย่าทำร้ายผู้คนภายในจวนข้า” เอ่ยต่อรองอย่างหวาดกลัว โจรร้ายหันมองหน้ากันหนึ่งในสามที่ยืนอยู่ด้านข้างพยักหน้าช้าๆ โจรที่ถือดาบพาดคออาฟงจึงกล่าวขึ้น
“ไปเอาตั๋วเงินกับทองมาให้ข้าสิ” โจรชุดดำอีกคนเดินมาดึงแขนให้เสนาบดีไป่เดินนำไปเอาเบี้ยในเรือนนอนที่อยู่ติดกัน ทิ้งให้อาฟงและเยว่ชิงถูกคุมตัวพาออกไปหน้าลานกว้าง ระหว่างทางที่เดินไปยังห้องนอนเสนาบดีไป่จึงเอ่ยขึ้นมาว่า
“สกุลจูจ้างวานพวกเ้ามาใช่หรือไม่" เสนาบดีไป่เอ่ยถามอย่างสงสัย ‘รึพวกนั้นจะทราบเื่ที่ข้าส่งนักฆ่าไปจึงอยากจะเอาคืน’
“หากใช่แล้วอย่างไรมิใช่แล้วอย่างไร" เมื่อเห็นเสนาบดีไป่เริ่มพูดถึงการจ้างวานหย่งเซิงในคราบโจรจึงเอ่ยหลอกล่อ “เ้ารู้หรือไม่ว่าจำนวนนักฆ่าที่ล้มตายในจวนสกุลจูมีมากมายเพียงใด หึ” เสนาบดีไป่ตกตะลึงในคำพูด ‘นี่มิใช่ว่าพวกมันเป็นักฆ่าที่สั่งให้อาฟงไปจ้างวาน แล้วกลับมาปล้นข้าเพื่อเอาเบี้ยเพิ่มใช่หรือไม่??’
“เ้าเป็กลุ่มนักฆ่าที่อาฟงไปจ้างวานมารึ?? พวกเ้าทำงานมิสำเร็จแล้วยังจะมีหน้ามาตามเอาเบี้ยจากข้าเพิ่มช่างกล้านัก!!!” เสนาบดีไป่ฟังคำตอบแล้วเืขึ้นหน้าคิดว่านี่เป็กลุ่มนักฆ่าที่ตนจ้างวานแน่แล้วจึงเอ่ยปากออกไปเสียงเกรี้ยวกราดร้อนรน
“หึใช่..งานมิสำเร็จ..เ้ารู้อยู่แล้วใช่หรือไม่ว่างานนี้เกี่ยวข้องกับเชื้อพระวงศ์ แค่ค่าจ้างเพียงหยิบมือจะคุ้มค่าหรือไม่ข้ายังต้องคิดใหม่อีกหลายครั้ง ยิ่งในตอนนี้ศพพี่น้องของข้าต้องตายโดยไร้ที่ฝัง" โจรร้ายเงียบไปครู่ "ส่งตั๋วเงินมาเพิ่มแล้วข้าจะคิดอีกที" ถือดาบชี้ใส่หน้าเสนาบดีไป่ที่ยืนตัวสั่นหวาดกลัวคมดาบอยู่หน้าตู้ใบใหญ่ในเรือนนอน จากนั้นก็รีบลนลานไขกุญแจเปิดตู้และหยิบตั๋วเงินออกมาอีกหนึ่งปึ่กใหญ่ พร้อมกล่าวว่า
“นี่เป็ตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงสี่ร้อยใบจัดการจูเหม่ยเซียนและตู้ฟางซินเพิ่ม ตอนนี้เ้าถอนกำลังออกไปได้แล้ว เื่ระหว่างพวกเราเป็อันสิ้นสุดดีหรือไม่” เสนาบดีไป่พูดเสียงสั่นหันหลังกลับไปปิดประตูตู้
ปั่ก!!! เสียงด้ามดาบกระทบหลังศีรษะอย่างแรงและต่อด้วยเสียง ตุ้บ!!!เสนาบดีไป่ล้มลงสลบไปหน้าตู้ใบใหญ่ หย่งเซิงในคราบโจรหันมองหย่งเจี้ยนที่ยืนพิงประตูฟังคำสนทนามาซักพัก
“สารภาพด้วยตนเองโดยมิต้องเปลืองแรง” หย่งเซิงกล่าว
“ข้าคิดถูกจริงๆ ที่ลงเขามาในวันนี้” หย่งเจี้ยนพูดขึ้นมาพร้อมกับเรียก “ฝูจิน”
“พะยะค่ะ” เดินเข้ามารับคำสั่ง
“เข้าไปตรวจดูในตู้ใบนั้นด้วยว่ามีใบทุจริตที่นาที่พี่ใหญ่ (รัชทายาท) ตามหาอยู่หรือไม่”
“พะยะค่ะ” เพียงครู่เดียวฝูจินก็ยื่นใบทุจริตถึงมือเ้าหย่งเจี้ยน มีทั้งรายชื่อชาวบ้าน ใบเอกสารการจำนำปลอม ใบแบ่งที่ดินร่วมกับผู้ว่าการนอกเมืองฉวีเยียนเล่อ
“ส่งไปให้ผู้ตรวจการเหยาฝางอันให้เข้ามาตรวจสอบ เขาเป็ขุนนางที่ขึ้นตรงต่อเสด็จพ่อ และนำตั๋วเงินไปใส่ไว้ในอกเสื้อนักฆ่าที่จวนสกุลจู บอกท่านพ่อตาว่าเื่ของสกุลไป่อย่าได้เป็กังวล” หย่งเซิงส่งตั๋วแลกเงินที่มีตราของสกุลไป่ติดอยู่ยื่นให้ฝูจิน
“พะยะค่ะ” ฝูจินรับคำและพริ้วกายหายไปอย่างรวดเร็ว