“หึ เวทย์พื้นฐานก็ไม่ได้ยากเลยนี่”
แอนเดอร์สันพูดออกมาด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม 3 อาทิตย์ที่ต้องอยู่กับการอ่านหนังสือภาษาเวทย์แล้วนำความรู้เื่ภาษามาทำความเข้าใจกับเวทย์พื้นฐานอย่างเช่นศรสายลมและมีดสายลม ปรากฎว่าเขาสามารถใช้งานมันได้แล้ว
ซึ่งการจะใช้งานเวทย์ศรสายลมและมีดสายลมได้นั้น เขาสามารถจับจุดได้ 2 อย่างจากการพยายามทำความเข้าใจมัน จุดแรกที่เขาจับได้นั้นคือการเข้าใจในวงเวทย์ที่้าใช้งาน เขาต้องรู้ให้ได้ว่าเวทย์นี้ทำงานอย่างไรและเมื่อร่ายเสร็จมันจะก่อให้เกิดเวทย์แบบไหน เพียงในหัวของเขามีความเข้าใจนี้อยู่จะสามารถใช้งานเวทย์ได้ แต่ก็มีอีกจุดที่สำคัญที่ต้องระมัดระวัง จุดๆนั้นคือการวาดวงเวทย์ เขาจำเป็ต้องทำให้ส่วนที่เป็วงกลมเป็วงกลมที่สุด ไม่เป็วงรี ไม่เบี้ยว ในส่วนของเส้นจะต้องตรง ในส่วนของเส้นโค้งก็ต้องโค้ง ภาษาที่เขียนก็ต้องมีการลากเส้นขีดเขียนด้วยน้ำหนักที่เท่ากัน ด้วยความสามารถของเขาในชีวิตก่อนที่มีงานอดิเรกเป็การวาดรูปสาวๆ ทำให้เขาสามารถลากเส้นขีดเขียนวงเวทย์ได้ตามที่กฎของโลกใบนี้้า
ทว่าการใช้เวทย์ทั้งสองอย่างได้สำเร็จ แอนเดอร์สันไม่รู้สึกดีใจมากนักนั่นเป็เพราะว่า เขาไม่สามารถใช้งานในการต่อสู้ได้ แม้ตอนนี้เขาจะสามารถกระตุ้นให้วงเวทย์ทำงานมันกลับเกิดขึ้นในตอนที่เขาวาดลงไปบนพื้นเท่านั้น การจะใช้งานวงเวทย์ต่อสู้ได้จำเป็ต้องใช้ความสามารถในการควบคุมพลังเวทย์สร้างวงเวทย์ขึ้นมากลางอากาศ ยิ่งเขาควบคุมพลังเวทย์ในร่างกายให้ก่อตัวเป็รูปร่างได้เร็วมากเท่าไหร่ก็ยิ่งสามารถใช้เวทย์ต่อสู้ได้ดียิ่งขึ้น แม้จะมีวิธีช่วยทำให้ใช้วงเวทย์ได้ง่ายขึ้นด้วยการใช้คำร่ายเข้าช่วย คำร่ายเวทย์ที่พูดถึงกลับไม่สามารถทดแทนการเขียนวงเวทย์ทั้งหมดได้ คำร่ายสามารถช่วยสร้างวงเวทย์ได้เพียงแค่ครึ่งเท่านั้น นักเวทย์จึงต้องใช้ความสามารถของตัวเองวาดวงเวทย์ขึ้นมาเช่นเดิม
ถึงอย่างนั้นในโลกปัจจุบันนักเวทย์ไม่จำเป็ต้องวาดวงเวทย์บ่อยครั้งและไม่จำเป็ต้องร่ายเวทย์เพื่อเปิดใช้งานเวทย์สักบท พวกเขาสามารถวาดวงเวทย์ลงไปยังอุปกรณ์เวทย์เพื่อใช้งานเวทย์เ่าั้ได้ เพียงแค่ส่งพลังเวทย์เข้าไปในอุปกรณ์เวทย์เพื่อกระตุ้นวงจรที่สลักเอาไว้ เวทย์ที่้าใช้สามารถปลดปล่อยออกมาได้ตาม้า
“ถ้าพึ่งอุปกรณ์จะไปสนุกอะไร”
อุปกรณ์เวทย์ทำให้เวทย์ที่ใช้มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นก็จริง แอนเดอร์สันกลับคิดว่าอุปกรณ์เวทย์ระดับเริ่มต้นไม่ว่าจะเป็ระดับ 1 ดาว หรือ 2 ดาว ล้วนแล้วยังไม่สามารถแสดงผลของการโจมตีที่น่ากลัว เขาจึงคิดว่าการวาดวงเวทย์ให้ได้ด้วยพลังของตัวเองน่าจะดีกว่า เขาไม่ต้องพะวงว่าอาวุธจะหลุดมือ เพียงแค่เสียเวลาเขียนวงเวทย์สักเล็กน้อย เขาก็สามารถสู้ได้โดยไม่จำเป็ต้องมาพะวงเื่อาวุธ
“หวังว่ามันจะทันนะ”
แอนเดอร์สันเริ่มหลับตาเพื่อัักับพลังเวทย์ในร่างกาย การจัดการกับพลังเวทย์ไม่ใช่เื่ง่าย ต้องอาศัยความเข้าใจเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์เพื่อหาท่อพลังเวทย์ที่จะลำเลียงพลังเวทย์จากแกนพลังใจกลางหน้าอกไปยังส่วนต่างๆ
นักเวทย์ทุกคนที่สามารถสะสมพลังเวทย์ได้นั้น จะมีแกนพลังอยู่กลางหน้าอกคอยเก็บพลังเวทย์ไว้ใช้งาน ทันทีที่แอนเดอร์สันััได้ถึงพลังเวทย์ใจกลางหน้าอกนี้เอง เขาก็เริ่มเข้าไปสำรวจมันอย่างที่หนังสือพื้นฐานการควบคุมเวทย์ที่ได้อ่านฆ่าเวลา อธิบายเกี่ยวกับวิธีการควบคุม ทันทีที่เขาััถึงมัน พลังเวทย์ภายในแกนพลังก็เริ่มไหลทะลักตามความ้าของเขาที่คิดให้มันไหล่ออกมายังปลายนิ้วชี้ข้างขวา ทันทีที่ปลายนิ้วเรืองแสงสีฟ้าออกมาจางๆ แอนเดอร์สันไม่รอช้าทดลองขีดเขียนกลางอากาศด้วยพลังเวทย์ที่ปลายนิ้วในทันที
โดยการเขียนวงเวทย์ทำได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับเทคนิคของแต่ละคน แต่วิธีพื้นฐานสามารถเริ่มต้นได้ด้วยการส่งพลังเวทย์มายังปลายนิ้วแล้ววาดลงไปบนอากาศ พลังเวทย์ที่ปลดปล่อยออกมาจะถูกทิ้งเอาไว้กลางอากาศได้อย่างน่าอัศจรรย์ แต่การทิ้งพลังเวทย์ไว้บนอากาศนั้นไม่ใช่เื่ดี หากผู้วาดเคลื่อนย้ายตำแหน่งวงเวทย์ที่พยายามเขียนจะไม่เคลื่อนที่ตามมาด้วย ดังนั้นการจะเขียนวงเวทย์กลางอากาศ จำเป็ต้องปลดปล่อยพลังเวทย์ส่วนหนึ่งมาใช้สำหรับยึดวงเวทย์ที่เขียนเอาไว้ เพื่อให้การเคลื่อนย้ายไม่มีผลกับวงเวทย์ที่กำลังวาด
“ก็ยังช้าอยู่ดี”
วิ๊ง!
แสงสีฟ้าสาดส่องออกมาจากวงเวทย์ที่พึ่งวาดเสร็จ แอนเดอร์สันดีใจเล็กน้อยกับการวาดวงเวทย์กลางอากาศได้ในครั้งแรกโดยไม่มีการผิดพลาด อย่างไรก็ตาม การจะใช้เวทย์พื้นฐานอย่างศรสายลมเขาต้องใช้เวลาไปเกือบ 1 นาที ด้วยระยะเวลาเพียงเท่านี้เขาคิดว่ามันยังช้าเกินไป เมื่อนำไปเทียบกับการใช้งานอาวุธเวทย์แล้ว เหล่าคนที่ใช้อาวุธเวทย์อย่างกับใช้ปืนกลรัวยิง ส่วนเขายังใช้ปืนคาบดาบศิลาที่ต้องเสียเวลากับการบรรจุะุ
“คงไม่สามารถเรียนรู้ในเวลาสั้นๆได้สินะ”
การจะใช้พลังของตัวเองเขียนวงเวทย์ขึ้นมาโจมตีในมุมมองของแอนเดอร์สันเขาคิดว่าตอนนี้เป็เื่ยาก แม้เขาจะมีความสามารถในการวาดภาพได้ดีเยี่ยม เขายังขาดประสบการณ์ในด้านการควบคุมพลังเวทย์ ในความทรงจำของเขาอาจารย์ในวิทยาลัยหลายคนไม่จำเป็ต้องพึ่งอาวุธเวทย์ก็สามารถใช้งานเวทย์ได้ในระยะเวลา 1 วินาที ด้วยการะเิพลังเวทย์ออกมาประกอบกันเป็วงเวทย์โดยไม่ต้องขีดเขียนไปทีละส่วนเหมือนของเขา แอนเดอร์สันจึงคิดว่าเวลาที่เหลืออยู่คงไม่ทำให้เขาเป็นักเวทย์ที่สามารถร่ายเวทย์พื้นฐานให้แล้วเสร็จภายใน 1 วินาทีได้
“สุดท้ายก็ต้องพึ่งอุปกรณ์เวทย์ไปก่อนสินะ”
หนังสือเวทย์ของแม่นำออกมาทำความเข้าใจ ตอนนี้เหลือเวลาอีก 10 วันเท่านั้นในการเตรียมตัวเข้าสู่มิติมิสเทอรี่ มิติที่นักเวทย์ทุกคนล้วนต้องเข้าไปเพื่อไขว่ขว้าหาพลัง
ภายในมิติมิสเทอรี่นั้นยังคงเป็พื้นที่ปริศนาไม่มีใครอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับมันได้ทั้งหมด ทุกคนบนโลกรู้เพียงแค่ว่ามิติมิสเทอรี่เชื่อมต่อกับโลกของพวกเขาเพียงเพราะนักวิจัยค้นคว้าบางอย่างผิดพลาดจนเปิดเส้นทางไปสู่โลกใบนี้ ส่งผลให้มนุษย์เมื่อหลายร้อยปีก่อนเข้าใจในพลังเวทย์
ซึ่งภายในมิติมิสเทอรี่จากข่าวและความรู้ในห้องเรียนที่แอนเดอร์สันรู้มา มันเป็โลกที่เต็มไปด้วยพลังลึกลับที่สามารถฆ่าพวกเขาให้ตายได้ทุกเวลา เพียงแค่เผลอพวกเขาก็เหมือนกับนำคอไปวางพาดเอาไว้บนแท่นปะา
อย่างไรก็ตามภายในความเสี่ยงกลับมีของตอบแทนที่คุ้มค่าให้นักเวทย์เข้าไปกัน ไม่ว่าจะเป็มอนสเตอร์ สมุนไพร แร่ต่างๆมากมาย รวมไปถึงความรู้ที่ถูกทิ้งเอาไว้ ทุกอย่างจากมิสเทอรี่ล้วนแล้วล้ำค่าและส่งผลดีต่อนักเวทย์ทั้งหมด มันจึงเป็สถานที่ให้ทุกคนเข้าไป อีกสาเหตุที่ทำให้ใครหลายๆคนอยากจะเดินทางไปสักครั้งคือการเดินทางไปดูต้นไม้ ที่ออกดอกและผลให้อยู่ในรูปลักษณ์เหมือนอาหารสำเร็จรูปเก็บเอาไว้ในกล่อง การที่ต้นไม้ออกดอกและผลให้มีหน้าตาเหมือนอาหารและสามารถกินได้นั้น สร้างธุรกิจใหม่ๆให้กับโลกมากมาย แม้มนุษย์จะพยายามโคลนนิ่งหรือเพาะเนื้อเยื้อเลียนแบบก็ตาม ผลไม้ที่เกิดขึ้นกลับมีรสชาติไม่เหมือนผลไม้อาหารที่เติบโตในโลกมิสเทอรี่
“นี่มันจะไม่เกินไปหน่อยเหรอ”
แอนเดอร์สั่นใช้มือลูบใบหน้าหลังจากเขาเข้าใจภาษาเวทย์ธาตุลมแล้วกลับมาอ่านวงเวทย์ประจำตระกูลเฟียร์อีกครั้ง ผลปรากฎว่าวงเวทย์ที่เขาเคยคัดลอกมัน ไม่ใ่เวทย์ทั่วไป ความรู้สึกของเขาในตอนนี้เหมือนเด็กที่พึ่งผ่านการหัดบวกลบคูณหารเลขแล้วต้องมาแก้โจทย์แคลคูลัส แม้จะรู้ว่าเวทย์ไร้ระดับเป็เวทย์ที่พิเศษมาก แต่การจะเข้าใจแล้วนำมาใช้ก็ยากเช่นกัน
“เอาล่ะ สู้สักตั้งสิแอนเดอร์สัน”
กำลังใจที่หมดไปกลับมาเต็มอีกครั้ง จากนั้นแอนเดอร์สันก็เริ่มทำความเข้าใจวงเวทย์นอกสุดให้ได้ก่อนเป็อันดับแรกเพราะพื้นฐานการสร้างเวทย์ทั้งหมด ต้องสร้างวงกลมชั้นนอกขึ้นมาก่อน เมื่อเขาเข้าใจวงเวทย์ชั้นนอกได้ วงเวทย์ชั้นถัดไปจะเข้าใจได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมทว่าการศึกษาวงเวทย์ตระกูลเฟียร์เขาจำเป็ต้องศึกษาวงเวทย์ระดับ 1 ดาวของธาตุลมเพิ่มเติม เพื่อหาตัวช่วยอธิบายบางส่วนของวงเวทย์ตระกูลเฟียร์ การที่มันสามารถสร้างร่างจำแลงและปลดปล่อยการโจมตีทุกอย่างให้กลายเป็พลังเวทย์ธาตุลมได้ จะต้องมีวงเวทย์ธาตุลมชนิดอื่นๆผสมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน
“ฮ่าๆ จริงๆด้วยสินะ”
บนใบหน้าของแอนเดอร์สันเริ่มมีรอยยิ้มและความหวัง วงเวทย์ของตระกูลเฟียร์เป็วงเวทย์พิเศษที่มีส่วนประกอบของวงเวทย์อื่นๆประกอบเข้าด้วยกัน ถึงเขาจะไม่รู้ว่ามันมีวงเวทย์อะไรบ้างเพราะบางส่วนในวงเวทย์ไม่สามารถหาคำอธิบายได้จากหนังสือเวทย์ธาตุลมทั่วไป แต่เขาก็ใช้ความสามารถของตัวเองทำความเข้าใจจนพอรู้ว่าสิ่งที่เขียนภายในวงเวทย์้าจะเปลี่ยนพลังเวทย์ให้กลายเป็เวทย์ธาตุลมรูปทรงใด ท่ามกลางเวลาที่ผ่านไปวันแล้ววันเล่าจนเข้าสู่วันที่ 7 ของการทำความเข้าใจวงเวทย์ประจำตระกูลเฟียร์นี้เองนั้น แอนเดอร์สันก็ได้ปิดหนังสือของแม่แล้วมองจ้องไปยังพื้นห้องก่อนจะขีดเขียนวงเวทย์ภูติสายลมจำแลงร่างขึ้นมาตามความเข้าใจของตนเอง
วงกลมใหญ่รัศมี 1 เมตรวาดลงไปบนพื้น จากนั้นก็เริ่มวาดลงกลม 3 วงลงไปในวงกลมใหญ่ ตามด้วยการวาดรูปสามเหลี่ยมทับวงกลมเล็กๆทั้ง 3 เอาไว้จากนั้นก็เริ่มใส่รายละเอียดให้วงกลมแต่ละวงด้วยภาษาของเวทย์ธาตุลมตามด้วยขีดเขียนสัญลักษณ์เพื่อจะลากให้วงกลมและสามเหลี่ยมเชื่อมต่อเข้าหากัน กระทั่งผ่านไป 5 นาทีแอนเดอร์สันก็ได้เช็ดเหงื่อกลางหน้าผากพลางมองไปยังวงเวทย์ที่ถูกเขียนขึ้นมาจนสำเร็จ
วิ๊ง!
แสงสีเขียวสาดส่งออกมาจากวงเวทย์ส่งผลให้แอนเดอร์สันฉีกยิ้มหน้าบานเพราะวงเวทย์ที่เขาเขียนขึ้นด้วยความเข้าใจเปิดใช้งานได้สำเร็จ ทันใดนั้นบนหัวของเขาก็ปรากฎร่างจำแลงของตัวเองที่มีขนาดเล็กเท่าเม็ดถั่วรอให้เขาสั่งการ
“ให้ตายสิ พลังเวทย์ 4 ปีได้เท่านี้เองสินะ”
แอนเดอร์สันถอนหายใจเขาลงมือวาดวงเวทย์ไปถึง 5 นาทีด้วยกัน แต่ก็นับว่าสิ่งที่อยู่บนหัวของเขาเป็ผลงานชิ้นเอก เมื่อรู้ว่าเวทย์ทำงานแล้วเขาจึงลองนึกถึงสิ่งที่อยากใช้งาน ด้วยการคิดว่าด้านหน้าของเขาจะมีศรสายลมจำนวน 5 ดอกด้วยกัน ร่างจำแลงมันก็ได้ดึงพลังเวทย์จากแกนพลังของเขาออกมาสร้างศรสายลมตามที่เขาคิดในทันที โดยเขาไม่จำเป็ต้องร่ายเวทย์ศรสายลมเลยสักนิดเดียว แต่ความสะดวกกลับแลกมาด้วยปริมาณพลังเวทย์ที่ใช้ไปเยอะกว่าร่ายเวทย์ศรสายลมราว 40 % ถึงอย่างนั้น ศรพลังเวทย์ที่เกิดจากเวทย์ตระกูลเฟียร์ กลับดูแข็งแกร่งมากกว่า เมื่อหักลบกับผลเสียที่ต้องใช้เวทย์มากกว่าเดิม แอนเดอร์สันคิดว่าเวทย์นี้เหมาะจะเก็บไว้เป็ไพ่ตาย เพราะมันทำให้เขาใช้ความคิดสร้างเวทย์ธาตุลมได้แล้วยังทำให้เวทย์ที่ใช้รุนแรงมากยิ่งขึ้น หากเขาใช้ปิดการต่อสู้ใน่เวลาสั้นๆ นับว่าเป็เวทย์สำหรับสังหารที่น่ากลัว
“เหลืออีก 3 วัน จะทันไหมนะ”