บทที่ 3 ข้าเลือกนาง!
“ข้าเลือกนาง!”
จินเฟิงชี้ไปที่กวานเสี่ยวโหรวอย่างไม่ลังเล
จู่ ๆ บรรยากาศโดยรอบก็เงียบลง
มีคนกล้าแต่งงานกับดาวหายนะได้อย่างไร?
แม้แต่ตัวของกวานเสี่ยวโหรวเองยังตกตะลึง
นางรู้จักเซี่ยกวาง และแน่นอนว่านางก็เคยได้ยินชื่อของจินเฟิงเช่นเดียวกัน
ผู้ที่มีการศึกษาสูงเช่นเขาจะเลือกคนที่เป็ดาวหายนะอย่างนางได้อย่างไร?
ั้แ่แรกนางจึงไม่ได้มีความคาดหวังใด ๆ ต่อจินเฟิงผู้นี้ เมื่อได้ยินเขาเอ่ย นางยังคิดกับตัวเองอยู่เลยว่าคงหูฝาด นางเอ่ยปากถามอย่างไม่มั่นใจ “เ้า… เมื่อครู่เ้าว่าอย่างไรนะ?”
“ข้าบอกว่าข้า้าแต่งงานกับเ้า เ้ายินดีจะแต่งงานกับข้าหรือไม่?”
จินเฟิงถามออกไปอย่างระมัดระวัง
“ข้ายินดี! ข้ายินดี… ขอบคุณเ้า… ขอบคุณ...”
กวานเสี่ยวโหรวรู้สึกตื่นเต้นจนพูดติด ๆ ขัด ๆ “เ้าไม่ต้องกังวล ข้าจะทำงานอย่างหนักเหมือนโคเหมือนม้าเพื่อตอบแทนเ้า...”
เมื่อหัวหน้านักการเห็นเช่นนี้ เขาก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เพราะระหว่างเดินทางมาที่นี่ เขาสังเกตเห็นว่ากวานเสี่ยวโหรวตกอยู่ในอารมณ์ที่ไม่พร้อม ดูเหมือนว่านางจะเอาแต่คิดมากตลอดทาง ทว่านี่ก็ไม่ใช่เื่แปลกนัก เพราะทุก ๆ ปีหรือสองปี สตรีที่ได้ชื่อว่าเป็สินค้าขาดทุนมักจะคิดไม่ตกด้วยกันทั้งสิ้น
ในฐานะผู้รับผิดชอบขบวนส่งตัว หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เขาอาจจะถูกตำหนิและถูกปรับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในที่สุด ภาระนี้ก็ถูกโยนทิ้งไปเสียที
หัวหน้านักการกลัวว่าจินเฟิงจะเปลี่ยนใจ เขาจึงรีบขยิบตาให้แม่สื่อที่คอยทำการจับคู่
แม่สื่อเข้าใจในทันที นางก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อส่งตัวกวานเสี่ยวโหรวให้จินเฟิงและประกาศ “ต่อแต่นี้ไป เ้าทั้งสองจะเป็สามีภรรยากัน!”
เ้าหน้าที่หยิบกระดาษแผ่นหยาบที่ถูกพับซ้อนเอาไว้ออกมาหนึ่งแผ่น และส่งให้จินเฟิงกับกวานเสี่ยวโหรวประทับลายนิ้วมือ พร้อมกับทิ้งสำเนาไว้ให้ทั้งสองคน โดยที่ส่วนราชการจะเก็บกระดาษใบจริงไว้
เมื่อมองดูสิ่งที่เรียกว่าทะเบียนสมรส จินเฟิงก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่านี่เป็ความจริง?
นี่เขาแต่งงานแล้วใช่ไหม?
ั้แ่ชีวิตที่แล้วจวบจนปัจจุบัน นื่คือการแต่งงานครั้งแรกของเขา...
เช่นเดียวกับกวานเสี่ยวโหรวที่อยู่ข้าง ๆ นางกอดทะเบียนสมรสไว้ในอ้อมแขนแน่น นางเองก็ยังตกอยู่ในภวังค์เช่นกัน ไม่อยากเชื่อเลยว่านี่จะเป็เื่จริง
นางแอบเงยหน้าขึ้นมองจินเฟิงที่อยู่ข้าง ๆ และพบว่าเขาก็มองมาที่นางอยู่จึงรีบก้มศีรษะลงอย่างรวดเร็วด้วยความเขินอาย หญิงสาวไม่กล้าที่จะสบตากับเขา
เมื่อจางหม่านชางและคนอื่น ๆ ได้รับทะเบียนสมรสเป็ที่เรียบร้อย ลำดับถัดไปก็เป็ชายจากครอบครัวที่้าหาอนุภรรยาเพิ่ม จากนั้นพิธีส่งตัวก็จบลง
นักการและแม่สื่อจากศาลาว่าการ พาบรรดาสตรีที่เหลือออกจากหมู่บ้านซีเหอวานและมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านถัดไป
“จินเฟิง เ้านี่ช่างกล้าหาญชาญชัยเสียจริง เ้าเลือกแต่งงานกับเย่เม่ย ระวังไว้เถิด สักวันหนึ่งนางจะพรากลมหายใจของเ้าไป!”
ทันทีที่เ้าหน้าที่ทางการกลับออกไป อันธพาลเซี่ยก็อดไม่ได้ที่จะหาเื่จินเฟิง
จินเฟิงสวนกลับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเ็า “เ้านี่ช่างโง่เขลาเบาปัญญานัก! เย่เม่ยอะไรกัน? ที่เสี่ยวโหรวไม่สามารถเผชิญกับแสงแดดได้ นั่นเป็เพราะนางเกิดมาร่ำรวยและมีวาสนาต่างหากเล่า!”
“เหอะ ร่ำรวยมีวาสนาหรือ ข้าเกรงว่าเ้าจะสิ้นชีพเพียงเพราะหลงใหลในความมั่งคั่งมากกว่า!”
“ไม่ชอบก็ไม่ต้องมายุ่งเื่ชาวบ้าน สุนัขดี ๆ มันไม่ยืนขวางทางหรอกนะ หลบไป!”
พูดจบจินเฟิงก็เดินชนเซี่ยกวาง และพากวานเสี่ยวโหรวออกไปทันที
“ถือว่าวันนี้เ้ากับข้าเป็ศัตรูกันแล้ว จินเฟิง เ้าระวังตัวไว้เถิด!”
เ้าหน้าที่จากศาลาว่าการเพิ่งจากไปไม่นาน แต่เซี่ยกวางที่เมื่อครู่ไม่กล้าเคลื่อนไหวใด ๆ กลับเริ่มะโถ้อยคำที่รุนแรงด้วยความขุ่นเคือง
จินเฟิงไม่ได้หันกลับไปมอง เขาเพียงแต่ยกมือขวาขึ้นและเหยียดนิ้วที่ยาวที่สุดออกเท่านั้น
แม้ว่าเซี่ยกวางจะไม่เข้าใจความหมายที่จินเฟิงสื่อ แต่เขาก็พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายกำลังด่าทอเขา
เมื่อเป็เช่นนี้ เขาก็ยิ่งเกลียดชังจินเฟิงมากขึ้นไปอีก เซี่ยกวางแพร่กระจายข่าวลือในหมู่ฝูงชนว่ากวานเสี่ยวโหรวเป็ดาวหายนะ
ชาวไร่ชาวนาที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์บางคนพากันจริงจังกับเื่นี้ขึ้นมา
“จบแล้ว จบแล้ว ดาวหายนะได้แต่งงานเข้ามาในหมู่บ้านของเราแล้ว!”
“หลังจากนี้ไป พวกเราต้องอยู่ให้ห่างลูกที่ล้างผลาญพ่อแม่กับแม่ดาวหายนะนั่นเอาไว้”
“จินเฟิงได้แต่งงานกับดาวหายนะ ข้าว่าปีหน้าเขาคงไม่มีปัญญาจ่ายภาษี และต้องถูกเนรเทศไปอยู่ชายแดนเป็แน่”
“ผู้ที่โดนเนรเทศจะถูกส่งไปเป็ทหารที่ชายแดนเพื่อเป็แนวหน้า ร่างเล็ก ๆ อย่างจินเฟิง หากไปอยู่แนวหน้าก็คงไม่มีโอกาสได้กลับมาที่นี่อีก”
...
การสนทนาของชาวบ้านดังไล่หลังพวกเขามาไม่หยุด
“ข้าขอโทษ…” เสียงของกวานเสี่ยวโหรวสั่นเครือ
“เ้าอย่าถือสาเลย เราไม่ได้ขอเขากินเสียหน่อย สิ่งที่พวกเขาพูดล้วนเป็เื่ไร้สาระ”
จินเฟิงยิ้มออกมาและเอ่ย “จำไว้ อย่าไปให้ค่าแก่คนเ่าั้ มิเช่นนั้นเ้าจะกลายเป็คนโง่เขลาไปด้วย”
สุดท้ายแล้วกวานเสี่ยวโหรวก็เป็แค่หญิงสาวที่มีอายุเพียงสิบแปดปี เมื่อถูกจินเฟิงพูดจาหยอกล้อ นางก็เอามือป้องปากแล้วหัวเราะออกมาเบา ๆ เมื่อมองไปที่แผ่นหลังของชายที่อยู่ตรงหน้า ความรู้สึกมั่นคงพลันเกิดขึ้นในใจของนาง
“นี่คือบ้านของข้า”
จินเฟิงชี้ไปที่โรงตีเหล็กสภาพทรุดโทรมด้านหน้า “มันทรุดโทรมไปหน่อย เ้าคงไม่ถือสา”
กวานเสี่ยวโหรวส่ายศีรษะอย่างรวดเร็ว “ข้าไม่ได้ถือสาเสียหน่อย แค่เ้ายินดีรับข้าเข้ามา เสี่ยวโหรวผู้นี้ก็รู้สึกขอบคุณมากแล้ว ข้าจะตั้งใจทำงานปั่นด้ายอย่างหนัก เพื่อสนับสนุนเ้า...”
“เช่นนั้นข้าคงต้องขอบคุณเหนียงจื่อ*[1]ก่อน!”
จินเฟิงเลียนแบบการกระทำของคนโบราณในละครทีวี เขายิ้มพร้อมกับจับมือของกวานเสี่ยวโหรวเอาไว้
“เป็ข้าที่ควรจะขอบคุณน้ำใจของเ้า… ข้าขอบคุณ...”
กวานเสี่ยวโหรวไม่รู้จะตอบรับการกระทำของเขาอย่างไร นางได้แต่หน้าแดงด้วยความกังวล และคุกเข่าลงทำความเคารพต่อจินเฟิง…
“ให้ตายเถอะ!”
จินเฟิงไม่ได้คาดหวังว่ากวานเสี่ยวโหรวจะทำเช่นนี้ เขาจึงรีบดึงนางให้ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว “เอาล่ะ ๆ ข้าเพียงแค่ล้อเล่นเท่านั้น เ้านั่งลงก่อนเถิด เดี๋ยวข้าจะไปต้มน้ำให้เ้าดื่ม”
“เ้าคือ… สามี เื่แบบนั้นจะให้เ้าเป็คนลงมือทำได้อย่างไร”
กวานเสี่ยวโหรวคว้าชายเสื้อของเขาเอาไว้ จากนั้นนางก็เอ่ยถามเสียงเบา “เตาอยู่ที่ใด ข้าจะเป็คนไปต้มเอง”
“สามี? หัวหน้าครอบครัวหรือ”
นี่เป็ครั้งแรกที่มีคนเรียกจินเฟิงแบบนี้ และเขาก็ค้นพบว่าตนเองชอบสรรพนามนี้มาก
แต่เมื่อเห็นกวานเสี่ยวโหรวที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาอย่างเอียงอาย เขาก็เกรงว่าจะทำให้นางต้องคุกเข่าลงอีกครั้งจึงหยุดแกล้งแล้วชี้นิ้วไปทางห้องครัว
กวานเสี่ยวโหรวย่องเข้าไปในครัวราวกับว่ากำลังจะหลบหนี
จินเฟิงเดินตามนางไปแล้วเอ่ย “เมื่อต้มน้ำเดือดแล้วเ้าก็ดื่มเสีย ที่บ้านไม่มีอาหาร ข้าจะนำของไปจำนำเพื่อซื้ออาหารกลับมา”
กวานเสี่ยวโหรวที่กำลังต้มน้ำชะงักไปชั่วครู่ นางเงยหน้าขึ้นแล้วกล่าว “ไม่ต้องหรอก...”
“อาหารเป็สิ่งที่จำเป็ อย่างไรเสียวันนี้ก็เป็วันแต่งงานของเรา ข้าจะปล่อยให้เ้าหิวได้อย่างไร?”
น้ำเสียงของจินเฟิงหนักแน่น
“ไม่ใช่อย่างนั้น ข้าหมายความว่า เ้าไม่ต้องเอาของออกไปจำนำหรอก ตอนที่ข้าเดินทางมาที่นี่ ท่านแม่แอบมอบเงินส่วนตัวของนางให้ข้ามา”
กวานเสี่ยวโหรววิ่งไปปลดถุงผ้าของนางและหยิบเศษเงินกับเหรียญทองแดงจำนวนหนึ่งออกมาอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็ส่งให้จินเฟิง
“ดูเหมือนว่าแม่ยายจะเป็ห่วงบุตรสาวของนางมาก”
จินเฟิงลอบถอนหายใจและหยิบเหรียญทองแดงออกไป
กวานเสี่ยวโหรวมองดูจินเฟิงจากไป จากนั้นก็มองไปที่โรงตีเหล็กที่ทรุดโทรม ก่อนจะขมวดคิ้ว
ครอบครัวนี้ไม่มีเงินเก็บเลย อนาคตจะอยู่อย่างไร...
“แต่เอาเถิด ไม่ว่าอย่างไร เขาก็รับข้าเข้ามาอยู่ด้วยแล้ว อนาคตคงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้ การใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันดีที่สุด”
กวานเสี่ยวโหรวทำได้เพียงปลอบใจตัวเองแบบนั้น
ได้ยินมาว่าบัณฑิตผู้นี้ไม่ได้มีงานทำ เช่นนั้น พรุ่งนี้นางคงต้องกลับไปบ้านแม่และขอยืมไนปั่นด้ายจากพี่สะใภ้ ในอนาคตจะได้ทำงานได้มากขึ้น
ไม่รู้ว่าก่อนปีภาษีหน้าจะมาถึง นางและเขาจะมีเงินจ่ายภาษีเพียงพอสำหรับสองคนหรือไม่...
เมื่อจินเฟิงเดินออกมาพ้นจากบริเวณบ้าน เขาก็พยายามที่จะสงบสติอารมณ์ลง เขาพาตัวเองไปยังที่ที่ไม่มีคน ก่อนจะใช้กำปั้นชกลงไปที่กำแพงด้วยความอับอาย
การยื่นมือขอเงินผู้หญิงเพื่อซื้ออาหารในวันแรกของการแต่งงานมันน่าอายมาก
อย่างไรก็ตาม ปัญหาปากท้องเป็ปัญหาที่ต้องแก้ไขทันที มิเช่นนั้น พวกเขาจะอดตาย
จินเฟิงพูดกับตัวเอง “นี่คือปัญหาในอดีตที่เ้าของร่างเดิมทิ้งเอาไว้ให้ ในอนาคตต้องพยายามหาเงินเพื่อคืนแม่ยายเป็สองเท่าให้ได้”
เขาเป็คนเรียนเก่ง ทั้งวิชาคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และเคมีล้วนทำได้ดี เขาไม่จำเป็ต้องกลัวอะไร ความยากลำบากผ่านมาเดี๋ยวก็ผ่านไป จินเฟิงผู้นี้ไม่กลัวอนาคต!
[1] เหนียงจื่อ (娘子) แปลว่า ภรรยา