ตอนที่ ๑๕
ฝ่ามือพลังจิต
ปราณมิได้เร่งร้อนเหาะทะยานเหมือนทุกๆ ครั้งเขา้าให้ท่านแม่และภุชโคได้รื่นรมย์กับความงดงามเหนือทิวทัศน์ในมุมมองของวิหคเหินลมแม้จะช้าแต่ก็ยังเร็วกว่าการใช้พลังฌานยุทธ์ยิ่งนัก
“คิดไม่ถึงว่าจะสามารถเหาะทะยานได้เร็วเช่นนี้ทั้งยังไม่สูญเสียพลังฌานยุทธ์อีกด้วยวิเศษมาก”
วรรณเอ่ยชื่นชมเสียงต้านลมด้วยความตื่นเต้นเป็ที่สุดกวาดมองอาคารสถานที่อันยิ่งใหญ่อลังการที่สำนักคณิตสัจพจน์เคยออกแบบไว้ต่อจากนี้คงจะไม่มีสถานที่ใดเพิ่มเติมขึ้นมาอีก เพราะผู้ที่ดูแลและอนุมัติแบบแปลนเป็ชาวยูโรเปี้ยนไปเสียแล้ว!
เพียงเวลา ๑๐ นาทีปราณก็พาทั้งสองเหินทะยานมาลงยังพุ่มไม้ทึบแล้วเก็บปีกทองเดินเข้าสู่ตลาดยามเช้าที่ผู้คนพลุกพล่านแล้วปราณจึงหันมองภุชโคที่ยังมีทีท่าเขินอายอยู่บ้างแล้วจึงว่า ภุชโคไม่ต้องไปหาเขาที่สำนักแล้วเพราะเดินทางไกลมากเขาจะเป็ฝ่ายมาหานางเองพอได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจยิ้มแก้มปริเข้าเกาะแขนปราณอิงแก้มซบแขนแกร่งด้วยความดีใจ
วรรณเห็นภุชโคแสดงท่าทางเป็ธรรมชาติมิได้เขินอายใดๆก็ยิ้มปลื้มใจมิได้เอ่ยแซว ให้ชายหนุ่มหญิงสาวได้แย้มยิ้มมีความสุขปราณก้มมองความไร้เดียงสาและช่างออดอ้อนของภุชโคก็หวนนึกถึงวันเก่าๆที่เขามักจะวิ่งหนีหลบการตามกอดหอมของภุชโค
แต่วันนี้มิใช่แบบนั้นแล้วปราณมองภุชโคด้วยความรู้สึกเป็ห่วงเป็ใยมิใช่น้อยเสน่ห์และความสวยงามบวกกับกิริยาการแสดงออกต่อเขาเป็ธรรมชาติยิ่งทำให้ปราณเกิดรอยยิ้มทุกครั้งไป
หนึ่งหนุ่มสูงหล่อเหลาขนาบข้างด้วยสองอนงค์แสนสวยเดินในตลาดด้วยความสง่างามเป็ที่สะดุดตาผู้คนที่พบเห็นก็คาดเดาได้ว่าเป็นักฌานยุทธ์ระดับสูงเพราะบุคลิกลักษณะการแต่งกายของทั้งสามมีความงดงามแปลกตาเทียบเท่าคหบดีหรือคนมีฐานะ
ทั้งสามมาหยุดยืนกลางวงเวียนน้ำพุที่สร้างขึ้นใหม่ตามแบบฉบับของชาวยูโรเปี้ยนพื้นที่รอบๆ ปูด้วยอิฐสีน้ำตาลอ่อนมีชุดเก้าอี้สัมฤทธิ์หลายสิบชุดจัดวางไว้เป็ระเบียบโดยรอบให้คนเดินตลาดได้นั่งพักผ่อนหรือกินอาหารที่ซื้อมา
ฝั่งตรงข้ามวงเวียนน้ำพุมีร้านกาแฟใหญ่สูงสองชั้นขนาดหน้าร้านกว้างถึงกึ่งหนึ่งของลานน้ำพุมีผู้คนขวักไขว่บริเวณหน้าร้านโดยเฉพาะบรรดาชาวยูโรเปี้ยนผมทอง
ปราณมองตามก็คาดเดาได้ว่าร้านกาแฟที่อยู่เบื้องหน้าเขาคือร้านกาแฟสดที่วรรณบอกพอเห็นลูกค้าที่ยืนออสั่งกาแฟก็ย่นคิ้วเล็กน้อยคิดไม่ถึงว่ากาแฟที่นี่จะมีคนเข้าแถวรอซื้อเป็จำนวนมาก
“กาแฟที่นี่อร่อยมากเชียวหรือ?จึงมีผู้คนเข้าแถวยาวขนาดนี้?”
“ที่นี่แหละ!...ร้านกาแฟสดยูโรเปี้ยน ถือว่าตรงจริตพวกชาวยูโรเปี้ยนก็ว่าได้ทั้งยังมีอยู่เพียงแห่งเดียวในอาณาจักร เ้าของเป็ชาวยูโรเปี้ยนไม่รู้ว่าใช้เส้นสายอย่างไรจึงสามารถมาตั้งกิจการเช่นนี้ในอาณาจักรได้”
แล้วจึงเดินนำทั้งสองเข้าในร้านไปยังโต๊ะกลมว่างด้านหนึ่งปราณนั่งติดริมกำแพงเพื่อจะได้มองเห็นได้ทั่วร้าน ภุชโคและวรรณนั่งหันหน้าออกนอกร้านลูกค้าส่วนมากเป็ชาวยูโรเปี้ยนผมทองจริงดังวรรณบอก จะมีผมดำชาติพันธุ์ไชยครามก็เป็เพียงส่วนน้อย
ทุกคนที่มาอุดหนุนร้านนี้ล้วนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าตัดเย็บประณีตด้วยเนื้อผ้าชั้นดีมีการออกแบบสวยงามปราณพยักหน้าเข้าใจถึงความแตกต่างของร้านกาแฟนี้กับที่ตลาดได้อย่างชัดเจน
“มิน่าล่ะ!...เป็เช่นนี้เองหรือ! แต่ละคนแต่งกายหรูหราท่าทางสง่างาม”
“ใช่แล้วล่ะปราณ...ร้านกาแฟที่นี่ถือเป็สถานที่นัดพบพูดคุยเื่ลับต่างๆโดยเฉพาะเื่ในรั้วในวังก็มักจะได้ยินจากคนในที่นี้พวกเสนามหาอำมาตย์ก็ชอบมานั่งปรึกษาข้อราชการและเื่ลับกันที่นี่”
ภุชโคช่วยอธิบายให้ปราณกระจ่างขึ้นนั่งเพียงครู่บริกรหญิงชาวไชยครามในชุดทะมัดทะแมงผูกผ้ากันเปื้อนสีกาแฟประนมกรกล่าวทักทายลูกค้าทั้งสามพร้อมยื่นรายการอาหารและกาแฟให้ทั้งสาม
ปราณรับมาดูเปิดอ่านแล้วพิจารณามีทั้งภาษาไชยครามและภาษาอังกฤษอยู่ด้านล่างตัวเล็กกว่าภาษาไชยครามระบุว่ารายการนั้นๆ เป็อย่างไรบ้าง ด้านข้างฝั่งหนึ่งมีภาพประกอบพร้อมหมายเลขรายการอาหารทั้งสามนั่งสำรวจครู่หนึ่งก่อนจะสั่งมาดื่มบริกรสาวโค้งคำนับหมุนกายเดินไปสั่งทันที
สายตาของปราณสำรวจไปทั่วๆแล้วเปิดดวงตาที่สามใช้ฌานััรับรู้ถึงพลังฌานยุทธ์ของชาวยูโรเปี้ยนมีเพียงห้าคนเท่านั้นที่เป็นักฌานยุทธ์คาดเดาพลังฌานอยู่ในระดับครุยุทธ์ขั้นกลางโดยประมาณ ส่วนที่เหลือเป็ปุถุชนธรรมดา
ปราณนั่งในท่าผ่อนคลายแม้บรรยากาศจะหรูหราชวนรู้สึกฮึกเหิมและภูมิใจนักที่ได้มาเข้าร้านเช่นนี้ แต่ความรู้สึกภายในล้วนกดดันมิใช่น้อยอาจจะเพราะว่าแต่ละคนก็ล้วนมีฐานะในชั้นแนวหน้าของอาณาจักรเมื่อมารวมกันในสถานที่คับแคบเช่นนี้ก็ย่อมข่มกันเป็ธรรมดา
สักครู่กาแฟร้อนทั้งสามชนิดก็มาถึงควันกรุ่นกลิ่นหอมกาแฟสดเข้มข้นนัก ปราณย่นคิ้วกับกาแฟที่ภุชโคสั่งให้เพราะไม่รู้ว่าดื่มอะไรดี
“นี่มันกาแฟจริงๆหรือ?...ข้าไม่เคยดื่มแบบนี้มาก่อน มีฟองขาวๆ เต็มถ้วยแล้วก็ยังมีอะไรโรยให้ฟูๆดูน่าดื่ม...”
“ฟองขาวๆฟูๆ เขาเรียกว่าฟองน้ำ เอานมมาตีด้วยเครื่องปั่นเล็กๆ จนเกิดเป็ฟองแบบนี้ส่วนกาแฟที่เ้าดื่มเขามีภาษาเฉพาะเรียกกาแฟถ้วยของเ้าว่าคาปูชิโน่!”
“คาปูชิโร่!” ปราณย่นหน้าจ้องมองแล้วทวนชื่อซ้ำ
“คาปูชิโน่!...ไม่ใช่คาปูชิโร่ ฮ่าๆๆๆ” ภุชโคหัวเราะร่า
“อ๋อ!...คา...ปู...ชิ...โน่”
ปราณพยักหน้ายิ้มแห้งๆจดจำชื่อแปลกๆ เรียกยากแล้วยกขึ้นสูดกลิ่นหอมที่แตกต่างจากที่เคยดื่มมาก่อนก็ผงะเคลิ้มอีกรอบ
“คาปูชิโน่...กลิ่นช่างหอมไหม้ๆแบบแปลกๆ ทำเอาน้ำลายสอเสียแล้ว”
แล้วจิบจางๆรับรู้รสชาติที่กลมกล่อมก็เบิกตาโตทำท่าสดชื่นจนน่าหมั่นไส้ฟองสีขาวติดเป็คราบรอบปากทันทีที่ปราณดึงแก้วออกวาง ภุชโคเห็นเช่นนั้นก็กลั้วหัวเราะเบาๆแล้วจึงนำกระดาษเช็ดปากชิ้นเล็กๆ ที่วางอยู่บนแท่นขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อยมาเช็ดปากให้
“เ้านี่นะ!...ดื่มกาแฟเป็เด็กๆ ไปได้...เปื้อนปากไปหมดแล้ว ฮ่าๆๆๆ...”
ปราณคว้าจับมือภุชโคแล้วจึงว่า“เ้าสั่งให้ข้าเองจะมาว่าแบบนั้นได้อย่างไรกัน!”
ว่าแล้วปราณก็ใช้นิ้วชี้จิ้มฟองนมมาป้ายจมูกภุชโคจนเปรอะแล้วกลั้วหัวเราะ ภุชโคหน้าแดงซ่านหันซ้ายแลขวาแล้วทุบปราณเบาๆ
“เ้าบ้า...แกล้งข้าหรือ?”
“ไม่แกล้งเ้าแล้วจะแกล้งใคร!...นี่ท่านแม่ขืนแกล้งก็โดนกระบวนท่าสุบรรณหกกลับหลังหักเสียเท่านั้น!”
แล้วหันมองวรรณที่กำลังจะดื่มต้องหยุดแล้วกลั้วหัวเราะกับวาจาของบุตรชาย
“แม่นั่งอยู่เฉยๆแล้วเ้าจะดึงเข้าไปเกี่ยวข้องทำไมกัน?”
พลันบุรุษหนุ่มสองคนก็ถลันเข้ามาแล้วะโสั่งกาแฟแซงหน้าคนอื่นๆสายตาจ้องมองปะทะผู้ที่มองจ้องพวกตนอย่างหาเื่แล้วก็แตะที่บ่าของตนให้มองเห็นดาวหกแฉกที่ประดับบนบ่าคนที่เห็นต่างก็หลีกหนีหรือไม่ก็หมุนกายหลบทางมิกล้าข้องแวะใดๆ
สายตาของจอมกวนบาทาก็ปะทะเข้ากับเรือนร่างอรชรของภุชโคสายตาหื่นกระหายทำงานในทันที ก้าวเดินช้าๆ มาทางภุชโค โดยไม่สนว่าเธอจะมีสหายร่วมโต๊ะอยู่หรือไม่!
“จุ๊ๆๆๆ...สวัสดีภุชโควันนี้แวะมาร้านกาแฟแต่เช้าเชียวนะ!”
ภุชโคจ้องหน้าแล้วกอดอกเมื่อเห็นสายตาของจอมกวนบาทา สายตาหื่นกระหายมองใบหน้าสวยชวนยลไล่ต่ำมาถึงเนินอกขาวนวลเนียนแล้วทำท่ากลืนน้ำลายฉีกยิ้มหื่นกระหาย
“อ้า...เช้าๆเ้างามนักผิวพรรณเปล่งปลั่งมิใช่น้อย...”
แล้วหันมองทางวรรณก็สะดุดตากับความสวยงามแม้จะรู้ว่ามีอายุมากกว่าภุชโคแต่ไอ้หน้าหื่นกวนบาทาไม่สนใดๆเอ่ยวาจาสนองความปรารถนาของตัวเอง
“ภุชโค!...เ้าจะไม่แนะนำพี่หญิงสุดสวยท่านนี้ให้ข้ารู้จักหน่อยหรือ?”
คนติดตามอีกหนึ่งแลบลิ้นเลียริมฝีปากตามด้วยสายตาที่จ้องมองล้วนแสดงความหยาบโลนจนเกินเยียวยา
“เ้าหนู...เล่นข้ามรุ่นมันไม่ดีนะ!...กลับไปมีมารยาทกับแม่ของเ้าเสียหน่อย...จะพูดเล่นก็ระวังวาจาด้วยนะ”
วรรณสบตาเอ่ยเสียงแข็งปราณที่นั่งก้มนิ่งๆ มิให้ผู้มาเยือนเห็นใบหน้าถนัดเริ่มกัดกรามกรอดๆเอ่ยผ่านกระแสจิตให้ท่านแม่และภุชโครู้
‘ไอ้เ้านี่แหละที่เมื่อวานอยู่ในกลุ่มของรัตนาครแล้วทำกร่างใส่ข้าจนโดนเนตรสะกดฌานเข้าไป’
วรรณหัวเราะร่าแล้วหันมองส่ายศีรษะ
“ดวงตาเ้าหายดีแล้วหรือไร?จึงมองข้าและภุชโคด้วยสายตาลามกแบบนั้น!”
มันหน้านิ่งชะงักวาจาโดยพลันหันมองสหายแล้วพากันกัดกรามกรอดๆ
“เ้า...เ้ารู้ได้ยังไง?”
“สบชัย!...มันจะมากไปแล้วนะ...หัดมีมารยาทกับท่านปราชญ์ยุทธ์วรรณเสียบางสิ!”
ภุชโคลุกขึ้นชี้หน้าเสียงนางดังพอที่จะเรียกให้คนหันมองพอผู้คนเห็นว่าคนของทางการกำลังมีเื่ก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ทันที เพราะส่วนมากในที่นี้ต่างเป็คนต่างถิ่นขืนมีเื่วุ่นวายอาจจะไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันบรรดาชาวยูโรเปี้ยนโดยส่วนมากจึงไม่อยากข้องแวะหรือมีปัญหากับคนของทางการไม่ว่าจะตำแหน่งใหญ่โตหรือไม่
“สบชัยหรอกหรือ?...ถ้ายังไม่ขอโทษท่านแม่ของข้า...สบชัยอาจจะได้เป็ศพไวๆก็ได้!”
ปราณเอ่ยแทรกเสียงเข้มข้นแล้วค่อยๆเงยหน้าประสานสายตาปล่อยเนตรสะกดฌานใส่ดวงตาของสบชัย ในครั้งนี้รุนแรงแล้วรวดเร็วกว่าครั้งที่แล้วหลายเท่านัก
“อ๊ากกก...ตา...ตาของข้า...เ้า...เ้า...ไอ้...ไอ้คนเมื่อวาน...ไอ้เ้าปราณ!”
ปราณลุกขึ้นแล้วคว้าจับคอของสบชัยและสหายอีกคนราวกับทั้งสองเบาเสียอย่างนั้นความสูงใหญ่ ๑๘๙ เิเทำให้สามารถหิ้วคอทั้งสองจนตัวลอยพ้นพื้น ปราณกระชับคอทั้งคู่แน่นมือแล้วเดินอย่างปกติออกจากร้าน
“ปล่อย...โอ๊ย...ปล่อยข้านะ!...แกรู้ไหมว่าข้าเป็ใคร?”
สบชัยที่เจ็บระบมตาะโก้องแสดงความมีอำนาจปราณยังไม่ปล่อยจับทั้งสองโยนโครมบนหินหน้าร้านในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย...
“ไอ้เ้าปราณ...ข้า...ข้าจะฟ้องท่านอุรคะให้มาจัดการกับเ้า...รับรองว่าเ้าไม่ตายดีแน่!”
สบชัยที่ตาเริ่มกลับมามองเห็นตามปกติชี้หน้าด่าลั่นถนนทำเอาผู้คนหยุดนิ่งไม่กล้าเดินต่อทุกสายตาจ้องมองบ้างก็ส่ายหัวเมื่อเห็นหนุ่มร่างงามมีเื่กับคนของทางการ
“ไม่น่าเลยเ้าหนุ่ม...ยังเด็กอยู่แท้ๆ...มีเื่กับคนของทางการเสียแล้ว!” ป้าสูงวัยท่านหนึ่งโพล่งขึ้นด้วยความสงสารปราณจับจิต
ปราณขยับกายะโใส่ดวงตาแข็งกร้าว
“ท่านพี่อุรคะงั้นหรือ?...หึหึหึ...ข้าก็อยากจะรู้ว่าเ้าหรือข้าใครจะถูกลงทัณฑ์ก่อนกัน”
ปราณขยับกายกางฝ่ามือเข้าหาสบชัยพลันร่างของไอ้จอมกวนก็ถูกดูดเข้ามายังฝ่ามือแกร่งของปราณเขาบีบลำคอจนแน่นบัดนี้ดวงตาของปราณกลายเป็สีแดงเพลิง ส่วนมืออีกข้างก็กระทำสหายติดตามสบชัยในแบบเดียวกัน
“ปล่อย..ปล่อยพวกข้า...โอ๊ย...เ้ามันเป็ปีศาจ...โอ๊ย....”
สบตาและสหายดิ้นพราดๆมือแกร่งของปราณกำลำคอบีบกดจนเป็รอยนิ้วลึกลงไป ใบหน้าทั้งสองแดงฉาน มือไม้ไขว่คว้าแขนปราณหวังจะดึงให้หลุดแต่ก็หาทำได้ไม่!
“เมื่อวานยังโดนสั่งสอนไม่พอใช่ไหม?...วันนี้ข้าจัดให้...รับรองว่าท่านพี่อุรคะได้คัดเลือกทหารใหม่แน่นอน!”