หนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์

    ไป่หานเฟิง

    "อะแฮ่ม เห็นทีเหลนชายคงไม่ต้องการให้คนแก่คนนี้พาเที่ยวชมแล้วกระมัง"นางแสร้งทำหน้าน้อยใจเล็กน้อย ทำให้ลั่วอู่หลินคล้ายอ้อมกอดจากไป่หนี่และเดินเข้าไปทำสีหน้าออดอ้อนย่าทวดของตน

     

    "ต้องการสิขอรับ ไปกันสามคนก็ได้ใช่หรือไม่"เขากล่าวพร้อมทำตาปริบๆ

     

    ลั่วเหม่ยดีดหน้าผากเหลนตัวดีไปหนึ่งทีก่อนจะยกยิ้มให้ "ไม่เอาดีกว่า ให้นางพาเจ้าเที่ยวชมสถานที่เถอะ ยายทวดคนนี้ไม่อยากเป็นก้างขวางคอพวกหลานๆหรอกนะ หุหุ"

     

    กล่าวจบนางก็มองไปที่ไป่หนี่ที่ตอนนี้กำลังโค้งคำนับให้นางด้วยท่าทีพึงพอใจ เมื่อมองกลับมาที่เหลนของนางก็พบว่าทั้งสองช่างเหมาะสมกันเสียจริงๆ หนึ่งชายผู้หล่อเหลาและมีพรสวรรค์ที่สูงสุดกับหญิงสาวผู้งดงามที่สุดในนิกาย ดูอย่างไรพวกเขาก็เกิดมาคู่กัน

     

    "อ๊ะ เจ้าต้องกลับมาให้ทันอาหารค่ำละ แล้วก็เจ้าด้วยนะแม่นางไป่หนี่"กล่าวจบนางก็หันหลังกลับไปอยางอารมร์ดี ลั่วอู่หลินและไป่หนี่แย้มยิ้มก่อนที่จะผสานมือตอบรับและลั่วเหม่ยไป

     

    "ที่รักท่านจะพาสามีคนนี้ไปเที่ยวชมที่ไหน ได้โปรดนำทาง"ลั่วอู่หลินไม่ปล่อยเวลาให้ว่าง เขาเอ๋ยปากหยอกเย้าไป่หนี่ทันที

     

    "หุหุ ดูเจ้าสิ ไม่เจอกันสองปีไฉนถึงดูกะล่อนนัก แล้วนี่ไม่คิดจะให้พวกนางออกมาเจอข้าหน่อยหรือ"ไป่หนี่ป้องปากหัวเราะเบาๆพร้อมกล่าวขึ้น

     

    ลั่วอู่หลินเมื่อได้ยินก็พลันส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ "พวกนางยังพบเจ้าไม่ได้หรอก เพราะตั้งแต่ข้าเข้ามายังดินแดนแห่งนี้พวกนางก็พากันปิดด่านกันทุกคน โดยให้เหตุผลว่าไม่อยากเป็นตัวถ่วง ทั้งๆที่ข้าเองก็ไม่เคยเห็นพวกนางเป็นตัวถ่วงเลยแท้ๆ"

     

    "ไม่แปลก แม้ผู้หญิงจะรู้สึกดีเมื่อโดนผู้ชายของตนเองปกป้อง แต่หากต้องให้ปกป้องทุกครั้งไปมันก็ทำให้พวกนางคิดไปว่าพวกนางเป็นตัวถ่วงอย่างไรละ เรื่องนี้ข้าเข้าใจพวกนาง" ไป่หนี่พยักหน้า ก่อนที่นางจะพาสามีไปท่องเที่ยวอย่างสนุกสนาน

     

    ในระหว่างท่องเที่ยวเหล่าศิษย์ของหอคอยหิมะที่พบเห็นพวกเขาพากันอึ้งค้าง เนื่องจากพวกเขาไม่เคยเห็นผู้อาวุโสไป่หนี่ในบุคลิกที่ดูคล้ายสาวน้อยเช่นนี้มาก่อนจึงอดไม่ได้ที่จะตะลึงในใจ

     

    "ผู้ชายคนนั้นเป็นใครกัน เหตุใดผู้อาวุโสไป่หนี่ถึงเดินควงเขาอย่างสนิทสนมเช่นนั้น"

     

    "เจ้านั่นรนหาที่ตายชัดๆ หากผู้อาวุโสไป่หานเฟิงเห็นละก็ได้ฆ่าเจ้าเด็กนั่นตายแน่ๆ"

     

    "ฮ่าๆๆแบบนี้ก็มีเรื่องสนุกๆให้ดูแล้วสิ ข้าเองก็อยากให้ผุ้อาวุโสไป่หานเฟิงคนนั้นร้อนรนในใจเช่นกัน"

     

    บทสนทนาของเหล่าศิษย์ที่ดังขึ้นมาอย่างสนุกสนาน ลั่วอู่หลินได้ยินก็พลันขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วหันไปกล่าวถามไป่หนี่ในทันที "ผู้อาวุโสไป่หานเฟิงนี่ผู้ใดกัน เหตุใดพวกเขาจึงเอ่ยถึงชื่อนี้กันอย่างสนุกสนาน"

     

    "อ่อ.....เป็นลูกชายของผู้อาวุโสชั้นสูงคนหนึ่งน่ะ เมื่อข้ากลับมาเขาก็ให้บิดามาขอหมั่นหมายข้าเลยก็ให้ท่านพ่อปฏิเสธไปแล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ยอมเลิกลา"นางกล่าวตอบไปตามตรงเพราะไม่มีสิ่งใดที่ต้องปิดอยู่แล้ว

     

    "โอ้ เป็นเช่นนั้นเอง"

     

    "หืม เจ้าไม่หึงบ้างหรือ"นางเอ่ยปากกล่าวถามเมื่อเห็นใบหน้าอันเรียบนิ่งของอีกฝ่าย ชายหนุ่มที่ได้ยินคำถามนั้นก็หยุดลงในทันทีก่อนที่จะดึงนางเข้ามาสวมกอดไว้ท่ามกลางเหล่าศิษย์และชาวบ้านมากมาย

     

    "แน่นอน ข้าหึงมาก และจะประกาศให้ทุกคนรู้เดี๋ยวนี้ว่าเจ้ามีเจ้าของแล้ว"กล่าวจบลั่วอู่หลินไปรอช้า เชยคางหญิงงามและประทับริมฝีปากเข้ากับอีกฝ่ายในทันทีโดยไม่เขินอาย จนทำให้เสียงฮือฮาของคนแถวนั้นดังมาไม่ขาดสาย เมื่อริมฝีปากของสองชายหญิงผละออกจากกัน ไป่หนี่ก็พลันเขินอายยกใหญ่ เจ้าเด็กบ้าคนนี้ช่างเอาแต่ใจนัก ถึงขนาดมาแสดงความเป็นเจ้าของในที่แบบนี้แล้วนางจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน

     

    "เจ้าเด็กบ้า"นางทุบหน้าอกของสามีหนุ่มด้วยความหมั่นใส้ก่อนจะวิ่งออกไปราวกับสาวน้อยอย่างไรอย่างนั้น ลั่วอู่หลินเมื่อเห็นภาพแบบนี้ก็ยกยิ้มโดยพลันและวิ่งตามสาวงามไปท่ามกลางเสียงฮือฮาของชาวบ้านและเหล่าศิษย์ที่ยังดังขึ้นไม่หยุดหย่อน

     

    ทั้งลั่วอู่หลินและไป่หนี่ยังไปเที่ยวชมสถานที่อีกมากมายจนกระทั้งเวลาล่วงเลยไปเกือบถึงช่วงเย็น พวกเขาจึงพากันไปที่หอคอยหิมะเพื่อให้หญิงงามได้เตรียมตัวสำหรับการร่วมโต๊ะอาหารเย็นกับท่านปู่ทวดและย่าทวดของลั่วอู่หลิน

     

    "โอ้ นี่คือภายในหอคอยหิมะงั้นหรือช่างสมชื่อเสียจริง"เมื่อชายหนุ่มเข้าไปยังด้านในหอคอยหิมะพร้อมกับหญิงสาว ด้านในหอคอยเหมือนจะมีหิมะสีขาวโปรยปรายลงมาตลอดเวลา อีกทั้งอุณหภูมิในนี้ยังหนาวเย็นเอาเสียมากๆถึงขนาดที่คนธรรมดามิอาจอยู่ได้เลยทีเดียว

     

    ทั้งลั่วอู่หลินและไป่หนี่เดินมาถึงยังชั้นบนสุดของหอคอย ที่นี่คือสถานที่พักอาศัยของเจ้าหอและครอบครัว และไป่หนี่เองก็อาศัยอยู่ที่นี่ นางพาลั่วอู่หลินไปยังคฤหาสน์เล็กๆของนาง ที่อยู่ด้านข้างคฤหาสน์ใหญ่จากนั้นก็ให้ชายหนุ่มนั่งรออยู่ที่ห้องโถงส่วนนางจะไปแต่งตัวสำหรับคืนนี้ ซึ่งลั่วอู่หลินก็พยักหน้าอย่างยินดี ก่อนที่จะดึงเอากาน้ำชาและถ้วยออกจากแหวนมิติมาดื่มอย่างสบายใจ

     

    "หืม ใครกันถึงได้มีจิตสังหารรุนแรงเช่นนี้"ในขณะที่ลั่วอู่หลินกำลังดื่มชาอยู่ดีๆเขาก็สัมผัสได้ถึงหนึ่งตัวตนที่ตอนนี้กำลังลอยอยู่บนฟากฟ้า ตบะของมันคือระดับบรรพชนขั้นที่สอง อีกทั้งยังมีไอสังหารรุนแรงมากอีกด้วย

     

    แม้ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร แต่เขาจะให้มันมาปลดปล่อยจิตสังหารในเขตที่พักของภรรยาเขาได้อย่างไรเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆเลยสำหรับเขา ดังนั้นเมื่อดื่มชาถ้วยสุดท้ายเสร็จลั่วอู่หลินจึงลุกจากเก้าอี้ในทันทีและเดินออกไป สิ่งที่เห็นเบื้องหน้าคือชายหนุ่มผมดำอาภรณ์ขาวมีสัญลักษณ์ผู้อาวุโสคล้ายกับของไป่หนี่ ในเวลานี้กำลังมองเขาอย่างเย็นชาและเย่อหยิ่งพร้อมกับจิตสังหารที่พุ่งพล่าน

     

    ลั่วอู่หลินเมื่อเห็นก็พลันกวาดสายตา การรักษาความปลอดภัยของหอคอยชั้นสุดท้ายอันเป็นที่อยู่อาศัยของเจ้าหอเหตุใดจึงได้หละหลวมเช่นนี้กัน ถึงขนาดที่ไม่มีแม้แต่ทหารยามสักคนที่คิดจะห้ามชายหนุ่มเบื้องหน้า

     

    "นี่หรือหนอนแมลงที่มายุ่งกับไป่หนี่ วันนี้ข้าไป่หานเฟิงจะจบชีวิตเจ้าซะ"เสียงที่เย็นชาดังขึ้น ลั่วอู่หลินก็รู้แจ้งแก่ใจในทันที ชายที่ชื่อไป่หานเฟิงคนนี้หลงรักไป่หนี่ภรรยาของเขา และดูจากที่โกรธแค้นเป็นฟืนเป็นไฟก็น่าจะรู้ถึงการกระทำของเขาในเมืองเป็นแน่แท้

     

    "หนอนแมลง?? หากจะพูดถึงเรื่องนี้คงจะเป็นเจ้ามากกว่ากระมัง ที่มักจะสร้าความลำคาญให้กับภรรยาผู้อื่น"ชายหนุ่มยิ้มอย่างเย้ยหยันทำให้ไป่หานเฟิงเดือดสุดขีดในทันใด พลังปราณน้ำแข็งสีฟ้าแผ่พุ่งออกมาจากตัว ทันใดนั้นตัวมันก็พลันหายวาบแล้วมาปรากฏเบื้องหน้าของลั่วอู่หลินในทันทีพร้อมกับซัดฝ่ามือไปที่หัวหมายปลิดชีพลั่วอู่หลินให้ตายในฝ่ามือเดียว

     

    "ปั้ง!!"

     

    ฝ่ามือของไป่หานเฟิงถูกปัดป้องได้ ภาพนี้ทำให้มันดวงตาเบิกกว้างแต่กว่าที่ได้ทำอะไรมากกว่านั้นขาของลั่วอู่หลินก็เตะเข้าไปที่สีข้างของอีกฝ่ายเต็มแรงจนกระเด็นออกไป

     

    "ตูมม!!"

     

    "อั๊ก!!"

     

    กระดูกซี่โครงของไป่หานเฟิงหักสองท่อน พร้อมกับกระเลือดออกมา ดวงตาสั่นเคลือเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อที่ตนเองโดนเพียงกระบวนท่าเดียวก็เจ็บได้ปานนี้

     

    'ข้าแค่ประมาทไปเท่านั้น'ไป่หนาเฟิงคิดในใจอย่างเข้าข้างตัวเอง วงแหวนเซียนเทียนสองวงปรากฏด้านหลัง ลั่วอู่หลินที่เห็นดังนั้นพลันอดยิ้มเยาะไม่ได้ชายคนนี้อายุน่าจะมากกว่าปู่ของเขาสักประมาณร้อยปีได้ แต่พลังกลับอยู่เพียงแค่บรรพชนชั้นสองเท่านั้น นี่ถือได้ว่ามีพรสวรรค์มากกว่าศิษย์ทั่วไปเล็กน้อยเท่านั้นเอง

     

    "ช่วยไม่ได้"ลั่วอู่หลินสะบัดอาภรณ์ขาวทันใดนั้นวงแหวนเซียนเทียนหนึ่งวงปรากฏขึ้นด้านหลัง ไอปราณที่หนาแน่นของทั้งสองเข้าห่ำหั่นกันในทันที

     

    "วิหคผนึกราชัน" ไป่หานเฟิงผสานมือเข้าด้วยกันวิหคน้ำแข็งสีฟ้าขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมาเมื่อมันชี้มือมาทางลั่วอู่หลินวิหคน้ำแข็งนั้นก็พลันเข้าจู่โจมลั่วอู่หลินในทันที

     

    ชายหนุ่มหลบหลีกอย่างง่ายดายใบหน้าประดับไว้ด้วยรอยยิ้มบาง วิหคน้ำแข็งตนนี้แม้จะดูอันตรายแต่ไม่ใช่สำหรับเขาแน่นอน ลั่วอู่หลินวาดมือออกไปปราณหยินของเขากลายเป็นอสรพิษหยินสีขาวขนาดใหญ่พุ่งเข้าไปปะทะกับวิหคน้ำแข็งในทันที การปะทะกันครั้งนี้เกิดขึ้นพักใหญ่

     

    ลั่วอู่หลินตั้งแต่เริ่มสู้รอยยิ้มยังไม่เคยหายไปจากใบหน้า อสรพิษหยินของเขาเข้าพันรอบตัววิหคน้ำแข็งในทันทีและฝังเขี้ยวอันแหลมคมเข้าไป ก่อนที่ไอปราณน้ำแข็งบนตัววิหคน้ำแข็งนั้นจะหลังไหลเข้าไปในตัวอสรพิษหยินจนหมดสิ้นและค่อยๆแหลกสลายไป

     

    "บ้าน่า นั่นมันอะไรกัน!!"ไป่หานเฟิงตื่นตระหนกเห็นได้ชัดเลยว่าไม่เคยเจอเรื่องเช่นนี้มาก่อน ลั่วอู่หลินเมื่อเห็นว่าวิหคน้ำแข็งของอีกฝ่ายกสลายหายไป เขาก็ใช้ออกด้วยท่าร่างพุ่งเข้าไปด้านหลังของไป่หานเฟิงในทันทีพร้อมด้วยกระบี่ในมือที่ปรากฏขึ้นมาตอนไหนก็ไม่อาจทราบได้

     

    "จบแล้ว คิดจะสังหารข้าเจ้าไม่มีความสามารถมากพอ"

     

    "เพล้ง!!"

     

    กระบี่หยินของลั่วอู่หลินสะบั้นหมายเอาชีวิตอย่างชัดเจนแต่ทว่ากลับมีม่านพลังน้ำแข็งมารับเอาไว้ ทำให้ชายหนุ่มถึงกับคิ้วขมวดในทันที หากเป็นม่านน้ำแข็งทั่วไปแน่นอนเขาย่อมฟันมันจนแตกกระจายไปแล้ว

     

    "ลมปราณนี้เหมือนกับของไป่หนี่เมื่อก่อนแต่บริสุทธิ์กว่ามาก"ลั่วอู่หลินอดอุทานออกมาไม่ได้ เขาใช้ท่าร่างเคลื่อนที่ไปอีกด้านของไป่หานเฟิง และใช้หมัดธรรมดาๆของเขาต่อยเข้าไปเต็มแรงจนต้องกระเด็นไปติดกับกำแพงหอคอยและล่วงหล่นลงมาอย่างน่าอนาถยิ่งและสลบลงไป ในเวลานั้นเหล่าทหารยามที่ดูเหมือนจะรู้เห็นเป็นใจรีบแบกไป่หานเฟิงกลับอย่างเร่งร้อน ลั่วอู่หลินชายตามองเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ตามไปแต่อย่างใด

     

    "ท่านคงดูความบันเทิงพอแล้ว ออกมาเถอะ"เมื่อเหตุการณ์สงบเสียงของลั่วอู่หลินก็ดังกังวาลขึ้นมา ทำให้ชายหนึ่งหญิงสองลอยลงมาช้าๆ หนึ่งคนในนั้นคือไป่หนี่ที่ทำสีหน้าไม่ค่อยพอใจนัก ส่วนอีกสองคนนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ดูพึงพอใจ

     

    คล้ายกับเรื่องหนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน