ตอนที่ 12 ไม่ใช่คน!
โซนคลังสินค้าทางตะวันตกของเมือง มันเป็ศูนย์รวมการขนส่งสินค้าทั้งหมดของเมือง
คลังสินค้าเอสองตั้งอยู่ตรงหัวมุม มันไม่คล้ายคลังสินค้าอื่นที่มีรถเข้าออกไม่หยุด ประตูใหญ่ของที่นี่ถูกปิดแน่น พนักงานทกคนเลิกงานกลับกันไปนานแล้ว
มีกล่องไม้ใหม่เอี่ยมจำนวนมากซ้อนกันอยู่ในโกดัง
แสงไฟสลัว
ที่มุมหนึ่ง เฉียนเจียงที่ไร้ซึ่งความเป็สุภาพบุรุษเช่นที่เคยเป็ ตอนนี้เผยรอยยิ้มอันโฉดชั่ว ฝีเท้าก้าวเดินเข้าหาหลงซือหยิงที่ถูกมัดไว้กับเก้าอี้
มือเขายื่นไปคว้าเชยคางของหลงซือหยิงขึ้นมา น้ำเสียงที่ราวกับสะใจกล่าวคำออก “อยากร้องะโเท่าไหร่ก็ทำ เธอก็รู้ว่าที่นี่ถิ่นฉันเอง เพื่อจัดการกับพี่เขยของเธอที่ชอบยุ่งเื่ชาวบ้าน ตอนเที่ยงวันนี้ฉันสั่งพนักงานกลับกันไปหมดแล้ว”
“ส่วนคนที่เหลืออยู่ตรงนี้ มีแต่ลูกน้องฉัน”
“ถ้าอีกครึ่งชั่วโมงหลินเยี่ยยังไม่มา เธอคงรู้จุดจบตัวเองดี”
คนงานสิบกว่าคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเฉียนเจียงะโถูกใจออกมาทันที
คนเหล่านี้ส่วนใหญ่ล้วนเป็เพื่อนอตีดนักโทษของเฉียนเจียง ซึ่งสามารถทำเื่ชั่วได้โดยไม่คำนึงถึงชีวิต
ถุย!
ในขณะนั้นก็มีน้ำลายกระเด็นใส่หน้าของเฉียนเจียง
ดวงตาของหลงซือหยิงบวมแดง ทรงผมยุ่งเหยิง ใบหน้าซีดเผือดะโด่าอย่างบ้าคลั่งว่า "เฉียนเจียงแกมันสัตว์เดรัจฉาน ฉันที่มันตาบอดจริงๆ"
"แกอยากจะทําอะไรก็มาทำที่ฉัน!"
"ปล่อยยี่ยี่ไป เธอยังเป็แค่เด็กอยู่เลย!"
เมื่อวานนี้เฉียนเจียงแจ้งยกเลิกสัญญากับเธอ ทําให้เธอหดหู่ตลอดทั้งวัน แต่วันนี้ตอนบ่ายกลับมาหาเธออีก
แล้วบอกเธอถึงเหตุผลที่ยกเลิกสัญญา ว่าเพื่ออยากให้เธอได้หาเงินพิเศษจากข้างนอก
ไม่เพียงแต่ให้ของขวัญเพื่อขอโทษ แต่ยังเชิญเธอไปเยี่ยมชมคลังสินค้าขนส่งของตัวเองอย่างอบอุ่นด้วย
ใช้คําพูดดูดีเพื่อล่อลวง ทําให้หลงซือหยิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกดีใจและหลงจนหัวปักหัวปำ
เฉียนเจียงอาศัยโอกาสนี้เสนอว่าให้เธอรับลูกสาวบุญธรรมหลังเลิกเรียน มาเล่นด้วยกัน
หลงซือหยิงตื่นเต้นและไม่ได้สงสัยเขาเลย
ใครจะรู้ว่าเมื่อมาถึงโกดัง เฉียนเจียงจะแสดงสีหน้าโเี้ และจับตัวทั้งสองคนไว้
เวลาเพียงชั่วโมงเดียว ได้เห็นผู้ชายที่ตัวเองปลื้มกลายเป็ปีศาจที่น่าขยะแขยงที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง เกือบทำให้มุมมองชีวิตของเธอแตกสลายไปหมด
หลงซือหยิงไม่ทราบว่าหลินเยี่ยไปมีเื่อะไรกับเฉียนเจียง แต่ที่เธอทราบ ก็คือหลินเยี่ยเป็พ่อบ้านคนหนึ่ง ไม่มีความสามารถอะไร เงินก็ไม่มี อย่างนั้นแล้วจะเอาอะไรมาสู้กับอันธพาลอย่างเฉียนเจียง
ต่อให้มาก็ช่วยอะไรไม่ได้
“วางใจเถอะ ฉันจะทำให้เธอได้ขึ้น์เอง!”
เฉียนเจียงหยิบกระดาษทิชชู่ออกมาเช็ดน้ำลาย แล้วฉีกเทปกาวปิดปากหลงซือหยิง รอยยิ้มแสดงถึงความโรคจิต "แต่พี่เขยเธอทําลายแผนการของฉัน ทําให้ฉันไม่สามารถอยู่ในเมืองหยุนเฉิงได้... ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับมันอย่าหวังว่าจะรอด”
“จำเอาไว้ อย่ายุ่งเื่ของคนอื่น หากไม่จะวิบัติทั้งครอบครัว!”
"คนเลว!"
เด็กสาวตัวน้อยที่ถูกเฉียนเจียงหยิกใบหน้าไม่แสดงท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย อีกทั้งยังปลอบใจหลงซือหยิงด้วย "แม่ทูนหัวไม่ต้องกลัวนะคะ เดี๋ยวป่ะป๊าจะมาจัดการพวกคนเลวทุกคนเอง!”
“หนูน้อย คิดว่าพ่อของเธอเป็ยอดมนุษย์หรือยังไง?”
เฉียนเจียงเดินเข้าหาเด็กสาว หยิกที่แก้มนั้นพร้อมเผยยิ้มโฉดชั่ว “ได้ยินว่าพ่อในใจของลูกสาวทุกคนล้วนเป็ฮีโร่”
"เดี๋ยวอีกสักพักลุงจะทำให้หนูได้เห็น ว่าพ่อของหนูจะเป็หมาตายข้างถนนยังไง”
ปัง!
ทันใดนี้เองที่ประตูเหล็กขนาดใหญ่ เดิมมันปิดสนิทเอาไว้ ตอนนี้เกิดเสียงดังก้องประหนึ่งไม้กระทุ้งเหล็ก มันยับเยินและล้มครืนลง
หลินเยี่ยยืนที่หน้าประตู พริบตานี้พุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเดือดแค้น
แสงอาทิตย์สาดส่องทางด้านหลัง มันทำเงาร่างของเขาทอดยาวประหนึ่งแข็งแกร่งไร้เทียมทาน
เดิมนั้นสีหน้าเคร่งเครียด พบเห็นยี่ยี่กับหลงซือหยิงปลอดภัย เขาค่อยผ่อนคลายลง
"ป่ะป๊า..." เด็กสาวพบเห็นหลินเยี่ยปรากฏตัวจึงรีบส่งเสียงร้องเรียกด้วยความดีใจ
ทว่าชายร่างกำยำกลับปิดปากเธอเอาไว้
หลงซือหยิงมองประตูเหล็กบานใหญ่ที่มีสภาพราวโดนรถบรรทุกชนใส่ สีหน้าตอนนี้เผยอาการตกตะลึง
เพิ่งวางสายโทรศัพท์ไม่ถึงห้านาที ตอนนี้หลินเยี่ยมาถึงแล้ว นี่เร็วเกินไปหรือไม่?
และสภาพประตูเหล็กนั่นมันยังไงกันแน่?
เห็นได้ชัดว่าเขามาแค่คนเดียว แม้แต่รถก็ไม่ได้ขับมา แล้วเปิดประตูเหล็กหนาขนาดนั้นได้ยังไง?
หลงซือหยิงอยากร้องบอกให้หลินเยี่ยแจ้งตำรวจ น่าเสียดายที่ปากของเธอถูกเทปกาวปิดเอาไว้ ทำได้เพียงส่งเสียงอู้อี้
"ยี่ยี่ไม่ต้องกลัวนะลูก เดี๋ยวป่ะป๊าจะพาหนูกับแม่ทูนหัวกลับบ้านเอง" สายตาของหลินเยี่ยเย็นะเื ฝีเท้าก้าวเดินเข้าไปในโกดัง
เฉียนเจียงหันมองหลินเยี่ยพร้อมเผยยิ้มโฉดชั่ว “มาเร็วดีไม่น้อย ดูท่าจะห่วงลูกสาวกับน้องสาวงั้นสินะ”
“แกอยากรู้ไม่ใช่หรือไง ว่าทำไมพวกผู้หญิงถึงหลงฉันหัวปักหัวปำ”
“ฉันจะบอกให้ฟัง เพราะฉันอ่านใจคนอื่นได้ั้แ่เกิด รู้ว่าพวกเธอกลัวอะไร รวมถึง้าอะไร”
“ไม่ใช่แค่ผู้หญิง แต่ผู้ชายก็ด้วย”
"ยิ่งแกเป็ห่วงพวกเธอมากเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งสาแก่ใจเท่านั้น!”
“จริงด้วย ขอแนะนำเอาไว้ อย่าได้แส่ยุ่งเื่ชาวบ้าน และอย่าคิดมีเื่กับคนอย่างฉัน ไม่งั้นที่รอคอยแกอยู่คือตายทั้งเป็!”
ขณะเฉียนเจียงพูดไม่หยุด หลินเยี่ยก็เดินเข้าหาโดยตอนนี้ห่างไม่ถึงสิบเมตรแล้ว
ลูกน้องกว่าสิบคนข้างกายเฉียนเจียง เ่าั้ต่างยกแท่งเหล็กขึ้นช่วยขวางทางเอาไว้พร้อมเผยสายตาที่มีเจตนาสังหารอันเด่นชัด
"พูดไร้สาระจบหรือยัง?" หลินเยี่ยถามด้วยน้ำเสียงเ็า
“ไอ้คนไม่รู้จักที่ตาย จัดการมัน หักมือหักเท้ามันก่อน!” เฉียนเจียงพบเห็นคำพูดตัวเองไม่อาจทำหลินเยี่ยหวาดกลัว ประหนึ่งเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ตอนนี้จึงหงุดหงิดแทบกระอักเืออก เสียงะโสั่งการจึงกราดเกรี้ยว
กลุ่มคนถือแท่งเหล็กพุ่งเข้าหาปิดล้อมหลินเยี่ยเอาไว้โดยทันที
รวมถึงชายร่างกำยำที่เมื่อครู่จับยี่ยี่เอาไว้ด้วย
คนเหล่านี้คือนักโทษที่เพิ่งพ้นโทษทัณฑ์ออกมา เื่วิวาททำร้ายร่างกายถือเป็เื่ปกติเหมือนส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน
น่าเสียดาย คนที่พวกเขากำลังเผชิญคือหลินเยี่ย อดีตจักรพรรดิเซียน
ปัง ปัง ปัง!
พริบตานี้เองที่ร่างของหลินเยี่ยปรากฏราวกับเป็ภาพลวงตานับสิบ แท่งเหล็กที่มุ่งคิดฟาดใส่ร่างเขาปะทะกันเองดังก้องไม่หยุด
เพียงพริบตา หลินเยี่ยเดินผ่านกลุ่มอดีตนักโทษพร้อมปรากฏตัวตรงหน้าเฉียนเจียง
วินาทีนี้เองที่กลุ่มอดีตนักโทษร่างชะงักล้มลงกับพื้น บ้างก็ซวนเซไปกระแทกกล่องไม้แตกพัง
ทุกคนต่างโดนแท่งเหล็กในมือกระแทกใบหน้าตัวเองอย่างแรง ศีรษะปูดบวม
หลินเยี่ยเพียงดีดนิ้ว พลังพลันปรากฏพุ่งออกจากปลายนิ้วมุ่งตรงเข้าหาเด็กหญิงตัวน้อยและหลงซือหยิง
ทั้งสองคนหมดสติไป
ั์ตาเฉียนเจียงหดเกร็ง สีหน้าซีดเผือดยิ่งกว่ากระดาษ ดวงตานั้นเผยซึ่งความหวาดกลัว
จัดการคนนับสิบในชั่วพริบตา ทั้งยังเป็ฝีมือของหลินเยี่ยเพียงคนเดียว
อีกฝ่ายไม่ใช่คนแล้ว!
แต่เป็อสูรร้าย อสูรที่สังหารคนได้ในพริบตา!
“แก... อย่าเข้ามานะ... ฉันผิดไปแล้ว ฉันนจะไม่สร้างปัญหาให้แกอีก ปล่อยฉันไปเถอะ!”
“ฉันสาบานว่าจะรีบไสหัวไปให้พ้น ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับแกอีกตลอดชีวิต!” เฉียนเจียงหวาดกลัวถึงขีดสุด ร่างกายตอนนี้สั่นเทาขณะเท้าก้าวถอยหลังไปเรื่อย
“คิดไปก็ไปได้? สายเกินไปแล้ว!”
“ขอบอกที่ตรงนี้ ชาติหน้าอย่าได้คิดทำร้ายผู้หญิง!”
น้ำเสียงที่ราวไม่สนใจคำร้องขอชีวิตของหลินเยี่ย มันดังก้องในจิตของเฉียนเจียง
ขณะเฉียนเจียงเผยความหวาดกลัวสุดขั้ว ฝ่ามือใหญ่พลันตบเข้าที่ใบหน้านั้น
กร็อบ!
เสียงกระดูกเคลื่อน หากไม่หลุดก็คงแตกหัก กะโหลกศีรษะของเฉียนเจียงแตกร้าวออกเป็เสี่ยง ห้าทวารบนศีรษะปรากฏเืไหลเจิ่งนอง เป็การสิ้นชีวิตในพริบตา
ต่อให้เอาบรรพชนทั้งตระกูลมายืนยัน ก็คงจำไม่ได้ว่าสภาพนี้เป็ใครกันแน่
หลินเยี่ยไม่คิดเสียเวลา ตอนนี้เข้าคุกเข่ากับพื้นรับตัวยี่ยี่เอาไว้
จากนั้นค่อยเดินไปทางหลงซือหยิง แกะเชือกออก ใช้แขนทั้งสองข้างอุ้มคนทั้งสองไว้และออกไปจากโกดัง
ตอนนี้เองที่สายตาเขามองไปยังกล่องไม้ที่แตกกระจาย สายตาหดแคบหรี่เล็กลง ฝีเท้าก็ชะงักลงด้วยเช่นกัน
เขาถึงขั้นฉงนใจด้วยซ้ำ
“บทจะพบเจอก็ได้พบเจอ ของหายากแบบนี้ดันมาอยู่ในโกดังเก็บของเสียได้!”