บรรยากาศในตอนนี้ถ้าใครไม่รู้เื่ราวทั้งหมดแล้วมาเห็นเข้า ทุกคนคงคิดว่าหลังจากนี้ คงเป็ฉากสังหารหมู่ในตำนาน ที่กลุ่มผู้ก่อการร้ายใช้อาวุธายิงใส่ผู้บริสุทธิ์ที่ยืนเรียงแถวอยู่หน้ากำแพงคอนกรีตอย่างแน่นอน เพราะมันช่างเหมือนจริงๆ เนื่องจากตอนนี้กลุ่มผู้มาเยือนกำลังตั้งแถวหน้ากระดานอย่างเป็ระเบียบพร้อมกับเอามือกุมไข่เอาไว้
ด้านอาเล็กยังคงทำไว้หน้าเรียบเฉยเหมือนกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น แต่มะลิกับอลิซาเบธนั้นต่างพากันยิ้มเจื่อนๆ เพราะพวกเธอไม่แน่ใจว่าควรจะทำอย่างไร ถ้าเกิดอเล็กซ์สั่งยิงขึ้นมาจริงๆ แล้วอเล็กซ์ก็ขยับตัวเดินไปหยิบหมวกใบหนึ่งในเป้ทหารของเขาแล้วสวมมัน มันคือบวกไบเล่ของทหารสีแดงสด ที่มีเข็มกลัดรูปดาวสีเงินประดับอยู่สองดวงอย่างชัดเจน แล้วหันหน้าไปทางผู้มาเยือน
ชายฉกรรจ์ที่อยู่ในกลุ่มนั้นทั้งหมดต่างยืนตัวตรงยืดอกอย่างภาคภูมิ แล้วยกฝ่ามือขึ้นตะเบ๊ะพร้อมกันอย่างพร้อมเพียง มะลิกับอลิซาเบธถึงกับถอนหายใจออกมา ยิ่งพวกเธอเห็นอเล็กตะเบ๊ะรับการทำความเคารพของพวกเขาด้วย ก็เป็อันแน่นอนแล้วว่าคงไม่มีเหตุการณ์นองเืเกิดขึ้นอีกแล้ว จากนั้นอเล็กซ์ก็พูดขึ้นว่า
" ใครคือผู้นำกลุ่มของคุณ ? "
" ไม่มีครับผม ! พวกเราช่วยเหลือกันออกมาจากส่วนกลางของตัวจังหวัด เนื่องจากะุของพวกเราเกือบหมดแล้วั้แ่เมื่อคืน ผมกับเพื่อนของผมและคนครอบครัวของพวกเราจึงได้ตีฝ่าวงล้อมพวกสัตว์ออกมาในตอนเช้าของวันนี้ครับ ! " คนชื่อชาติพูดขึ้น
" ผมยังไม่สามารถไว้ใจพวกคุณได้ แต่ผมจะอนุญาตให้พวกคุณอาศัยอยู่ภายในลานจอดรถแห่งนี้ได้ และผมจะมอบน้ำและอาหารให้กับพวกคุณบางส่วน หลังจากนั้นเราค่อยคุยกันอีกที และผมขอสั่งห้ามใครก็ตามในกลุ่มของพวกคุณเข้าใกล้ยานเกราะคันนี้เด็ดขาด ถ้าพวกคุณฝ่าฝืน ข้อตกลงของเราถือเป็อันยกเลิก และผมจะฆ่าพวกคุณทุกคน "
อเล็กซ์พูดจบก็ส่งสัญญาณมือให้เฮร่าดึงคันโยกเก็บปืนกลกับพลปืนสาวทั้งสองเข้าไปภายในยานเกราะ ก่อนจะออกคำสั่งให้หน่วยหอกเหล็กที่ 18 ซึ่งก็คือกลุ่มเด็กหนุ่มที่เฝ้ายามอยู่ในห้องประชาสัมพันธ์ที่ชั้นล่างของหอพักหญิงนั้นแหละ ไปเอาอาหารและน้ำมาจากแจกให้กลุ่มผู้มาเยือน และตอนนี้อเล็กซ์ได้ให้ครอบครัวของเขากลับขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้าเหลือแค่เพียงมะลิที่ยืนอยู่ข้างๆ เท่านั้น
อเล็กซ์สังเกตพฤติกรรมของกลุ่มผู้มาเยือนทุกคนอย่างละเอียด แล้วเขาก็พบว่าพวกเขาเหล่านี้หิวโซเป็อย่างมาก แต่เขายังไม่เข้าใจอยู่อย่างหนึ่ง ว่าทำไมพวกเขาถึงไม่ตีฝ่าวงล้อมออกมาั้แ่วันแรกๆ อเล็กซ์นั้นมีคำตอบอยู่แล้วในใจของเขาแล้วเช่นกัน แต่เขา้าจะรู้ความจริงจากปากผู้มาเยือนว่ามันมีความเป็มาอย่างที่เขาเข้าใจหรือไม่ ?
หลังจากที่อเล็กซ์ปล่อยให้ผู้มาเยือนรับประทานอาหารและน้ำกันจนเสร็จแล้ว เขาก็เรียกคนชื่อชาติเข้ามาสอบถาม ซึ่งตอนนี้เขารู้แล้วว่าบุคคลผู้นี้ มีแม่กับลูกสาวติดตามมาด้วย มันเลยทำให้ผู้ชายที่ชื่อชาติคนนี้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
" ท่านผู้พัน้าอยากจะรู้เื่อะไรครับ ? "
" ทำไมพวกนายไม่ตีฝ่าวงล้อมออกมาั้แ่วันแรกๆ ล่ะ รออะไรอยู่อย่างนั้นหรือ ? "
" พวกผมพยายามตีฝ่าวงล้อมแล้วครับแต่ทำไม่ได้ หลังจากเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น คนในครอบครัวของผมกลายร่างไปหลายคน ตอนนั้นผมไม่รู้จะต้องทำยังไง ได้แต่พาลูกสาวกับแม่หนีออกมาจากบ้าน แล้วมุ่งหน้าไปบ้านของเพื่อนอีกคนที่อยู่ใกล้ๆ ซึ่งมันอาศัยอยู่คนเดียว ผมคิดว่าถ้ามันกลายร่างก็ยังพอสู้ได้บ้าง แต่โชคยังดีที่มันไม่ได้กลายร่าง ผมก็เลยตั้งหลักได้ั้แ่ตอนนั้น " ชาติหยุดหายใจสักพักเหมือนระลึกถึงเื่ที่เ็ปขึ้นมาได้ จากนั้นเขาก็หายใจลึกๆ แล้วพูดต่อ
" เนื่องจากไอ้วุฒิมันเป็คนชอบปืน ที่บ้านของมันเลยมีอาวุธมากมาย ผมเลยใช้บ้านของมันเป็ฐาน แล้วเพื่อนในหน่วยทุกคนก็คิดเหมือนกันกับผม พวกมันต่างพาครอบครัวหนีมาตั้งหลักที่บ้านไอ้วุฒิกันหมด แล้วพวกเราก็เริ่มเปิดฉากต่อสู้กับพวกซอมบี้และสัตว์ ตอนแรกพวกเราไม่คิดว่ามันจะเยอะขนาดนี้ เลยคิดว่าตัวเองยังคงพอสู้ไหว และพวกเราไม่มีทางหนีด้วย เนื่องจากมีหมีสีน้ำตาลตัวใหญ่ขวางทางอยู่ แต่เมื่อวานมันได้หายไป พวกเราเลยสามารถตีฝ่าวงล้อมออกมาได้ในวันนี้ นี้คือเื่ราวทั้งหมดครับท่าน "
อเล็กซ์ไม่ได้กล่าวสิ่งใดต่อเพียงแค่ใช้มือตบไหล่ของทหารนายนี้ แล้วก็เดินกลับเข้าไปภายในหอพักหญิง การกระทำของในอเล็กซ์ลักษณะนี้ ทำให้ชาติถึงกับถอนหายใจออกมา อย่างน้อยวันนี้พวกเขาก็มีที่ซุกหัวนอน ถึงแม้เขาไม่เคยรู้จักหรือเคยเห็นผู้พันคนนี้มาก่อน แต่สัญชาตญาณของเขาร้องเตือนถึงอันตรายในตัวของผู้พันคนนี้ตลอดเวลา แล้วชาติก็เดินกลับไปนั่งคุยกับเพื่อนของเขาต่อ
ไม่นานค่ำคืนที่น่ากลัวก็มาถึง ในคืนนี้เสียงปืนกับเสียงะเิน้อยลงมาก มันคือสัญญาณเตือนที่ไม่ค่อยดีนะเท่าไหร่ และเสียงคำรามของฝูงซอมบี้จำนวนมากก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อย หลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จ เขาได้เรียกประชุมกองกำลังหอกเหล็กอีกครั้ง แล้วบอกเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นให้กับพวกเขาได้รับรู้ ว่าที่ลานจอดรถนั้นมีกลุ่มผู้รอดชีวิตอีกกลุ่มหนึ่งกำลังพักอาศัยอยู่ ขอให้สมาชิกกองกำลังอยู่กันเงียบๆในคืนนี้ เมื่อการประชุมจบลงสมาชิกทุกคนก็แยกย้ายกลับเข้าห้องพักของตัวเองไป
คืนนี้อเล็กซ์ไม่จำเป็ต้องมานั่งเฝ้ายามคนเดียวอีกต่อไปแล้ว เพราะตอนนี้มีกองกำลังหอกเหล็กหน่วยที่ 1 ได้ทำหน้าที่นี้อยู่ และหน่วยที่ 1 ก็คือกลุ่มของนักศึกษาปริญญาเอกที่ชื่อยุพิณนั้นเอง อเล็กซ์อยู่พูดคุยกับพวกเธอสักพักก่อนจะเข้าไปนอนในเต็นท์ ที่วันนี้มันดูแปลกไปนิดหน่อย เพราะลูกชายสุดที่รักหายไปจากเต็นท์ เหลือเพียงมะลิที่นอนลืมตาปริบๆ อยู่ด้านใน พร้อมกับเสียงหัวใจที่เต้นแรงของเธอ สายตาของคนทั้งคู่ประสานกันอยู่นานโดยไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมา อเล็กซ์ก็ไม่เข้ามาในเต็นท์เสียที มะลิก็นอนตัวแข็งทื่อ และในที่สุดอเล็กซ์ก็ตัดสินใจเข้าเต็นท์ไปนอนลงข้างๆมะลิ ก่อนจะพูดเบาๆ ข้างหูของเธอว่า
" ตอนนี้ถ้าตั้งท้องขึ้นมาจะลำบาก อดทนหน่อยแล้วกัน "
" ค่ะท่าน แต่ดิฉันมี…อุ๊บ~ "
อเล็กซ์ไม่ปล่อยให้มะลิพูดต่อ เขาเข้าคลุกวงในทันทีแบบหิวกระหาย แต่แล้ว์ช่างเล่นตลกกับมะลิ เพราะอยู่ๆ ที่ประตูทางเข้าของลานจอดรถก็มีเสียง ของคนะโร้องขอความช่วยเหลือพร้อมกับทุบประตูเหล็กไปด้วย
" ปังๆๆ ไอ้ชาติช่วยกูด้วย อีก้อยมันตายแล้ว ช่วยดึงมือกูขึ้นไปที เร็ว ! กูขอร้องล่ะ~ กูเพิ่งเจอกับปีศาจมา ปืนยิงมันไม่เข้า ถ้ามึงปล่อยให้กูทุบอยู่แบบนี้ไม่นานมันจะตามหาพวกมึงเจอเหมือนกัน เร็ว ! ใครก็ได้รีบดึงกูขึ้นไปหน่อย "
อเล็กซ์ออกมาจากเต็นท์อย่างหัวเสียด้วยร่างกายท่อนบนที่เปลื่อยเปล่า โดยไม่พูดสิ่งใด เขารีบคว้าเชือกแล้วะโลงจากชั้นดาดฟ้าทันที ด้านทอมที่ชื่อแก้วยังคงทุบประตูไม่หยุด พร้อมเสียงะโวงเวียนโวยวาย ด้านเพื่อนที่อยู่ภายในลานจอดรถที่กำลังหลับเป็ตายก็พากันสะดุ้งตื่นขึ้น แล้วพวกเขาก็สงสายตาไปมองที่ชาติว่าจะเอายังไง แต่ก่อนที่ชาติจะได้ตัดสินใจอะไร เขาก็เห็นเงาสีดำของใครบางคนะโข้ามกำแพงออกไป แล้วก็เกิดเสียงฝ่ามือตบใบหน้าดังสนั่น พร้อมกับร่างของทอมสาวที่ชื่อที่แก้วลอยปลิวเข้ามา
" เพลี้ย !! ปึก !! "
ชาติรีบวิ่งไปดูอาการของอดีตเพื่อนร่วมทีมว่าเป็อย่างไรบ้าง เขาพบว่าทอมที่ชื่อแก้วนั้นสลบไปแล้ว เขาไม่ได้รู้สึกโกรธในการกระทำของอเล็กซ์เลย เพราะถ้าเขาเป็อเล็กซ์ เขาคงเอามีดปาดคอทอมสาวคนนี้ไปแล้ว
ด้านอเล็กซ์ที่ไม่ได้ตามกลับเข้าไปด้วยก็เนื่องมาจาก ตอนนี้ห่างออกไป 50 เมตร ได้มีซอมบี้รูปร่างสูงใหญ่ที่มีกล้ามเป็มัดๆ ปรากฏตัวออกมาจากความมืด และกำลังเดินเข้ามาหาอเล็กซ์อย่างช้าๆ พร้อมกับการเคี้ยวกินแขนของมนุษย์คนหนึ่งไปด้วย ลักษณะท่าทางการเดินและการกระทำของมันนั้นไม่ต่างไปจากมนุษย์มากเท่าไหร่ และไอสังหารของมันนั้นดูแข็งแกร่งกว่าซอมบี้ระดับ 1 อย่างดาวมหาลัยที่เขาเคยเจอเสียอีก
และเมื่อซอมบี้ตัวนี้เดินเข้ามาใกล้ๆ อเล็กซ์ก็จำมันได้ทันที เพราะมันคือซอมบี้ระดับ 1 ในค่ายทหารที่พังประตูของโรงเก็บยานเกราะนั้นเอง อเล็กซ์ยังพบอีกว่าตามร่างกายของมันนั้น มีรูะุปืนอยู่หลายรูทั้งเล็กและใหญ่แตกต่างกันไป และาแเ่าั้กำลังรักษาตัวเองช้าๆ และการที่มันมายืนอยู่ที่นี่ อเล็กซ์รับรู้ในทันทีเลยว่า การที่พวกเขาไปขโมยานเกราะมาจากค่ายทหาร มันไม่ต่างอะไรไปจากการเปิดกล่องแพนโดร่าเลย จังหวัดนี้จบสิ้นแล้ว อเล็กซ์ใช้ความคิดสั่งการพร์ทันที
" ใช้แต้มสีทั้งหมดลงในค่าสถานะ เพิ่มระดับทักษะพิเศษกงเล็บปีศาจไปที่ระดับที่ 5 เพิ่มระดับทักษะพิเศษเพิ่มความแข็งแกร่ง 2 เท่าไประดับที่ 2 "
" ชื่อ อเล็กซ์ เรนเดลล์ อายุ 30 ปี
เผ่าพันธุ์ มนุษย์ ระดับวิวัฒนาการ 1
แต้มสังหาร 9,234
พร์
1)ระบบไร้ขีดจำกัด ระดับ 1
ใช้แต้มสังหาร 0/1,000,000 เพื่อวิวัฒนาการสู่ระดับที่ 2
2)จ่าฝูง ไม่มีระดับพัฒนาตามระดับวิวัฒนาการ
สมาชิก
อาเธอร์ เรนเดลล์ ความภักดี ถาวร สามารถเปิดดูค่าสถานะได้
จัสมิน ชู ความภักดี 100
สามารถเปิดดูค่าสถานะได้
อลิซาเบธ เรนเดลล์ ความภักดี ถาวร
สามารถเปิดดูค่าสถานะได้
เฮร่า เรน ความภักดี 95
สามารถเปิดดูค่าสถานะได้
มีอีก 90 ชีวิตที่ยอมติดตาม สามารถเปิดขึ้นมาดูค่าสถานะได้
3)กึ่งะ ไม่มีระดับพัฒนาตามระดับวิวัฒนาการ
ใช้แต้มสังหาร 10 แต้ม เพื่อเพิ่มพลังชีวิตที่เสียไปทันที่ 1 หน่วย ถ้าความเสียหายเกินกว่าพลังชีวิตจะตายทันที
ค่าสถานะ
พลังชีวิต 225/225 แต้มสีแดง
พละกำลัง 348/363 แต้มสีเขียว 1
ความแข็งแกร่ง 290/290 แต้มสีน้ำเงิน 0
ความแม่นยำ 215/215 แต้มสีฟ้า 0
ความเร็วความคล่องตัว 205/205 แต้มสีขาว 0
สติปัญญาและการตอบสนอง 210/210 แต้มสีส้ม 0
ทักษะพิเศษ แต้มสีทอง 0
1)มองเห็นในที่มืด
ติดตัว ระดับ 5
ยิ่งมีระดับสูงขึ้นความคมชัดยิ่งมากขึ้น
2)เพิ่มความแข็งแกร่ง 2 เท่า
เรียกใช้ ระดับ 2
ลดพละกำลัง 9.5 หน่วยทุกวินาทีที่ใช้
3)ตีนแมว
ติดตัว ระดับ 5
เสียงฝีเท้าเบาหวิวเหมือนปุยนุ่น ลดความเสียหายเมื่อตกจากที่สูง
4)การจดจำแบบภาพถ่าย
ติดตัว ระดับ 3
ยิ่งมีระดับมากขึ้น พื้นที่ในการจดจำแบบภาพถ่ายจะมากตามไปด้วย
5)กงเล็บปีศาจ
เรียกใช้ ระดับ 5
เปลี่ยนเล็บให้กลายเป็ของคมยากจะถูกทำลายเมื่อมีระดับสูงขึ้น รวมถึงทำให้มือทั้งสองข้างแข็งแกร่งขึ้นด้วย
ลดพละกำลัง 1 หน่วยทุกวินาทีที่ใช้ "
" ค่าสถานะของท่านสามารถเข้าสู่การวิวัฒนาการระดับที่ 2 ได้แล้ว แต่เนื่องจากพร์ระบบไร้ขีดจำกัดของท่าน ยังไม่ได้รับการเพิ่มระดับ กระบวนการวิวัฒนาการจึงถูกยกเลิกชั่วคราว "
ข้อความมากมายแสดงขึ้นมาให้อเล็กซ์ได้เห็น แล้วเขาก็ใช้ความคิดให้มันหายไปทันที ตอนนี้เขาได้เดิมพันทุกอย่างที่เขามีเรียบร้อยแล้ว ถึงแม้เ้าซอมบี้ตัวที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้นจะเป็เพียงระดับที่ 1 แต่เขาคิดว่ามันต้องมีทักษะพิเศษอะไรบางอย่างทำให้ร่างกายมันแข็งแกร่งขนาดนี้ และไม่ว่ามันจะเป็ทักษะอะไร ด้วยประสบการณ์ของอเล็กซ์ เขาบอกได้คำเดียวว่า " มันต้องมีจุดอ่อน "
การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นทันที โดยที่ทั้งสองฝ่ายกระโจนเข้าใจกัน เมื่อระยะห่างของทั้งคู่เข้าสู่ระยะโจมตี หมัดที่แข็งแกร่งของซอมบี้ทหารชกออกมาเต็มแรง ด้วยระยะที่ใกล้ขนาดนี้ อเล็กซ์เห็นรายละเอียดทุกอย่างของซอมบี้ทหาร ร่างกายของมันทุกส่วนแทบจะเป็สีดำที่เงางามไม่ต่างจากเหล็กขัดมัน เขาจึงไม่ได้โจมตีสวนกลับออกไป อเล็กซ์เพียงแค่ใช้ทักษะพิเศษตีนแมวะโหลบไปด้านข้างเล็กน้อย
" ตูม !!! " หมัดของซอมบี้ทหารพลาดเป้าหมายของมัน แล้วกระแทกใส่พื้นถนนจนแตกละเอียด
อเล็กซ์เคลื่อนที่อีกครั้งพร้อมกับซัดหมัดไปที่สีข้างของซอมบี้ทหารเบาๆ เพื่อเป็การทักทายเหมือนกับเป็การยั่วยุ
" เคร็ง ! " เสียงหมัดของอเล็กซ์กระทบกับผิวสีดำของซอมบี้ มันไม่ต่างกับการเอาหมัดซกใส่เหล็กเลย กำปั้นของอเล็กซ์เือาบในบัดดล แต่มันก็ถูกรักษาในทันทีเช่นกัน
" แ*** 50 แต้มคะแนนสังหาร "
แล้วอเล็กซ์ก็ขยับหลบหมัดที่เหวี่ยงกลับหลังมา จากนั้นก็หลบลูกเตะจากซอมบี้ทหารอีกครั้ง คราวนี้อเล็กซ์ะโหลบออกไปไกลพอสมควร แล้วภายในความทรงจำของอเล็กซ์ก็เริ่มตรวจสอบรายละเอียดทุกอย่างด้วยทักษะพิเศษการจดจำแบบภาพถ่าย แล้วเขาก็เจอจุดอ่อน
" ฮ่า ฮา เข้ามา ! " อเล็กซ์หัวเราะดังลั่นเหมือนกับคนขาดสติ ทั้งๆที่เขาไม่มีความจำเป็ต้องพูดอย่างนั้นเลย เพราะยังไงเสียซอมบี้ทหารตัวนี้ ก็โจมตีใส่เขาไม่หยุด และอเล็กซ์ก็ไม่ได้โจมตีโต้ตอบกลับไปเหมือนอย่างตอนแรก
การต่อสู้ของอเล็กซ์นั้นมีผู้เห็นเหตุการณ์อยู่มากมาย ั้แ่กลุ่มนักศึกษาสาวที่อยู่บนชั้นดาดฟ้าของหอพักที่กำลังเอาใจช่วยผู้พันของพวกเขาอยู่เงียบๆ กลุ่มผู้มาเยือนที่กำลังปีนกำแพงที่กำลังเชียร์กันอย่างออกรส รวมถึงฝูงบีสท์ที่กำลังรอบคอยเพื่อเป็นกขมิ้นรอกินตั๊กแตนอยู่ การต่อสู้ของอเล็กซ์ยังคงดำเนินไป โดยมีฝ่ายหนึ่งเป็คนหลบหลีกอีกฝ่ายหนึ่งเป็คนไล่ตาม
ถ้าเป็ในโลกสมัยก่อนการกระทำของอเล็กซ์ในลักษณะนี้ คงถูกใครที่พบเห็นดูถูก แต่สำหรับในยุควันสิ้นโลกเช่นนี้ สิ่งที่อเล็กซ์ทำอยู่นั้นเป็สิ่งที่น่าชื่นชม เพราะศัตรูที่เขากำลังสู้อยู่นั้นแม้แต่ปืนก็ยังยิงไม่เข้า ถ้าอเล็กซ์ไม่ใช้สมองสู้คงตายไปนานแล้ว
" เข้ามาไอ้หนู แกทำได้แค่นี้เองหรือ การที่แกใช้ศิลปะการต่อสู้ของมนุษย์โจมตีใส่ข้าแบบนี้ แทนที่จะใช้การโจมตีด้วยสัญชาตญาณเหมือนกับซอมบี้ทั่วไป มันช่างน่าเสียดายนัก ทั้งๆ ที่ซอมบี้อย่างแกมีพลังชีวิตกับความแข็งแกร่งมากมาย แต่กลับไม่นำมาใช้ในการต่อสู้ มาออกหมัดมวยของทหารที่ต่อให้ข้าหลับตาก็ยังหลบพ้น แล้วตัวประหลาดอย่างแกจะเอาชนะข้าได้ยังไง ข้าหมดสนุกแล้วเตรียมตัวตายได้ !!! "
หลังจากอเล็กซ์พูดจบ เจตนาฆ่ามหาศาลก็ะเิออกจากร่างกาย ….