“ท่านอาจารย์ทักษะของท่านมันคืออะไรทำไมมันน่าสนใจนัก”ฉางเฟิงมองไปยังท่วงท่าที่แปลกประหลาดของซงเทียนและตื่นเต้น
“ทักษะนี้ข้าสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเองแต่ว่ามันก็ไม่ใช่ทักษะที่แข็งแกร่งอะไรมากนักมันไม่ควรค่าให้เ้าฝึกฝนหรอก”ซงเทียนกล่าว
“ไม่เลยมันน่าสนใจมากท่านไม่ลองสอนข้าหน่อยละ” ฉางเฟิงกล่าว
“เอาจริงงั้นเหรอทักษะนี้จริงๆมันยังไม่สมบูรณ์ด้วยซ้ำการที่เ้าจะมาฝึกมันอาจจะเสียเวลามากขึ้นกว่าเดิมก็ได้”ซงเทียนขมวดคิ้ว
“เอาเถอะน่าไม่รองแล้วข้าจะไปรู้ได้อย่างไร” ฉางเฟิงยังดึงดัน
ซงเทียนถอนหายใจก่อนจะมอบทักษะให้ฉางเฟิงศึกษาทักษะของซงเทียนนั้นคือทักษะที่ช่วยให้ซงเทียนสามารถใช้อาวุธได้ทักรูปแบบ แต่มันฝึกยากมากๆแม้แต่ซงเทียนยังฝึกได้ไม่ถึงขั้นชำนาญเลย
“เป็ยังไงยากใช่ใหมแถมมันยังไม่มีประโยชน์กับเ้าอีกด้วย”ซงเทียนเห็นฉางเฟิงเงียบไปนานจึงกล่าวขึ้น
แต่ฉางเฟิงกลับไม่ตอบและแสดงสีหน้าจริงจังตอนนี้ฉางเฟิงอายุได้ 10 ปีแล้วด้านหลังมีดอกบัวปรากฎแล้ว 5 ดอกด้วยกันเหลือเพียง4 และอีก 6 ปีฉางเฟิงถึงจะอายุ 16 และผ่านเกณฑ์ในการลงจากเขา
เมื่อเห็นว่าฉางเฟิงแสดงสีหน้าจริงจังแบบที่ไม่เคยเป็มาก่อนซงเทียนก็รู้สึกทึ่ง
“หรือว่าเ้าเด็กนี่จะเอาจริงบ้าน่า คงเป็ไปไม่ได้มั้งทักษะนี้ข้าสร้างมันตอนยามว่าง่ที่ดูแลเ้าเด็กนี่เท่านั้น มันจะเป็อย่างไรข้าก็ไม่ได้สนใจมากนักเ้าเด็กนี่คงไม่จริงจังถึงขนาดทำให้มันสมบูรณ์ละมั้ง”ซงเทียนแอบคิดในใจ
เวลาผ่านไปฉางเฟิงไม่ได้บ่มเพาะและนั่งศึกษาทักษะของซงเทียนไป10 วัน และทันที่ 11 ฉางเฟิงก็ขยับ ร่างของฉางเฟิงพุ่งออกไปและเริ่มร่ายรำกระบี่จากนั้นก็เปลี่ยนจากกระบี่เป็ดาบ หอก มีด และหมัด
ภาพที่ซงเทียนเห็นมันน่าเหลือเชื่อมากมันราวกับว่าฉางเฟิงเป็เซียนท่านหนึ่งเมื่อกระบี่อยู่ในมือก็จะกลายเป็เซียนกระบี่เมื่อดาบอยู่ในมือก็จะกลายเป็เซียนดาบ
“ฮ่าฮ่า นี่มันยอดเยี่ยมจริงๆ ทักษะของท่านอาจารย์ช่วยให้ข้าเข้าใจทักษะกระบี่ ดาบ หอกมีดและหมัดได้มากขึ้นจนตอนนี้ต่อให้ข้าถือดาบข้าก็สามารถแสดงพลังของกระบี่ออกมาได้มันราวกับว่าอาวุธที่อยู่ในมือนั้นไม่สำคัญแต่สิ่งสำคัญคือจิตใจถ้าจิตใจของมองว่ากิ่งไม้ในมือของดาบมันก็จะกลายเป็ดาบ” ฉางเฟิงหัวเราะอย่างมีความสุข
“มันทำจนได้มันทำให้ทักษะที่ข้าคิดมาสมบูรณ์จนได้ น่าอับอายเกินไปแล้วข้าอยากตายจริงๆ”ซงเทียนอดที่จะกรีดร้องในใจออกมา
หลังจากนั้นฉางเฟิงก็ฝึกฝนทักษะของซงเทียนไปจนเริ่มเบื่อและไปบ่มเพาะใหม่ตอนนี้ซงเทียนไม่ได้ทำอะไรแล้วแค่นั่งมองไปบนท้องฟ้าด้วยใบหน้าที่เหม่อลอยข้างๆกิ้งก่านักล่าอดที่จะปลอบใจซงเทียนไม่ได้
ใครก็ตามที่ได้มาใช้ชีวิตกับสัตว์ประหลาดแบบนี้เต๋าในใจย่อมสั่นคลอนเป็ธรรมดาขนาดกิ้งก่านักล่ายังรู้สึกสั่นใหวกับพร์นี้เช่นกัน
ไม่ว่าซงเทียนจะสอนอะไรไปฉางเฟิงก็ทำได้ไม่ว่าซงเทียนจะมอบบททดสอบอะไรไป ฉางเฟิงก็ผ่านทั้งหมด แม้แต่ตอนนี้ซงเทียนเริ่มฝึกฝนต่อสู้กับฉางเฟิงซงเทียนก็แทบเอาชนะฉางเฟิงไม่ได้แล้วทั้งๆที่ฉางเฟิงเป็แค่ระดับปฐีเท่านั้นแล้วจะไม่ให้ซงเทียนหมดสิ้นความหวังได้อย่างไร
ขณะเวลาผ่านไปมู่หลินก็เริ่มไม่ปรากฎตัวขึ้นมาอีกนี่ทำให้ฉางเฟิงรู้สึกกังวลและอยากจะไปเยี่ยมนางแต่ซงเทียนก็ต้องทำตามที่หนูสมบัติบอกเอาไว้จนกระทั้งเวลาผ่านไปวันนี้เป็วันที่ฉางเฟิงอายุครบ 16ปีและเป็วันที่ฉางเฟิงหวนคืนครบ 9 ครั้ง
ตอนนี้บนหลังของฉางเฟิงมีดอกบอก8 ดอกที่เรียงกันเหมือนกับทิศทั้ง 8และมีดอกบัวขนาดใหญ่กว่าดอกอื่นๆอยู่ตรงกลางพร้อมพลังจิตที่ไปถึงระดับจักพรรดิแล้วและไม่ใช่แค่นั้นร่างกายของฉางเฟิงก็แข็งแกร่งเทียบได้กับระดับจักรพรรดิเช่นกัน
“แม้ตอนนี้เ้าจะอายุ16 ปีแล้วแต่อาจารย์ก็ยังไม่วางใจ เพราะตอนนี้เ้าได้หวนคืนสู่ระดับกายาขั้นที่ 1ถ้าเ้าลงเขาไปตอนนี้เกรงว่า....”
“ตูม!!!!!!!!!!!!”
ซงเทียนยังกล่าวไม่ทันเสร็จฉางเฟิงก็ชกหมัดออกไปยังก้อนหินขนาดใหญ่จนพังทลายแรงหมัดนั้นทำให้ซงเทียนยังหน้าถอดสี คำพูดที่กำลังจะกล่าวล้วนกลืนลงท้องไปแล้ว
“อืมในที่สุดข้าก็เข้าใจแล้วว่าทำไมอาจารย์ถึงให้ข้าฝึกฝนบัญญัติโกลาหลมันเป็ผลดีต่อข้าจริงๆ แม้พลังปราณของข้าจะอยู่แค่กายาขั้นที่ 1 แต่พลังกายของข้ากลับแข็งแกร่งพอจะล้มระดับราชันได้ง่ายๆ”ฉางเฟิงกล่าว
“ดูเหมือนข้าจะไม่ต้องกังวลแล้ว”ซงเทียนกล่าว
“ถ้างั้นอีกสองวันศิษย์จะลงจากเขาไปหาแม่นมหลินสักหน่อย”ฉางเฟิงกล่าว
“ในเมื่อเ้าตัดสินใจจะลงเขาอาจารย์ก็จะไม่ห้าม แต่ว่าด้านล่างเขานั้นเต็มไปด้วยผู้คนที่หลากหลาย และคนชั่วร้ายก็มีอยู่ทุกที่เ้าจะต้องระวังตัวเอาไว้อย่าได้หลงกลคนชั่วเ่าั้และอย่าได้ถูกคนอื่นหลอกใช้เอาได้”ซงเทียนกล่าว
“ไม่ต้องห่วงมีข้าอยู่ไม่มีใครกล้าทำเื่แบบนั้นได้หลอก”กิ้งก่านักล่ากล่าว
“ได้เวลาเรียกเสี่ยวจินกลับมาแล้วเสี่ยวเฮ่ยข้าให้เ้าจัดการแล้วกัน” ฉางเฟิงกล่าว
“ข้าจะรีบจัดการเดี๋ยวนี้”เสี่ยวเฮ่ยหรือกิ้งก่านักล่ากล่าวขึ้น
ฉางเฟิงกลับเข้าไปฝึกฝนบ่มเพาะพลังอย่างเงียบๆซงเทียนก็ยิ้มออกมา หลายปีมานี้แม้เหมือนตนเองจะรู้สึกแปลกใจว่าตนเองทนมาได้อย่างไรโดยที่เต๋าไม่แตกสลายแต่เพราะแบบนั้นเต๋าของซงเทียนกลับแข็งแกร่งขึ้น
“ได้เวลาที่ข้าต้องเดินทางแล้วเช่นกัน”ซงเทียนกล่าวในใจ
สองวันต่อมาเสี่ยวจินหรือหนูสมบัติก็กลับมาฉางเฟิงบ่มเพาะในเวลาสองวันก็มาถึงระดับกายาขั้นที่ 9 ไปแล้ว ฉางเฟิงได้บอกลาซงเทียนก่อนจะลงจากเขาเพียงแต่ฉางเฟิงไม่รู้ว่าทันทีที่ตนเองลงจากเขาซงเทียนก็จะจากไปเช่นกันและไม่รู้ว่าเมื่อใดจะได้พบกันอีก
“ในอนาคตชื่อเสียงของเ้าจะต้องโด่งดังไปทั่วโลกอย่างแน่นอนและนามของข้าในฐานะอาจารย์เองก็จะโด่งดังไปทั่วล้าเช่นกันฉางเฟิงข้าภูมิใจจริงๆที่ได้เลี้ยงดูเ้า” ซงเทียนมองร่างของฉางเฟิงหายไปจากสายตาก่อนจะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าและจากอาณาจักรไปส่วนฉางเฟิงก็ได้ออกเดินทางและก้าวแรกของเขาก็คือหนึ่งในนิกายของอาณาจักรจงเย่นิกายบุปผา