หลังจากมู่หรงเยว่ออกจากห้องไปไป๋หลันเรียกอาหลิงเข้ามาพบทันที หญิงสาวนั่งลงที่โต๊ะใหญ่และจรดพู่กันลงบนกระดาษอย่างตั้งใจ
"อาหลิง" ไป๋หลันเอ่ยเรียก"เ้าช่วยนำจดหมายฉบับนี้ไปส่งให้เฉินกั๋วกงแทนข้าที"
อาหลิงรับจดหมายมาด้วยความสงสัยนางทราบดีว่าเฉินอี้เทียน หรือ เฉินกั๋วกงคือสหายในวัยเด็กและยังเป็ชายหนุ่มรูปงามที่ไป๋หลันแอบหลงรักแต่ไม่เคยเห็นนางส่งจดหมายถึงเขาเลยตลอดเวลาที่แต่งงานเข้าอยู่ในจวนอ๋อง
"ได้เพคะ พระชายา" อาหลิงรับคำ นางมองไป๋หลันด้วยแววตาเป็กังวลนางพอจะเดาได้ว่านายหญิงคิดจะทำอะไร และก็รู้สึกอดเป็ห่วงไม่ได้
"พระชายา..." อาหลิงเอ่ยอย่างลังเล "ท่านแน่ใจแล้วหรือเพคะ?"
ไป๋หลันพยักหน้าอย่างหนักแน่น"ข้าแน่ใจแล้วอาหลิง" นางพูดเสียงหนักแน่น"ข้าจะไม่ทนอยู่ในสภาพนี้อีกต่อไปข้าจะไม่ยอมเป็หมากในเกมการเมืองของใครอีกแล้ว"
อาหลิงถอนหายใจนางรู้ว่าไม่สามารถเปลี่ยนใจไป๋หลันได้นางทำได้เพียงแค่เชื่อมั่นในการตัดสินใจของนายหญิง
"บ่าวจะไปส่งจดหมายให้เฉินกั๋วกงเดี๋ยวนี้เพคะ" อาหลิงกล่าว
"ขอบใจเ้ามากอาหลิง" ไป๋หลันยิ้มให้อาหลิงอย่างอบอุ่น"เ้าคือเพื่อนแท้ของข้า"
อาหลิงโค้งคำนับแล้วรีบออกจากห้องไปนางตรงไปที่คอกม้า หยิบม้าที่เร็วที่สุดออกมา แล้วควบออกจากจวนอ๋องไปอย่างรวดเร็ว
ไป๋หลันมองตามหลังอาหลิงไปจนลับสายตานางถอนหายใจยาว นางรู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของนางไปตลอดกาลแต่นางก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับอนาคต
ในจดหมายที่ไป๋หลันเขียนถึงเฉินกั๋วกงนางเล่าเื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับนางบอกเขาว่านางตัดสินใจที่จะหย่ากับมู่หรงเยว่ และนางอยากจะเริ่มต้นชีวิตใหม่และอยากได้การสนับสนุนจากเขา
"เฉินกั๋วกง" ไป๋หลันนึกในใจ “ข้ารู้ว่าเ้ายังรักไป๋หลันคนเก่าและเ้าของร่างเดิมก็ยังรักเ้าอยู่มาก ข้าคิดว่ามีเพียงท่านเท่านั้น ที่จะให้การช่วยเหลือข้าในชาตินี้ได้"
ไป๋หลันวางพู่กันลงนางมองจดหมายที่นางเขียนด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย นางรู้สึกตื่นเต้นและมีความหวังแต่ในขณะเดียวกัน หญิงสาวก็รู้สึกกลัวและไม่มั่นใจ
หญิงสาวไม่รู้ว่าเฉินกั๋วกงจะตอบรับข้อเสนอของนางหรือไม่นางไม่รู้ว่าอนาคตของนางจะเป็อย่างไร แต่นางก็พร้อมที่จะเสี่ยง
มู่หรงเยว่กำลังนั่งจิบชาอยู่ในห้องหนังสือท่ามกลางความเงียบสงบ คนสนิทของเขาก็เข้ามารายงานด้วยสีหน้าร้อนรน
"ท่านอ๋อง" เขาโค้งคำนับอย่างรวดเร็ว"บ่าวมีเื่ด่วนจะกราบทูล"
มู่หรงเยว่วางถ้วยชาลง"มีอะไร?" เขาถามเสียงเรียบ
"พระชายา... พระชายาให้บ่าวคนหนึ่งออกไปส่งจดหมายนอกจวนขอรับ"คนสนิทรายงาน
มู่หรงเยว่รู้สึกใจกระตุกจดหมาย? ไป๋หลันส่งจดหมายถึงใคร?ความสงสัยและความกังวลผุดขึ้นในใจเขาอย่างรวดเร็ว
"เ้ารู้ไหมว่านางส่งจดหมายไปให้ใคร?" เขาถามเสียงเข้ม
คนสนิทส่ายหน้า"บ่าวไม่ทราบขอรับ แต่บ่าวเห็นว่านางกำชับบ่าวผู้นั้นเป็พิเศษ"
มู่หรงเยว่ขมวดคิ้วเขาไม่เคยเห็นไป๋หลันติดต่อกับใครนอกจวนมาก่อนนางเป็คนเก็บตัวและไม่ค่อยสุงสิงกับใคร นี่เป็ครั้งแรกที่นางส่งจดหมายออกไป
"เ้าให้คนตามไปดูหรือไม่?" เขาถามต่อ
"บ่าวกำลังจะสั่งการขอรับ แต่ท่านอ๋องจะให้ตามไปหรือไม่ขอรับ?"คนสนิทถามอย่างลังเล
มู่หรงเยว่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจ "ตามไป" เขาพูดเสียงหนักแน่น "ข้าอยากจะรู้นักว่านางส่งจดหมายไปให้ใครกัน"
คนสนิทโค้งคำนับแล้วรีบออกไปทำตามคำสั่ง
มู่หรงเยว่นั่งลงบนเก้าอี้เอนหลังพิงพนัก ความกังวลยังคงเกาะกินใจเขาเขาไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงต้องรู้สึกกังวลกับเื่นี้
ทั้งที่เขาไม่เคยสนใจไป๋หลันมาก่อนแต่ตอนนี้ เขาไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเขากำลังสนใจนาง เขาอยากรู้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่และเขาอยากรู้ว่านางกำลังจะทำอะไรต่อไป
ถ้าเดาไม่ผิดจดหมายฉบับนั้นคงจะถูกส่งให้เฉินอี้เทียนอย่างไม่ต้องสงสัยความจริงที่ว่าไป๋หลันหลงรักเฉินอี้เทียนนั้นไม่ใช่เื่ใหม่สำหรับมู่หรงเยว่แต่ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยใส่ใจ เพราะไม่เคยคิดจะเปิดใจให้ไป๋หลันเลยแม้แต่น้อย
การแต่งงานครั้งนี้เป็เพียงการถูกบังคับจากฮ่องเต้พี่ชายของเขาเขาเกลียดการถูกบังคับจึงเลือกที่จะระบายความโกรธและความคับข้องใจทั้งหมดไปที่ไป๋หลันผู้ที่ถูกส่งตัวมาเป็พระชายาโดยที่นางเองก็ไม่ได้เต็มใจเช่นกัน
ส่วนเฟยหยางนั้นเขาเคยพลาดท่าร่วมสัมพันธ์กับนาง จึงจำต้องรับนางเข้ามาอยู่ในจวนและถือโอกาสใช้เฟยหยางเป็เครื่องมือในการกลั่นแกล้งไป๋หลันไปในตัว
แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป มู่หรงเยว่เริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังเปลี่ยนไปเขาไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงต้องใส่ใจว่าไป๋หลันจะกลับไปหาเฉินอี้เทียนหรือไม่ทำไมเขาถึงรู้สึกเ็ปเมื่อนึกถึงภาพนั้น
ความรู้สึกสับสนวุ่นวายตีตื้นขึ้นมาในใจมู่หรงเยว่พยายามสลัดความคิดเ่าั้ออกไปเขาตัดสินใจไม่ตามไปดูว่าอาหลิงไปส่งจดหมายที่ไหนเขาเลือกที่จะดับเทียนแล้วเข้านอนโดยที่ไม่แม้แต่จะไปดูแลเฟยหยางที่กำลังไม่สบายอยู่เพราะรับประทานเห็ดเมาเข้าไป
คืนนั้นมู่หรงเยว่นอนพลิกตัวไปมาบนเตียง ความคิดมากมายรุมเร้าเขาจนไม่อาจข่มตาหลับได้เขาไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเอง และไม่รู้ว่าจะจัดการกับมันอย่างไรเขาได้แต่หวังว่าเมื่อถึงรุ่งอรุณ เขาจะสามารถหาคำตอบให้กับตัวเองได้
ในขณะเดียวกันอาหลิงมองไป๋หลันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "พระชายาเพคะก่อนที่เราจะหย่ากับท่านอ๋อง เราต้องไว้ลายก่อนนะเพคะ"
ไป๋หลันเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย"ไว้ลาย?"
"เพคะ" อาหลิงพยักหน้า "ถ้าหากฝ่ายของเรา้าที่จะหย่า เราก็ต้องหย่าให้สวยงามที่สุดอย่าให้ใครดูถูกว่าพระชายาทรงถูกหมางเมิน ก่อนอื่นเราต้องทำให้ท่านอ๋องและคนในจวนตายใจและเป็พวกของเราก่อนเพคะ"
ไป๋หลันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย "เ้าพูดถูกอาหลิงข้าจะไม่ยอมให้ใครมาดูถูกข้าได้อีก"
"แล้วพระชายาจะทำอย่างไรเพคะ?" อาหลิงถาม
เหม่ยหลิงในร่างของไป๋หลันยิ้มมุมปาก"ข้าจะใช้เสน่ห์ปลายจวักของข้าเอง" นางตอบ
อาหลิงมองไป๋หลันด้วยความประหลาดใจ"เสน่ห์ปลายจวัก?"
"ใช่แล้ว" เหม่ยหลิงพยักหน้า"ข้าจะทำอาหารให้ท่านอ๋องและคนในจวนทาน ข้าจะทำให้พวกเขาติดใจในรสชาติอาหารของข้าและเมื่อถึงเวลานั้น ข้าก็จะหักหน้าท่านอ๋องด้วยการเขียนหนังสือหย่า"
อาหลิงยิ้มกว้าง"เป็ความคิดที่ดีมากเพคะพระชายา"
ไป๋หลันและอาหลิงเริ่มวางแผนกันทันทีพวกนางตัดสินใจที่จะเริ่มต้นด้วยการทำอาหารเย็นให้มู่หรงเยว่ทานในคืนนี้
ไป๋หลันเข้าครัวและเริ่มลงมือทำอาหารนางใช้ความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากโลกเดิมมาปรุงอาหารแต่ละจานอย่างพิถีพิถันนางเลือกใช้วัตถุดิบที่ดีที่สุดและปรุงแต่งรสชาติให้ออกมาอย่างลงตัว
เมื่อสำรับอาหารพร้อมบ่าวรับใช้ก็ยกสำรับอาหารไปยังห้องอาหารของมู่หรงเยว่
มู่หรงเยว่นั่งลงที่โต๊ะอาหารเขามองอาหารตรงหน้าด้วยความประหลาดใจเขาไม่เคยเห็นอาหารที่ดูน่ารับประทานเช่นนี้มาก่อน
"นี่คืออะไร?" เขาถามบ่าวรับใช้
"พระชายาเอกเป็ผู้ทำเองเพคะ" บ่าวรับใช้ตอบ
มู่หรงเยว่ขมวดคิ้วเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าไป๋หลันทำอาหารเป็
เขาตักอาหารเข้าปากคำหนึ่งแล้วก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ รสชาติของอาหารนั้นอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อเขาไม่เคยทานอาหารที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน
มู่หรงเยว่ทานอาหารต่อไปเรื่อยๆจนหมดจาน เขาเงยหน้าขึ้นมองบ่าวรับใช้ "บอกพระชายาว่าอาหารอร่อยมาก"
บ่าวรับใช้โค้งคำนับแล้วรีบไปแจ้งข่าวดีให้ไป๋หลันทราบ
ไป๋หลันยิ้มอย่างพอใจนางรู้ว่าแผนการของนางกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี
ในวันต่อมาไป๋หลันทำอาหารให้คนในจวนทาน ทุกคนต่างพากันชื่นชมในรสชาติอาหารของนาง ชื่อเสียงของไป๋หลันในฐานะผู้มีฝีมือในการทำอาหารแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว
มู่หรงเยว่เองก็ติดใจในรสชาติอาหารของไป๋หลันเขาเริ่มทานอาหารร่วมกับนางทุกมื้อ และเขาก็เริ่มพูดคุยกับนางมากขึ้น
ไป๋หลันใช้โอกาสนี้ในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับมู่หรงเยว่นางทำตัวให้น่ารักและอ่อนหวาน นางเอาใจใส่เขาและคอยดูแลเขาอย่างดี
มู่หรงเยว่เริ่มรู้สึกว่าไป๋หลันเปลี่ยนไปนางไม่ใช่ผู้หญิงที่เ็าและเก็บตัวอีกต่อไปแล้ว นางดูสดใสและมีชีวิตชีวามากขึ้นเขาเริ่มรู้สึกดีกับนางมากขึ้น และเขาเริ่มคิดว่าบางทีเขาอาจจะตัดสินนางผิดไป
แต่ไป๋หลันไม่ได้ลืมแผนการของนางนางยังคงรอเวลาที่เหมาะสมที่จะหักหน้ามู่หรงเยว่และประกาศอิสรภาพของนางอย่างสง่างาม