บทที่ 6 ข้าจะถอนหมั้น
ท่านอ๋องที่ยืนอยู่ริมหน้าต่างจ้องมองไปด้านนอกเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาก็คิดว่าเป็บ่าวรับใช้เขาจึงได้เอ่ยถาม
"นางกลับแล้วหรือ ฮึ! ช่างน่ารำคาญเสียจริง " เขาเอ่ยออกมาโดยไม่ได้หันมามองเลยว่าผู้ที่เข้ามาด้านในหาใช่บ่าวรับใช้ไม่
"รำคาญอย่างนั้นหรือเพคะ ไหนท่านอ๋องบอกว่ามีงานมากมายที่ต้องทำ การยืนมองทอดสายตาไปยังด้านนอกคืองานของท่านอ๋องหรือเพคะ หม่อมฉันก็พึ่งจะได้รู้วันนี้นี่เอง " เสี่ยวลี่เหมยเก็บความโมโหเอาไว้ไม่ไหวเมื่อนางเห็นเื่ราวที่ผ่านมาที่เขาได้ทำกับลู่เพ่ยยิ่งทำให้นางไม่ชอบขี้หน้าท่านอ๋องผู้นี้เลยแม้แต่น้อย
"เ้ากล้าดีอย่างไรเข้ามาในห้องของข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต" เจียวหั่วหันขวับกลับมาเมื่อรับรู้ว่าผู้ที่เข้ามามิใช่บ่าวรับใช้ แต่ทว่าเมื่อเขามองมายังนางต้องตกตะลึง สตรีที่ขึ้นชื่อว่าเป็คู่หมั้นที่เขาเคยรำคาญและรังเกียจ สตรีที่อวบอ้วนน่าเบื่อผู้นั้นมายืนอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ระยะเวลาเพียงหนึ่งฤดูที่นางหายหน้าหายตาไปไม่คิดเลยว่านางจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ ใบหน้าเรียวงามกระจ่างหมดจด ริมฝีปากบางแต้มด้วยชาดสีแดงขับผิวผุดผ่อง ดวงตาดำขลับเว้าลึกมีความไม่แยแสต่อโลกเจืออยู่ในนั้น ช่างแตกต่างราวกับคนละคนเพียงแต่ว่าแววตาของนางยังคงเช่นเดิม
เสี่ยวลี่เหมยมองแผ่นหลังกว้างที่ยืนอยู่ตรงหน้าขนาดแผ่นหลังยังสง่างามขนาดนี้แล้วใบหน้าท่านอ๋องจะรูปงามเช่นดั่งคำร่ำลือหรือไม่? แต่เมื่อท่านอ๋องหันมาทำให้นางตกตะลึงไม่ต่างกัน คำร่ำลือที่เขาเอ่ยกันเป็จริงเสียด้วยแถมยังรูปงามหล่อเหลาราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด แต่นางจะมายืนมองชื่นชมบุรุษที่ไม่แยแสนางมิได้ นางต้องจัดการธุระที่มาในวันนี้ให้เสร็จสิ้น นางดึงสติให้กลับมาไม่หลงใหลในรูปร่างหน้าตา ตั้งสติเอ่ยเื่ที่นางมาในครั้งนี้กับบุรุษไร้ใจผู้นี้
"ที่หม่อมฉันเอ่ยมาคือเื่จริงสินะเพคะ มิเช่นนั้นท่านอ๋องคงไม่นิ่งเงียบไป ที่หม่อมฉันมาในวันนี้และขัดคำสั่งของท่านอ๋องเพราะมีเื่สำคัญต่อชีวิตของหม่อมฉันจะมาแจ้งให้ท่านอ๋องได้รับรู้ ในเมื่อท่านอ๋องเองก็รำคาญหม่อมฉัน หม่อมฉันเองก็ไม่ได้มีความรู้สึกพิศวาสในตัวของท่านอ๋องแล้ววันนี้หม่อมฉันจึงมาขอถอนหมั้นเพคะ และอีกอย่างคือของที่ท่านอ๋องเคยไปหมั้นหม่อมฉัน หม่อมฉันได้จัดเตรียมมาคืนท่านอ๋องด้วยตัวของหม่อมฉันเอง ตอนนี้หม่อมฉันให้บ่าวรับใช้ขนเข้ามาไว้ที่ห้องโถงแล้ว หมดธุระของหม่อมฉันเชิญท่านอ๋องทำงานของท่านเถอะเพคะ ต่อจากนี้หม่อมฉันจะไม่มาให้รำคาญแล้วเพคะตระกูลลู่ต่อจากนี้ไม่ขอข้องเกี่ยวกับท่านอ๋อง รักษาเนื้อรักษาตัวด้วยนะเพคะ" เสี่ยวลี่เหมยเอ่ยชัดถ้อยชัดคำโค้งคำนับลงก่อนจะเดินออกมา ทำเอาเจียวหั่วเอ่ยคำพูดไม่ทันนางเพราะมัวแต่ตกตะลึงในรูปร่างของนาง
เมื่อเขาตั้งสติได้ก็รีบเดินไปคว้าตัวของนางให้หยุดเดินและฟังเขาพูดเสียก่อน แต่ทว่าบัดนี้มีสาวใช้อยู่ด้านในด้วย ท่านอ๋องจึงมองด้วยสายตาทำให้ลี่อินรีบเดินออกจากห้องทันที
"อย่าพึ่งไปสิ เ้ากล้าดีอย่างไรที่มาเอ่ยเช่นนี้กับข้า เมื่อครั้งจะหมั้นเ้าก็เอาแต่ใจขอร้องให้ท่านพ่อของเ้ามาอ้อนวอนให้ข้าหมั้นกับเ้า แต่มาวันนี้เ้าก็เอาแต่ใจมาถอนหมั้นกับข้าโดยที่ไม่ได้สนชื่อเสียงของข้า ช่างหยามข้าเหลือเกิน" มือหนาคว้าแขนของเสี่ยวลี่เหมยให้หยุดเดินและหันมามองเขาโดยไม่ให้นางได้หนี
"เพราะตอนนั้นหม่อมฉันยังเด็กเกินกว่าจะรู้เพคะ ตอนนี้หม่อมฉันรู้แล้วว่าท่านอ๋องมิได้ใยดีหรือสนใจหม่อมฉันเลยแม้แต่น้อย ท่านอ๋องต่างหากเพคะที่หยามเกียรติหม่อมฉัน ปล่อยหม่อมฉันนะเพคะ"
"เฮอะ! ข้าไม่ถอนหมั้น " เจียวหั่วเริ่มหัวร้อนเมื่อเห็นสตรีร่างเล็กที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาไม่หวั่นกลัวและอ่อนหวานเหมือนเมื่อก่อน แต่ตอนนี้แววตาของนางราวกับนางพญาไม่เกรงกลัวต่อผู้ใด
"ที่หม่อมฉันมาในวันนี้ไม่ได้มาเพื่อขอความเห็นเพคะ แต่หม่อมฉันมาบอกว่าหม่อมฉันถอดหมั้นกับท่านอ๋อง" พูดจบเสี่ยวลี่เหมยก็ได้ใช้พละกำลังที่นางได้ดูจากหนังในมิติของตนยกขาขึ้นมาระหว่างกลางขาของท่านอ๋องที่ไม่ทันได้ตั้งตัว เมื่อขาแข็งโดนของรักของหวงจนทำให้เจ็บจุกปล่อยเสี่ยวลี่เหมยออกจากอ้อมแขนทรุดลงนั่งลงกับพื้นใช้มือกุมตรงกลาง ใบหน้าเกร็งหงิกงอร้องออกมาอย่างเ็ป ไม่คิดเลยว่าสตรีที่เคยรักแทบถวายทุกอย่างให้แก่เขากล้าทำร้ายเขาถึงเพียงนี้
"โอ๊ย!! นี่เ้า เ้าช่างกล้า" เขาเงยหน้าขึ้นต่อว่าเสี่ยวลี่เหมยแต่ทว่าเมื่อนางเห็นว่าเขาได้รับาเ็ก่อนที่จะถูกลงโทษนางก็รีบวิ่งออกมาจากห้องพร้อมหันไปบอกท่านอ๋องก่อนจะปิดประตูหนี
"จากนี้อย่าได้พบได้เจอกันอีกเลยนะเพคะ หม่อมฉันทูลลา" เสี่ยวลี่เหมยแสยะยิ้มก่อนจะปิดประตูรีบดึงมือลี่อินกับไป๋เซ่อให้หนีตามนางออกมา
"รีบตามข้ามาเร็วเข้า "แม้ทั้งสองไม่เข้าใจแต่ก็รีบตามคุณหนูตนเองมาเช่นกัน
ภายในห้องก็มีเพียงเสียงร้องระงมอย่างเ็ปของเจียวหั่ว
"ลู่เพ่ยเ้าบังอาจยิ่งนัก ข้าไม่มีทางปล่อยให้เ้าใช้ชีวิตอย่างสงบสุขแน่นอน " เจียวหั่วกัดฟันพูดออกมาพร้อมพยุงร่างตนเองไปที่โต๊ะก่อนจะเรียกหาบ่าวรับใช้ให้ไปนำยาลูกกลอนมาให้เขากินเพื่อระงับความเ็ป
ฝั่งด้านเสี่ยวลี่เหมยเมื่อกลับมาที่รถม้านางหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
"ฮ่า ฮ่า ใครจะไปคิดว่าท่านอ๋องจะไม่ระวังตัวขนาดนี้ คงไม่คิดสินะว่าข้าจะกล้าทำ"
"คุณหนูเหตุใดต้องพาพวกข้าวิ่งออกมาด้วยเ้าคะ ด้านในมีเื่อันใดหรือเ้าคะ " ลี่อินหอบเหนื่อยเอ่ยถามคุณหนูที่ยืนหัวเราะอยู่
"ไม่มีเื่อะไรหรอกนะ ตอนนี้ธุระข้าเสร็จแล้วกลับเรือนกันเถอะ " เสี่ยวลี่เหมยบอกแก่สาวใช้ทั้งสองพร้อมก้าวเท้าขึ้นรถม้าเพื่อกลับเรือน ไป๋เซ่อกับลี่อินมองหน้ากันอย่างไม่เข้า
"เ้าว่าด้านในเกิดเื่อันใดขึ้น เมื่อครู่ข้าได้ยินเสียงของท่านอ๋องร้องออกมาเสียงดัง อย่าบอกนะว่าคุณหนูทำร้ายท่านอ๋อง" ลี่อินเอ่ยถามไป๋เซ่อที่ครุ่นคิดเช่นกัน
"ไม่หรอกข้าว่า คุณหนูของเราไม่ได้มีเรี่ยวแรงมากพอที่จะทำร้ายท่านอ๋องที่แข็งแกร่งขนาดนั้น ข้าว่าคุณหนูน่าจะดีใจเื่ถอนหมั้นซะมากกว่า เ้าเองก็อย่าซักไซรีบขึ้นเกี้ยวตามคุณหนูมาเถิด เดี๋ยวจะโดนคุณหนูดุเอาได้ " ไป๋เซ่อพูดจบก็รีบเดินตามคุณหนูขึ้นเกี้ยวไป
"รอข้าด้วยสิ " เสี่ยวลี่เหมยเดินทางกลับเรือนอย่างอารมร์ดี ในมิติที่นางมานางเจ็บกับความรักมามากพอแล้วจนทำให้ชีวิตของนางหมดลมหายใจ ครั้งนี้นางจะไม่พลาดให้กับความรักอีกต่อไป
ข่าวคราวเื่การมาเยือนของลู่เพ่ยที่ไม่ได้มาหาแต่มาถอดหมั้นกับท่านอ๋องถูกสาวใช้เอ่ยปากต่อปาก ไม่นานนักข่าวก็แพร่ไปทั่วใต้หล้า อีกทั้งเื่รูปร่างหน้าตาที่เปลี่ยนไปของลู่เพ่ยก็ถูกกล่าวขานของชายทั้งสองที่เห็นกับตาวันคุณหนูตระกูลลู่มิได้อวบอ้วนเหมือนแม่หมู แต่ทว่างดงามราวกับนางฟ้าจึงถูกกระจายไปจนทั่วสารทิศ
หลายวันถัดมา
หน้าเรือนของตระกูลลู่ก็เต็มไปด้วยบุรษมากมายที่อยากยลโฉมของลู่เพ่ย เพราะข่าวลือทำให้พวกเขามายืนรออยู่ที่หน้าเรือน ไม่ว่าจะเป็บัณฑิต ขุนนางหรือไม่ว่าจะเป็บุตรชายของใต้เท้าน้อยใหญ่ พ่อหม้ายที่ร่ำรวย ต่างพากันหอบของกำนัลมามอบให้ใต้เท้าลู่ไป๋เหวินหวังทำคะแนนพิชิตใจใต้เท้า ทำให้เสี่ยวลี่เหมยอึดอัดมากกว่าเดิม นางคิดว่าต่อจากนี้นางจะไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับผู้ใดอีกกลับกลายเป็ว่าบุรุษมาที่เรือนของนางกว่าเดิมอีกซ้ำไป