"ชิงฉางเ้าช่างเืเย็นหนัก" ซูมี่ชี้หน้าต่อว่าชิงฉางเมื่อเขามาที่เรือนของนางเพื่อถอนหมั้น
และเหตุผลของการถอนหมั้นครั้งนี้คือสตรีที่อยู่ในอ้อมแขนของเขา ซูมี่จ้องมองทั้งคู่อย่างโกรธแค้น เพราะชิงฉางที่มีสัญญาหมั้นหมายกับนางมาั้แ่เด็ก
เมื่อเขาสูญเสียบิดามารดา บิดามารดาของนางจึงช่วยเหลือเขาเื่เรียนต่อเพื่อให้เขาได้มีอนาคตที่ดี ตลอดเวลาที่ผ่านมาชิงฉางมิได้มองนางเป็คู่หมั้น เขามีเพียงความรู้สึกพี่ชายให้นางเท่านั้น
ท่าทีที่ชิงฉางแสดงออกมาทำให้สตรีในหมู่บ้านมีความหวัง ทั้งต่อหน้าซูมี่และลับหลังนางมักจะทอดสะพานให้ชิงฉางเสมอ
หากซูมี่นางไม่รู้ก็คงไม่เป็อันใด แต่เพราะสตรีเ่าั้มักจะค่อนแคะนางจนนางขาดสติลงมือตบตีเสียทุกครั้ง จนชิงฉางเริ่มเอือมระอา
"ข้าจำต้องแต่งกับนางเพราะนางตั้งครรภ์แล้ว" ชิงฉางพูดอย่างไม่รู้สึกผิด
"ดียิ่ง บุรุษเลวทราม สตรีไร้ยางอายย่อมเหมาะสมกัน"
"อย่าได้พูดถึงถิงเออร์เช่นนี้"
"เหอะ เช่นนั้นไปให้ทางการตัดสินดีหรือไม่ เ้ากล้าหรือไม่" ซูมี่เชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย
"แม่นางซู เป็ข้าที่ผิด ท่านอย่าได้ทำให้ท่านพี่เสียชื่อเสียงเลยเ้าค่ะ" ถิงถิงคุกเข่าลงขอโทษซูมี่ แต่ก็ถูกชิงฉางเข้ามาดึงนางไว้เสียก่อน
"รู้ตัวก็ดี ในเมื่อตอนร่วมรักมิคิด มาตอนนี้มาขอร้องข้า"
"เ้ามันบ้าไปแล้ว เป็สตรีใยพูดจาเช่นนี้" ชิงฉางชี้หน้าต่อว่าซูมี่
"เพ้ย ตอนทำไม่ละอายใจ ข้าเพียงพูดพวกเ้ากับอับอาย"
ชาวบ้านที่เริ่มมามุ่งดูเหตุการณ์กันมากขึ้นล้วนแต่เข้าข้างซูมี่ แม้แต่สตรีในหมู่บ้านที่เคยมีเื่กับนางก็ด่าทอชิงฉางกับถิงถิง
ถิงถิงที่ทนอับอายไม่ไหวก็วิ่งไปที่บ่อน้ำหลังเรือนของซูมี่เพื่อจะะโน้ำฆ่าตัวตาย
"หากอยากตายไปตายที่อื่น อย่าได้มาตายในเรือนของข้า" ซูมี่ดึงรั้งนางไว้ เมื่อสบโอกาสถิงถิงกลับเป็ฝ่ายผลักนางลงไปในบ่อน้ำแทน
ซูมี่จำแววตาของถิงถิงที่จ้องมองมาที่นางได้อย่างดี ชิงฉางที่ยื่นมือมาเพื่อช่วยนางก็จับนางไว้ไม่ทัน
เสียงกรีดร้องของบิดามารดาของนาง ซูมี่จำได้ฝั่งใจ แม้จะรีบกลับมาจากนาเร็วเพียงใดก็ไม่ทันช่วยบุตรสาวเสียแล้ว
ซูมี่นางเสียชีวิตลงและมาเกิดใหม่ในปี 2000 มาปีนี้นางมีอายุ 24 ปี เพราะมีความทรงจำเดิมจากภพที่แล้ว ซูมี่จึงเลือกเรียนแพทย์แผนจีนและปัจจุบันควบคู่ไปด้วย
นางลืมเื่อดีตที่เลวร้ายไปเสียสิ้น แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ ซูมี่มุ่งมั่นไปกับการเรียนของนาง
"มี่มี่ วันหยุดนี้ไปเที่ยวกับพวกฉันไหม" เสี่ยวอี เอ่ยถามเมื่อทั้งคู่กำลังจะไปเข้าห้องเรียน
"ก็ดีเหมือนกัน อีกไม่กี่เดือนก็จะเรียนจบเมื่อถึงตอนนั้นฉันคงไม่มีเวลา" ซูมี่รับปากเสี่ยวอีทันที
ที่พวกนางจะไปเที่ยวกันก็เป็แถบชานเมืองที่สามารถไปกลับได้ในวันเดียว และครั้งนี้ก็เป็การไปไหว้พระเพื่อขอพร
ครั้งนี้ที่พวกเธอไปกันมีเพียงแค่ห้าคนเท่านั้น ห้าสาวเที่ยวเล่นมาจนถึงวัดดังที่นักท่องเที่ยวชอบมาขอพร ทุกคนล้วนขอพรเื่ความรักต่างจากซูมี่ที่นางขอเพียงไม่ว่าจะทำอะไรก็ข้าให้โชคเข้าข้างนาง
ระหว่างทางที่ลงเขา มีคุณยายนั่งขายเครื่องรางอยู่ เพื่อนสาวของซูมี่ดึงเธอเพื่อไปเลือกซื้อกลับไปเป็ของที่ระลึก ซูมี่ไม่ได้ชอบสิ่งใดเป็พิเศษ แต่คุณยายกลับดึงมือของเธอไว้แล้วสวมกำไลหยกให้เธอ
"คุณยาย ฉันยังไม่ได้ตัดสินใจเลยนะคะ" ซูมี่ทำท่าจะถอดออก แต่ก็โดนยายห้ามไว้
"มันเหมาะกับเธอนังหนู" เพื่อนของซูมี่ก็รีบสำทับว่าเหมาะกับข้อมือขาวๆ ของเธอจริงๆ
"เท่าไหร่คะ" ซูมี่จำต้องซื้อกลับไปด้วย
"แวะร้านหนังสือให้ฉันหน่อย" เสี่ยวอีร้องบอกเพื่อนที่ขับรถ
เมื่อถึงร้านหนังสือทั้งหมดก็เข้าไปเลือกหนังสือภายในร้าน ซูมี่นางก็เดินไปเลือกหนังสือเกี่ยวกับสมุนไพรที่นางยังไม่มีติดมือกลับหอพักด้วย
"ฉันให้" เสี่ยวซียัดหนังสือนิยายใส่ลงในถุงหนังสือของซูมี่
"หนังสือนิยาย" ซูมี่หันไปถามเสี่ยวอีอย่างไม่เข้าใจ
"เธออ่านแต่เื่สมุนไพรกับการแพทย์ ลองเปิดใจอ่านนิยายบ้าง จะได้พักสมอง" ซูมี่ที่คิดตามก็เห็นท่าจะจริง เพราะเธอสนใจแต่เื่เรียนเกินไปจนลืมเื่การเที่ยวเล่นใช้ชีวิต
เมื่อกลับถึงห้องเธอยังไม่ได้จับหนังสือสมุนไพรเช่นปกติ แต่เปลี่ยนมาอ่านนิยายแทน เมื่ออ่านไปได้เพียงครึ่งเล่ม หนังสือในมือซูนี่ก็ลงไปที่ถังขยะแทน
เพราะเื่ในนิยายคือชีวิตของเธอเมื่อภพที่แล้ว เธอเป็เพียงนางร้ายในนิยายคู่หมั้นเก่าของพระเอก ที่เป็ก้างขวางไม่ได้ทั้งคู่ได้ลงเอ่ยกันเสียที
แต่ในนิยายไม่ได้บอกเื่ที่ถิงถิงท้องกับชิงฉางจนเขาต้องมาถอนหมั้นนางแต่เป็เพราะนางร้ายกาจจนเกินไปจึงถูกชิงฉางถอนหมั้น
"มันเื่บ้าอะไรกัน หากย้อนกลับไปได้นะคอยดู ชิงฉางเ้าต้องเสียใจที่ทำกับข้าเช่นนี้" ซูมี่คิดอย่างหัวเสีย ก่อนที่เธอจะไปอาบน้ำเพื่อเข้านอน