เช้าวันอาทิตย์ที่สดใสแดดอ่อนๆในยามเช้า หลังจากที่การแข่งขันจบลงนนท์ก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าตัวเองนั้นจะไม่ผ่านเข้ารอบแต่ก็ได้พยายามเต็มที่แล้ว แต่ก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่ยังค้างคาอยู่ในใจก็คือปากกาด้ามหนึ่ง
นนท์ยั่งมองปากกาด้ามหนึ่งที่ติดชื่อเ้าของอยู่ จู่ๆก็มีความคิดหนึ่งวิ่งเข้ามาในหัว นนท์รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าและตรงไปที่ร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่แถวบ้านพร้อมกับสมุดปากกา นนท์นั่งค้นหาชื่อโรงเรียนประจำจังหวัดที่ไปแข่งขันวันก่อน นนท์เจอเว็บไซต์ของโรงเรียนแล้วก็รีบจดที่อยู่โรงเรียนเอาไว้ จากนั้นก็ไปซื้อซองจดหมายและแสตมป์ เมื่อนนท์กลับถึงบ้านก็เริ่มเขียนจดหมายขอบคุณ
“ สวัสดีครับผมชื่อ นนทนาท จิตเป็เลิศ ชื่อเล่นชื่อนนท์ ผมคือคนที่ยืมปากกาของคุณเมื่อวันก่อน ต้องขอบคุณมากๆเลยนะครับ ถ้าไม่รังเกียจช่วยตอบจดหมายผมกลับด้วยนะครับ อย่างน้อยผมจะได้สบายใจว่าได้ส่งปากกาคืนเ้าของแล้ว ขอบคุณมากเลยนะครับ ”
เมื่อนนท์เขียนจดหมายเสร็จก็ใส่เข้าซองจดหมายพร้อมปากกาแล้วปิดผนึกไว้ จากนั้นนนท์ก็เดินไปที่ตู้ไปรษณีย์สีแดงหน้าโรงเรียนแล้วหยอดจดหมายลงไปในตู้ นนท์ได้แค่ภาวนาว่าจดหมายคงไปถึงเธอคนนั้น และเธอจะยอมตอบจดหมายกลับมา
่พักเที่ยงของวันพุธ ณ โรงเรียนประจำจังหวัดแห่งหนึ่ง
“ ประกาศจากทางโรงเรียนนะคะ ขอเชิญนางสาว พรนภา ใบมีกลิ่นหอม มารับจดหมายที่ห้องประชาสัมพันธ์ด้วยค่ะ ประกาศอีกครั้งนะคะ ขอเชิญนางสาว พรนภา ใบมีกลิ่นหอม มารับจดหมายที่ห้องประชาสัมพันธ์ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ ”
“ น้ำฝน ๆ ชื่อแกไม่ใช่เหรอ ” เจนพูดพร้อมกับสะกิดเพื่อน
“ จดหมายอะไรนะ เดี๋ยวกินข้าวเสร็จไปส่งเค้าหน่อยสิ ” น้ำฝนตอบเพื่อน
หลังจากกินข้าวมื้อเที่ยงเสร็จน้ำฝนกับเจนก็เดินไปรับจดหมายที่ห้องประชาสัมพันธ์
น้ำฝนเมื่อลองจับซองจดหมายก็พอเดาได้แล้วว่ามีปากกาอยู่ข้างใน เมื่อเปิดซองจดหมายดูก็พบจดหมายหนึ่งฉบับ และปากกาของตัวเองหนึ่งด้ามจึงรู้ทันทีว่าใครส่งจดหมายฉบับนี้มา น้ำฝนถือจดหมายเดินไปอ่านไป เจนด้วยความอยากรู้ก็เดินตามและอ่านจดหมายไปด้วย
“ ผู้ชายสองคนที่มาแข่งวันก่อนที่แกให้ยืมปากกาปะ ”
“ น่าจะใช่นะ ”
“ แล้วยังไง แกจะตอบจดหมายกลับไปไหม ”
“ ไม่รู้ดิ เดี๋ยวขอคิดดูก่อน ”
เย็นวันศุกร์ที่เป็่เวลามีความสุขของนักเรียนทุกคนที่จะได้หยุดพักเสาร์อาทิตย์เสียที แต่วันนี้มีบางคนมีความสุขยิ่งกว่า เมื่อนนท์กลับถึงบ้านแม่ก็ได้ทักนนท์ขึ้นมา
“ นนท์วันนี้มีจดหมายลูกมา แม่วางไว้บนตู้เย็นนะครับ ”
นนท์ที่ได้ยินก็ตอบรับคำแม่แล้วรีบไปดูจดหมายอย่างมีความสุข เมื่อเห็นซองจดหมายก็ต้องยิ่งดีใจขึ้นไปอีก เพราะชื่อผู้ส่งคือคนที่รอคอยอยู่ นนท์ไม่รอช้ารีบไปวิ่งไปที่นอนและใช้กรรไกรตัดด้านข้างของซองจดหมายออกแล้วก็เทจดหมายเพื่อหวังว่ากระดาษที่อยู่ในซองจะตกลงมา แต่แล้วเมื่อเทซองจดหมายลง สิ่งที่ตกลงมานั้นก็มีผงแป้งฟุ้งเต็มที่นอน นนท์ที่แปลกใจก็รีบเปิดซองจดหมายออกมาอ่านดู
“ สวัสดีเราชื่อ น้ำฝน นะ ยินดีที่ได้รู้จัก เราได้รับปากกาคืนแล้วนะ ขอบคุณที่เอามาคืนนะ แล้วเป็ยังไงบ้างแป้งเราหอมไหม โทษทีนะไม่ได้ตั้งใจจะแกล้งนายเลย แต่ก็ทำไปแล้ว แหะๆ ไม่ว่ากันนะ ”
นนท์ที่ได้อ่านจดหมายก็ดีใจเป็อย่างมาก จากนั้นก็เก็บจดหมายไว้ในตู้อย่างดี
เมื่อเช้าวันจันทร์มาถึงนนท์รีบเดินไปหาจอยเพื่อถามเื่การแข่งขันหมากรุกไทยที่เคยชวน
“ จอย ๆ หมากรุกไทยไปแข่งโรงเรียนประจำจังหวัดใช่ไหม แข่งเมื่อไรนะ ”
“ ใช่ ๆ แข่งวันที่สิบห้าธันวา นายจะไปด้วยเหรอ ”
“ ไป ๆ บอกครูแดงด้วยว่าเราลงแข่งด้วย ”
“ ได้สิ เดี๋ยวบอกครูแดงให้ ตอนเย็นมาซ้อมด้วยกันที่ห้องคณิตศาสตร์นะ ”
“ เย็นนี้เราไม่ว่าง เดี๋ยวเราเริ่มซ้อมพรุ่งนี้แล้วกันฝากบอกครูแดงด้วย ”
หลังเลิกเรียนนนท์รีบกลับบ้านแล้วไปซื้อซองจดหมายอีกครั้งเพื่อส่งจดหมายไปหาน้ำฝนเื่การแข่งขันหมากรุกไทยที่จะถึงเดือนหน้านี้
“ สวัสดีน้ำฝนสบายดีไหม ยินดีที่ได้รู้จักนะ แป้งเธอก็หอมดีนะ เราแกะซองจดหมายบนที่นอนด้วยแหละ หอมยาวทั้งคืนเลยทีนี้ ฮาฮ่า ร้ายนะเธอเนี่ย วันที่สิบห้า ธันวาคมเรามีแข่งหมากรุกไทยที่โรงเรียนของเธอ เรามีของอยากจะให้เธอ ไม่รู้ว่าเธอจะสะดวกมารับไหม ยังไงถ้าเธอว่างก็มาหาเราหน่อยนะ แล้วเจอกันครับ ”