หม่าอวิ๋นเซียงกลับมาร่าเริงอีกครั้ง ทุกวันนางตั้งใจหัดอ่านเขียนตามตำราที่เสี่ยวเกอเกอมอบให้ บรรยากาศภายในจวนไม่ใคร่จะดีสักเท่าใดนัก มีคำสั่งห้ามผู้ใดออกนอกจวนโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้แต่บ่าวรับใช้ที่ต้องออกไปหาซื้ออาหารสดก็ต้องรีบไปรีบกลับ นางรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงนี้แต่ก็ไม่คิดจะไถ่ถามความกับผู้ใด
ถางรั่วเหวยพอใจไม่น้อยที่คุณหนูยอมอยู่แต่ในเรือนไม่ออกไปวิ่งเล่นซุกซนที่ใดอีกจากการสอบถามอาเจียวจึงทราบว่าใต้เท้าหม่ากำลังเผชิญกับเื่ใหญ่หลวง เงินที่ใช้สำหรับการจัดเตรียมเสบียงเพื่อบรรเทาทุกข์จากภัยแล้งทางตะวันตกหายไปถึงสามหมื่นตำลึง ด้วยเหตุนี้ใต้เท้าจึงถูกกักตัวไว้ในวังหลวงเพื่อรับการสอบสวน แม้จะหาผู้กระทำผิดได้แล้วแต่ด้วยตำแหน่งเ้ากรมคลังเขาก็ต้องรับผิดชอบต่อเื่นี้อยู่ดี หม่าจิ้งซิ่นถูกพักงานหนึ่งเดือนและถูกตัดเบี้ยหวัดเป็เวลาหกเดือน ภายในหนึ่งเดือนนี้ผู้ใดเลยจะรู้ว่าจะมีใครสร้างความดีความชอบขึ้นมาแย่งชิงตำแหน่งของเขาไปหรือไม่ชีวิตขุนนางอย่างใต้เท้าหม่านั้นล้วนขึ้นอยู่กับความโปรดปรานของฝ่าาทั้งสิ้น ยิ่งมีข่าวลือว่าตระกูลหม่าสนิทสนมกับตระกูลเจียวของกุ้ยเฟยเช่นนี้ ยิ่งสร้างความเคลือบแคลงใจให้แก่ฮ่องเต้
เมื่อเื่นี้แพร่สะพัดออกไปมิตรสหายที่เคยไปมาหาสู่กับสกุลหม่าก็เริ่มหลบลี้หนีหน้า ประตูจวนปิดสนิท ผู้คนในจวนต่างใช้ชีวิตกันอย่างระมัดระวัง ไม่มีใครกล้าพูดเื่เหล่านี้ต่อหน้าของหม่าจิ้งซิ่นแม้แต่คนเดียวด้วยเกรงโทสะของผู้เป็นาย หากบ่าวไพร่คนใดนำเื่นี้ออกไปพูดคุยนอกจวนหรือแอบซุบซิบกันจะถูกลงโทษด้วยการโบยแล้วขายออกไปให้แก่พ่อค้าทาส
“พักก่อนเถิดเ้าค่ะ” ถางรั่วเหวยนั่งลงข้างเด็กน้อยพร้อมกับวางจานใส่ลูกพลับแห้งลงตรงหน้า
หม่าอวิ๋นเซียงฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี ยื่นกระดาษที่มีตัวอักษรโย้เย้ไปให้หญิงสาว “นี่เป็ชื่อของแม่นม”
ถางรั่วเหวยหลุดขำยามเห็นท่าทางภูมิใจของคุณหนู นางรับกระดาษมาดู ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ “ขอบคุณเ้าค่ะคุณหนู”
“ทีนี้แม่นมก็ปักชื่อตัวเองลงบนผ้าเช็ดหน้าหรือของใช้อื่นๆ ได้แล้วนะ พอมีชื่อปักไว้แล้ว คนพวกนั้นจะได้ไม่กล้าขโมยไปอีกอย่างไรเล่า”
เพราะแม่นมไม่รู้ว่าชื่อของตนเขียนอย่างไรสิ่งของเครื่องใช้จึงมักสูญหายบ่อยครั้ง แม้จะทำตำหนิไว้และจับผู้ที่ขโมยได้ ทว่าพวกเขาเ่าั้ก็รวมหัวกันรังแกแม่นมถาง ฝีมือเย็บปักของนางนั้นประณีตงดงามยิ่งเพราะเคยทำงานในร้านแพรพรรณมาก่อน หากนำงานฝีมือนี้ไปขายให้ร้านก็จะได้ราคาดีทีเดียว
เนื่องจากเบี้ยหวัดรายเดือนที่น้อยแสนน้อยของพวกนางนายบ่าว ถางรั่วเหวยจึงเจียดเงินเดือนของตนไปซื้อผ้าดีๆ มาแล้วนำมาเย็บเป็ถุงหอม ถุงเงิน และผ้าเช็ดหน้า จากนั้นก็แอบนำออกไปฝากร้านของคนที่รู้จักขายเพื่อเป็เงินเก็บไว้ใช้ยามจำเป็ อีกไม่กี่ปีข้างหน้าคุณหนูของนางก็จะโตเป็สาวเต็มตัวแล้ว จำเป็ต้องมีเสื้อผ้าอาภรณ์สวยๆ ไว้สวมใส่บ้าง อย่างน้อยในวันที่เข้าพิธีปักปิ่นนางจะสามารถมอบปิ่นหยกสักอันให้คุณหนูได้ แม้คุณหนูจะไม่ใช่บุตรที่ตนคลอดออกมาถึงกระนั้นนางก็รักเด็กน้อยราวกับลูกในไส้ของตัวเอง
ทว่าของเ่าั้มักสูญหายอยู่บ่อยครั้ง ของที่ทำไว้ขายไม่ค่อยหายแต่ที่เตรียมไว้สำหรับคุณหนูมักจะหายอยู่เสมอ เมื่อไม่เป็ที่โปรดปรานของบิดามารดา บ่าวรับใช้ในจวนก็ไม่เห็นหัวคุณหนูของนาง นึกอยากจะรังแกก็รังแกนึกอยากจะขโมยของก็ขโมย คิดแล้วชวนให้แค้นใจเหลือแสน แต่ตนก็ทำสิ่งใดมิได้ หากนางมีเื่กับคนพวกนั้นผู้ที่เดือดร้อนต้องเป็เด็กน้อยไร้เดียงสาของนางเป็แน่
“เสี่ยวเมา มากินขนมเร็ว อยู่ไหน เมี๊ยวๆ ” หม่าอวิ๋นเซียงเรียกหาสัตว์เลี้ยงทันทีที่เพิ่งสังเกตเห็นว่าเ้าตัวยุ่งไม่ได้อยู่ในห้อง “แม่นม เห็นเสี่ยวเมาหรือไม่ เมื่อครู่ยังนอนอยู่บนเตียงอยู่เลย”
“คงออกไปเล่นน่ะเ้าค่ะเดี๋ยวก็คงกลับมา คุณหนูกินลูกพลับแห้งรองท้องไปก่อนนะเ้าคะ เดี๋ยวบ่าวไปทำอาหารเที่ยงให้” นางลูบศีรษะของคนตัวเล็กเบาๆ ก่อนจะผละออกไป
หม่าอวิ๋นเซียงปัดเื่ของเสี่ยวเมาออกจากความคิดแล้วหันมาสนใจลูกพลับแห้งในจาน นางคิดว่ามันคงไปใส่ปุ๋ยให้ต้นพลับข้างกำแพงจวนเหมือนทุกวัน เดี๋ยวทำธุระส่วนตัวเสร็จก็คงกลับมาเอง
แสงแดดยามบ่ายชวนให้ทิ้งกายลงบนเตียงยิ่งนัก หลังจากคร่ำเคร่งกับตำราพันอักษรมาหลายชั่วยาม เปลือกตาทั้งสองข้างของหม่าอวิ๋นเซียงก็เริ่มหนักอึ้งขึ้นมา นางทิ้งตัวลงนอนบนพื้นไม้เย็นๆ เพียงไม่นานก็ผล็อยหลับไป
ร่างเล็กงัวเงียตื่นขึ้นมาเวลาก็ล่วงเข้าบ่ายคล้อยเสียแล้ว อีกไม่นานรัตติกาลก็จะมาเยือนนางมองไปยังตั่งที่ใช้อ่านหนังสือพบว่าตำราพันอักษรและกระดาษที่วางทิ้งไว้ถูกเก็บเข้าชั้นไม้เรียบร้อยแล้วั์ตาหงส์สำรวจรอบๆ ห้องเพื่อหาเสี่ยวเมา แต่ไม่ว่าจะมองไปที่ใดก็ยังไร้วี่แววของเ้าตัวยุ่ง
“ตื่นแล้วหรือเ้าคะ” ถางรั่วเหวยถามพลางนำอาภรณ์ไปเก็บใส่หีบไว้
“แม่นมอุ้มเซียงเซียงขึ้นมานอนบนเตียงรึ”เมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้ารับจึงถามหาสหายต่างสายพันธุ์ทันที“แม่นมเห็นเสี่ยวเมาหรือไม่ นี่ก็ใกล้ค่ำแล้วทำไมเสี่ยวเมายังไม่กลับมาล่ะไม่ได้การละเดี๋ยวเซียงเซียงออกไปตามหาดีกว่า”
ถางรั่วเหวยจับเด็กน้อยไว้โดยพลัน “เดี๋ยวบ่าวไปตามหาให้เองเ้าค่ะคุณหนูรออยู่ที่นี่นะเ้าคะ นี่ก็ใกล้มืดแล้ว ประเดี๋ยวจะไปสะดุดล้มที่ใดเข้า”
หม่าอวิ๋นเซียงพยักหน้ารับเบาๆนั่งรออยู่บนเตียงด้วยความกระสับกระส่ายวุ่นวายใจ คิดไปต่างๆนานาว่าอาจเกิดเื่กับเสี่ยวเมา “ไม่มีอะไรหรอกเสี่ยวเมาแค่ไปเล่นเดี๋ยวก็กลับมา เสี่ยวเมาไม่หายไปเฉยๆ เหมือนเสี่ยวเกอเกอหรอก”
นางพยายามไม่คิดไปในทางที่ร้ายได้แต่ปลอบใจตัวเองไม่ให้คิดฟุ้งซ่านภาพความฝันที่เคยเลือนรางไปแล้วกลับแจ่มชัดขึ้นมาในหัวภาพเด็กหนุ่มนอนจมกองเืฉายชัดขึ้นมาอีกครั้งร่างเล็กสั่นสะท้านด้วยความหวาดหวั่น
“มันเป็แค่ความฝันเท่านั้นเสี่ยวเมากับเสี่ยวเกอเกอจะต้องไม่เป็อันใด”
ผ่านไปราวครึ่งชั่วยามในที่สุดการรอคอยของหม่าอวิ๋นเซียงก็สิ้นสุดลงยามเห็นแม่นมถางเดินเข้ามาในห้องนางรีบลงจากเตียงแล้วเข้าไปหาอีกฝ่าย “เจอเสี่ยวเมาหรือไม่ เสี่ยวเมาล่ะ”ถามพลางชะโงกหน้ามองไปด้านหลังหญิงสาว แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า
ถางรั่วเหวยพยายามนึกหาถ้อยคำมาปลอบคุณหนูนางไปตามหาเสี่ยวเมาทุกที่ที่คิดว่ามันจะไป แต่ก็ไม่พบ“เสี่ยวเมาโตเป็หนุ่มแล้วมันอาจจะออกไปหาตัวเมียก็ได้นะเ้าคะแมว่ฤดูเป็สัดเช่นนี้มักจะหนีออกจากบ้านเป็เื่ปกติเ้าค่ะ”
“เช่นนั้นรึ ถ้าอย่างนั้นหากเสี่ยวเมาพบสาวเสร็จแล้วก็จะกลับมาใช่หรือไม่”ประกายตาที่เคยหม่นเศร้าเมื่อครู่กลับมาสดใสดังเดิม
“กลับมาแน่นอนเ้าค่ะ”แม้จะพูดออกไปแบบนั้นแต่นางไม่มั่นใจเลยสักนิดว่าเสี่ยวเมาหนีเที่ยวจริงๆเ้าตัวป่วนนั่นอายุยังไม่น่าจะถึงวัยเจริญพันธุ์ด้วยซ้ำไม่มีทางที่จะติดสาวแน่นอนถ้าอย่างนั้นแล้วมันหายไปอยู่ที่ไหนกัน?
คืนนั้นหม่าอวิ๋นเซียงนอนไม่หลับทั้งคืนใจคิดเป็ห่วงเ้าลูกแมวตัวยุ่งได้แต่หวังว่าพอลืมตาตื่นขึ้นมามันจะกลับมานอนข้างกายเหมือนเดิมนางพลิกกายไปมาอยู่ค่อนคืนกว่าจะสามารถข่มตาให้หลับลงได้
วันถัดมาหม่าอวิ๋นเซียงออกตามหาเสี่ยวเมาอีกครั้ง นางไปยังจวนร้างแต่ก็ไม่มีวี่แววของมันเลยสักนิด ร่างเล็กเดินกลับเรือนจื่อเถิงมาด้วยความผิดหวัง นางกลับไปหาที่โรงซักล้างอีกรอบแต่ก็ไม่พบจึงไปที่โรงครัวต่อ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่เห็นเสี่ยวเมา ทว่าในขณะที่กำลังจะจากมานั้นเองกลับได้ยินบ่าวรับใช้พูดถึงลูกแมว หม่าอวิ๋นเซียงเข้าไปแอบหลังกองฟืนเพื่อลอบฟังการสนทนานั้น
“นี่ๆ พวกเ้าอย่าไปใกล้เรือนสุ่ยเหลียนเชียวนะ เห็นว่าคุณหนูถูกแมวข่วนนางร้องไห้เสียยกใหญ่เลย เซี่ยอี๋เหนียงอาละวาดเสียเรือนแทบพังบอกให้จับตัวแมวตัวนั้นมาให้ได้” สาวใช้วัยกลางคนผู้หนึ่งเตือนบรรดาบ่าวรับใช้ในครัว
“เป็คุณหนูเองมิใช่รึที่อยากได้แมวตัวนั้นมาเล่นแก้เบื่อจึงสั่งให้คนไปจับมา พอมันไม่เชื่องก็ตี สัตว์ก็มีความรู้สึก พอเจ็บมันก็ข่วนเอาสิ นางโง่เองที่ไม่รู้วิธีเลี้ยงแมว” สาวใช้วัยสิบสองสิบสามปีเอ่ยพลางกลอกตาอย่างเบื่อหน่าย
สาวใช้คนเดิมถลึงตาใส่กล่าวเตือนสาวใช้รุ่นเล็ก“เงียบปากของเ้าไปเลยเสี่ยวเจี้ย หากใครเอาเื่นี้ไปฟ้องเซี่ยอี๋เหนียงละก็ เ้าได้ถูกโบยหลังขาดแน่ที่กล้าไปว่าคุณหนูเช่นนั้น”
“ก็มันจริงนี่นา โง่เองแต่ดันไปโทษแมวเสียอย่างนั้น” เสี่ยวเจี้ยบ่นอุบอิบ รู้สึกไม่ชอบหม่าซูเหยาเลยสักนิด นางเพิ่งจะอายุเพียงห้าขวบครึ่งเท่านั้นแต่กลับเอาแต่ใจตัวเองได้อย่างร้ายกาจเมื่อถูกขัดใจหรือไม่พอใจก็ทุบตีบ่าวรับใช้เป็ว่าเล่น
สตรีกลุ่มนั้นสนทนากันต่อเพียงครู่ก่อนจะแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน หม่าอวิ๋นเซียงเดินตามเสี่ยวเจี้ยไปไม่ห่างด้วยอยากสอบถามเื่นี้ให้กระจ่าง
“เ้าเป็ใคร เดินตามข้ามาทำไม”
เด็กสาวหยุดเดินแล้วหันกลับไปถาม นางเพิ่งมาทำงานที่จวนสกุลหม่าได้เพียงสามเดือนเท่านั้น จึงไม่คุ้นหน้าเด็กหญิงที่เดินตามมา อีกฝ่ายคงเป็สาวใช้เหมือนกันกระมัง เพราะอาภรณ์ที่สวมใส่มิได้แตกต่างจากบ่าวรับใช้คนอื่นๆ เลยสักนิด