บทที่ 2 ในที่สุดก็ได้พบกัน
ดวงตากลมโตของหยวนเป่าเบิกโพลงเมื่อได้เห็นว่าผู้ใดมาเยือน
ยามนี้รอบสารทิศโอบล้อมไปด้วยชายฉกรรจ์ถืออาวุธครบมือ เบื้องหน้าของหยวนเป่าปรากฏร่างบึกบึนทึนทึกของบุรุษรูปงามผู้หนึ่ง มือซ้ายถือด้ามกระบี่ด้ามใหญ่ ส่วนแหลมชี้ลงพื้น ส่วนคมโชกด้วยเืราวกับว่าเพิ่งผ่านการฆ่าคน แววตาที่จรดมองหญิงสาวอัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายของความเ็าส่อแววเย้ยหยัน
ลู่อิงเยว่ในร่างของจือหยวนเป่าได้แต่กลืนน้ำลายเหนียวลงท้องด้วยใจหวั่น จากท่าเดินของชายหนุ่มผู้ถือกระบี่ หากเดาไม่ผิดดูเหมือนว่าเขาจะได้รับาเ็หนักจากภายใน นางจมอยู่ในห้วงของความประหลาดใจได้ไม่นานนัก น้ำตาหยาดใสก็ไหลพรากอาบนองสองข้างแก้ม หญิงสาวเปล่งเสียงสะอื้นลอดระนาดคอออกมาอย่างแ่เบา
“ในที่สุดข้าและท่านก็ได้พบกันอีกครั้ง”
ระหว่างที่หญิงสาวมีแววตาเศร้าหม่นพลางเปิดปากละเมอเพ้อพกถึงอดีตในวันวาน อินทรีย์สีดำสนิทตัวอ้วนพีโฉบตัวลงมาจากน่านฟ้า เกาะที่หัวไหล่ซ้ายของชายหนุ่มอย่างมั่นเหมาะ เ้าอินทรีจอมสอพลอจ้องมาที่เป้าหมาย ด้วยแววตาสื่อความหมายว่าเย้ยหยันไม่ต่างจากผู้เป็นายของมัน
แม้ว่าอิงเยว่จะเคยคบหาและชอบพอกับเจียมิ่งหยาง แต่นางไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าชายในดวงใจของนางมีสัตว์เลี้ยงแสนเชื่องเป็อินทรีย์ั์ นางเริ่มตระหนักในใจแล้วว่า ต้องมีหลายสิ่งหลายอย่างในตัวของมิ่งหยางที่นางไม่เคยรู้มาก่อน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดที่เขาจงใจซ่อนเร้น นางไม่อาจทราบ ยามนี้นางรู้แต่เพียงว่า อันตัวตนที่แท้จริงของเจียมิ่งหยางนั้น จะเปิดเผยให้นางรู้ก็ต่อเมื่อเป็ด้านที่เขาอยากแสดงให้นางดูก็เท่านั้น
ขณะที่คิดไม่ตกหลายเื่ หมานซัวกระเถิบเข้าใกล้ผู้เป็นายด้วยสีหน้าจืดเจื่อน ปลายนิ้วเรียวของสาวน้อยสะกิดจากด้านหลัง พลางกระซิบกระซาบเสียงเบาข้างหูว่า
“พวกเรากำลังหนีการไล่ล่าของท่านแม่ทัพเ้าค่ะ”
หยวนเป่าขมวดคิ้วมุ่นสงสัย ทั้งที่ใบหน้าของนางยังคงชุ่มชโลมไปด้วยหยาดน้ำตาของความอาวรณ์ หยวนเป่ากำลังใช้ปัญญาพินิจพิเคราะห์ ว่าเหตุใดจือหยวนเป่าที่เป็เ้าของร่างกับสาวใช้คนสนิท ถึงได้ถูกเจียมิ่งหยางไล่ล่าด้วยแววตากรุ่นโกรธ
หลังจากที่ใช้ปัญญาวิเคราะห์สถานการณ์ไปได้กึ่งหนึ่ง หญิงสาวก็พลันนึกขึ้นได้ว่า อันที่จริงตัวนางนั้นมัวแต่ใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันเหล่านี้ จนลืมสังเกตไปว่า… ยามนี้อาภรณ์ที่จือหยวนเป่าสวมใส่มีสีแดงสดปักเลี่ยมลายหง ส่วนเจียมิ่งหยางแม้จะถือกระบี่เปื้อนโลหิตเอาไว้ในมือตามวิถีนักรบ แต่ส่วนบนจรดล่างต่างก็สวมอาภรณ์สีแดงสดตามแบบฉบับเ้าบ่าว เนื้อผ้าและลวดลายที่ปักบนดิ้นแพรต่างก็มีรูปแบบเดียวกัน
“หมานซัว…เ้าลองบอกข้าซิว่า พวกเรากำลังหนีงานแต่งใช่หรือไม่!” น้ำเสียงห้วนดังขึ้นถามสาวใช้คนสนิท
“เ้าค่ะ วันนี้เป็วันมงคลของคุณหนูกับท่านแม่ทัพเจียมิ่งหยาง” สาวน้อยตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
วินาทีที่ได้ฟังคำชี้แจงจากปากหมานซัว หัวใจของอิงเยว่แหลกสลายเป็เศษเสี่ยง นางเพิ่งรู้แจ้งแก่ใจก็วันนี้ ว่าตัวของนางนั้นหลงรักผู้ชายผิดคน คำมั่นสัญญาอันใด ที่ผ่านมาล้วนเป็คำลวงทั้งสิ้น หากไม่เกิดใหม่ในครานี้ก็คงตายเสียเปล่าด้วยใจอาวรณ์ ยิ่งไปกว่านั้นก็คงไม่มีวันรู้ว่าเจียมิ่งหยางเป็ชายโฉดคนชั่วที่ทรยศรัก
[ที่แท้ท่านถอนหมั้นกับสกุลลู่ของข้า ก็เพื่อที่จะได้แต่งกับจือหยวนเป่าคนนี้!]
หญิงสาวมาดหมายในใจลำพัง ครั้นคิดได้อย่างนั้นดวงตาที่เปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำตาก็เริ่มเหือดแห้งลง นางเจ็บใจนักที่์ทำให้นางมาเกิดใหม่ในร่างของจือหยวนเป่า ที่กำลังจะแต่งเป็ฮูหยินจวนแม่ทัพ นี่มันโชคชะตาบ้าบออะไรกัน ทวยเทพกำลังช่วยคน หรือกำลังรังแกคนกันแน่
หญิงสาวกัดฟันกรอด ๆ พลางด่าพ่อล้อแม่ให้สรวง์ ครานี้ถือว่าเป็บทเรียนสอนหญิงครั้งใหญ่ก็ว่าได้ ที่ผ่านมานั้นนางช่างโง่งมในรัก แสนดีและอ่อนต่อโลก เพราะแบบนี้นางถึงได้ตกหลุมพรางบ่อใหญ่ แพ้พ่ายให้กับความรัก สังเวยชีวิตให้กับรักแท้ที่เทิดทูนและบูชา บัดนี้รู้แจ้งแล้วว่าแสนดีไปก็ไร้ค่า ดังนั้นต่อจากนี้ได้โอกาสเกิดใหม่เป็จือหยวนเป่า นางจะกลายเป็คนที่แข็งแกร่งและรู้เท่าทันโลก ไม่ยอมหลงเชื่อน้ำคำของบุรุษง่าย ๆ อีกครั้งเด็ดขาด
ไม่นานนักน้ำเสียงเข้มดังขึ้นไล่หลังเพื่อสั่งคน
“จับตัวนาง!”
น้ำคำอันหยาบกระด้างของชายหนุ่ม มันเขย่าขวัญของหญิงสาวจนแตกกระเจิง จือหยวนเป่าสะดุ้งตัวโยนเมื่อได้ยินวาจาของผู้เป็สามีดังลั่น ด้านหนึ่งก็เอาแต่คิดในใจว่า มิ่งหยางปฏิบัติต่อเ้าสาวหยาบคายเช่นนี้เชียวหรือ?
สิ้นเสียงสั่ง! ทหารสองคนพุ่งเป้ามาที่นางโดยไม่ลังเล อันที่จริงฉายาแม่ทัพหัตถาโลหิตคงไม่ใช่แค่ข่าวลือ เจียมิ่งหยางถูกขนานนามเช่นนี้ ก็เพราะวิธีสังหารคนของมิ่งหยางนั้นเหี้ยมโหด โดยที่เขาจะใช้กระบี่คู่ใจเฉือนไปที่ลำคอจนหลอดลมขาดสะบั้น จากนั้นค่อยตามด้วยตัดเส้นเอ็นสี่ส่วน เชื่อว่าการสังหารคนด้วยวิธีนี้จะทำให้ิญญาไม่อาจลอยขึ้นสู่สรวง์ และระหว่างที่โดนทารุณจะเ็ปอย่างแสนสาหัส
หยวนเป่ากลัวว่าตนเองจะอายุสั้น! เพิ่งฟื้นจากความตาย ก็จะต้องตายอีกแล้วหรือ ด้วยพฤติกรรมบ้าระห่ำดิบห่ามของจือหยวนเป่า ที่หนีงานแต่งในวันมงคล เกรงว่าสกุลเจียคงไม่เก็บนางไว้แน่ ดังนั้นเพื่อให้ตนเองมีชีวิตรอดต่อไปอีกวัน เผื่อว่าเจียมิ่งหยางจะเห็นแก่สายสัมพันธ์เส้นเก่า หญิงสาวจึงชิงโพล่งเสียงดังขึ้นมาว่า
“หยุดนะ! ข้าคือลู่อิงเยว่”
ทหารสองนายได้ยินเช่นนี้ไหนเลยจะกล้า พวกเขาถอยร่นออกไปอย่างฉับพลัน หยวนเป่าได้แต่ยิ้มลำพองใจในความเฉลียวฉลาดของตน ในที่สุดก็รอดแล้ว แต่ในขณะนั้นเอง ร่างกำยำสูงโปร่งของมิ่งหยางก็เคลื่อนไหวรวดเร็วดั่งปีศาจ ชั่วพริบตาเดียวบุรุษหน้าเข้มคมผู้นี้ก็เข้ามาประชิดตัวของนางอย่างเงียบเชียบ เขาควรเห็นแก่สายสัมพันธ์เก่าแล้วหยุดฟัง ฉไหนยามนี้ร่างอันบอบบางของนางถึงได้ลอยขึ้นเหนือพื้น
นิ้วมือทั้งห้าของมิ่งหยางสวมเข้าที่ใต้คางอันเล็กเรียวของนางอย่างตั้งใจ แววตาของเขาที่จ้องเข้ามายังม่านตาของนาง ต่างก็อัดแน่นไปด้วยคลื่นอารมณ์เข้มข้น น้ำเสียงและลมหายใจที่พ่นออกมาราวมัจจุราชหมายจะเอาชีวิต เขาเปล่งเสียงแหบพร่าออกมาข่มขู่ด้วยอาการหัวเสียว่า
“คนก็ตายไปแล้ว! ภรรยาจำยอมเช่นเ้าไม่มีสิทธิ์แอบอ้างเป็นาง ต่อหน้าข้าอย่าได้เอ่ยชื่อนี้อีก!!”
ใบหน้าอันงามผ่องเริ่มแดงก่ำเจือปนกระแสโลหิตที่ไม่อาจไหลเวียน ลมหายใจของนางดังฮึดฮัดเจียนจะสิ้น อุ้งมือนุ่มนิ่มทั้งสองข้างของหญิงสาวกอบกุมหลังมือของชายหนุ่มไว้ นางรวบรวมแรงทั้งหมดเพื่อแกะนิ้วมือของมิ่งหยางออกอย่างทุลักทุเล หลังจากสติไหลคืนสู่ร่าง มิ่งหยางเร่งคลายมือออกจากลำคอของนาง
แต่ใช่ว่าจะปล่อยนางไป ชายหนุ่มเคลื่อนตำแหน่งของฝ่ามือเข้ากอบกุมคอดเอวกิ่วแทน จากนั้นออกแรงยกร่างอันบอบบางของหญิงสาวขึ้นพาดบ่าประหนึ่งยกกระสอบป่าน หัวไหล่ของมิ่งหยางแข็งแกร่งราวแท่งเหล็กหลอม ที่สามารถรองรับร่างของหยวนเป่าได้อย่างไม่รู้จักสะทกสะท้าน
เดินเหินได้ระยะหนึ่ง ก็มาถึงเนินดินเกลี้ยงเตียน ห่างออกไปราวสามจั้งปรากฏรถลากสีแดงประดับประดาไปด้วยพวงดอกหลิวหลีและจีบผ้าม้วนคล้ายช่อดอกไม้ปลอม ตามหลักแล้วน่าจะเป็เกี้ยวเ้าสาวกระมัง
อึก! หยวนเป่าถูกโยนเข้าไปด้านในโดยไร้ซึ่งขอบเขตของความอ่อนโยน ร่างน้อยของนางน่าจะระบมไปหลายวัน ทันทีที่เ้าสาวขึ้นสู่เกี้ยว เ้าบ่าวก็เป็ฝ่ายกระโจนขึ้นอานม้า คุมบังเหียนด้วยตนเอง มุ่งหน้าไปยังจวนสกุลเจียให้ทันฤกษ์มงคล พลางเปล่งเสียงเข้มปรามาสออกมา
“ดูซิว่าใครหน้าไหนยังจะกล้าชิงตัวเ้าสาวอยู่อีก!”