“ตั้งใจเรียนนะลูก อย่าเล่นให้มากหนูอย่าลืมจุดประสงค์ที่แม่ส่งหนูมาเรียนที่กรุงเทพ ฯ นะ”
ปลายสายน้ำเสียงดูจริงจังหลังได้รับรายงานจากอาอี๊สี่ว่าแป้งร่ำเอาแต่วาดรูปและแต่งนิยายเล่น ทำไงได้...ก็นั่นเป็งานอดิเรกที่เธอชอบมาแต่ไหนแต่ไรตอนเธออยู่บ้านระยอง ก็ไม่เห็นมีใครมาคอยจับตามองว่าเธอจะทำอะไรพ่อและแม่ปล่อยให้ลูก ๆ ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบแต่อยู่ในสายตาของท่าน คิด ๆไปแล้วการมาอยู่ที่นี่ทำให้เธออึดอัดไม่น้อยอยู่กับญาติหรือจะสู้อยู่กับพ่อแม่และครอบครัวได้ หญิงสาวถอนหายใจกับความเข้มงวดของน้าสาว รายนั้นเขาเป็เด็กเรียนกิจกรรมไม่ยุ่ง..มุ่งแต่วิชาการ
แป้งร่ำรู้อยู่เสมอว่าการที่เธอต้องมาเรียนที่นี่เพราะอากงสั่งเสียเอาไว้ก่อนสิ้นใจว่าให้เธอมาอยู่ดูแลอาม่าที่กรุงเทพ ฯในฐานะหลานสาวคนเดียวของตระกูล แต่ก็ไม่ได้เตรียมใจเอาไว้สำหรับการถูกจำกัดสิทธิ์บางอย่างเพราะแค่ความเห็นของคนที่บ้าวิชาการและเคร่งเครียดจนเกินไปอย่างอาอี๊สี่.....นี่จึงเป็ปัญหาหนักอกอย่างหนึ่งที่เด็กสาวจะต้องทนให้ได้ จึงไม่น่าแปลกใจหากเธอชอบอยู่โรงเรียนมากกว่าอยู่บ้าน
อากาศยามเช้าสดชื่นเสมอแต่เธอไม่ชินกับการออกมายืนรอรถเมล์พร้อมกับผู้คนมากมายเช่นนี้หากเป็ต่างจังหวัด เวลาเช้าขนาดนี้เธอคงกำลังนั่งกินข้าวและเม้าท์มอยกับพี่ชายน้องชายขึ้นรถสองแถวใช้เวลาไม่นานก็ถึงโรงเรียน หากแต่ที่นี่น่ะหรือ....เวลาคลาดเคลื่อนเพียงแค่เศษเสี้ยวนาทีเธอจะต้องผจญกับการจราจรที่ติดขัด แถมบนรถเมล์ก็อย่าหวังว่าจะได้นั่ง
เด็กสาวขึ้นมานั่งบนรถสาย 166 ได้สักพักมองวิวเรื่อยเปื่อย นึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานที่นายพีทยืนรอเธอจนเข้าบ้านถึงจะกลับ ก็เผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว จู่ ๆแป้งร่ำก็เห็นนายพีทเดินมาเก็บเงินค่าโดยสาร เธอยื่นเงินให้แบบงง ๆ เหลียวมองคนนั่งอีกฝั่งของรถก็เป็นายพีทแม้กระทั่งพนักงานขับรถก็เป็หน้านายพีท เด็กสาวตาเบิกโพลงเมื่อมองไปรอบ ๆ รถ
นั่นก็นายพีท !!
นี่ก็นายพีท!!
โน่นก็นายพีท!!
นายพีทเต็มไปหมดเลย
ฉันเป็อะไรไปนี่!!!!!!
เด็กสาวขยี้ตาตัวเอง เหลียวมองรอบข้างอีกครั้ง ทุกอย่างกลับมาอยู่ในสภาพเดิมเด็กสาวใจเต้นตุบ ๆ ตลอดทาง จนถึงโรงเรียน
เพ้อ....ฉันกำลังเพ้อ!!!!
ต้องเอานิยายมานั่งแต่งดับความเพ้อเดี๋ยวนี้
เมื่อคิดได้ดังนั้นก็หยิบสมุดบันทึกขึ้นมาเขียนอย่างลนลานเพื่อหวังลบภาพนายนั่นออกจากหัวของตัวเอง
“เป็ไงบ้างแป้ง!!!” กุ๊กกิ๊กทักทายพลางนั่งลงบนโต๊ะหินอ่อนหน้าอาคารเรียนตัวเดิมเสมือนสถานที่นัดพบกันในยามเช้า
“เื่ไหนล่ะ”แป้งร่ำละจากการแต่งนิยายที่ค้างเอาไว้เงยหน้ามองคู่สนทนา โล่งอกที่หน้านายนั่นหายไปแล้ว
“อ้าว!!ก็เมื่อวานนี้ไง ที่นาย..” นึกขึ้นได้ว่าต้องลดเสียงให้เบาลงกว่านี้เพราะเกรงคนอื่นจะได้ยิน ก่อนจะพูดต่อ
“ที่นายพีทไปส่งอะ เป็ไงบ้าง”
“อืม..นายนั่นก็ดีนะ เข้าไปพูดอะไรกับยามไม่รู้หายซ่าไปเลย เมื่อเช้าพวกนั้นก็ไม่กล้าแซวด้วย”
“ถือว่าประสบความสำเร็จ” กุ๊กกิ๊กตบบ่าเพื่อนให้กำลังใจ จังหวะนั้นเองเปรมเดินผ่านมา ทำให้กุ๊กกิ๊กเสียอาการ เธอแทบจะหยุดหายใจ แป้งร่ำเห็นผิดสังเกต
“เป็ไรไปอะกุ๊กกิ๊ก”
“แก ๆ ๆ ฉันดูดีรึยังอะ” เ้าตัวใช้มือจัดผมตัวเองให้ดูเรียบร้อยแป้งร่ำพยักหน้าแบบงง ๆ
“เออ สวยแล้ว ”
อยู่ ๆ กุ๊กกิ๊กก็ทำเป็ดึงสมุดของแป้งร่ำมาแล้วจดขยุกขยิกตั้งท่าอธิบายให้เพื่อนฟังอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“ -18 = 3x – 2x คำตอบก็จะได้ -18 เข้าใจมั้ยจ๊ะ”
แป้งร่ำงงเป็ไก่ตาแตก แต่ก็พยักหน้าเออออไปกับเพื่อนกุ๊กกิ๊กปรายตามองว่าเปรมยังคงอยู่แถวนั้นหรือไม่ปรากฏว่าเปรมเดินผ่านไปได้สักพักแล้วเ้าตัวถอนหายใจขึ้นมาอย่างโล่งอกพลางยิ้มให้กับแผ่นหลังของชายหนุ่มผู้นั้นด้วยแววตาหยาดเยิ้ม
“อะไรของแกเนี่ย” แป้งร่ำขมวดคิ้วจ้องหน้าเพื่อนอย่างงง ๆ
“ชายในฝันเดินผ่านมา”
“ใครอะ”
“ชื่อเปรม เป็เพื่อนสมัยประถมแต่ไม่เคยคุยกันเลยไม่คิดว่าจะมาอยู่โรงเรียนเดียวกัน ตอนนี้อยู่สายวิทย์ห้องหนึ่ง ห้องคิงเลยนะ หล่อสูง ขาว ตี๋ สเปคในตำนานเป็เพื่อนซี้กับนายพีท ฉันแอบชอบมันมาั้แ่ ป.4 แล้ว”
“โอ้โห ป.4 เลยเหรอ”
“ใช่ เป็รักแรก รักแท้ และรักเดียวในดวงใจ”
“เวอร์แล้ว!” แป้งร่ำพูดขำ ๆ กุ๊กกิ๊กเหล่ตามองเพื่อน
“ทำยังกับไม่เคยมีความรักมาก่อน”
“ก็ไม่เคยมีไง แล้วอีกอย่าง การชอบใครสักคนมันเป็ยังไงฉันยังไม่รู้เลย”
“ก็คนที่ทำให้เรารู้สึกดี ชุ่มชื่นหัวใจ ที่สำคัญ หัวใจเราจะเต้นแรงและเร็วมากเวลาอยู่ต่อหน้าเขาใครคนนั้นไม่มีอยู่ในหัวแกเลยเหรอ”
ระหว่างที่กุ๊กกิ๊กพูด แป้งร่ำก็คิดตาม ภาพคนคนหนึ่งลอยเด่นอยู่ในสมองของเธอตอนนี้เด็กสาวแทบจะสลัดหัว
หือ!!!ใช่เหรอ!!!!!
เพราะภาพของนายพีทปรากฏในมโนของแป้งร่ำอีกครั้ง
“กุ๊กกิ๊ก ถ้าเราชอบเขา เราก็จะคิดถึงเขาตลอดใช่มั้ย”
“แม่นแล้ว”
“แล้วถ้าเราชอบเขา เราก็อยากเห็นหน้าเขาทุกวันใช่มั้ย”
“ถูกต้อง”
“แล้วถ้าเราชอบเขา เราจะเห็นหน้าเขาอยู่ทุก ๆ ที่เลยใช่มั้ย”
“เยสเซอร์!” กุ๊กกิ๊กหันขวับไปหาเพื่อน
“ถามแบบนี้ แกมีคนที่แกชอบแล้วใช่เปล่า”
“มะ...มะ...ไม่มี!! ” ปฏิเสธเสียงสูง
เป็ไปได้ยังไงความรักมันต้องใช้เวลาไม่ใช่เหรอถึงจะรักใครสักคนได้ ฉันคงไม่ได้ชอบนายนั่นเร็วขนาดนี้หรอกมันไม่ใช่ความรัก
....ใช่..ฉันไม่ได้ชอบมัน
เสียงออดคาบเรียนแรกดังขึ้นพอดี แป้งร่ำเผลอเหลียวไปมองนายพีทอย่างลืมตัวสมาธิในการเรียนหามีไม่เหมือนชายหนุ่มจะรู้ตัวว่ามีคนแอบมองอยู่จึงปรายตามองเธอกลับ เด็กสาวสะดุ้งทำทีมองเลยไปนอกหน้าต่างกลบเกลื่อนพิรุธตัวเอง กุ๊กกิ๊กสังเกตอาการเพื่อน
“แป้ง เป็ไรอะ ผิดปกตินะวันนี้”
“เปล่า ๆ ๆ ฉันเห็นกระรอกมันบินข้ามต้นไม้นั้นไป”
“กระรอก!! บิน???”
“เออ ๆ ๆ ไม่ต้องสนใจหรอก เรียนเถอะน่า” แป้งร่ำเป่าปากอย่างโล่ง อกเกือบเผยไต๋ให้เพื่อนรู้เสียแล้ว
พอหมดคาบเรียนนักเรียนทุกคนก็แยกย้ายกัน แต่วันนี้คิวห้องซ้อมเปียโนเป็คู่ของพีทกับแป้งร่ำเด็กสาวจึงเดินลุกลี้ลุกลนไม่เป็ตัวของตัวเองเมื่อรู้ว่าจะต้องอยู่กับเขาสองต่อสองในห้องซ้อม
เปียโนสีดำหลังใหญ่ตั้งตระหง่านกลางห้องเพราะเด็กสาวตื่นเต้นจึงมาก่อนเวลาแป้งร่ำลองกดเล่นดูมั่ว ๆ
เล่นไม่เป็เลยสักนิด ยังจะให้เป็คนเล่นอีกเพี้ยนปะเนี่ย!!!!
“แค่วางนิ้ว ก็ผิดแล้ว ยัยบ๊อง!”เสียงหนึ่งดังขึ้น เธอเหลียวมองผู้ที่เข้ามาใหม่
นายพีท!!!!
เด็กสาวสาวมองเขาก้าวเข้ามาอย่างตกตะลึง ใบหน้าขาวใสต้องกับแสงแดดยามบ่ายแก่ ๆ ส่องกระทบที่ผิวนวลขาวราวสตรี ทำให้เขาดูมีออร่าเจิดจรัสขึ้นมาช่างจับตาจับใจเธอเหลือเกิน
เทพบุตรชัด ๆ!!
หล่อจนไม่อยากจะละสายตา
เขาหยุดอยู่ตรงหน้าแป้งร่ำ ขมวดคิ้วเล็กน้อยที่เห็นเธอจ้องเขาตาไม่กะพริบก่อนจะใช้มือตีหน้าผากของเธอเบา ๆ ทำให้แป้งร่ำหลุดออกจากภวังค์จนได้
พีทวางเป้เสร็จก็มานั่งข้าง ๆ เธอเบื้องหน้าคือเปียโนหลังใหญ่
“เธอต้องรู้ก่อนว่านิ้วอะไรกดโน้ตตัวไหนบ้าง ลองวางมือตามฉัน”
น้ำเสียงก็เรียบ ๆ ออกจะห้วนด้วยซ้ำ แต่ทำไมใจของแป้งร่ำเต้นระส่ำไปหมดเด็กสาววางมือตามที่เขาบอก
“ไม่ใช่อย่างนั้น ทำแบบนี้ ”
พีททำให้ดูอีกครั้ง แป้งร่ำมองนิ้วเรียวยาวของเขา
ผู้ชายอะไร นิ้วสวยจัง
เขาขมวดคิ้วอีกครั้งเพราะเด็กสาวเอาแต่จ้องนิ้วของเขาแล้วก็นั่งยิ้มลอยๆ ออกมา
“ทำสิ!”
“ดะ..ดะ...ได้ ” เด็กสาวรีบกดรัว ๆ ไม่เรียงตามโน้ตที่เขาบอก
เขาปรายตามองพลางส่ายหัวและถอนหายใจ
แป้งร่ำยิ้มอย่างมีเลศนัยอย่างน้อยก็อาจจะทำให้นายนั่นถอดใจและเปลี่ยนหน้าที่ให้เธอเป็คนร้องเพลงแทนพีทลุกขึ้นเดินไปด้านหลังของเธอ
“ใครเขานั่งกันแบบนี้”
“เอ้า! ไม่นั่งแบบนี้แล้วให้นั่งแบบไหน”
“นั่งหลังให้ตรงแบบนี้”
เขาจับไหล่ของเธอทั้งสองข้างที่ห่ออยู่ให้ยืดตรงขึ้นแป้งร่ำตาโตด้วยความใ
“มือขวาเริ่มที่นิ้วโป้ง เริ่มกดตัวโดกลางไล่ไปตามโน้ต”
แล้วเขาก็โน้มตัวเพื่อจับนิ้วของเธอให้กดตัวโน้ต กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆจากตัวเขา ทำเอาหญิงสาวใจเต้นไม่เป็จังหวะสมองไม่ได้ฟังในสิ่งที่เขาอธิบายเลยสักนิด
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก
“ส่วนมือข้างซ้าย ใช้นิ้วก้อยกดตัวโดต่ำ และไล่ไปแบบมือขวา แบบนี้” เขาเอื้อมมือไปจับนิ้วเธออย่างละมุน
โอ๊ย!!!ข้างขวายังไม่พอ คราวนี้มาข้างซ้ายด้วย
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก
แป้งร่ำหน้าร้อนผ่าวแดงระเรื่อไปหมดหัวใจแทบจะทะลุออกมาด้านนอกอยู่แล้ว
เขาผละออกหลังจากที่สอนให้เธอรู้วิธีกดโน้ตเสร็จเรียบร้อย
“เข้าใจรึยัง คราวนี้เธอทำเอง ทำทั้งสองมือพร้อม ๆ กันเลย” ทว่าเด็กสาวยังนั่งอึ้งอยู่ เขาขมวดคิ้วมองคนตัวเล็กอย่างเอาเื่
นี่คงจะเหม่อลอยไม่ได้ตั้งใจฟังกันเลย..ใช่ไหม!!
“ ยัยเกรมลินส์!” น้ำเสียงเฉียบขาดของเขาทำเธอสะดุ้ง
“โอเค ๆ ๆ กด ๆ ๆ”
พีทยืนกอดอกจ้องคนตัวเล็กที่ตอนนี้กลายเป็ลูกศิษย์คนแรกของเขาไปโดยปริยายถอนหายใจออกมาเล็กน้อยเพราะไม่รู้ว่าเธอจะทำได้หรือไม่หวนนึกถึงคำพูดของอาจารย์ประกิตอาจารย์ผู้สอนเปียโนคนแรกที่เขาเคารพและนับถือประดุจพ่อบังเกิดเกล้า ได้ฝากฝังก่อนจะลาออกจากโรงเรียนแห่งนี้เพื่อไปทำงานด้านดนตรีที่ต่างประเทศ
“ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็คนชอบกลนัก....จงฝึกฝน ฝึกเล่นอยู่เป็นิจ เมื่อใดที่เป็งาน เราจงแสดงฝีมือให้ผงาดให้ทุกคนเห็นความสามารถของเรา แต่หากเมื่อใดเก็บคะแนนในห้องเรียน จงให้โอกาสฝึกปรือคนที่เล่นไม่เป็ อย่าเอาเปรียบใครนะพีท”
เขายิ้มมุมปากเบา ๆ ให้กับเด็กสาวที่ก้มหน้าก้มตากดเปียโนตามคำสั่งของเขา
เสียงเปียโนไล่ไปตามตัวโน้ตแบบกระท่อนกระแท่นแต่คงดังไม่เท่าหัวใจของเด็กสาวในตอนนี้ที่เ้าตัวว่ามันดังโครมครามกว่าสิ่งใดทั้งปวง
โด เร มี ฟา ซอล ……….
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก ตึกตักตึกตัก