[การเชื่อมต่อเสร็จสมบูรณ์]
ติ๊ง!
เสียงนั้นไม่ได้ดังผ่านใบหู แต่มันสั่นะเืกึกก้องขึ้นมาจากแกนกลางของจิติญญา
ราวกับระฆังแก้วใบใหญ่ที่ถูกเคาะเพื่อปลุกภวังค์อันมืดมิดให้ตื่นรู้
"เฮือก!"
ชายหนุ่มสูดอากาศเฮือกใหญ่เข้าปอดจนสุดแรง ราวกับคนจมน้ำที่เพิ่งทะลึ่งพรวดพ้นผิวน้ำ
เปลือกตาของอคินเปิดโพลงขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวของห้องพักโรงแรมที่ไร้ไฟฟ้า
กลิ่นอับชื้นของพรมเก่า กลิ่นฝุ่นผง และกลิ่นสนิมจางๆ ลอยมาปะทะจมูก...
หน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าสว่างวาบขึ้นตรงหน้า ตัดกับความมืดมิดรอบกาย แสงของมันสะท้อนในดวงตาที่ยังปรับโฟกัสได้ไม่เต็มที่
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]
[ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 24 กุมภาพันธ์]
ตัวเลขเริ่มนับถอยหลังทันที วินาทีแห่งชีวิตของเขาเริ่มเดินอีกครั้ง
อคินสะบัดศีรษะไล่ความมึนงง
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขาซ้ายเซเล็กน้อยเหมือนศูนย์ถ่วงของร่างกายเปลี่ยนไปกะทันหัน
แต่เพียงครู่เดียวสัญชาตญาณบางอย่างก็สั่งให้เขาทรงตัวได้อย่างมั่นคง มั่นคงเกินกว่าคนเพิ่งตื่นนอน
โฮ่ง! บรู๊ววว...
เสียงเห่าทักทายดังมาจากหน้าประตูห้องพักที่เปิดแง้มไว้ เงาตะคุ่มสามสี่ร่างขยับไหวๆ อยู่ตรงนั้น
เ้าโบ้ สุนัขพันทางสีน้ำตาลหูตั้ง ลุกขึ้นยืนเป็ตัวแรก ตามด้วยเ้าด่างและเ้าขาว
พวกมันกระดิกหางระริกจนตัวโยนเมื่อเห็นเขาเดินออกมา
แปลก... ปกติสุนัขจะระแวงคนแปลกหน้า หรือคนที่เพิ่งตื่น แต่พวกมันมองเขาด้วยสายตาคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
จมูกเปียกชื้นของพวกมันสูดดมฟุดฟิดในอากาศ ไม่ใช่เพื่อดมกลิ่นกายมนุษย์
แต่เหมือนพวกมันกำลังดมหา 'กลิ่นอื่น' ที่ซ้อนทับอยู่บนตัวเขา... กลิ่นที่ทำให้พวกมันวางใจ
"ไงพรรคพวก... ตื่นมารอกันพร้อมหน้าเลยนะ"
อคินย่อตัวลงเกาหลังหูเ้าโบ้ ััหยาบกรานของขนสัตว์ทำให้เขารู้สึกถึงความเป็จริง
"หิวกันแล้วล่ะสิ คืนนี้เราต้องทำงานหนักหน่อยนะ เสบียงเราใกล้หมดแล้ว"
เขาลูบหัวพวกมันทีละตัว ก่อนจะเดินไปคว้าเป้ใบเก่าและขวานดับเพลิงคู่ใจที่วางพิงผนัง
"ป่านนี้แต้มจะยังมีชีวิตอยู่ไหม มันจะหิวไหม... จะโดนตัวอะไรไล่กัดหรือเปล่า..."
เขาพึมพำแ่เบาขณะตรวจเช็กความคมของขวาน
สายตาทอดมองออกไปนอกหน้าต่างที่แตกละเอียด เห็นเพียงซากเมืองที่จมอยู่ในความมืดมิด
[อย่าเพิ่งถอดใจ จงมีชีวิตรอด วันหนึ่งนายจะได้เจอคำตอบที่ค้นหา]
[วันนี้ควรเน้นสำรวจโซนรีสอร์ตริมน้ำ มีโอกาสพบเบาะแส... และอาหารกระป๋องเกรดพรีเมียม]
"อาหารกระป๋องเกรดพรีเมียม?"
อคินเลิกคิ้ว
"เนื้อแห้งกำลังหมดพอดีเลย "
เขาหัวเราะหึๆ ก่อนจะกระชับสายเป้ แววตาขี้เล่นเมื่อครู่เปลี่ยนเป็คมกริบดุจนักล่าในชั่วพริบตา
เขากันกลับไปหาสุนัขทั้งสามตัวแล้วเอ่ยขึ้น
"ไปกัน... คืนนี้ต้อง 'ยึดพื้นที่' ให้เรียบร้อย"
...
ชั่วโมงแรกผ่านไปราวกับกิจวัตรที่ถูกโปรแกรมไว้
บรรยากาศรอบโรงแรมเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหวีดหวิวผ่านซากตึก
อคินเคลื่อนไหวผ่านเงามืดด้วยฝีเท้าที่เงียบกริบจนน่าใ
เสียงฝีเท้าแ่เบาราวกับแมวย่อง การลงน้ำหนักที่ปลายเท้า
การถ่ายเทน้ำหนักตัว ทุกอย่างดูลื่นไหลและเป็ธรรมชาติจนเขาเองยังแปลกใจ
ฉัวะ!
คมขวานตวัดผ่านอากาศ ตัดเข้าที่ลำคอของซอมบี้ในชุดพนักงานต้อนรับที่เน่าเปื่อย
หัวของมันหลุดกระเด็นก่อนที่ร่างจะทันรู้ตัว เืสีดำข้นคลั่กสาดกระเซ็นเปรอะกำแพง
'ตัวที่สิบสอง' อคินนับเลขในใจ
ฝูงหมาทำงานประสานกับเขาได้อย่างยอดเยี่ยม
เ้าโบ้พุ่งเข้ากัดขาซอมบี้อีกตัวเพื่อดึงความสนใจ
เปิดช่องให้อคินเหวี่ยงขวานจามเข้ากลางแสกหน้า มันเป็ความรุนแรงที่กลายเป็เื่ปกติ
เป็จังหวะการเต้นรำแห่งความตายที่เขาคุ้นชิน
เมื่อกำจัดศัตรูทั้งหมดในพื้นที่รอบโรงแรม จนมั่นใจว่าไม่มีตัวอะไรเดินเพ่นพ่าน เขาก็เริ่มภารกิจที่แท้จริง
เขามุ่งหน้าไปยังรีสอร์ตหรูที่อยู่ถัดไป รั้วอัลลอยด์ดัดลวดลายวิจิตรบัดนี้ล้มระเนระนาด
เปิดทางเข้าสู่พื้นที่รกร้าง กลิ่นคลอรีนจากสระว่ายน้ำยังคงลอยมาจางๆ ผสมกับกลิ่นตะไคร่น้ำและกลิ่นเหม็นเน่าที่ชวนคลื่นไส้
ทันทีที่ก้าวเท้าผ่านซุ้มประตูทางเข้า... บรรยากาศก็เปลี่ยนไป
อากาศรอบตัวดูหนักอึ้งขึ้น ความชื้นสัมพัทธ์พุ่งสูงจนรู้สึกเหนอะหนะผิว
"โฮ่ง!"
เ้าขาวเห่าขึ้นมาเบาๆ
ก่อนจะลดเสียงลงเป็เสียงขู่คำรามต่ำๆ ในลำคอ ขนหลังคอของมันลุกชันหางตกจุกก้น
อคินยกกำปั้นขึ้นเป็สัญญาณหยุด สุนัขทั้งสามตัวหยุดกึกทันทีตามคำสั่ง
เขาย่อตัวลงต่ำ สายตากวาดมองไปรอบๆ
ท่ามกลางความมืด สัญชาตญาณที่เฉียบคม กำลังส่งสัญญาณเตือนภัยในหัว
กลิ่น...
ไม่ใช่กลิ่นซอมบี้ที่เหม็นเปรี้ยว ไม่ใช่กลิ่นสนิมเหล็กของเื...
แต่มันคือกลิ่นคาวคลุ้ง รุนแรงและดิบเถื่อนเหมือนกลิ่นในตลาดปลาที่ถูกทิ้งร้าง ผสมกับกลิ่นโอโซนจางๆ
เหมือนเวลาฝนกำลังจะตกหนัก
'กลิ่นสาบสัตว์...'
อคินคิดในใจ หัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้น
'และกลิ่นไฟฟ้า?'
เขาเพ่งสายตาฝ่าความมืด ดวงตาของเขาสามารถมองเห็นในที่แสงน้อยได้ดีกว่ามนุษย์ปกติหลายเท่า
ภาพเบื้องหน้าค่อยๆ ชัดเจนขึ้น... สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางรีสอร์ต น้ำในสระยังคงเต็มเปี่ยม
แต่ผิวน้ำที่ควรจะกระเพื่อมตามแรงลมกลับนิ่งสนิท... นิ่งจนดูเหมือนแผ่นกระจกสีดำ
แล้วเขาก็เห็นมัน
บนผิวน้ำที่นิ่งสงบนั้น... มีดวงตาสีเหลืองขุ่นปูดโปนคู่หนึ่งลอยปริ่มน้ำ จ้องเขม็งสะท้อนแสงจันทร์กลับมา
ก่อนที่สมองมนุษย์ของเขาจะทันประมวลผล...
บ๋อม! ตูม!
ผิวน้ำะเิออก ร่างสีเขียวเมือกสี่ร่างพุ่งทะยานขึ้นจากสระว่ายน้ำพร้อมกัน!
พวกมันไม่ได้แค่ะโ แต่ดีดตัวด้วยกล้ามเนื้อขาหลังอันทรงพลัง
ลอยข้ามขอบสระมายืนจังก้าบนพื้นคอนกรีตอย่างมั่นคง
"ตัวบ้าอะไรวะนั่น..."
อคินอุทาน เสียงแหบพร่า
มันคืออสูรกายที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์กบ สูงประมาณเด็กสิบขวบ
แต่ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่อัดแน่น ิัสีเขียวเข้มเป็มันเลื่อมมีเมือกไหลเยิ้มตลอดเวลา
นิ้วมือและนิ้วเท้ามีพังผืดหนา และที่น่าสยดสยองที่สุดคือถุงลมใต้คอที่พองและยุบตามจังหวะการหายใจ
[ตรวจพบฟร็อกเกอร์ พวกมันมีระดับความอันตรายสูง พวกมันมักจะซ่อนตัวตอนกลางวันและหากินตอนกลางคืน]
[คำเตือน ระวังการโจมตีระยะไกล!]
ข้อความแจ้งเตือนสีแดงเด้งขึ้นมารัวๆ แต่สายตาของอคินจับจ้องไปที่ดวงตาสีเหลืองคู่นั้น
มันไม่ได้มองเขาด้วยความหิวกระหายไร้สติแบบซอมบี้
แต่มันมองอย่าง 'ประเมิน' ...มันคือแววตาของสิ่งมีชีวิตที่มีภูมิปัญญา
"โฮก!"
ฝูงหมาพุ่งเข้าใส่ตามสัญชาตญาณหวงถิ่น
"เดี๋ยว! อย่าเพิ่ง! กลับมา!"
อคินะโลั่น แต่ไม่ทันเสียแล้ว
เ้าขาวที่ใจกล้าที่สุดวิ่งนำหน้าเพื่อนเข้าไป
ฟร็อกเกอร์ตัวหนึ่งอ้าปากกว้างจนเห็นฟันซี่เล็กๆ เรียงเป็ตับ...
แต่แทนที่จะส่งเสียงร้อง แก้มของมันกลับพองออกจนตึงเปรี๊ยะ
ฟิ่ว!
มวลน้ำก้อนหนึ่งถูกบีบอัดจนแข็งราวกับหิน พุ่งแหวกอากาศออกจากปากของมันด้วยความเร็วสูง!
ฉึก!
มันไม่ได้ยิงใส่หมา แต่มันยิงดักหน้า!
ะุน้ำพุ่งกระแทกพื้นคอนกรีตตรงหน้าเ้าขาวจนแตกกระจายเป็หลุมลึก เศษปูนกระเด็นว่อน
"เวทมนตร์!?"
อคินเบิกตากว้าง ขนทั่วร่างลุกชัน
"พวกมันใช้เวทมนตร์น้ำได้!"
ยังไม่ทันสิ้นเสียงอุทาน ฟร็อกเกอร์อีกตัวที่ยืนอยู่ด้านหลังก็วาดมือไปในอากาศ
น้ำจากสระว่ายน้ำลอยตัวขึ้นมาบิดเกลียวเป็ลำยาว ก่อตัวเป็ 'แส้น้ำ' ในมือของมัน
ก่อนจะสะบัดฟาดลงมาด้วยความเร็วที่ตามองแทบไม่ทัน
เพี๊ยะ!
"เอ๋งงงง!"
เ้าขาวร้องลั่นเสียงหลง ร่างของมันถูกแส้น้ำฟาดเข้าที่กลางลำตัว
แรงกระแทกส่งร่างสุนัขกระเด็นกลิ้งไปกับพื้นไกลหลายเมตร เืสีแดงสดซึมออกมาจากรอยแตกของิัทันที
นี่มันคนละระดับกับซอมบี้โง่เง่าพวกนั้น! นี่มันคือนักล่าที่มีสกิล!
"ถอย! ถอยเดี๋ยวนี้!"
อคินะโสั่งตาย เสียงของเขาก้องกังวานอย่างที่เขาเองก็ไม่เคยทำได้มาก่อน
"โบ้! ด่าง! กลับมา! อย่าสู้!"
เขาไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว อคินพุ่งตัวเข้าไปคว้าเ้าขาวที่นอนครางฮือขึ้นพาดบ่า
ร่างกายของเขารับน้ำหนักสุนัขหนักยี่สิบกิโลกรัมได้สบายราวกับนุ่น เขาหันหลังกลับและออกวิ่งสุดฝีเท้า
ฟิ่ว! ฟิ่ว! ตูม!
เสียงแหวกอากาศดังตามหลังมาติดๆ ะุน้ำหลายนัดพุ่งเฉี่ยวไหล่และขาของเขาไป
อคินรู้สึกได้ถึงแรงอัดอากาศที่บาดผิวจนแสบยิบๆ ถ้าโดนเข้าไปจังๆ คงกระดูกหักแน่นอน
"วิ่ง! วิ่งไปที่โรงแรม!"
เขากัดฟันวิ่งห่อตะบึง ฝูงหมาที่เหลือวิ่งตามมาติดๆ ด้วยความตื่นกลัว
พวกเขาวิ่งข้ามเขตรั้วพังทลาย กลับเข้ามาในเขตปลอดภัยของโรงแรม
เสียงะุน้ำหยุดไล่ตามเมื่อพ้นรัศมีของรีสอร์ตนั้น
พวกมันไม่ออกมานอกเขตน้ำ... หรืออาจจะแค่ไม่อยากตามมา
"แฮ่ก... แฮ่ก..."
อคินทรุดตัวลงนั่งพิงกำแพงห้องโถงโรงแรม
ลมหายใจหอบถี่ เหงื่อไหลซึมเต็มแผ่นหลัง
เขารีบวางเ้าขาวลงบนพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ
"ไอ้ขาว... ทนหน่อยนะ" มือของเขาสั่นระริกขณะสำรวจาแ
รอยฟาดพาดยาวกลางลำตัว ลึกจนเห็นเนื้อแดงๆ แต่โชคดีที่ไม่โดนอวัยวะสำคัญ
[ตรวจพบาแฉกรรจ์ แนะนำให้ใช้สกิลชำระล้าง และสกิลปฐมพยาบาล]
หน้าต่างระบบเด้งขึ้นมาเตือน อคินพยักหน้ารับรู้ เขาวางฝ่ามือทาบทับลงบนาแ
หลับตาลงและจินตนาการถึงกระแสพลังอุ่นๆ ในร่างกาย
" [ชำระล้าง] [ปฐมพยาบาล] "
เขาเอ่ยคำเรียกใช้สกิล เสียงของเขาแ่เบาและไม่มั่นใจนัก
แสงสีส้มจางๆ สว่างวาบขึ้นที่ฝ่ามือ มันไม่ได้สว่างจ้าเหมือนในหนังแฟนตาซี
เป็เพียงแสงริบหรี่เหมือนหิ่งห้อยใกล้ตาย แต่มันก็เพียงพอ...
เืที่ไหลซึมเริ่มหยุดลง ปากแผลค่อยๆ สมานตัวเข้าหากันช้าๆ เ้าขาวครางงึมงำอย่างสบายตัวขึ้น ก่อนจะเลียมือเขาเบาๆ
อคินถอนหายใจยาว ทิ้งตัวลงนั่งมองผลงานของตัวเอง พลังงานในร่างกายวูบหายไปเกือบครึ่งจากการใช้สกิลเพียงครั้งเดียว
"แกอีกแล้วนะไอ้ขาว..."
เขาบ่นอุบอิบ ยกมือลูบหัวมันด้วยความหมั่นไส้ระคนเอ็นดู
"เลเวลก็ 11 แล้วนะ ทำไมไม่อัปสเตตัสความว่องไวบ้าง ดูโบ้กับด่างสิ พลิ้วยังกับลิง แต่แกนี่รับตีนตลอด"
เขาบ่นไปเรื่อยเปื่อยเพื่อกลบเกลื่อนความกลัวในใจ
แต่สายตายังคงจับจ้องไปที่ความมืดนอกหน้าต่าง... ทางทิศที่ตั้งของรีสอร์ตนั้น
คืนนี้... เขาได้เรียนรู้บทเรียนราคาแพง
โลกใบนี้ไม่ได้มีแค่ซากศพเดินได้อีกต่อไป
เขตแดนของเขากำลังถูกคุกคามโดยศัตรูที่มีสติปัญญา มีเวทมนตร์ และมีการจัดลำดับชั้นทางสังคม
"ระบบ..."
อคินกระซิบถามเสียงเครียด ดวงตายังคงจับจ้องไปที่ความมืดมิดทิศทางที่พวกมนุษย์กบถอยกลับไป
"ไอ้พวกนั้น... มันมาจากไหน?"
หน้าต่างข้อความเงียบไปครู่หนึ่ง เหมือนกำลังลังเล
ก่อนจะปรากฏข้อความขึ้นมา
[พวกอสูรนั่น มาจากต่างมิติเหมือนกับออร์ค กอบลิน หรือหมาป่าทมิฬ]
[แต่พวกหนูท่อและแมลงสาบั์... พวกมันคือสัตว์โลกที่ 'กลายพันธุ์' แทนที่จะได้รับการ 'ปลุกพลัง']
อคินขมวดคิ้วกับประโยคท้ายสุด เขาลดขวานลงเล็กน้อย หันมามองเ้าโบ้ที่กำลังเลียแผลให้เ้าขาว
"เดี๋ยวนะ... งั้นพวกหมากับแมว ต่างจากพวกหนูและแมลงสาบยังไง?"
เขานึกย้อนกลับไปถึงแผลเป็ที่แขน
"แล้วพวกซอมบี้นั่นล่ะคืออะไรกันแน่? มันไม่ใช่ไวรัสระบาดเหมือนในหนังหรือการ์ตูนแน่ๆ ทั้งฉัน ทั้งพวกโบ้กับด่างก็เคยโดนพวกมันกัดหรือข่วน แต่ก็ไม่มีใครติดเชื้อแล้วกลายเป็ซอมบี้... แถมซอมบี้พวกนี้ยังมีทั้งร่างมนุษย์ ทั้งร่างสัตว์อสูรปนกันมั่วไปหมด"
ระบบเงียบหายไปพักใหญ่ นานจนอคินเกือบจะคิดว่ามันแฮงค์ไปแล้ว
ราวกับว่าปัญญาประดิษฐ์เื้ักำลังประมวลผล หรือกำลังเรียบเรียงคำพูดอย่างหนัก
[นายเคยวิเคราะห์เื่นี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว... จำไม่ได้หรือ?]
[ซอมบี้คือซากศพที่ 'ดูดซับ' พลังเวทที่หนาแน่นเกินไป เป็เวลา 2-3 วัน จนกลายเป็ 'อันเดด' ที่จะลุกขึ้นมามีชีวิตเฉพาะ่เวลากลางคืน]
[มันเกิดขึ้นได้กับทั้งศพมนุษย์ สัตว์โลก และอสูรต่างโลก... ตราบใดที่เป็ 'ศพ' ที่สมบูรณ์]
ข้อความใหม่เด้งขึ้นมาต่อทันที
[สัตว์ทุกชีวิตที่ยังมีลมหายใจบนโลก ล้วนได้รับการ 'ปลุกพลัง' เช่นเดียวกับมนุษย์... ส่วนพวกที่ 'กลายพันธุ์' จนบ้าคลั่ง คาดว่าเกิดจากการที่พวกมันไปกัดกินซากศพที่อัดแน่นด้วยพลังเวทในปริมาณที่เกินกว่าร่างกายจะรับไหว]
'คาดว่า?' อคินทวนคำในใจ มุมปากกระตุกเล็กน้อย 'แสดงว่าระบบเองก็ไม่ได้รู้ข้อมูลชัดเจน 100% สินะ... หรือว่าแกก็กำลังเรียนรู้โลกใบนี้ไปพร้อมกับฉัน?'
เขาเลือกที่จะไม่ถามต่อเพื่อไล่ต้อน ชายหนุ่มถอนหายใจยาว
พยายามสลัดความเครียดทิ้งไป ท้องของเขาร้องโครกครากประท้วงขึ้นมาทำลายความเงียบ
"ช่างเถอะ... เื่วิชาการเอาไว้ก่อน กองทัพต้องเดินด้วยท้อง"
อคินลุกขึ้น ปัดฝุ่นออกจากกางเกง แล้วเดินนำขบวนสุนัขเจ็บไปยังโซนห้องครัวของโรงแรมที่อยู่ชั้นล่าง
ภายในห้องครัวสเตนเลสขนาดใหญ่เงียบสงัดและเย็นเฉียบ
แสงจันทร์ส่องผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่เข้ามาตกกระทบพื้น
อคินเดินตรงไปที่เตาแก๊สหัวฟู่ขนาดใหญ่ หมุนวาล์วถังแก๊สด้วยความหวัง
ฟู่...
เสียงแก๊สพุ่งออกมาเบาๆ ตามด้วยเสียง แช๊ะ! จากปืนจุดเตา
เปลวไฟสีน้ำเงินลุกพรึ่บขึ้นมาเต้นระบำอย่างสวยงาม
"แจ๋ว! แก๊สยังไม่หมด"
อคินยิ้มกว้าง เป็รอยยิ้มที่จริงใจที่สุดในคืนนี้
เขาคว้าหม้อใบใหญ่มาตั้งไฟ เทข้าวสารที่ยึดมาจากห้องเก็บของแห้งลงไป
ตามด้วยน้ำสะอาดจากขวดพลาสติกที่ยังซีลสนิท ฉีกเนื้ออสูรแห้งๆ โยนลงไปต้มรวมกัน
กลิ่นหอมของข้าวต้มเริ่มโชยคลุ้งไปทั่วห้องครัว กลบกลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาวเืก่อนหน้านี้จนหมดสิ้น
เ้าสี่ขา สามตัวที่หมอบรออยู่ใต้โต๊ะเริ่มส่งเสียงครางงึมงำ น้ำลายสอ
"ใจเย็นๆ เดี๋ยวได้กินกันหมดนี่แหละ"
อคินคนหม้อข้าวต้มช้าๆ ไออุ่นจากหม้อปะทะใบหน้า ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายลงอย่างประหลาด
เมื่อข้าวสุกได้ที่ เขาแบ่งข้าวต้มใส่กะละมังสเตนเลสสามใบให้หมาทั้งสามตัว
ส่วนตัวเองนั่งกินจากหม้อโดยตรง รสชาติจืดชืดของข้าวกับรสเค็มปะแล่มของเนื้อแห้ง
สำหรับคนทั่วไปมันอาจจะเป็เมนูที่แย่ แต่สำหรับคืนนี้... มันคือรสชาติของ์
หลังจากจัดการมื้อดึกจนเกลี้ยงหม้อ อคินก็ไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า
"เอาล่ะ... กินอิ่มแล้วก็ต้องออกกำลังกายย่อยอาหารหน่อย"
เขาเดินไปที่โถงทางเดิน เริ่มภารกิจ 'ปิดตาย' พื้นที่
ครืด... ครืดดดด!
เสียงไม้และโลหะครูดไปกับพื้นกระเบื้องดังสะท้อนก้อง
อคินใช้พละกำลังมหาศาลของคลาสนักรบ ดันตู้ไม้โอ๊คโบราณขนาดใหญ่จากล็อบบี้มาขวางประตูทางเข้าหลัก
ตามด้วยการลากโซฟาหนาหนักและโต๊ะต้อนรับมาปิดกั้นประตูทางออกด้านหลัง
รวมถึงประตูเหล็กสำหรับส่งของเข้าครัวที่ดูไม่ค่อยแข็งแรง
เขาเปลี่ยนโรงแรมร้างแห่งนี้ให้กลายเป็ป้อมปราการขนาดย่อมๆ อย่างรวดเร็ว
'ยังไม่พอ...'
อคินเดินขึ้นไปตามชั้นต่างๆ รื้อค้นห้องพักแขกอย่างเป็ระบบ
เขาพังประตูมินิบาร์ กวาดขวดน้ำแร่ ถุงถั่ว ขนมขบเคี้ยว และช็อกโกแลตแท่งที่เหลืออยู่ ใส่เป้และถุงพลาสติกใบใหญ่
"น้ำ... ขนม... โอเค อันนี้เก็บไว้กินเล่นตอนดึก"
เมื่อกลับมาถึงห้องพัก 'เซฟเฮาส์' ของเขาบนชั้นสาม
อคินกองสมบัติที่หามาได้ไว้ที่มุมห้อง กองเสบียงที่เพิ่มขึ้นทำให้เขารู้สึกอุ่นใจขึ้นมาอีกเปลาะ
เขาทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม ร่างกายที่ฝืนใช้งานมาตลอดเริ่มประท้วงด้วยความเหนื่อยล้าที่ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่น
สุนัขทั้งสามตัวะโขึ้นมานอนเบียดเขาบนเตียง ไออุ่นจากขนปุยๆ ช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บของค่ำคืน
อคินเหลือบมองนาฬิกานับถอยหลังบนหน้าจอ
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:05:12]
"อีกห้านาที..."
เขาพึมพำ เปลือกตาเริ่มหนักอึ้ง
เขาหลับตาลง ปล่อยให้สติสัมปชัญญะค่อยๆ เลือนหายไป
เตรียมพร้อมสำหรับการ 'ถูกกระชาก' กลับสู่ความมืดมิด
เพื่อรอเวลาที่จะได้ตื่นขึ้นมาเป็อัศวินอีกครั้งในคืนถัดไป...