บทที่ 20กาลเวลาพิสูจน์คน 2
เมื่อปิดร้านอาหารเสร็จสรรพเจียอี้กับลี่ลี่ได้กล่าวลาเถ้าแก่ตามมารยาท
“เถ้าแก่ไว้เจอกันพรุ่งนี้”ลี่ลี่กล่าวถ้อยคำเดิมเหมือนทุกวัน
“พรุ่งนี้ข้าจะตั้งใจทำงานกว่าเดิมนะเถ้าแก่”เจียอี้โบกมือลา
“พวกเ้าเดินระวังกันด้วยล่ะและอย่าไปมีเื่กับใครเชียว” เถ้าแก่กล่าวเตือนด้วยความหวังดีเจียอี้กับลี่ลี่จึงส่งยิ้มให้ ก่อนทั้งสองจะออกไปจากร้านอาหารพร้อมกัน
หลังเดินออกจากร้านมาได้สักพักหนึ่งเจียอี้ถือโอกาสชวนลี่ลี่คุยระหว่างทาง
“นี่ พี่ลี่ข้ามีเื่อยากถาม”
“หืม! เ้าอยากถามอะไร?” ลี่ลี่หันมามองเจียอี้เจียอี้จึงหันมามองนางก่อนกล่าว
“พี่ลี่เคยเฝ้ารอใครสักคนไหม”
ได้ยินคำถามลี่ลี่หันกลับมามองทางพลางนิ่งคิดคล้ายพิจารณาว่าควรกล่าวไปดีหรือไม่
“ข้าเคยและตอนนี้ยังคงเฝ้ารอ”
“เหมือนข้าเลยข้าก็กำลังเฝ้ารอใครสักคนอยู่” เจียอี้กล่าวน้ำเสียงดีใจ ลี่ลี่พลันหันมาถามเขา
“แล้วเ้าถามถึงเื่นี้ทำไม?”
“อ่า สมมุตินะแค่เื่สมมุติ..ถ้าเกิดว่าข้าเป็คนที่พี่เฝ้ารอ และกำลังพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองไปพร้อมกับเฝ้ามองพี่ห่างๆโดยที่พี่ไม่รู้ว่าข้าคือคนที่เฝ้ารอ กระทั่งวันหนึ่งข้าบอกพี่ว่าข้าคือคนที่พี่เฝ้ารอ วันนั้นพี่จะโกรธไหม...ถ้าเป็พี่”เจียอี้กล่าวอย่างเป็ธรรมชาติ ไม่ต่างจากกำลังถามความเห็นแม้เกือบทุกส่วนจะเป็เื่จริง ลี่ลี่ยังไม่รู้สึกว่าเื่ที่เจียอี้เล่ามันดูแปลกๆ
“แล้วเ้า้าความเห็นข้าไปทำไมเหตุใดไม่ลองไปถามเ้าตัวโดยตรง”
“ข้าอยากได้ความเห็นเพื่อเป็แรงผลักดันให้ตัวเองเพราะข้าเป็คนที่ไม่ค่อยมีความกล้า” เจียอี้พยายามแสดงให้เป็ธรรมชาติที่สุดเพราะ้าได้คำตอบจากปากลี่ลี่ เพื่อไว้ใช้ในอนาคตตอนเขาเผยตัว ถึงในใจเขาอยากบอกไปตรงๆว่า ‘ข้าก็กำลังถามเ้าตรงๆอยู่นี่ไง แต่ข้าต้องเฝ้ามองเ้าเพื่อพิสูจน์อะไรบางอย่าง ไม่งั้นคงไม่แสร้งทำขนาดนี้’
“เป็ข้าคงไม่โกรธ เพราะคนที่ข้าเฝ้ารอคงมีเหตุผลของเขาเหมือนเ้าที่มีเหตุผลบางอย่างไม่ยอมไปสารภาพตรงๆ”
“ว้าว! พี่ลี่ให้คำแนะนำข้าได้สุดยอดไปเลย ข้าเริ่มมีความมั่นใจขึ้นมาบ้างแล้ว”เจียอี้จับคำที่บอกว่า ‘สารภาพ’เขาจึงแกล้งเขิน ราวกับเื่ทั้งหมดที่ถามลี่ลี่ เปรียบเสมือนคำถามเพิ่มกำลังใจในการสารภาพรักใครสักคน
“เ้าไม่ต้องเขินไปข้ารู้ว่าเปลี่ยนตัวเองเพื่อสตรีที่เ้าแอบรัก แต่การที่เ้ามาถามข้ามันแตกต่างเพราะสตรีทุกคนไม่เหมือนกัน บางทีอาจไม่คิดสนใจหรือเข้าใจเ้าด้วยซ้ำทางที่ดีไปสารภาพต่อหน้าดีกว่ามาเสียเวลาถามข้า”
“ฮ่าๆๆ ข้าจะพยายามไปสารภาพต่อหน้านางให้ได้”เจียอี้หัวเราะกลบเกลื่อน แม้การทำตัวแปลกไปอาจทำให้ลี่ลี่สงสัยก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะไม่ว่าใครกำลังเขินอยู่มักไม่เป็ตัวของตัวเองกันทั้งนั้น
ทว่า! อยู่ๆลี่ลี่ถามเจียอี้ขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด ทำเอาเขาตั้งตัวแทบไม่ทัน
“ข้าถามเ้ากลับบ้าง หากเ้าเป็คนที่ข้าเฝ้ารอมานานแสนนานจริงเหตุใดจึงไม่รีบมาหาข้า”
“เขาอาจมีเหตุผลส่วนตัวเหมือนพี่ลี่บอกมาก็ได้..พี่ไม่..”เจียอี้ไม่ทันกล่าวจบ ลี่ลี่ก็กล่าวขัดเขาเสียก่อน
“ข้าไม่อยากได้ยินคำตอบนั้นข้าอยากให้เ้าตอบในมุมมองของเ้า”
เจียอี้ได้ยินเขาแทบอยากเมินผ่าน น่าเสียดายเขาเริ่มรู้สึกว่าลี่ลี่กำลังเริ่มเปิดใจจึงทำทีเป็ยืดเวลา
“มันตอบยากนะพี่ลี่เหมือนพี่ถามว่าวันนี้กินอะไรดี ต้องใช้เวลาคิดสักหน่อย”
“ข้าจะรอคำตอบ หวังว่าเดินไปถึงที่พักแล้วจะได้ยินคำตอบของเ้า”ลี่ลี่กล่าวจบ ตลอดการเดินของทั้งสองไม่มีการสนทนากันอีก มีเพียงเสียงเท้าเสียงคนรอบข้างพูดคุย และเสียงของสายลม
กระทั่งลี่ลี่พาเจียอี้มาถึงที่พักมันเป็พื้นที่กว้างใหญ่มีบ้านหลังเล็กเรียงกันนับไม่ถ้วน แต่ละหลังห่างกันพอประมาณเพื่อความเป็ส่วนตัวในระดับหนึ่ง
“เ้าตอบคำถามข้ามาแล้วข้าจะพาเ้า ไปหาเ้าของเพื่อเช่าบ้านพัก”ลี่ลี่กล่าวขึ้นหลังหยุดเท้าไม่เดินต่อ เจียอี้ได้ยินอย่างงั้นเขาจึงหยุดเดินก่อนตอบนางด้วยความคิดของตัวเขาในตอนที่มีชีวิต
“เป็ข้าคงตอบได้แค่ว่าอาจยังไม่ดีพอให้มาพบ เหมือนข้าไม่มีความกล้า ตามจริงแล้วที่ไม่มีความกล้าเพราะรู้ตัวดีว่ายังไม่พอ นี่เป็ความคิดของข้า พี่ลี่ไม่ต้องใส่ใจ”
หลังเจียอี้กล่าวจบลี่ลี่นิ่งไปสักครู่ ก่อนกลับมาเป็ปกติ “อืม เ้าตอบข้าแล้วตามข้ามาพักบ้านที่ข้าเช่าอยู่เถอะ”
“เอ๊ะให้ข้าไปพักกับพี่ ไม่ใช่ว่าต้องหาเ้าของก่อนเพื่อหาบ้านพัก..” ไม่ทันได้กล่าวต่อลี่ลี่ก็จับแขนเจียอี้เดินเข้าไปในเขตบ้านพัก
“ไม่ต้องคิดมากเห็นบ้านหลังเล็กแค่นั้น แต่สำหรับสองคนมันกว้างพอ”
“ไม่ใช่เื่นั้นชายหญิงอยู่ด้วยกันมันยังไงอยู่”เจียอี้พยายามหาวิธีเรียบง่ายเพื่อไม่ต้องพักร่วมกับลี่ลี่น่าเสียดายลี่ลี่กลับตัดความหวังเขาด้วยวาจายาวเหยียด
“เื่นั้นอย่าไปใส่ใจถ้าเ้าไม่้าพัก เ้าคงต้องไปนอนข้างถนน เพราะบ้านทุกหลังมีคนเช่าอยู่แต่ไม่ต้องห่วงข้าไม่ปล่อยให้เ้านอนข้างถนนหรอก”
เจียอี้ได้ยินลี่ลี่ร่ายยาวเขาคล้ายจะััถึงอะไรบางอย่างเขาคิดว่าควรเงียบ หากไม่เงียบแล้วตอบบางอย่างไป เขารู้สึกว่าจะได้พบลางร้ายเข้าเขาจึงเลือกเงียบ..กระทั่งเข้ามาในบ้านพักของลี่ลี่เมื่อใดก็ไม่รู้
“เมื่อไหร่เ้าจะหยุดเหม่อลอยถึงที่พักแล้ว!” ลี่ลี่กล่าวเสียงดังดึงสติเจียอี้เล่นเอาเจียอี้สะดุ้งโหย๋ง เพราะเขาเหม่อลอยไปจริงๆเหม่อลอยไปเพราะคำกล่าวของลี่ลี่ในก่อนหน้านี้
“อ่า ขอโทษ ขอโทษพี่ลี่พอดีวันนี้ข้ารู้สึกเหนื่อย” เจียอี้พยายามหลีกเลี่ยงลี่ลี่อย่างแเีน่าเสียดายมันไม่มีอะไรเป็ไปตามความ้าเขาทุกอย่าง
“วันนี้เ้าเหนื่อยนั่งพักที่พื้นก่อนค่อยไปอาบน้ำแล้วมานอนบนเตียงกับข้า”
“นอนบนเตียงกับเ้า!” เจียอี้หน้าเหวอ น้ำเสียงเขาใครฟังต้องเข้าใจว่าใสุดขีด แต่ลี่ลี่ดันทำหน้างุนงงไม่เข้าใจ
“มีอะไรแปลกถึงใ? ข้าแบ่งครึ่งหนึ่งของเตียงให้เ้านอนเกิดเ้าถูกใจวันหน้าต้องสนใจร่วมมาเช่าบ้านร่วมกับข้าข้าจะได้ออกคนละครึ่งกับเ้า”
“ไม่ ไม่ ไม่ตอนนี้ข้าไม่ได้กังวลว่าต้องหารค่าเช่า ข้ากังวลเื่ต้องนอนเตียงเดียวกับพี่ลี่ต่างหาก”เจียอี้กล่าวพลางแอบคิดในใจว่า
‘เหตุใดเหล่าสัตว์อสูรไม่สอนเื่เหล่านี้สอนเพียงการฝึกฝน การเอาชีวิตรอด การฆ่า ฯลฯ...โว้ย!แล้วไอ้ที่นางฆ่าองค์รัชทายาท คงไม่ใช่ว่าฆ่ามันเพราะถูกวาจาลวนลาม แต่เป็เพราะไม่พอใจตอนถูกรบกวนหรอกนะ’
“เ้ารังเกียจข้า!” ลี่ลี่มองเจียอี้ด้วยท่าทางพิจารณา
“ไม่เลย ไม่เลย ข้าจะไปรังเกียจพี่ลี่ได้อย่างไร”เจียอี้ตอบกลับ แต่เขาไม่รู้ว่าจะแก้สถานการณ์นี้ยังไงดีถึงยังไงเขาไม่อยากอยู่ใกล้ลี่ลี่มากเกินไป อนิจจาลี่ลี่เหมือนเป็คนปากไว ดักทางเจียอี้ไม่ให้มีทางหนีรอด
“ดีเ้าไม่รังเกียจคืนนี้มานอนกับข้า ขอแค่ไม่รบกวนข้าตอนนอนเป็พอเอาล่ะข้าขอตัวไปอาบน้ำก่อน”
“อ่ะ อ่า ตามพี่ว่า”เจียอี้หมดหนทาง เขาหาทางออกไม่เจอ ทำได้เพียงนั่งนึกว่าอสูรทั้งสิบสอนอะไรให้ลี่ลี่ไปบ้างนั่งคิดมาได้สักพักจึงได้ข้อสรุป
‘เดิมทีได้รับความทรงจำมาในสายตาข้านางเปรียบเหมือนลูกสาวไปเสียแล้วใช้เวลาร่วมกับนางพลางสอนเื่ที่พวกอสูรไม่ได้สอน ให้นางอ้อมๆท่าจะดี ถึงดูเสี่ยงไปหน่อยแต่ในความเสี่ยงเราจะเห็นตัวตนแท้จริงของนาง ยิ่งอยู่ใกล้ชิด ตีสนิทให้เปิดใจทุกอย่างมันอาจง่ายกว่ามานั่งเฝ้ามองอยู่ห่างๆ…คิดๆดูแล้ว รู้สึกเหมือนอยู่ในถ้ำเสือที่ดูไม่อันตรายเลย’
“เอาล่ะไปอาบน้ำบ้างดีกว่า”เจียอี้ลุกขึ้นเดินไปยังห้องอาบน้ำ เพียงแต่เขาลืมไปว่าลี่ลี่ยังไม่ออกมา
่เวลาที่เขาเปิดประตูห้องอาบน้ำ...
ภาพของลี่ลี่ในร่างเปลือยเปล่าแล่นตรงสู่จิตใจเส้นผมยาวสีดำมันเงาเปียกน้ำประกอบกับใบหน้าใของนางดูมีเสน่ห์ ดวงตาสีเหลืองอำพันส่องประกายรวมกับขนตาชุ่มหยดน้ำมองมาทางเขาหน้าอกกลมกลึงผนวกกับจุดซ่อนเร้นไม่สมควรมองปรากฏอยู่ตรงหน้า
โชคดีที่มีไอน้ำมาบดบังจุดซ่อนเร้น่ล่างจึงเห็นเพียงเรียวขางามตา พอมองดีๆเรือนร่างลี่ลี่นั้นสมส่วน แต่แค่นั้นแทบดึงดูดความคิดและเหตุผลของเจียอี้ไปหมดสิ้นยังดีความคิดที่ว่านางเปรียบเสมือนลูกสาวยังไม่ถูกลบเลือนจากภาพตรงหน้าเจียอี้จึงปิดประตูห้องอาบน้ำอย่างรวดเร็วและเดินจากไป
ปั้ง!
“ข้าขอโทษข้าไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ไม่เห็นจริงๆ” เจียอี้โกหกคำโตไปโต้งๆ หลังปิดตูไปแน่นอนว่าเขาเดินหนีเพื่ออยู่ห่างจากห้องอาบน้ำซึ่งเขาไม่รู้ว่าลี่ลี่สติหลุดลอยไปแล้ว
“แย่จริงขืนอยู่กับนางนานกว่านี้มีหวังไม่เป็ตัวของตัวเอง ส่วนเื่ที่เกิดขึ้นหวังว่านางจะไม่โกรธและลืมๆมันไป”เจียอี้นั่งกุมขมับ เขาเริ่มเพิ่มอาการตื่นตัว พลางจัดระเบียบความคิด และปรับอารมณ์ให้กลับสู่สภาพปกติอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปสักพัก
ลี่ลี่เดินออกมาจากห้องอาบน้ำในสภาพแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ทั้งยังเดินตรงไปยังเตียงนอนโดยไม่กล่าวสิ่งใด
เจียอี้เองเลือกตรงเข้าไปอาบน้ำเพื่อหลีกหนีบรรยากาศแปลกประหลาดแต่สุดท้ายเขาต้องออกจากห้องอาบน้ำอยู่ดี ในห้องจึงกลับมามีบรรยากาศแปลกๆอีกครั้ง
เห็นบรรยากาศแปลกๆไม่จางหายหลังไปอาบน้ำเจียอี้จึงเดินไปยังประตูเพื่อออกจากบ้านพักไป ทันใดนั้นเสียงลี่ลี่ได้ดังขึ้น
“เ้าจะไปไหนขึ้นมานอนกับข้าได้แล้วพรุ่งนี้พวกเราต้องไปทำงาน”
คำกล่าวดักทางเจียอี้เข้าอย่างจังด้วยเหตุผลทั้งหลายเขากลายเป็ไร้ทางเลือก ทำได้เพียงเดินไปนอนบนเตียงเดียวกับลี่ลี่
ค่ำคืนนั้นเงียบสงบไร้การััและสุ้มเสียง เจียอี้และลี่ลี่ต่างนอนหันข้างไปคนละฝั่ง อีกทั้งในค่ำคืนนั้นทั้งสองไม่อาจนอนหลับได้ลงแม้จะไม่จำเป็ต้องนอน ต่างฝ่ายต่างรับรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้หลับ
เช้าวันรุ่งขึ้น
ลี่ลี่ลุกออกจากเตียงไปอาบน้ำก่อนออกจากบ้านพักไป
ไม่นานจากนั้นเจียอี้ถึงลุกจากเตียงไปอาบน้ำรอให้ถึงเวลางานเขาจึงไปยังร้านอาหารตามปกติ
เมื่อถึงร้านอาหารเจียอี้เจอลี่ลี่ทำงานตามปกติเหมือนว่าเื่ที่บ้านพักไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เจียอี้จึงเริ่มรู้สึกโล่งใจ
แต่พอกลับไปบ้านพักแล้วเริ่มวันใหม่ลี่ลี่กับเตรียมอาหารเช้าให้เขาทุกวัน ถึงทุกอย่างจะซ้ำวนเวียนไปความสัมพันธ์ของทั้งสองคล้ายจะพัฒนาขึ้น เป็ความไว้เนื้อเชื่อใจ