ตอนที่13 หน้าหิมะมาถึง
สถานที่ที่เผ่าเสือใช้อยู่อาศัยใน่หน้าหิมะนั้นอยู่บนหน้าผาสูงชันดังนั้นจึงต้องให้ผู้คนแบกข้าวของปีนขึ้นไป
ถึงแม้ว่าทุกคนจะรู้ว่าการปีนขึ้นปีนลงไม่ได้สะดวกนักแต่พวกเขาก็ไม่คิดที่จะเปลี่ยนที่พักพิง
เพราะว่าทำเลที่ตั้งของถ้ำนั้นง่ายต่อการตั้งรับแต่โจมตีได้ยากอีกทั้งยังสามารถป้องกันพวกสัตว์ร้ายได้อีกด้วย
ใน่หน้าหิมะสัตว์ร้ายที่ไม่มีอาหารกินก็จะออกมาจากป่าเขาหากพบคนเข้าก็จะจับกิน
อาซีมองดูเพศผู้กลุ่มหนึ่งกำลังแบกอาหารจำพวกเนื้อเข้าไปในถ้ำจึงคิดอะไรบางอย่างออกก็เลยไปหาพ่อของซาน
กระโจมหลังใหญ่ถูกรื้อออกไปครึ่งหนึ่งแล้วไม่รู้ว่าใครแบกหินจำนวนมากมายออกไป
มีคนคนหนึ่งสะกิดพ่ออาซานที่กำลังทำเครื่องหินพอพ่ออาซานเงยหน้าขึ้นก็เห็นอาซีกำลังชะโงกหน้าเข้ามาจากด้านนอก จึงกวักมือเรียกให้นางเข้ามา
“มีอะไรหรือ”
เธอส่งหนังสัตว์ให้บนนั้นมีรูปที่วาดขึ้นอย่างง่ายๆ อยู่
พ่ออาซานหยิบไปดูทว่าดูแล้วไม่เข้าใจ
อาซีกล่าว “ใช้เครื่องหินที่แข็งแรงทนทานตอกเข้าไปในหินหลายๆท่อน จากนั้นแขวนของกลมๆ (รอก) อันหนึ่งไว้ด้านล่าง แล้วใช้เชือกเส้นหนึ่งห้อยไว้บนของกลมๆสุดท้ายให้คนคอยดึงอยู่ข้างล่าง ก็จะสามารถลอยขึ้นไปอย่างช้าๆ ได้แล้ว คนที่อยู่ข้างบนก็จะมองเห็นได้เท่านี้ก็ไม่จำเป็ต้องปีนขึ้นปีนลงแล้ว”
ช่างหินห้าคนที่กำลังตีหินอยู่ภายในกระโจมต่างมองมาที่อาซีทั้งสิ้นอาซีเริ่มค่อยๆ ไม่กล้าพูดออกมา
พวกเขาหายใจแรงอย่างยิ่งทำให้อาซีไม่กล้าพูดต่อไปอีก
พ่ออาซานเอ่ย “วิธีนี้ของเ้าดีมากสมควรแก่การทำ”
ไม่ใช่แค่เพียงดีมากแต่ยอดเยี่ยมอย่างมากเพียงแต่ช่างหินเหล่านี้รู้สึกกระดากที่จะยอมรับว่าอาซีฉกาจกว่าพวกเขา
“แล้วต้องทำอย่างไรหรือ”
“ต้องใช้เครื่องหินที่ยาวมากๆและจำเป็ต้องทนทานอย่างยิ่ง ส่วนของกลมๆ นั้นทำยากที่สุด ตรงกลางต้องมีรู ไม่อย่างนั้นจะแขวนไม่ได้”อาซีกล่าว
การทำเครื่องใช้ต่างๆเป็งานถนัดของช่างหิน ภายใต้การช่วยเหลือของอาซีไม่นานนักก็ทำชิ้นส่วนทั้งหมดออกมาได้แต่รอกอันนั้นทำยากที่สุด จนกระทั่งตอนนี้ก็ยังหาวัสดุหินที่เหมาะสมไม่ได้
พ่ออาซานถือรอกอันที่ยี่สิบซึ่งใช้การไม่ได้เอาไว้“ก็ยังเป็วัตถุดิบหินที่ใช้ไม่ได้”
“ที่แข็งเกินไปก็จะขูดให้กลวงไม่ได้ส่วนอันที่อ่อนเกินไปก็จะทำร่องไม่ได้ ช่างยุ่งยากเสียจริง”
พอเจอปัญหายาก อาซีก็เลยออกไปเดินข้างนอกดูว่าจะสามารถคิดหาวิธีอื่นได้หรือไม่
อาซีก้มหน้าลงมองดูผู้คนเดินขวักไขว่อยู่ภายในเผ่าอย่างไรก็คิดวิธีดีๆ ไม่ออก
“อาซี” หมอผีเรียกอาซีไว้
“หมอผี”
“ข้ารู้เื่ที่พวกเ้ากำลังทำอยู่แล้วพวกเ้าเจอปัญหายากใช่หรือไม่”
“อืม เป็รอกอันนั้นเป็ของกลมๆ อันนั้นที่ทำไม่ได้สักที”
“พวกเขาว่าอย่างไรบ้าง”
“ต้องหาวัสดุหินใหม่”
“จำเป็ต้องใช้วัสดุหินเท่านั้นหรือ”
อาซีกะพริบตาปริบๆ‘จำเป็ต้องใช้วัสดุหินเท่านั้นหรือ’ ‘จำเป็ต้องใช้วัสดุหินเท่านั้นหรือ’ ไม่ต้องใช้วัสดุหินก็ได้นี่
รอกที่ใช้วัสดุแบบอื่นใช้ไม่ทนแต่ก็สามารถใช้ไปก่อนได้ แค่คอยเปลี่ยนตามระยะเวลาก็ใช้ได้แล้ว
อาซีเผยรอยยิ้มกว้าง“บางทีอาจจะหาวิธีดีๆ ได้แล้ว”
ตอนที่อาซีกลับมาถึงสถานที่ทำเครื่องหินคนที่อยู่ด้านในก็ได้เริ่มลงมือทำแล้ว เห็นได้ชัดว่าพวกเขาหาวัสดุดีๆ ในการทำรอกได้แล้ว
“อาซีกลับมาแล้วหรืออาไน่เอาต้นเถี่ยซู่[1]มาให้พวกข้าแล้ว พวกข้าคิดว่าจะใช้ต้นเถี่ยซู่มาใช้ทำเป็รอก” พ่ออาซานกล่าว
อาซีเห็นว่าอาไน่กำลังเหลาต้นเถี่ยซู่ที่แข็งโป๊กอยู่ก็เลยนั่งยองๆ ลงไป “เ้าคิดได้อย่างไรหรือ”
“เมื่อคืนเห็นว่าเ้าพลิกไปพลิกไม่นอนไม่หลับก็เลยคิดว่าจะใช้อะไรมาแทนดี พอไปหาดูในป่า เจอต้นเถี่ยซู่ต้นหนึ่ง เลยเอากลับมาลองถามดูพวกเขาบอกว่าลองดูได้” อาไน่ยิ้มพลางกล่าว
อาซียิ้มตามอาไน่“ข้าเองก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน คิดอยู่ว่าจะเอาไม้มาลองใช้ทำดู”
ด้วยความที่ต้นเถี่ยซู่แข็งเกินไปอาซีไม่สามารถช่วยอะไรได้จึงนั่งลงคอยมองดูอยู่ข้างๆ พลางพูดคุยกับอาไน่สองสามประโยคอยู่เป็พักๆ
คนที่กำลังทำเครื่องหินอยู่ทางนั้นเห็นว่าคู่รักคู่นี้เข้ากันได้ถึงเพียงนี้พวกเขาก็เลยไม่กล้ารบกวน
เมื่อทำส่วนประกอบเสร็จแล้วขั้นตอนสุดท้ายก็ต้องเอาขึ้นไปบนหน้าผา แต่จะเอาขึ้นไปบนหน้าผาที่สูงชันอย่างมากได้อย่างไรเล่า
จุดนี้ไม่ได้ยากเย็นอะไรสำหรับเพศผู้ที่แกร่งกล้าเลยเพียงแค่พวกเขาหาท่อนไม้ตามใจสักสองท่อนก็สามารถพาตัวเองให้ขึ้นไปบนหน้าผาได้แล้ว
นึกไม่ถึงว่าพวกเขาจะมีความสามารถในการเกาะติดอยู่บนหน้าผาอย่างมั่นคงราวกับจิ้งจกไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
หลังจากติดตั้งรอกเรียบร้อยแล้วก็ควรที่จะลองทดสอบดู
เชือกเส้นหนาแขวนอยู่ด้วยตะกร้าใบใหญ่ที่จุของอยู่เต็มค่อยๆ เคลื่อนขึ้นไปข้างบนอย่างช้าๆ
ขอเพียงแค่หินผาไม่แตกรอกสามารถหมุนได้อย่างลื่นไหล และเชือกไม่ขาด เช่นนั้นก็สำเร็จแล้ว
ไม่ว่าจะเป็เพศผู้หรือว่าเพศเมียล้วนใจจดใจจ่ออยู่กับชั่วขณะนี้อย่างยิ่งพวกเขาหวังว่ามันจะสำเร็จ
คนที่ชักรอกอยู่เบื้องล่างกำเชือกเอาไว้อย่างแน่น ค่อยๆ ดึงให้ตะกร้าใบใหญ่เคลื่อนไปข้างบนทีละขั้นๆ ส่วนคนที่อยู่บนหน้าผาก็เริ่มเห็นตะกร้าแล้ว
จึงยื่นมือออกไปดึง“ได้แล้ว ได้แล้ว”
คนที่ดึงเชือกคนหนึ่งดีใจจนเผลอปล่อยมือชั่วพริบตาเดียวตะกร้าใบใหญ่ก็ถูกน้ำหนักถ่วงทำให้ร่วงลงพื้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเพศผู้ที่ดึงตะกร้าเอาไว้ก็ถูกลากลงไปด้วยเช่นกัน
“อ้า”
“อ้า”
คนที่อยู่้าร้องเรียกด้วยความใส่วนคนที่อยู่ด้านล่างก็ร้องะโด้วยความใเช่นกัน
หัวหน้าเผ่าอาหลู่หยา และอาไน่พุ่งถลันเข้าไปดึงเส้นเชือกเอาไว้ได้ทันแบบเส้นยาแดงผ่าแปด
อาหลู่พันเส้นเชือกไว้ที่มือส่วนหยาและอาไน่ช่วยกันดึงไว้คนละมือ
ตะกร้าใบใหญ่ถูกดึงเอาไว้ได้หนำซ้ำยังเคลื่อนขึ้นไปอีกคืบใหญ่
คนที่มองดูอยู่ผ่อนลมหายใจเฮือกหนึ่งใแทบแย่
เพศผู้ที่โอบตะกร้าเอาไว้ะโออกมาเสียงดัง“ถ้าพวกเ้าดึงอีกนิดข้าจะถึงยอดผาแล้วนะ”
เดิมทีตะกร้าก็ถูกดึงจนเลยผ่านปากถ้ำไปแล้ว
อาไน่ปล่อยมือเป็คนแรกจากนั้นหยาก็ค่อยๆ ปล่อยมือออกช้าๆ ส่วนคนที่อยู่้าก็ะโลงไปยังปากถ้ำ แล้วะโลงไปข้างล่าง“ไม่เป็ไรแล้ว ปล่อยลงมาอีกสักหน่อย”
ทั้งอาหารและคนล้วนปลอดภัยดีครั้งนี้จึงกลายเป็เหตุะเืขวัญแต่ไม่อันตราย!
ถึงแม้ว่าจะอันตรายอยู่บ้างแต่ก็ยังถือว่าสะดวกมาก เพียงแต่ต้องระมัดระวังให้รอบคอบจึงจะสามารถส่งอาหารขึ้นไปบนถ้ำได้อย่างสะดวก
“ข้าใจหายใจคว่ำหมดกลัวจริงๆ ว่าจะเกิดเื่”
“นั่นนะสิ ใหมดเลย”
“ย่านี่จริงๆ เลยปล่อยมือเร็วอะไรเช่นนั้น ทีหลังไม่ให้เขาเป็คนดึงเชือกอีกแล้ว”
ภาพฉากเมื่อสักครู่นั้นทำเอาบรรดาเพศเมียตกอกใหัวหน้าเผ่ากับหมอผีต่างเข้าไปตำหนิย่าคนที่ดึงเชือกคนนั้น
อาซีลูบๆ หน้าอกตัวเองเธอเองก็ใเหมือนกัน
“ยังไม่ได้ทำอะไรอีกหลายอย่างยังคงอย่าเพิ่งให้คนขึ้นตะกร้าใบนี้ไปด้วยเลย” อาซีเอ่ยกับหัวหน้าเผ่า
หัวหน้าเผ่าพยักหน้า“ดึงตะกร้าขึ้นเร็วไม่สู้ปีนขึ้น ให้คนปีนขึ้นไปเร็วกว่าอยู่สักหน่อย”
หากพูดถึงเื่ความเร็วของคนยุคดึกดำบรรพ์แล้วยังคงว่องไวเป็ที่หนึ่งเนื่องจากความเร็วนั้นหมายถึงความปลอดภัย
ผ่านไปหลายวันบนพื้นดินก็เริ่มมีน้ำค้างแข็งแล้วคนในเผ่าเสือก็ทยอยเข้าไปอยู่ในถ้ำตามลำดับ
อาซีถูกอาไน่แบกเอาไว้ข้างหลังอาไน่ใช้ทั้งมือและเท้าในการปีนหน้าผา ไม่นานนักก็ปีนขึ้นมายังปากถ้ำบนหน้าผา
จากนั้นก็ปล่อยอาซีลง“ขึ้นมาถึงแล้ว ไม่ต้องกลัว”
พอลืมตาขึ้นก็เห็นว่าบรรดาเพศผู้กำลังยืนเผยให้เห็นรอยยิ้มอยู่อาซีจึงหลับลงอีกครั้ง ขัดเขินจนไม่กล้ามองผู้คน
ภายในเผ่านอกจากหมอผีกับเพศเมียตัวน้อยแล้วที่เหลือทั้งหมดล้วนปีนหน้าผาขึ้นมาด้วยตัวเอง
มีเพียงอาซีที่เป็เพศเมียโตเต็มวัยและร่างกายแข็งแรงคนนี้เพียงคนเดียวเท่านั้นที่ถูกแบกขึ้นมาแล้วจะให้อาซีกล้ามองผู้คนได้อย่างไรเล่า
อาไน่ส่งสัญญาณไปทางบรรดาเพศผู้ว่าอย่ายิ้มถึงแม้ว่าเพศเมียของครอบครัวอื่นจะค่อนข้างขี้ขลาด แต่ก็ยังพอมีพละกำลัง
“ไปกันเถอะ”
ภายในถ้ำมืดสลัวอย่างยิ่งเดินขึ้นราวสิบก้าวแล้วก็เดินลงไปข้างล่าง พื้นผิวดินถูกฝนจนราบเรียบ อาจจะเป็เพราะเผ่าเสืออยู่อาศัยมาเป็เวลานานแล้ว
บนทางเดินมีขั้นบันไดและมีคบเพลิงอยู่ไกลๆ อันหนึ่ง ทำให้ตลอดทางมีแสงสว่าง สามารถเดินขึ้นเดินลงได้ไม่มีปัญหา
หลังจากเลี้ยวผ่านทางโค้งสองครั้งเบื้องหน้าก็สว่างไสว ด้านล่างเป็โพรงถ้ำขนาดมหึมาแห่งหนึ่ง มีพื้นผิวดินที่ราบเรียบซึ่งไม่เห็นว่าจะมีสิ่งของแปลกประหลาดอะไร
ทว่าที่หาได้ยากที่สุดก็คือมีแม่น้ำใต้ดินอยู่สายหนึ่งจึงไม่ต้องกังวลเื่น้ำในดำรงชีวิตต่อไปอีก
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/76f07e529f3c1a75eba98cbfe7f71f72
[1]ต้นเถี่ยซู่คือพืชจำพวกปาล์มชนิดหนึ่ง