ผ่านไปสี่วันกับการที่ประธานใหญ่แห่งคาลอสเอเนอร์จี้ถูกลอบสังหาร
คาลอสเพิ่งจะฟื้นคืนสติมาเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมาเขาพบว่าตนเองกำลังถูกชายผิวเขียวนั่งจ้องหน้าชนิดไม่ละสายตาคาลอสพยายามมองไปรอบ ๆในใจพลางคิดว่าที่นี่ไม่ใช่ห้องของชายแก่คนนั้น แต่สภาพภายในห้องก็ดูจะไม่แตกต่างกันเท่าไหร่แสดงว่าตนนั้นยังคงอยู่ในย่านชุมชนเหมือนเดิม
คาลอสพยายามจะขยับตัวลุกขึ้น แต่ก็ต้องนอนลงไปอีกเนื่องจากความเ็ปมันแล่นเข้าบริเวณาแที่ถูกยิงอย่างรวดเร็ว
หมอวาเลนยื่นกระบอกใส่น้ำเก่าๆ ให้คนไข้ของตนที่นอนอยู่บนเตียง
นักธุรกิจใหญ่รับกระบอกน้ำมาไว้ในมือแล้วเปิดออกเพื่อดึงสายยางเล็ก ๆ ขึ้นมาเพื่อดูดน้ำ พอจัดการจนความกระหายหมดไป จึงส่งกระบอกน้ำคืนให้กับเ้าของแต่หมอวาเลนบอกให้คาลอสเก็บเอาไว้ใกล้ตัว เผื่อคอแห้งตอนไหนก็สามารถดื่มได้ทันที
“ขอบคุณครับที่ไม่พาผมไปหาหมอในเมือง” คาลอสพยามพูดกับชายที่นั่งจ้องหน้า“แต่ว่าผมสลบไปนานแค่ไหน”
“สี่วัน” ชายผิวสีเขียวซึ่งก็คือหมอวาเลนเอ่ยขึ้น
“ขอบคุณนะที่ช่วยผมเอาไว้ถ้าผมกลับไปได้ผมจะ..”
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบหมอเถื่อนก็รีบยกมือขึ้นเพื่อห้ามไม่ให้พูดต่อ พร้อมกับถอนหายใจยาว
“อย่าเพิ่งพูดเื่นั้นเลยครับผมเองก็ไม่แน่ใจว่าการที่คุณจะกลับไปนั้นมันดีกับคุณยังไง”
“ผมไม่เข้าใจ”คาลอสทำคิ้วขมวด “ระหว่างที่ผมสลบไปมันมีอะไรเกิดขึ้นเหรอครับ”
วาเลนลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินไปหยิบเครื่องฉายภาพขนาดเท่าฝ่ามือทรงสี่เหลี่ยมคางหมูออกมาวางบนพื้นมันเป็ของเก่าตกรุ่นมานับสิบปีแล้ว ปัจจุบันทางเรนต้าได้ผลิตเครื่องบันทึกและฉายภาพขนาดเท่านิ้วก้อยออกมาขายสามารถพกพาไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวกกว่ารุ่นเดิมมาก แถมยังเพิ่มความจุให้ถึงยี่สิบเซต้าซึ่งเป็ระดับความจุไฟล์ที่มากสุดในขณะนี้
เครื่องได้ฉายภาพออกมาในลักษณะของโฮโลกราฟฟิคคาลอสมองดูภาพที่ปรากฏขึ้น มันเป็ภาพของชุมชนแต่อยู่ในสภาพเสียหายมากกว่าที่เขาเห็นทำให้ประธานใหญ่แห่งคาลอสเอเนอร์จี้ใ ว่าเป็เพราะเหตุใดชุมชนแห่งนี้ถึงเสียหายย่อยยับได้มากถึงขนาดนี้
“มีคนในชุมชนจับมือปืนที่ลอบยิงคุณได้”วาเลนก้มลงหยิบเครื่องฉายภาพมาไว้ในมือ ทำให้เครื่องหยุดทำงานโดยอัตโนมัติ
“พาผมไปหาเขาได้ไหม”คาลอสพยายามจะลุกอีกรอบ “เดี๋ยวผมจะถามเอง”
หมอหนุ่มแห่งสลัมนอกเมืองเอามือกดร่างของคาลอสให้นอนลงกับเตียงตามเดิม
“มือสังหารถูกฆ่าปิดปากไปแล้วส่วนอาคารที่เสียหายนั่นก็เป็ฝีมือของใครบางคนที่ตามมานั่นแหละ มันระดมยิงใส่พวกเราไม่ยั้งผมเองเกือบหนีเอาตัวไม่รอดเหมือนกัน ยังดีที่ทุกคนในชุมชนไม่มีใครตายหรือาเ็”
“ผมขอโทษ”ชายผู้เป็นักธุรกิจใหญ่บอกกับหมอแห่งสลัม “ถ้าผมไม่มาที่นี่ ทุกคนคงไม่เดือดร้อน”
วาเลนถอนหายใจพร้อมกับนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิม
“ถ้าคุณไม่มาที่นี่สิน่ากังวลกว่า”วาเลนจ้องตานักธุรกิจใหญ่ “ถ้าคุณเดินออกไป แล้วโดนลอบยิงกลางทางคุณคิดว่าใครจะมาช่วยได้ทัน จากจุดนี้ไปจนถึงตัวเมืองก็ใช่ว่าจะใกล้ ๆ พ้นจากที่นี่ไปก็ไม่มีชุมชนไหนอีกแล้วคุณได้นอนเป็ปุ๋ยอยู่บนถนนแน่”
จริงอย่างที่วาเลนบอกเส้นทางระหว่างชุมชนกับเมืองหลวงค่อนข้างจะห่างกันไกลมาก แถมเป็เส้นทางที่ไม่ค่อยมีคนนิยมใช้นักเพราะเรนต้าได้ตัดถนนเส้นใหม่ซึ่งผ่านเข้าตัวเมืองได้เร็วกว่าทำให้ถนนเส้นนี้ถูกหลงลืมไปในเวลาไม่นาน จะมีคนที่ใช้ถนนเส้นนี้ก็แค่คนในชุมชนละแวกนี้เท่านั้นจึงเหมาะอย่างยิ่งกับการตามมาลอบสังหารใครสักคนแบบเงียบ ๆ
“ผมลืมถามชื่อคุณเลย”คาลอสนึกขึ้นได้ “ขอโทษด้วยที่เสียมารยาท”
“อย่าคิดมากครับผมชื่อวาเลน ยินดีที่ได้รู้จัก” วาเลนก้มศีรษะลงเล็กน้อยเพื่อทำความเคารพแก่คนที่นอนอยู่บนเตียง
“ผมคาลอสยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ”คาลอสรีบแนะนำตัวเอง พร้อมกับก้มศีรษะเช่นกัน
มีเสียงะเิดังสนั่นเกิดขึ้นที่ด้านนอกตามมาด้วยแรงะเืจนตัวอาคารสั่นไหว
เสียงคนวิ่งร้องะโเอะอะอยู่ทางด้านนอกวาเลนรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อจะออกไปดูเหตุการณ์ แต่มีคนวิ่งเข้ามาในห้องของเขาเสียก่อนนั่นคือชายแก่ที่เคยคุยกับคาลอสนั่นเอง
“พวกนั้นกลับมาอีกแล้ว!” ชายแก่หน้าตาตื่น “แถมยังพาพวกมาอีกด้วย”
หมอผิวเขียวหันไปมองคาลอสที่ยังนอนอยู่บนเตียงก่อนจะหันกลับไปคุยกับชายาุโ
“คุณรีบไปพาทุกคนลงหลุมหลบภัยใต้ชุมชนก่อนเดี๋ยวผมจะพาคุณคาลอสตามไปเองครับ”
“คนเดียวไหวแน่นะหมอ”ชายชราชะโงกมองไปยังชายที่อยู่บนเตียง “สองคนน่าจะดีกว่า”
“ทำตามที่ผมบอกเถอะน่า”วาเลนรีบผลักชายแก่ให้ออกไปจากห้อง “ขืนช้าได้ตายกันหมดแน่”
ยังไม่ทันที่ชายชราจะได้ออกไปแสงเลเซอร์ได้ถูกยิงมาจากทางด้านนอกจนทะลุร่างของชายชรา ทำให้ผู้าุโของชุมชนล้มลงขาดใจตายในทันทีส่วนวาเลนถูกยิงถากแขนไปเล็กน้อย
“คุณคาลอสลงจากเตียงเร็ว! ” หมอใจเด็ดะโบอกแล้วชี้ไปที่พื้นตรงใต้เตียง “ตรงนั้นมีทางลับอยู่รีบลงไป”
คาลอสรวบรวมกำลังเพื่อทำตามคำสั่งของวาเลนเขาใช้แรงทั้งหมดเพื่อเลื่อนเตียงเหล็กออก แต่ว่าแสงเลเซอร์ได้ถูกระดมยิงเข้ามาอย่างหนักหน่วงเป็รอบที่สองทำให้คาลอสไม่สามารถจะเปิดช่องทางลับได้
“ผมเปิดมันไม่ได้”คาลอสะโบอกวาเลนท่ามกลางเลเซอร์ที่ถูกยิงเข้ามาราวกับห่าฝน “จะเอายังไงต่อไป”
“ส่งตัวประธานคาลอสมาให้พวกเราเสียดีๆ ”
เสียงของใครบางคนดังขึ้นที่ด้านนอกพร้อมกับการระดมยิงได้ยุติลง
วาเลนมองผ่านรูที่ผนังไปยังด้านนอกเขาเห็นยานรบสีดำหลายลำได้จอดเรียงรายอยู่ตรงลานชุมชนเต็มไปหมด มีคนที่อยู่ในชุดเกราะสีดำนับสิบพร้อมอาวุธหนักในมือได้มายืนอยู่ตรงหน้าห้องบางส่วนได้จับคนในชุมชนมาคุกเข่าลงกับพื้นที่ลานด้านนอก พร้อมกับเอาปืนจ่อไปที่ศีรษะของแต่ละคนเอาไว้
“อย่าให้พวกเราต้องใช้วิธีขั้นเด็ดขาด”เสียงจากข้างนอกดังมาอีกรอบ “จะให้เวลาอีกสองนาที”
“บ้าเอ้ย!” วาเลนสบถออกมาอย่างโมโห “พวกมันจับคนในชุมชนเป็ตัวประกัน”
หมอเถื่อนเอากำปั้นชกเข้าไปที่ผนังอย่างแรง
นักธุรกิจอย่างคาลอสคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยายามลุกขึ้นยืน
“พาผมออกไปหาพวกมันทุกอย่างจะได้จบลง”
“ออกไปคุณก็ตาย”วาเลนดึงให้คาลอสนั่งลง “คิดว่าจะรอดเหรอไง”
“อย่างน้อยทุกคนก็รอด..”คาลอสมองหน้าเพื่อนร่วมสถานการณ์ “ผม้าแค่นี้”
ถึงวาเลนจะรู้จักคาลอสได้ไม่นานแต่เขาก็ไม่้าให้นักธุรกิจใหญ่เอาตัวเข้าไปแลก การทำแบบนี้มันก็ไม่แน่ว่าทุกคนจะรอดตัวเขาเคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนตอนเดินทางท่องอวกาศ พอถึงตอนจบ ทุกคนที่เป็ตัวประกันก็ถูกฆ่าจนหมดไม่มีใครเหลือรอดเลยแม้แต่คนเดียว
“ถ้าอย่างนั้นรอผมเดี๋ยว”วาเลนนึกอะไรบางอย่างออก
คาลอสพยักหน้าเป็การตกลงหมอผิวเขียวจึงะโบอกไปยังกลุ่มคนด้านนอกว่าจะขอเจรจาด้วย ผ่านไปอึดใจกลุ่มคนที่อยู่ด้านนอกจึงตอบกลับมาว่าตกลงวาเลนจึงค่อย ๆ เดินออกไป โดยที่ยังคงให้คาลอสหลบอยู่ในห้องของเขาอยู่แบบนั้น
“เราจะส่งเขาให้พวกคุณ”วาเลนะโบอกหลังจากที่เขาออกมาจากห้อง “แต่คุณต้องสัญญาว่าจะไม่ฆ่าใครทั้งนั้น”
“ได้”ชายที่อยู่ในชุดเกราะสีแดงท่ามกลางกลุ่มนักรบชุดดำะโตอบออกมา
วาเลนหันหลังกลับเพื่อจะเดินเข้าไปในห้องแล้วพาคาลอสออกมาแต่ก็ต้องชะงักเหมือนกับว่านึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหันกลับไปหาชายในชุดเกราะสีแดงอีกครั้ง
“นั่นนายใช่ไหมจาดาล”วาเลนะโออกไป “วาเลนคนนี้จำเสียงของนายได้”
“ไม่ได้เจอกันเสียนานเลยนะวาเลน”
ชายเกราะแดงทำท่าจะเดินฝ่ากองกำลังชุดดำตรงเข้ามาหาแต่ก็ต้องชะงักเท้าของตนเอาไว้
“ส่งตัวเขามาดีกว่าน่า”จาดาละโบอกวาเลน “คนของนายจะได้กลับไปบ้านใครบ้านมัน”
“ฉันไม่นึกว่านายจะลดตัวลงมารับงานต่ำๆ แบบนี้ ศักดิ์ศรีของพวกเรามันหายไปไหนหมด” วาเลนย้อนกลับ
ชายในเกราะแดงส่ายหน้าแล้วก็หัวเราะออกมาดัง ๆ พร้อมกับเดินเข้ามาหาหมอเถื่อน
“นายมันเอาแต่คิดเื่ของศักดิ์ศรี”จาดาลตบบ่าของวาเลน “เลยมาจมปลักกับที่โทรม ๆ แบบนี้ แทนที่จะอยู่ในอาคารสวย ๆ ไง”
หมอตัวเขียวปัดมือสหายเก่าออกจากบ่าของตนเองตามด้วยการส่งกำปั้นเข้าไปที่ครึ่งปากครึ่งจมูกของจาดาลจนเขาล้มลงไป บรรดาคนที่ติดตามชายเกราะแดงมาต่างยกปืนเล็งมายังวาเลนแล้วทำท่าจะเดินเข้ามาหา แต่จาดาลรีบยกมือห้าม คนทั้งหมดจึงหยุดเดินแล้วก็ลดปืนลง
“หมัดนายยังคงหนักหน่วงเหมือนเดิมนะ”จาดาลค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน “ฉันเองก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมนายต้องปฏิเสธงานที่พวกเราเสนอให้ในตอนนั้น”
หมอวาเลนไม่ตอบเขาไม่สบตากับจาดาลเลยแม้แต่วินาทีเดียว เมื่อจาดาลเห็นว่าคุยเื่เก่าไปก็ป่วยการจึงกลับมาสู่ประเด็นหลักในตอนแรก
“นายไปพาตัวคาลอสมาเสียฉันกับพวกจะได้ไปให้พ้นจากที่ซอมซ่อแบบนี้เสียที”
หมอวาเลนพุ่งเข้าใส่จาดาลอย่างรวดเร็วพร้อมกับเอามีดอันคมกริบจ่อลำคอของอดีตสหาย
“อย่ามาออกคำสั่งกับฉัน!” วาเลนกระซิบบอกด้วยน้ำเสียงที่โกรธเกรี้ยว “อย่าให้ฉันต้องหวนกลับไปเป็วาเลนคนนั้นอีกเข้าใจไหม”
ชายเกราะแดงถึงกับเหงื่อตกถึงเขาจะมีลูกน้องตามมามากมาย แต่คงจะไม่ไวไปกว่าวาเลนอย่างแน่นอน จาดาลเองก็รู้เป็อย่างดีว่าชายผิวเขียวคนนี้สามารถทำอะไรกับตนได้บ้าง จึงได้แต่พยักหน้าเพียงอย่างเดียว
วาเลนเอามีดออกจากลำคอของอดีตสหายแล้วผลักจาดาลให้ล้มลงไปกับพื้นอีกครั้ง ทำให้คนในชุมชนต่างหัวเราะกันออกมา
“พวกแกหัวเราะอะไรกัน!” จาดาละโอย่างเดือดดาลเพราะเสียหน้า “เดี๋ยวพ่อสั่งฆ่าทิ้งให้หมดเลยดีมั้ง”
ทุกคนในชุมชนเงียบกริบในทันทีราวกับนัดไว้จาดาลรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียดในสายตาของคนที่ติดตามตัวเองมาด้วย
“ถ้านายทำอะไรคนในชุมชนนี้แม้แต่คนเดียวรับรองว่านายได้เจอนรกของจริงแน่”
พูดจบวาเลนก็เดินกลับเข้าไปหาคาลอสที่อยู่ในห้องทันที
ภายในห้อง คาลอสยังคงนั่งอยู่ที่เดิมทั้งที่สามารถจะหนีลงทางลับไปได้แต่เขากลับไม่ทำ เพราะนับถือในน้ำใจของชายผิวสีเขียวคนนี้ที่ยอมเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อเจรจาจะให้เขาหนีเอาตัวรอดไปคนเดียวคงทำไม่ได้ และถ้าหนีไปจะเกิดอะไรขึ้นกับคนในชุมชนแห่งนี้บ้าง
“แน่ใจนะว่าจะทำแบบนี้”วาเลนถามคาลอสอีกครั้ง “อย่างคุณไม่จำเป็ต้องทำเพื่อคนอย่างพวกเราก็ได้”
“คนแบบพวกคุณ”คาลอสทวนคำของวาเลน “ทำไมต้องใช้คำแบ่งแยกชนชั้นขนาดนั้นล่ะพวกเราต่างก็เป็ประชากรของเรนต้าเหมือนกัน ผมไม่เห็นว่าแตกต่างกันตรงไหนเลย”
คำพูดของคาลอสได้เข้าไปในใจของหมอวาเลนเขาอยากให้คนในชุมชนที่แอนตี้นักธุรกิจจากเมืองใหญ่อย่างคาลอสได้มาฟังด้วยตัวเอง จะได้รู้ว่าชายคนนี้ไม่ได้เป็เหมือนกับนักธุรกิจอีกหลายๆ คนที่รังเกียจพวกเขา กลับกัน คาลอสได้ยอมเอาอิสรภาพของตนแลกกับอิสรภาพของคนในชุมชนนี้ด้วยซ้ำไป
“พวกเราที่นี่เป็หนี้ชีวิตคุณ”หมอวาเลนก้มศีรษะให้กับชายาุโ “ถ้าเป็ไปได้ ผมอยากเจอคุณอีกครั้ง”
คาลอสก้มศีรษะลงเช่นกันพอเงยขึ้นมาวาเลนก็โผเข้ากอดเขาจนแน่น
“อย่าตายนะครับ”
หมอแห่งสลัมนอกเมืองบอกกับนักธุรกิจใหญ่ก่อนที่จะพากันเดินออกไปยังด้านนอก เพื่อส่งมอบให้กลุ่มนักรบรับจ้างที่รออยู่
“แหม่..มาช้าจังนะครับท่านประธาน”จาดาลรีบเดินมารับคาลอสด้วยตัวเอง “ท่านทำให้ผมเสียเวลาและทรัพยากรไปเยอะเลยนะครับแบบนี้คงต้องคิดค่าจ้างเป็สองเท่าเสียแล้วสิ”
คาลอสถ่มน้ำลายใส่หน้าของจาดาลแต่หัวหน้าของกลุ่มนักรบรับจ้างอย่างจาดาลก็ไม่ได้ว่าอะไรทำเพียงแค่เอามือลูบที่ใบหน้าของตนเพื่อเช็ดน้ำลายออกเท่านั้น
“เราเสียเวลากันมามากพอแล้วนะครับ”ชายในเกราะแดงยิ้มให้กับนักธุรกิจแห่งเรนต้า “เชิญท่านรีบไสหัวขึ้นยานดีกว่าครับ”
แล้วจาดาลก็ผลักคาลอสให้เดินขึ้นยานโดยมีลูกน้องของตนเองเป็ผู้ควบคุมไป ส่วนตัวเขาได้ยืนคุยกับวาเลนต่อ
“เปลี่ยนใจมาทำงานกับฉันยังทันนะสหาย”จาดาลกระซิบบอก “ปล่อยที่โสโครกแบบนี้ไปเถอะน่า”
หมอผิวสีจ้องจาดาลเหมือนอยากฆ่าใจจะขาดซึ่งจาดาลเองก็รับรู้ถึงจิตสังหารของอดีตสหายคนนี้ได้จึงรีบเดินถอยห่างออกมาอย่างเร็ว แล้วส่งสัญญาณมือให้กองยานเริ่มทำสตาร์ทเครื่องยนต์
“รู้นะว่าจะตามหาฉันได้ที่ไหนถ้านายเปลี่ยนใจ”จาดาลเดินก้าวขึ้นยานแล้วะโบอก “ฉันจะรอนายเสมอเพื่อนรัก”
ยานของกลุ่มนักรบเริ่มลอยลำขึ้นเหนือพื้นทำให้ฝุ่นกระจายฟุ้งไปทั่วทั้งบริเวณ
ชายเกราะแดงมองลงมายังอดีตสหายรักแล้วแผดเสียงหัวเราะเหมือนว่าจะเยาะเย้ยในชะตากรรมของบุคคลที่ยืนอยู่ด้านล่าง
วาเลนได้ปาบางอย่างออกไปจากมือของตนเองเป้าหมายคือตำแหน่งที่จาดาลยืนอยู่บนยาน
เสียงของวัตถุบางอย่างปักลงบนตัวยานมันถากหน้าของจาดาลไปจนเขารู้สึกถึงความเจ็บ เมื่อหันไปมองดูจึงรู้ว่าเป็มีดเล่มเล็กเล่มหนึ่งปักอยู่
จาดาลเอามือลูบที่แก้มของตัวเองแล้วเอามาดูปรากฏว่ามีเืเปรอะมือเต็มไปหมด
“ฝีมือนายไม่ตกไปเลยนะ”จาดาลเอ่ยขึ้น แล้วหันไปส่งสัญญาณให้นักบินทำบางอย่าง
นักบินพยักหน้ารับทราบแล้วทำการเปิดโหมดโจมตีของยานขึ้นมา เพื่อจะระดมยิงลำแสงเลเซอร์ใส่ชุมชนของวาเลนอย่างมันมือ
ร่างของชาวชุมชนล้มลงราวกับใบไม้ร่วงวาเลนไม่สามารถช่วยใครได้เพราะต้องวิ่งหลบเอาตัวรอด เวลานี้เขาไม่มีอาวุธที่จะไปตอบโต้กับกองกำลังยานรบแบบนั้นได้จะมีเพียงแค่มีดที่ใช้ผ่าตัดเพื่อช่วยชีวิตคนเท่านั้น
ตัวอาคารของชุมชนถูกกระหน่ำยิงอย่างไม่ยั้งเด็ก คนแก่ คนท้อง ต่างล้มตายลงต่อหน้าต่อตาของวาเลน ตอนนี้หัวใจของเขาเต้นรัวไม่เป็จังหวะความโกรธเริ่มเข้ามาครอบงำวาเลนแล้ว
“จาดาล!”
วาเลนะโลั่นอย่างเดือดดาลพร้อมกับส่งมีดทุกเล่มที่พกอยู่กระหน่ำใส่ยานของหัวหน้านักรบชุดดำเป้าหมายคือตำแหน่งของนักบิน
มีดเล่มเล็กทะลุตัวยานเข้าไปเสียบที่หน้าอกและศีรษะของเป้าหมายทำให้นักบินหนึ่งในสองคนขาดใจตายในทันที
“เราเสียนักบินไปคนแล้วครับ!” นักบินรีบรายงานให้จาดาลรับทราบ “เราต้องออกไปแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นก็รีบไป!” จาดาลรีบปิดประตูยานลงเพื่อกันไม่ให้วาเลนส่งมีดมาฆ่าใครอีก
ยานรบหยุดยิง ก่อนจะหันหัวไปทางทิศใต้ซึ่งเป็ทิศทางที่จะเข้าไปยังตัวเมืองแล้วทำการเร่งเครื่องออกไปอย่างเร่งรีบ
พอกองยานรบบินจากไปแล้วทุกคนในชุมชนต่างส่งเสียงเรียกหากันดังระงมเซ็งแซ่ ถ้ามีใครสังเกตมายังวาเลนในตอนนี้จะเห็นได้ว่าหมอผู้เข้มแข็งคนนี้กำลังยืนร้องไห้ แต่หาได้มีเสียงสะอื้นใด ๆ เล็ดลอดออกมาให้ได้ยินมันช่างเป็การร้องไห้ที่ทุกข์ทรมานใจเสียจริง
หมอเถื่อนนึกย้อนกลับไปยังอดีตของตัวเองมันเป็สิ่งที่ไม่น่าจดจำเท่าใดนัก หรือว่าสิ่งที่เกิดกับเขาในวันนี้ มันคือผลพวงของสิ่งที่เคยทำมาในอดีตตอนนี้มันได้เวลาตามมาหลอกหลอนเขาแล้ว
“หมอวาเลน!” เสียงของคนในชุมชนะโเรียก “มาช่วยทางนี้หน่อยครับ”
หมอวาเลนยังคงยืนนิ่งไม่ขยับไม่ว่าใครจะะโเรียกเท่าไหร่ก็ตาม
“หมอครับ!” มีเด็กน้อยคนหนึ่งวิ่งเข้ามาหาเขาด้วยน้ำตานองหน้า “รีบช่วยน้องสาวผมด้วยครับเธอยังไม่ตาย”
เด็กน้อยพยายามดึงมือหมอวาเลนให้ตามไปแต่ตัวของหมอคนนี้ใหญ่กว่าเด็กน้อย การจูงมือจึงไม่ประสบผลสำเร็จ
เด็กน้อยทรุดตัวนั่งลงกับพื้นแล้วร้องไห้ออกมาอย่างสุดที่จะกลั้นพอหมอวาเลนได้ยินเสียงร้องไห้จึงได้สติ
“น้องสาวเธออยู่ไหนรีบพาฉันไปเร็ว”
เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมามองก่อนที่จะรีบลุกขึ้นแล้วออกวิ่งนำหน้าไป
#####เนื้อหาบางส่วนจะแตกต่างกับในอีบุ๊กที่วางจำหน่ายใน Meb นะครับ ฝากอุดหนุนด้วยนะครับ #####