ตอนที่ 7
“มาได้แล้วรึ แต่เ้าปล่อยให้ฮ่องเต้อย่างข้าคอยอย่างนั้นรึ เ้าหานซวน!”เฉียนฮ่องเต้ลงมาจากบัลลังก์เดินเข้ามาใกล้คนที่นั่งคุกเข่าข้างเดียวเป็การถวายบังคมอยู่ “หม่อมฉันขอพระราชทานอภัยพะย่ะค่ะฝ่าา มีเหตุเกิดขึ้นกับบุตรสาวของเสนาบดีกรม หม่อมฉันจึงต้องรีบไปช่วยนางพะย่ะค่ะ”
“หือ? บุตรสาวของเสนาบดีกรมตระกูลเหลียนอย่างนั้นหรือ?”
“พะย่ะค่ะ”เหตุผลของหานซวนทำให้เฉียนฮ่องเต้อารมณ์กรุ่นหายไป แต่ดันตื่นเต้นที่ได้ยินเื่นี้แทน “แล้วบุตรสาวคนไหน คนพี่หรือคนน้อง”
“คนน้องพะย่ะค่ะ”หานซวนเหลือบมองเล็กน้อยก่อนตอบ
เฉียนฮ่องเต้แทบจะดีใจจนออกนอกหน้า พระองค์รู้อยู่เต็มพระทัยว่ามันจะต้องดีอย่างแน่นอน หากเป็เช่นนี้ แต่ ณ ขณะนี้ต้องไม่แสดงท่าทีอันมิชอบออกมาให้ผู้ใดเห็นถึงความไม่เหมาะสมจึงยืดหลังตรงและกระแอมไอเล็กน้อย
“แล้วนางเป็อย่างไรบ้าง”
“นางปลอดภัยดีพะย่ะค่ะ แต่หัวโนเล็กน้อย”
“ถ้าเช่นนั้นก็ดีแล้ว”
“ทูลฝ่าา พระองค์มีสิ่งใดจะรับสั่งหม่อมฉันพะย่ะค่ะ”แม่ทัพใหญ่เอ่ยถามออกไป อยากให้มันจบก่อนที่เขาจะกลับจวนไปดูน้องชายของเขา เขาจำเป็ต้องไปเช็คความเรียบร้อยทุกวัน เพราะเกรงว่าฮูหยินฟานแม่เลี้ยงใจั์จะส่งคนมาทำสิ่งใดน้องชายของตน
ถึงจะรู้ว่าเขาจะเหี้ยมโหดเพียงใด แต่นางคงมิเกรงกลัว จนกว่าเขาจะเชือดคอคนของนางจริง ๆ
เฉียนฮ่องเต้ชะงักงันครู่หนึ่ง เพราะลืมเื่ที่จะพูด
“เอ๊ะ นั่นสิ ข้าจะพูดเื่อะไรนะ”
“เื่งานแต่งพะย่ะค่ะ”ที่ปรึกษาทื่ยืนอยู่ข้างกายกระซิบบอก เฉียนฮ่องเต้จึงร้องอ๋อขึ้นมาทันควัน
“ใช่ ๆ ขอบใจเ้ามาก”
“ข้าจะสนทนากับเ้าเื่งานแต่งงานกับลูกสาวเสนาบดีกรม เ้าสาวของเ้าก็คือ บุตรสาวคนเล็กที่เ้าไปช่วยไว้นั่นแหละ เอ..นางชื่ออะไรนะ..”
“เหลียน เลี่ยงหลิ่งพะย่ะค่ะ”
“เออ! ใช่! เหลียน เลี่ยงหลิ่ง เ้าเห็นโฉมนางแล้วใช่ไหม เป็อย่างไร งามสมคำชาวบ้านหรือไม่เล่า มีคนบอกกันว่านางประหลาด แต่ข้าว่านางฉลาดนะ กล้าคิด กล้าพูด ไม่เงียบ ๆ หงิ่ม ๆ เหมือนฮองเฮาและนางสนมของข้าด้วย อีกอย่างเ้าก็น่าจะชอบคนที่ไม่กลัวอะไรแบบนางนะ แล้ว..”
“หม่อมฉันรับพระบัญชาพะย่ะค่ะ”
“นั่นประไรเล่า! ข้าว่าแล้วเชียวว่าเ้าคงไม่..”
”เ้าว่าอย่างไรนะ! พูดให้ข้าฟังอีกทีสิ!”
“หม่อมฉัน..”
“น้อมรับพระบัญชาของพระองค์..เื่งานแต่งงานกับบุตรสาวคนเล็กตระกูลเหลียนพะย่ะค่ะ”
“เหตุใดท่านจึงบอกให้ความหวังแก่ฮ่องเต้เช่นนั้นกันเล่า ข้าไม่เห็นเข้าใจ”คุณชายตระกูลหวงรีบเดินตามแม่ทัพใหญ่ต้อย ๆ และถามถึงเหตุผลไม่หยุดหย่อน ทำไม? เกิดสิ่งใด? ทำไมกัน?
ถามซ้ำ ๆ เช่นนี้ มาเป็ร้อยครั้ง แต่มันไม่ได้ทำให้หานซวนเปิดปากเอ่ยบอกสหายได้เลย จนคุณชายฉืออันจะรำคาญตนเองแทนแล้ว
“ท่านอยากจะรู้เหตุผลของข้าไปทำสิ่งใดมิทราบ คุณชายหวง?”หานซวนหยุดเดินและหันมาหาอีกคนที่เดินตามหลังมา คุณชายฉืออันที่รีบเดินตามมาก็ล้มหัวขมำลงกับพื้น เพราะสะดุดกับก้อนหินก้อนใหญ่
จริงอยู่ที่หานซวนจะรับฉืออันไว้ก็ได้ แต่เขาดันหลบให้ฉืออันล้มลงพื้นไป เพราะเริ่มรำคาญ
“ข้าก็แค่แปลกใจ ผิดตรงไหน แล้วใยท่านจึงไม่รับข้าไว้ ปล่อยข้าล้มหัวขมำเช่นนี้ แถมลูกน้องของท่านยังไม่รับข้าไว้อีก หน็อยแน่”
“คุณชาย..ท่านเป็บุรุษ ฝีมือการต่อสู้ก็ถือว่าเก่งใช้ได้ การใช้ไหวพริบควรจะไวกว่านี้นะ เป็เื่ปกติที่ท่านต้องระมัดระวังตนเองตลอดเวลา”
ถึงแม้ว่าจะพูดเช่นนั้นแม่ทัพใหญ่ก็ยื่นมือไปให้คุณชายตระกูลหวงจับเพื่อดึงขึ้นมา เพราะชุดของคุณชายตระกูลหวงค่อนข้างหรูหรา และหนักเครื่องประดับ จึงทำให้เขาลุกขึ้นมาได้ยากพอสมควร
“ขอบใจที่ยังอุตส่าห์หวังดีท่านแม่ทัพใหญ่”คุณชายตระกูลหวงยื่นมือไปจับมือของสหาย ทั้งยังเอ่ยประชดในตอนท้าย
“ว่าแต่เหตุใดล่ะ บอกข้ามิได้รึ?”
“ไม่”
“หน่านะ ข้าว่าท่านต้องคิดสิ่งใดอยู่เป็แน่ จึงตอบรับพระบัญชาของฮ่องเต้ไปอย่างง่ายดายขนาดนั้น”
“คนฉลาดอย่างท่าน คิดเองไม่เป็อย่างนั้นรึ จึงมาถามคำถามนี้แก่ข้า”
“ก็แหม ใครจะไปรู้ดีเท่าเ้าของเื่กันเล่า ให้ข้าคิดเองก็เท่ากับให้ข้าเดาน่ะสิ”คุณชายตระกูลหวงพูดไปพร้อมกับเอาพัดขึ้นมาบอกปิดที่ปาก
หานซวนมองไปที่สหายสนิท คนผู้นี้มีเล่ห์เหลี่ยมอยู่ตลอด ถึงจะเป็คนดีและไว้ใจได้ก็ตาม เขาจะไม่มีทางบอกถึงเหตุผลของตนเองแน่ ๆ ว่าทำเช่นนี้ไปเพื่อสิ่งใดกัน “มันไม่ใช่เื่ที่ท่านควรจะรู้ มีเพียงนางเท่านั้นที่จะรู้เื่นี้ได้”
“ท่านมีเหตุผลที่ร้ายแรงกว่านั้นอย่างนั้นรึ?! ข้าว่าแล้วเชียว”
“จะเหตุผลอะไรก็ไม่เกี่ยวกัน นางถือว่าเป็สตรีคนหนึ่งที่ข้าช่วยเหลือก็เท่านั้น”
“แหม แค่ช่วยก็ไม่เห็นจำเป็ต้องรับมาเลย”
คุณชายหวงะโตามหลังไป เพราะแม่ทัพใหญ่พูดเสร็จก็เดินดุ่ม ๆ ออกจากฐานพระราชวังในออกไป ส่วนคุณชายฉืออัน ยังกลับไม่ได้ เพราะต้องรอบิดาหารือให้เสร็จเสียก่อน
จริง ๆ เขาควรจะนั่งอยู่ภายในห้องหารือเสียด้วยซ้ำ แต่ความสงสัยมันมีมากกว่า จึงทำให้ฝืนคำสั่งรีบเดินตามสหายออกมา
“หานซวนมีความลับอะไรที่ข้าไม่รู้กันแน่”
“ไหนเ้าลองบอกข้าสิ ว่าเหตุใดจึงไม่สำนึกบุญคุณของแม่ทัพใหญ่ หากเขารู้เข้าว่าไม่ทำตามที่ขอ คงหาว่าตระกูลเหลียนอกตัญญู”
เสนาบดีกรมสั่งให้ฮูหยินใหญ่สั่งคนของนางถอยหลังกลับไปอยู่หลังของเ้านายให้หมดทุกคน ส่วนตนก็มายืนอยู่ข้างหน้าลูกสาวคนเล็ก เพื่อไปที่คุ้มภัยให้ลูกสาว
ผู้เป็พ่อเหลือบมองใบหน้าซีกหนึ่งของลูกสาวก็รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นบ้าง
“ข้าไม่นึกเลยว่าเ้าจะกล้าละเมิดคำขอของผู้มีพระคุณต่อเราถึงเพียงนี้”
“ข้าทรยศท่านแม่ทัพสิ่งใด ข้าสั่งลงโทษเพราะบ่าวพวกนี้ ไม่รอบคอบ ไม่มีความสามารถในการดูแลเลี่ยงหลิ่งให้พ้นภัย”
“ฮูหยิน ถึงเช่นนั้นก็ไม่ควรจะลงโทษวันนี้”
“ลงโทษให้หลาบจำ จะได้รู้ว่าควรจะปกป้องให้ถึงชีวิต”
เลี่ยงหลิ่งเห็นท่าว่าไม่มีทางที่บิดาจะทำให้มารดาหยุดการกระทำลงได้ จึงจับแขนบิดาให้หยุดเจรจาเสีย
“ท่านพ่อ..หยุดเถอะเ้าค่ะ ในเมื่อท่านแม่ไม่ฟังในสิ่งที่ข้าอธิบายไป
หากเช่นนั้นนับความผิดไป ความผิดทั้งหมดเป็เพราะข้า ข้าอยากไปหาพี่เยว่ซินเอง เพราะฉะนั้นความผิดทั้งหมด เื่ทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะข้า”
“ข้าขอรับผิดแทนบ่าวรับใช้ที่ไปกับข้าในวันนี้ ขอรับผิดทั้งหมด”
“เ้าพูดสิ่งใดออกมาเลี่ยงหลิ่ง พ่อไม่อนุญาต”
คำตัดสินของเลี่ยงหลิ่งทำให้ทุกคนต่างตื่นใ เสนาบดีกรมเองก็ยังใกับคำพูดที่ลูกพูด ส่วนฮูหยินใหญ่ก็ยืนมองหน้าลูกสาวคนเล็กนิ่ง
“ท่านแม่อยากจะพูดอะไรกับคำตัดสินนี้ของข้าก็เชิญ ข้าไม่กลัว”เลี่ยงหลิ่งหันหน้ากลับมาหามารดา ใช้สายตาเดียวกันมองกลับไป
ช่างเหมือน..เหมือนกับฮูหยินใหญ่เมื่อครั้งยังเยาว์ไม่มีผิด
“ไม่มีเ้านายคนใดปกป้องบ่าวไพร่”ฮูหยินใหญ่เอ่ยบอกออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ไม่ใช่ไม่มี แต่ไม่มีใครอยากทำมากกว่าเ้าค่ะ แต่ข้าจะเป็ผู้ทำเอง”
“จะเป็เ้านายคนแรกที่ปกป้องบ่าวไพร่ที่ไม่ได้มีความผิดเกี่ยวกับเื่นี้เอง ข้าอธิบายให้ท่านแม่ฟังไปแล้วว่าไม่มีใครผิดต่อเื่นี้ เื่ที่เกิดขึ้นเป็เพราะมีผู้จุดประทัด จนทำให้ม้าใและลากตัวรถไป ที่จริงแล้ว คนที่ท่านแม่ไม่ควรจะลงโทษคือเขา”เลี่ยงหลิ่งชี้ไปที่คนขับรถม้าที่นั่งคุกเข่าอยู่ไม่ห่างจากนางมากนัก
คนขับรถม้าเห็นเช่นนั้น จึงซาบซึ้งใจเป็อย่างมาก ถึงแม้ว่าจะอยู่มานาน แต่นี่คือครั้งแรกที่เกิดเื่คอขาดบาดตายกับคุณหนูตระกูลเหลียน บ่าวรับใช้จึงไม่เคยโดนลงโทษสถานหนักเลยแม้แต่คนเดียว
แต่ถึงนี่จะเป็ครั้งแรก แต่เลี่ยงหลิ่งก็ออกปากรับแทนบ่าวรับใช้ทุกคนที่ติดตามนางไปวันนี้ด้วย
“เ้าบอกแม่มาสิว่าเหตุใดแม่จึงไม่ควรจะลงโทษบ่าวคนนี้”
“เพราะเขาเป็คนช่วยข้าไว้เ้าค่ะ ถึงแม้จะเป็แค่คำพูด แต่หากเขารักตัวกลัวตายสักนิด เขาคงจะะโลงจากรถม้าแล้วปล่อยให้ม้าลากข้าตกลงหน้าผา ป่านนี้ข้าคงไม่เหลือรอดกลับมาเถียงท่านแม่ ต่อปากต่อคำกับท่านแม่เช่นนี้หรอกเ้าค่ะ”
“อีกทั้งตอนที่ม้ากำลังจะพาเราตกหน้าผาไป เขาก็เป็คนะโบอกให้ข้าะโลงจากรถม้า จนหาน..ท่านแม่ทัพคว้าตัวข้าไว้ได้ทัน ข้าจึงรอดกลับมา”
“ส่วนบ่าวรับใช้ที่เหลือ เป็สตรีทั้งหมด ผู้ใดจะสู้แรงม้าไหวกัน อีกทั้งทุกคนไม่ได้อยู่ในรถม้าเช่นข้า แต่เดินตามม้า ตามสัญชาตญาณแล้วก็ต้องหลบเพราะเกรงว่าตนจะาเ็ ที่ข้ามีแผลแค่นี้ เป็เพราะพี่ฉิงอันะโบอก ไม่เช่นนั้น ข้าอาจจะาเ็มากกว่านี้หรือคงโดนม้าเหยียบตอนตกลงมาจากหน้าต่าง คงสิ้นชื่อกลางตลาดไปแล้ว”
“จริง ๆ ท่านแม่อย่ามากความเสียดีกว่าเ้าค่ะ หากจะลงโทษ ท่านแม่ก็ลงโทษข้าได้เลย ข้ายอมรับผิดทั้งหมดเอง”เลี่ยงหลิ่งเอ่ยตอบเองเสร็จสรรพ
“กล้าดียิ่งนักที่ออกรับแทนบ่าว เ้าช่างกล้าท้าทายอำนาจแม่เ้าเสียเหลือทน เ้าคิดหรือ? ว่าเ้ามีพ่อของเ้าคอยถือหางให้แล้วแม่จะไม่โบยเ้า พวกเ้าจับคุณหนูรองลงหวาย!”
“โบยข้าเถิดฮูหยิน! ข้าผิดเองนี่แหละขอรับ ที่ไม่สามารถทำให้ม้าสงบลงได้ ข้าสมควรจะถูกลงโทษ ถูกแล้วขอรับ!”คนขับรถม้าเอ่ยแทรกขึ้นมาอย่างทนไม่ได้ มันเป็กฏของคนเป็บ่าวที่ต้องรับผิดชอบทุกอย่างที่เกิดขึ้น
เ้านายมีแผล อีกทั้งเกือบพาเ้านายตาย ก็ถือว่าเขามีความผิด เขาสมควรถูกลงโทษแล้ว
“เ้า เ้าพูดสิ่งใดออกมา รู้ตัวหรือไม่ ข้ากำลังช่วยเ้าอยู่นะ!”เลี่ยงหลิ่งกระซิบเบา ๆ ให้พอได้ยิน แต่คนขับรถม้าไม่ฟังในสิ่งที่นางบอก ยังขอร้องอ้อนวอนฮูหยินใหญ่ให้โบยเขาแทนเลี่ยงหลิ่ง
“ท่านเสนาบดีกรม ฮูหยินใหญ่ขอรับ ข้าขอร้องท่าน จะโบยข้าอีกกี่ครั้ง ข้าก็ยอม ได้โปรดขออย่างให้ฮูหยินใหญ่โบยคุณหนูเลยขอรับ”ความกล้าหาญของคนขับรถม้า ทำให้บ่าวรับใช้หลายคนที่ติดตามเลี่ยงหลิ่งไป ขอร้องอ้อนวอนไปด้วยด้วยตา ฉิงอันก็เช่นกัน ทั้งอ้อนวอนและขอให้เสนาบดีกรมพาคุณหนูรองออกไป
“เอาล่ะ! หยุดได้แล้ว! ข้าสั่งให้หยุดก็คือหยุด อย่าทำให้ข้าต้องเสียคำสัตย์ต่อท่านแม่ทัพเลยฮูหยิน ข้าเกร็งว่าหากทำเช่นนั้นแล้วท่านแม่ทัพทราบเข้า คงเป็เื่ที่ไม่น่ายินดีเท่าไรนัก”
“แต่ท่านไม่เห็นอย่างนั้นรึ ว่าเลี่ยงหลิ่งกำลังต่อกรกับข้าอยู่”
“แต่เ้าจำไม่ได้แล้วรึ? ฮูหยินใหญ่ ว่าแม่ทัพหานซวนมีฉายาว่าปีศาจทมิฬตาเดียว มันได้มาเพราะเหตุใด เ้าจำไม่ได้แล้วรึ?”