Chapter
2
First kiss จาก 301 (1)
คืนวันศุกร์ฉันขอไปเที่ยวกับพี่อุนที่ผับ Joyboy ของพี่บอย หัวหน้าจุดของเรา..มักนัดมาคุยและวิเคราะห์กันเื่การช่วยเหลือผู้าเ็ และการประเมินสถานการณ์ เื่ความปลอดภัยของทุกคนในการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ครั้งนี้เป็ครั้งแรกของฉันที่ได้มาที่นี่
หลังจากคุยกันเสร็จสรรพเราก็ออกมานั่งฟังเพลง สายตาฉัยเหลือบไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง หน้าตาสะสวย แต่งตัวค่อนข้างเซ็กซี่โบกมือให้พี่อุนหยอยๆ
“ เดี๋ยวพี่มานะแกนั่งรอตรงนี้แป๊บ..หรือจะให้พี่ไปส่งแกที่บ้านก่อนดี ”
“จะไปไหนก็ไปไป๊ ฉันอยู่ตรงนี้แหละ ”
พี่ชายตัวดีทิ้งฉันไปนั่งป้อสาวทันที รักน้องมากเลยนะผู้ชายไม่ดีอย่างนั้น ผู้ชายไม่ดีอย่างนี้ เอาตัวเองมาวัดชัดๆไม่ทันไรลืมน้องเสียแล้ว
“ไง...ถูกทิ้งละสิ ”
ไซปรัสหย่อนก้นนั่งลงข้างฉัน สายตาเขาเหลีอบมองไปที่พี่อุน กับผู้หญิงคนนั้น
ฉันนั่งคอแข็งแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่อยากพูดด้วย
“ฉันลดตัวลงมาพูดด้วย เธอไม่มีสิทธิ์เมินฉันนะ ” น้ำเสียงที่แสดงออกถึงความไม่พอใจหงุดหงิด แต่ฉันไม่สนหรอก
“ใครขอไม่ทราบ แล้วเคยบอกหรือไงว่าอยากเสวนาด้วย ”
“ไม่มีผู้หญิงคนไหน กล้าปฏิเสธฉัน ”
“นายวิเศษมากหรือไงฮะ ”
“เดี๋ยวก็รู้...มานี่เลย ”
ไซปรัสลุกขึ้นยืนและจับข้อมือฉันดึงขึ้นมาจากเก้าอี้ และพยายามลากฉันออกไป
“นายจะทำอะไร นายจะพาฉันไปไหน ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ...พี่...อุ๊บ!!!!”
ฉันพยายามขัดขืนดิ้นรน เรียกให้พี่อุนช่วย แต่ถูกปิดปากด้วยฝ่ามือหนาและถูกรวบเอวออกไปทางมุมมืดด้านข้างของร้าน โดยที่พี่อุนไม่สนใจจะมองเพราะมัวแต่ก้อร่อก้อติก กับหญิงสาวคนนั้นอย่างออกรส
ฉันกำลังกลัวผู้ชายคนนี้อย่างสุดหัวใจเขาจะจับฉันไปข่มขืนหรือเปล่า ฮื่อๆๆพ่อจ๋า แม่จ่า ช่วยอิ๊งด้วย!!
ไซปรัสอุ้มฉันพาดบ่ามาถึงรถยนต์คันหนึ่งฉันทั้งทุบ ทั้งหยิก ทั้งข่วน เท่าที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ไซปรัสก็ไม่ยอมปล่อยเขาจับฉันยัดเข้าไปทางด้านหลังรถ ก่อนจะพาตัวเองตามเข้ามาประกบ ะโสั่งคนขับรถที่สตาร์ทรถรออยู่แล้ว
“ ไปที่ซุ้ม ” ห๊ะ!!ซุ้มอะไรนี่แสดงว่า เขาตั้งใจมาจับตัวฉันอย่างนั้นเหรอ ทำไมเขาถึงกล้าท้าทายกฎหมายขนาดนี้
“ ไอ้บ้า ไอ้เลว ฮื่อๆปล่อยฉันนะ ”
ฉันทั้งทุบ ทั้งกัดทั้งดึงสารพัดที่จะทำร้ายเขาได้
“นี่..ยัยบ้าเอ้ย..หยุดทำร้ายฉันนะ เจ็บนะโว๊ย!! ”
ไซปรัสรวบข้อมือไพล่หลังฉันยังดิ้นจนเหนื่อยและเริ่มหมดแรง แต่ปากยังไม่วายด่าเขาอีก
“ ไอ้ชั่ว ไอ้เลว ไอ้โจรใจทรามไอ้โจรใจหยาบ ไอ้โจรใจบาป ฮื่อๆ อย่าข่มขืนฉันนะ ฉันยังไม่เคยฮื่อๆ ”
“ ถ้าด่าฉันอีกคำฉันจะ…”
“ ไอ้..อื้อ ”
ฉันยังไม่ได้เอ่ยคำด่าก็ถูกเขาประทับปิดริมฝีปากเสียก่อน ด้วยชั้นเชิงของคนที่ช่ำชองจนทำให้สติสัมปชัญญะของฉันดับวูบไปทันที อร๊ายยยย....จูบแรกของฉันต้องไม่ใช่กับผู้ชายคนนี้เซ่!!
ไซปรัส:
ผมอุ้มน้องสาวไอ้อุนลงจากรถ และค่อยๆวางเธอลงบนโซฟาตัวยาว กลางห้องรับแขกตอนแรกกะว่าจะพาเธอไปที่ซุ้มของผม เพราะที่นั่น มีลูกน้องของผมอยู่กันมากมายมันเป็ศูนย์รวมพลคนรักการสื่อสาร ด้วยวิทยุสื่อสารระบบต่างๆและไฟไซเรนพร้อมกล่องเสียงทุกชนิดทุกอย่างส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับอุปกรณ์กู้ภัยทั้งสิ้น
ผมกำลังเรียนมหาลัยปีสามคณะวิศกรรมไฟฟ้าปีเดียวกับไอ้อุนพี่ชายของเธอ แต่คนละมหาลัย ส่วนเธอผมสืบจนรู้ว่าเธออยู่มหาลัยเดียวกับผม แต่คนละคณะ เธออยู่ปีหนึ่ง เธอน่าสนใจสำหรับผมคือเธอเป็น้องไอ้อุนต่างหาก
ผม้าให้เธอกลัวและเข้าใจว่า ผมจะนำเธอไปทำมิดีมิร้าย อย่างที่เธอคิดนั่นแหละแต่ไม่คิดว่าจะทำแบบนั้นจริงหรอก แค่ขู่เธอก็คงกลัวจะแย่ เมื่อกี้ก็ร้องห่มร้องไห้เผลอหลุดปากออกมาด้วยว่า ยังไม่เคย จนผมเกือบจะหลุดหัวเราะออกมาให้ได้
ผม้าให้ไอ้อุนเจ็บเหมือนที่มันเคยทำผมเจ็บ จนไม่เหลือความเป็เพื่อนให้กันอีกต่อไป
ผมนั่งสำรวจหญิงสาวที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ตรงหน้า เธอไม่เคยรู้หรอกว่า ระหว่างผมกับไอ้อุนเคยมีอะไรกันแต่เธอต้องเป็เหยื่อ เพราะเธอดันเกิดมาเป็น้องไอ้อุน
เธอน่ารัก ผมดำขลับยาวสลวยล้อมกรอบใบหน้าเนียนขาวอมชมพู คิ้วโก่งได้รูปขนตางอนยาวเป็แพ จมูกนิด ปากบางแดงระเรื่อเวลาเธอใช้สายตามองมาพร้อมกับเผยอปากนิดๆ บอกตรงๆว่ามันทำให้ผมอยากลืมเื่ที่เคยบาดหมางกับพี่ชายของเธอ เมื่อสองปีที่แล้วเหลือเกิน
สมองสั่งให้ผมเลิกคิดเลยเถิดผมต้องไม่ลืมสิว่า ไอ้อุนมันเคยทำให้ผมเจ็บอย่างไร มันต้องเจ็บกว่าหลายเท่านักผมต้องไม่หวั่นไหวไปกับผู้หญิงตรงหน้า ไม่ว่าเธอจะน่ารักเพียงใดผมจะไม่มีวันรักเธอเด็ดขาด
อิ๊งเริ่มขยับตัวค่อยๆลืมตาและสำรวจไปรอบๆจนมาหยุดที่ผม เธอรีบสำรวจตัวเอง และเด้งตัวลุกขึ้นมานั่งพร้อมกับยกขาชันเข่าขึ้นมากอดไว้แนบอก แววตาตื่นกลัวเหมือนผมเป็ไอ้โจรหื่นกาม
“นายยังไม่ได้ทำอะไรฉันใช่ไหม นาย้าอะไร อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ”
เธอพูดกับผมด้วยน้ำเสียงอ่อนลงไม่มีคำด่าออกมาจากริมฝีปากบาง ที่ผมได้เพียงแค่ััเบาๆเมื่อครู่
ผมขยับเข้าไปนั่งด้านเดียวกับเธอเธอรีบถอยไปจนติดพนักวางแขน ของโซฟา ดวงตาตื่นกลัวเหมือนลูกกวางระวังภัย
“ ฉันจะพาเธอกลับบ้านแต่เธอต้องรับปาก ว่าจะไม่บอกใคร ”เธอเม้มปากจนเห็นรอยบุ๋มข้างแก้ม ก่อนพยักหน้าหงึกๆ ยิ้มกว้างออกอาการดีใจยิ้มของเธอทำให้โลกสว่างไสวขึ้นมาทันตา
“ แต่ ” ผมพูดค้างไว้ มองสบตาเธอนิ่งๆ ทำไมดวงตาของเธอถึงสวยขนาดนี้เป็ประกายเหมือนมีดาวระยิบระยับ
เธอเลิกคิ้วกัดปากตัวเอง หลบตาผมด้วยการก้มมองพื้นอย่างคนใช้ความคิด ก่อนถามกลับมา
“ แต่อะไร ”
“แต่ต้องให้ฉัน...จูบเธอ ”เธอเบิกตากว้าง และส่ายหน้าทันที
“ งั้นไม่ให้กลับ ” เธอรีบพยักหน้าทันทีเหมือนกันคงกลัวคำขู่ของผมจริงๆ
“ แค่หอมเฉยๆ ได้ไหม ” เธอพูดพร้อมกับก้มหน้างุด ไม่ยอมสบตาด้วย
ผมรวบเอวบางเข้ามาหาโดยที่เธอไม่ขัดขืน คงเพราะกลัวผม เสียน้อยก็ยังดีกว่าเสียมากเธอจึงยอมทำตามที่ผมขอ
“เงยหน้าขึ้นมาสิแบบนี้ จะทำได้ไง” เธอนิ่งเงียบก่อนถอนหายใจ แล้วค่อยๆเงยหน้าขึ้นสบตาผม เห็นดวงตากลมโต วิบวับ ผมแทบลืมหายใจ ค่อยๆจูบไปที่หน้าผากไล่ลงมาเรื่อยถึงเปลือกตาที่ปิดสนิทจนถึงข้างแก้ม ก่อนจะหยุดอยู่ที่ริมฝีปากนุ่มชื้นปลายจมูกเราชนกันรับรู้ถึงลมหายใจของกันและกัน ตอนนี้ หัวใจของผมเต้นรัวชนิดที่ว่ามันอยากจะทะลุออกมานอกอก เธอน่าจะรับรู้ได้เพราะฝ่ามือเรียวเล็กของเธอ วางไว้ตรงหัวใจของผมพอดี
ผมสอดฝ่ามือเข้าไปในพวงผมนุ่มรั้งต้นคอเธอไว้ แล้วค่อยๆจูบเธออย่างแ่เบา เพราะกลัวเธอจะเป็ลมเหมือนเมื่อครู่แต่เมื่อเห็นว่า เธอเริ่มคุ้นเคย ผมก็เริ่มรุกหนักขึ้นเรื่อยๆ จนเธอหายใจแทบไม่ทันและเริ่มเบี่ยงหน้าหนี เธอหอมไปทั้งตัว ผมก็นุ่มน่าัั
“ ไหนบอกว่าแค่หอมเฉยๆนายโกงนี่ ” เธอต่อว่า แต่หน้าเธอกลับแดงระเรื่อ
“ ใครบอกเธอพูดของเธอคนเดียว ฉันไม่ได้รับปากสักหน่อย ”ผมเถียงกลับ
ตี๊ดดดด..ตึ๊ดดดดดต ตึ๊ดดดด....
เสียงโทรศัพท์แบบสั่นของเธอดังขึ้นมาขัดจังหวะ ผมจำต้องปล่อยเธอเป็อิสระ เพื่อให้เธอล้วงมันออกมาจากกระเป๋ากางเกงสี่ส่วนเธอมองหน้าจอ ก่อนเหลือบตาขึ้นมองหน้าผม ผมยักไหล่ก่อนลุกไปหยิบบุหรี่และไฟแซ็คมาจุดสูบอยู่ตรงข้าม เพื่อ้าฟังคำสนทนาของเธอ กับคนปลายสาย ถ้าคิดไม่ผิดต้องเป็ไอ้อุน ป่านนี้คงแทบบ้า ที่หาน้องสาวตัวเองไม่เจอ
“ ฉันอยู่กับเพื่อนกำลังจะกลับแล้ว ”
เธอโกหกพี่ชายเพราะกำลังอยู่ต่อหน้าผม จึงไม่กล้าพูดความจริงออกไป
“ทำไมพี่อุนต้องะโใส่ฉันด้วย ก็ตัวเองไม่สนใจทิ้งให้ฉันอยู่คนเดียว..เหงา...ฮึก...เจอเพื่อนพอดี...ฮึก.ก็เลยไปเที่ยวที่อื่นต่อ ”
อิ๊งปิดปากตัวเองเพื่อกั้นเสียงสะอื้นที่กำลังจะหลุดออกมา ทำให้ผมต้องเบือนหน้าหนี เพราะกลัวตัวเองจะใจอ่อน กับร่างบางที่อยู่ตรงหน้า
“ คราวหน้าอย่าทิ้งฉันอีกนะเห็นผู้หญิงอื่นสำคัญกว่าน้องหรือไง ฮึก...แล้วบอกว่าห่วง พูดแต่ปากพอเจอหญิงก็ลืมน้อง ฮึกๆๆ ”
“ไม่ได้ร้อง...แค่เสียใจ ฮื่อๆๆ ฉันเกลียดพี่อุนแล้ว ฮื่อๆ ”
ในที่สุดเธอก็ร้องไห้ออกมาอีกจนได้ ให้ตายเถอะ!! ผมเกลียดน้ำตาผู้หญิง!!
อิ๊งกดสายทิ้งใช้หลังมือเช็ดน้ำตาลวกๆ และมองผมด้วยสายตาอ้อนวอน แกมขอร้อง
“ ฉันไม่รู้หรอกว่านายทำแบบนี้ทำไมและไม่เคยรู้ด้วยว่า ระหว่างนายกับพี่อุนเคยมีอะไรกันมาก่อนแต่ยังไงเขาก็เป็พี่ชายของฉัน ไม่ว่าเขาจะผิดหรือถูก ฉันก็เข้าข้างเขาอยู่ดีถ้าสิ่งที่นายทำกับฉัน มันสามารถลบล้างสิ่งที่พี่อุนทำกับนายได้ ฉันก็ยินดีขอเพียงแต่นายอย่าทำร้ายเขานะ ได้ไหม ”
“หึ...เธอจะรับผิดชอบแทนมันอย่างนั้นสิ ”
ใบหน้าเนียนใสพยักหน้าแทนคำตอบ เธอไม่รู้หรอกสิ่งที่พี่ชายของเธอทำ มันมากขนาดไหน
“ งั้นเธอต้องคบกับฉัน ”
“ทำไมฉันต้องคบกับนายด้วย ”
“ก็พี่ชายเธอเคยแย่งแฟนฉันไป เธอก็ต้องมาเป็แฟนฉันแทนไง ”ผมกล่าวคำเท็จ เพราะไม่้าให้เธอรู้ความจริง
“พี่อุนนี่นะแย่งแฟนนาย สงสัยผู้หญิงคนนั้นตาถั่ว..อุ๊ย!!” เธอปิดปากทำตาโต ที่หลุดพูดว่าพี่ชายตัวเองออกมา
“ ว่าไงจะตกลงหรือเปล่า ไม่งั้นพี่ชายเธอ...ไม่รอด ”
ผมแกล้งขู่โดยเอาชีวิตพี่ชายเธอเป็เดิมพัน ผมโกรธเกลียดมันก็จริง แต่ฆ่ามันไม่ได้หรอกเพราะผมเป็กู้ภัย มีหน้าที่ช่วยเหลือชีวิต ไม่ใช่ฆาตกร
“ ถ้าพี่อุนรู้ต้องไม่ยอมแน่ๆ ”
“ ก็อย่าให้รู้ เราอยู่คนละมหาลัย จะรู้ได้ไง ”
“หมายความว่า...ฉันอยู่มหาลัยเดียวกับนายงั้นเหรอ”
“ อืม ”
“ ขอคิดดูก่อนได้ไหม ”
“หนึ่ง...สอง...สาม...หมดเวลา..”
“ ยังไม่ถึงห้าวิเลยนะจะบ้าหรือไง ”
อิ๊งโวยวายมองหน้าผมแบบโกรธๆ ยัยนี่ถ้าไม่ขู่ให้กลัว ดูดุเอาเื่เหมือนกัน
“เธอไม่มีสิทธิ์มาต่อรอง ต้องตอบว่าตกลงเท่านั้น ลุกขึ้น!! ฉันจะไปส่ง ”
ผมเอ็ดเธอด้วยคำพูดและสายตาดุเธอลุกขึ้นยืน หุบปากเงียบ ตาเริ่มแดง ผมจับมือเธอจูงออกมาที่รถ แล้วขับพาเธอ กลับไปส่งที่บ้านตามสัญญา
ก่อนที่เธอจะลงจากรถผมจับมือเธอไว้ วางโทรศัพท์มือถือ และวิทยุสื่อสารที่ผมเป็คนประดิษฐ์และดัดแปลงเอง ให้เธอไว้ใช้เพื่อติดต่อกับผมเพียงคนเดียว
“ เอาโทรศัพท์นี่ไว้ในนี้ มีเบอร์ของฉันเมมไว้เบอร์เดียว ห้ามเมมเบอร์ผู้ชายคนไหนทั้งนั้นฉันจะโทรหาเธอเอง แล้วนี่...วิทยุสื่อสารฉันบิวท์เอง ล๊อคช่องไว้ช่องเดียว ไม่มีใครสามารถจูนคลื่น มาตรงช่องที่ฉันล๊อคไว้ได้เป็ไงหัววิศวะ เจ๋งไหม ”
เธอเม้มปากเป็เส้นตรงมองอุปกรณ์สื่อสารเฉยๆ แต่ยอมรับมันไว้ ก่อนจะรีบเปิดประตูลงจากรถ คงกลัวใครมาเห็นแต่ผมก็ยังรั้งเธอไว้อีก
“ เดี๋ยวสิ...”
ผมรวมเอวบางเข้ามาแนบชิดจูบริมฝีปากที่เผยอรับอย่างอ้อยอิ่ง เธอทุบอกผมรัวๆ เมื่อผมไม่ยอมปล่อยเธอเสียที
ก่อนลงจากรถเธอบ่นอุบพร้อมกับหันมาค้อนให้ แล้วเดินเข้าบ้านตัวเองเงียบๆ
ผม้าทำให้อิ้งรักรักผมมากๆ และสุดท้ายผมก็จะทิ้งเธอ เหมือนที่ไอ้อุนมันเคยทำไว้กับผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมรักมาก รักเท่ากับชีวิตของตัวเอง