สงครามเทพราชัน ค่ายกลสยบทั่วหล้า!

    บทที่1 ลืมตาตื่น

    บทที่1 ลืมตาตื่น

    ณ ป่าลึกที่เงียบสงบ
     ภายในมิติที่เลือนลาง เด็กหนุ่มที่ดูอายุราวๆ สิบห้าถึงสิบหกปี สวมใส่ชุดสีขาวทั้งตัวกำลังหลับสนิทอยู่บนเตียงสีดำขนาดใหญ่ และข้างๆยังมีภูตน้อยที่มีขนาดตัวเท่าฝ่ามือมีปีกสีขาวที่สวยงามและใบหน้างดงามราวเทพธิดาที่ชวนให้หลงไหลเป็นอย่างยิ่ง ทั้งคู่ถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีดำที่ปั่นป่วน ที่ถูกส่งมาจากเสาทั้งสิบต้นที่อยู่บนหัวเตียงสองต้นและปลายเตียงอีกสองต้น รวมถึงด้านข้างซ้ายและขวาอีกอย่างละสี่ต้น
    เวลาค่อยผ่านไป....
     เสาทั้งสิบค่อยสั่นไหวและรุ่นแรงขึ้นเรื่อยๆ
    "ครืน.ครืน...โครม!"
    เสาทั้งหมดได้พังทลายลงมาพร้อมแสงสีดำทั้งหลายค่อยๆจางหายไป
    ดวงตาของเด็กหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงก็ค่อยๆเปิดขึ้นมาอย่างช้าๆ พร้อมด้วยรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์
    เด็กหนุ่มค่อยๆลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ มองสำรวจไปรอบๆตัว สิ่งที่เห็นเต็มไปด้วยซากของค่ายกลที่พังทลาย
    พร้อมด้วยกองหินศักดิ์สิทธิ์ที่ล้ำค่า ที่ถูกใช้จนสภาพไม่ต่างต่างก้อนหินทั่วไป
    "เฮ้อ..!"
    เสียงถอนหายใจดังออกมา พร้อมกับความคิดแล่นเข้ามาให้หัวเด็กหนุ่ม ช่างสิ้นเปลืองโดยแท้ 
    หินศักดิ์สิทธิ์ พวกนี้ แม้แต่แดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายยังมีไม่ถึง หนึ้งในร้อยส่วนของซากหินพวกนี้เลย
    ไป๋ลี่เป็นยังไงบ้างนะ เด็กหนุ่มก้มมองไปที่ภูตน้อยที่ยังหลับสนิทอยู่ พร้อมกับใช้นิ้วชี้ จิ้มไปแก้มของภูตน้อย
    "ตื่นได้แล้วไป๋ลี่!"
    "อั้ม..งั้มงั้ม เฟยอวี่เร็วเข้ารีบทำมาให้ข้าอีกเยอะๆเลย อย่าช้าก่อนที่นายหญิงอย่างข้าจะมีโทสะ งั้ม..งั้ม"
    เจ้าจอมตะกละนี่ หลับก็ยังคิดแต่เรื่องกิน แถมยังแทนตัวเองว่านายหญิง
    "โป๊ก..โอ้ย..ใครกล้าลอบโจมตีข้า!"
    เด็กหนุ่มใช้นิ้วกลางดีดไปกลางหัวของภูตน้อยจนสดุ้งตื่นขึ้นมา
    "ที่นี่คือ..? จ..จ.เจ้า.เฟยอวี่ พวกเรายังไม่ตายสินะ!"
    ภูตน้อยบินวนรอบตัวเด็กหนุ่มด้วยความตื่นเต้น
    "มันแน่นอนอยู่แล้วค่ายกลทวนกระแสเวลานี้เป็นถึงค่ายกลระดับสูงสุดของสุดยอดมรดก ที่ข้าได้มาอย่างยากลำบาก เพียงแต่การเปิดใช้งานมันก็ต้องใช้พลังงานอย่างมหาศาล!"
    "ว่าแต่นี่มันผ่านมากี่ปีแล้ว? หนึ่งหมื่นหรือสองหมื่นปี? แล้วทำไมพลังของข้าถึงหายไปหมดกัน? ไหนเจ้าบอกว่ามันแค่ย้อนพวกเรากลับไปเป็นเด็กแต่ต่อให้ข้าเป็นเด็กพลังของข้าก็ยังไม่ตำกว่าระดับ8ของพวกมนุษย์อย่างเจ้าแต่นี้ข้าไม่มีแม่แต่พลังสักเศษเสี้ยวไม่ต่างจากมนุษย์แรกเกิดเลยอย่างนั้น!?" ภูตน้อยถามด้วยสีหน้าสงสัย
    "เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่แน่ใจมันอาจจะมีบางสิ่งที่ผิดพลาดแต่สำหรับเจ้าคงไม่เป็นปัญหาอะไรอยู่แล้วนี่ขอแค่มีทรัพยากรมากพอใช้เวลาไม่นานเจ้าก็ทะลวงระดับ10-11ได้แล้ว"
    "พวกเราไปห้องเก็บสมบัติกันเถอะจะได้เริ่มฝึกวิชากันใหม่ด้วยเลย ด้วยทรัพย์พยากรณ์ที่เราเตียมไว้บวกกับความรู้ของข้าไม่หน้าเกินยี่สิบปีข้าหน้าจะบรรลุถึงขั้นจอมเทพได้ไม่ยาก ส่วนเจ้าละไป๋ลี่การได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้งรู้สึกอย่างไรบ้างละ"
    "ก็ไม่เลวนัก รีบไปกันเถอะข้าเริ่มหิวแล้วด้วย สมุนไพรแสนอร่อยข้าจะไปหาพวกเจ้าแล้ว!"
    "เจ้านี่ตะกละไม่เคยเปลียนเลยจริงๆ"
    เด้กหนุ่มส่ายหน้าด้วยท่าทีจนใจ แล้วเดินตามภูตน้อยที่รีบบินไปย่างรวดเร็ว
    ........
    ที่หน้าประตูห้องเก็บสมบัติ เด็กหนุ่มได้กดกลไกที่ใช้เปิดประตูอย่างช่ำชอง
    "คริน..คริน..ครืน..!"
    เสียงค่ายกลทำงานพร้อมบานประตูที่ค่อยเปิดออก
    "แปลกทำไมค่อยกลในห้องนี้ถึงหยุดการทำงาน? ด้วยหินศักดิ์สิทธิ์ที่ข้าใส่ไว้อย่างน้อยๆก็คงสภาพได้นานถึงสามหมื่นปี?"
    "แย่แล้วเฟยอวี่! สมุนไพร,โอสถ,ของเหลวจิตวิญญาณ,รวมถึงของต่างที่เก็บไว้ใช้การไม่ได้เลย!"
    ภูตน้อยบินมาด้วยสีหน้าแตกตื่น เด็กหนุ่มเองก็หน้าถอดสีลงเช่นกันพร้อมกับพูดว่า
    "บัดซบนี้มันไม่ได้ผ่านมาแค่หนึ่งหรือสองหมื่นปีแล้ว ดูจากสภาพแล้วต้องไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนปี!"
    "แล้วจะทำยังไงดีละทีนี้ ต่อให้พวกเราเก่งกันแค่แต่ถ้าไม่มีทรัพย์พยากรณ์ที่เพียบพร้อมก็ไม่ต่างอะไรกับนกที่ปีกหัก!"
    ภูตน้อยบ่นใส่เด็กหนุ่ม
    เด็กหนุ่มยังคงทำสีหน้าเคร่งเครียดแล้วบอกกับภูตน้อยว่า
    "ช่วยกันหาดูก่อนว่าอะไรที่ยังพอใช้การได้บ้าง!"
    เด็กหนุ่มและภูตต่างแยกกันสำรวจห้องเก็บสมบัติที่ใหญ่โต
    ที่นี่เต็มไปด้วยซากสมุนไพรที่แห่งเหียว
    หินวิญญาณที่หมดสภาพ ขวดใส่ของเหลวต่างๆที่ระเหยไปจนหมด ยันต์ต่างๆ ที่ใช้การไม่ได้
    ดูท่าแล้วจะเหลือก็แค่อาวุธ ที่พอจะได้การได้อยู่บ้างถึงอาคมที่ข้าสลักไว้จะเสื่อมหมดแล้วก็ตาม
    "ไป๋ลี่ทางเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง" เด็กหนุ่มถามภูตน้อย
    "แย่..แย่มากๆ..แทบไม่เหลืออะไรให้ข้ากินได้เลยแม่แต่น้อย"
    เด็กหนุ่มได้ยินแบบนี่ ก็อดที่จะส่ายหน้าอีกไม่ได้
    "เจ้าอย่าเพิ่งห่วงเรื่องกินห่วงเรื่องของที่จะฝึกวิชาของพวกเราก่อน ไม่งั้นพวกเราคงได้ตายอยู่ใต้ดินนี้แน่ๆถ้าไม่มีพลังพอจะขึ้นไปด้านบน!"
    ภูตน้อยบินกลับมาพร้อมอุ้มหลอดทีใส่น้ำที่ใสแจ๋วส่งกลิ่นหอมที่ทำให้เคลิบเคลิ้ม
    ซึ่งมีอยู่ประมานหนึ่งในสามของหลอดมาด้วย
    "เหลือก็แต่น้ำทิพย์ในบ่อน้ำทิพย์แห่งภูตที่ข้ากลั่นไว้ที่ยังระเหยไปไม่หมดซะทีเดียว แถมค่อนข้างเจือจางอย่างยิ่งพลังธรรมชาติที่มีอยู่น้อยมากๆมันไม่ได้ต่างไปจากขยะถ้าเทียบกับของเดิม!"
    "เยี่ยม!"
    "แค่นี้ก็ดีมากแล้วน้ําทิพย์แห่งภูตแค่หยดเดียวก็มีพลังธรรมชาติอย่างมากมายมหาศาล ถึงจะเหลือพลังอยู่นิดหน่อยแต่ก็คงพอจะช่วยให้เราทะลวงพลังไปถึงระดับ3ได้อย่างง่ายดาย พอที่จะป้องกันตัวเองได้บ้าง!"
    สีหน้าของเด็กหนุ่มผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
    "ดูแล้วมีประมาน35หยดได้! ดูจากพลังที่เหลืออยู่ข้าคิดว่าแค่15หยดข้าก็หน้าจะสร้างแกนศักดิ์สิทธิ์ได้แล้ว กว่าเจ้าจะเริ่มกลั่นน้ำทิพย์แห่งภูตได้อีกครั้ง คงต้องเป็นภูตขั้น6เสียก่อน 15หยดเจ้าคิดว่าพอที่จะทำให้เจ้าเลื่อนระดับไปถึงขั้น3ได้ไหม"
    เด็กหนุ่มถามภูตน้อยด้วยสีหน้าจริงจัง
    "ข้าก็ไม่แน่ใจแต่คิดว่าไม่หน้าจะพอ!"
    "ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็เอาไปทั้งหมด20หยดเลยเพราะอย่างไรเจ้าต้องเข้าสู่ระดับ3ให้ได้เพื่อที่จะแปลงกายเป็นร่างมนุษย์ได้ ไม่อย่างนั้นผู้คนได้แตกตื่นกันแน่ เจ้าก็หน้าจะรู้ว่าในดินแดนของเราภูตเป็นแค่เพียงตำนาน การคงอยู่ของเจ้าแม่แต่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ก็มีแค่ราชีนีหิมะที่รู้ว่าแท้จริงแล้วเจ้าคือภูต ส่วนราชันคนอื่นๆรู้จักเจ้าเพียงแค่ร้างมนุษย์เท่านั้น"
    ระหว่างที่เด็กหนุ่มพูดกับภูตน้อยก็คิดถึงเหตุการที่พบกันครั้งแรก
    ณ แดนลับแห่งหนึ่ง บุรุษผู้หนึ่งวิ่งหนีสัตว์อสูร ในมือถือม้วนคัมภีร์ วิ่งมาหลบใต้ต้นไม้ใหญ่แห่งหนึ่ง
    "ในที่สุดหลังจากที่อดทนมานานกว่าสองปี ก็เปิดโลงแก้วนั้นได้ แต่ที่ไหนกับมีแค่ม้วนคัมภีร์ เก่าๆหนึ่งม้วนเท่านั้น"
    ร่างเด็กหญิงหนึ่งได้ตกลงตรงหน้าบุรุษผู้ผู้นี้ สภาพเต็มไปด้วยของเหลวสีขาวราวน้ำนม มือยังกอดพระราชวังสีทองอยู่ด้วย
    "มนุษย์.? จ..เจา...เจ้า..."
    เพียงเอ่ยปากได้สองคำก็สลบไป........
    "เฟยอวี่เจ้าคิดอะไรอยู่?" เสียงของภูตน้อยทำให้เด็กหนุ่มตื่นจากภวังค์
    "เปล่านิ ไม่อะไรหลอก พวกเรามาเริ่มฝึกกันเถอะข้าอยากออกไปดูโลกภายนอกแล้วว่าเป็นอย่างไรบ้างเท่าที่ข้าดูจากซากสมุนไพรเวลาหน้าจะผ่านมาแล้วหนึ่งแสนปีแล้วเป็นอย่างน้อย!"
    เด็กหนุ่มหยิบหลอดเปล่าๆ ขึ้นมาแบ่งเป็นสองส่วน
    ส่วนแรก 20หยด ยื่นให้ภูตน้อย ส่วนที่สอง 15หยดเก็บไว้ในแหวนมิติ
    โชคยังดีที่แหวนมิติของเขาที่เป็นถึงสมบัติเทพที่ได้มาพร้อมกับม้วนคัมภีร์ค่ายกลเทวะ ยังใช้การได้ปกติ ส่วนของต่ำกว่านั้นอาคมที่ลงไว้ได้เสื่อมสภาพลงหมดแล้ว ภูตน้อยเองหลักจากที่รับน้ำทิพย์แห่งภูตมาจากเด็กหนุ่มก็บินออกไปทันที
    หลังจากหาที่เหมาะๆที่จะฝึกวิชาแล้วเด็กหนุ่มก็เตรียมตัวที่จะเริ่มฝึกทันที
    "เอาละ วิชาจักรวาลรวมศูนย์! ดูสิเจ้าจะพาข้าไปได้ไกลแค่ไหนกัน!"
    เด็กหนุ่มหยิบหลอดที่บรรจุน้ําทิพย์แห่งภูต ออกจากแหวนมิติแล้วเทเข้าปากไปหนึ่งหยดแล้วหลับตาทำสมาธิ
     พลังธรรมชาติที่บริสุทธิ์และอ่อนโยน
    ค่อยๆแพร่ซ่านไปทั่วร่าง เด็กหนุ่มพลันโคจรวิชาจักรวาลรวมศูนย์ จุดตันเถียนที่แต่เดิมว่างเปล่า
    ค่อยๆถูกเติมเติมอย่างช้าๆ.. เพียงแค่สามลมหายใจต่อมาภายในจุดตันเถียนก็สั่นอย่างรุนแรง
    พร้อมกับแรงดูดอันมหาศาล พลังธรรมชาติภายในร่างทั้งหมดถูกดูดเข้าสู่จุดตันเถียนอย่างบ้าคลั่ง
    สิบลมหายใจต่อ
    "ตูม!"
    ระดับปราณเริ่มต้นขั้นที่1!
    ยี่สิบลมหายใจต่อ
    "ตูม!"
    ระดับปราณเริ่มต้นขั้นที่2!
    หกสิบหายใจต่อ
    "ตูม!"
    ระดับปราณเริ่มต้นขั้นที่3!
    ห้านาทีต่อมา
    "ตูม!"
    ระดับปราณเริ่มต้นขั้นที่4!
    การขยายออกของทะเลลมปราณภายในจุดตันเถียนยังคงดำเนินต่อไป..
    ไม่ถึงสิบนาที
    "ตูม!"
    การระเบิดของพลังลมปราณก็เกิดขึ้นอีกครั้ง
    ระดับปราณเริ่มต้นขั้นที่5!
    อีกยี่สิบนาทีต่อมา
    "ตูม!"
    ระดับปราณเริ่มต้นขั้นที่6!
    ทะเลลมปราณภายในจุดตันเถียนก็ค่อยๆสงบลง เด็กหนุ่มพลันลืมตาขึ้นอย่างเรวดเร็ว
    "วิชาจักรวาลรวมศูนย์! ช่างร้ายกาจยิ่งนักดูดซับพลังธรรมชาติทั้งหมดได้ในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม?"
    รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเด็กหนุ่มได้ปรากฏขึ้น
    คราวนี้เด็กหนุ่มเทน้ําทิพย์แห่งภูต เข้าปากถึงสองหยด
    เวลาค่อยๆผ่านไป..
    "ตูม!"
    ระดับปราณเริ่มต้นขั้นที่7!

    "ตูม!"
    ระดับปราณเริ่มต้นขั้นที่8!

    "ตูม!"

    ระดับปราณเริ่มต้นขั้นที่9!....

    ระดับปราณเริ่มต้นขั้นสมบูรณ์!

    "ตูม!"
    ระดับหลอมรวมลมปราณขั้นที่1!