บทที่ 21 สตรีของแม่ทัพ
... สะใจยิ่งนัก พี่สะใภ้ จะเอาว่าที่ลูกสะใภ้นางไปเหยียดหยามต่อหน้าธารกำนัลโดนเด็กถอนหงอก แถมยังตบหน้าสตรีของตนเสียด้วย
... สมน้ำหน้า สตรีแซ่เสิ่นยิ่ง!
อู่หงถิงยกยิ้มอย่างสะใจพลางหยามเหยียดพี่สะใภ้ผู้นี้ของตนอยู่ในอกสตรีแซ่เสิ่นผู้นี้มีนิสัยดุร้าย นางเกลียดคนคนนี้ยิ่งเื่เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนนางยิ่งเกลียดนัก
สั่งคนลอบฆ่าป้ายความผิดให้ผู้อื่น จนเป็มูลเหตุระหว่างแคว้นกันถึงทุกวันนี้หากไม่ใช่ว่ายามนั้นไม่มีหลักฐานป่านนี้นางคงไม่ได้เชิดหน้าอยู่บนบัลลังก์หงส์แทนเ้าของตัวจริงแบบนี้หรอก!
“ยอดเยี่ยมมาก”สุรเสียงของไทเฮาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ทุกคนต่างพยักหน้ายอมรับอย่างไม่ได้เจตนาเอาใจแต่คือการชื่นชมโดยแท้จริง
“เข้ามานี่สิ”ไทเฮาเรียกจ้าวซินเยว่เข้ามาใกล้ด้วยความเอ็นดูหญิงสาวที่ถูกเรียกโค้งลงเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆ
จากคุณหนูที่แค่เป็ลูกสาวของท่านหญิงเจี่ยลี่ยามนี้กลายเป็ที่สนใจเพราะความสามารถของนางหากพิจารณาจากใบหน้าของคุณหนูจ้าวผู้นี้ คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่างดงามยิ่งนักทั้งการวางตัวและมารยาท ล้วนงดงามเรียบร้อย
ข่าวลือเมื่อยามนางเกิดมาเป็ตัวกาลกิณีมีใบหน้าอัปลักษณ์เพราะเป็เวรกรรมที่มารดาทำผิดคงจะไม่ใช่เสียแล้วเพราะใบหน้าของนางงดงาม และมีเค้าโครงคล้ายกับคุณหนูหลิวอยู่หลายส่วน
ไม่รู้ตอนนี้ตระกูลหลิวจะเสียดายนางหรือไม่แต่ที่แน่ๆ หากไม่ส่งคนไปไถ่ถามเื่หมั้นหมาย คงจะเสียดายแย่!
“เ้าช่างน่าประทับใจเช่นเดียวกับมารดาเสียจริงปิ่นนี้ข้าให้เ้า เป็ของขวัญในการออกงานสังคมครั้งแรก”ปิ่นทองสลักรูปดอกไม้สวยตกแต่งด้วยทับทิมสีแดงงดงามยื่นให้จ้าวซินเยว่
“ขอบพระทัยเพคะ”
หลังจากที่การแสดงจบลงไทเฮาก็เชิญให้คุณหนูและฮูหยินทั้งหลายเดินชมดอกไม้ตามกำหนดการณ์
... ... ...
ตระกูลจ้าวถูกตระกูลเฉินเชิญมายืนเคียงข้างกันโดยที่จ้าวอันหรานและอู่หงถิงเดินจับมือนำหน้าถัดมาเป็จ้าวหานที่เดินเคียงข้างกับภรรยาไม่ห่างตามหลังปิดท้ายด้วยแม่ทัพเฉินจือหาน จ้าวอี้หยางและจ้าวซินเยว่
ภาพของสองตระกูลใหญ่เดินเคียงข้างกันดึงดูดความสนใจของผู้คนโดยเฉพาะฮองเฮาที่จะดูสนอกสนใจสตรีที่พึ่งรับคำท้าทายจากตนเมื่อครู่
“ขอเดินด้วยได้หรือไม่”รุ่ยอ๋องเดินยิ้มเข้ามาร่วมเดินกับสองตระกูลใหญ่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและท่าทางสนิทสนมพร้อมกับสายตาที่วางไว้ที่คุณหนูใหญ่ตระกูลจ้าว จ้าวอี้หยางผู้นั้นอย่างไม่ปิดบังทั้งยังท่าทางของจ้าวอี้หยางที่ดูขัดเขินใบหน้าขึ้นสี แต่ก็ยังสบตาชายหนุ่มอย่างไม่ปิดบัง
"แล้วห้ามได้หรอ" เฉินจือหานพูดพร้อมกับมองญาติผู้น้องคนนี้
จนแล้วจนรอดจ้าวอี้หยางก็ขยับไปเดินเคียงข้างรุ่ยอ๋องท่ามกลางสายตาคนมากมายทิ้งให้จ้าวซินเยว่เดินรั้งท้ายกับเฉินจือหานท่าทางของทั้งสองคนไม่อาจเรียกได้ว่าสนิทสนมเช่นรุ่ยอ๋องและจ้าวอี้หยางแต่ก็ไม่ได้มีความห่างเหินเช่นคนไม่รู้จัก ยามที่ขบวนชมดอกไม้เดินไปตามทางดวงตาคู่สวยก็เงยหน้ามองรอบๆประกอบกับชุดของนางทำให้นางดูเหมือนปักษาที่มาเยี่ยมชมความงดงามของดอกไม้ต่างจากสตรีนางอื่นที่ทำตัวเป็ดอกไม้ให้บุรุษมาเชยชม
เมื่อถึงเวลาอิสระเฉินจือหานและจ้าวหานก็เดินออกไปพูดคุยกับสหายคนอื่นๆรุ่ยอ๋องยังคงพูดคุยกับจ้าวอี้หยาง ส่วนจ้าวอันหรานและหลี่หลินยังคงเป็ที่สนใจหนึ่งสตรีที่ไม่ได้กลับมานานกับฮูหยินของรองแม่ทัพคนดังที่ไม่ค่อยออกงาน
"เสี่ยวโยว ข้าปวดเบา พาข้าไปหน่อย"
"ข้าไปด้วยเ้าค่ะคุณหนู"
เ้านายสาวและบ่าวทั้งสองเดินแยกตัวออกมาเงียบๆเพื่อมาทำธุระส่วนตัวโดยที่ไม่รู้เลยว่าทุกการกระทำของพวกนางอยู่ในสายตาของหลิวลู่เสียนทั้งหมด
... ... ...
จ้าวซินเยว่ทำธุระเสร็จก็เดินเล่นเพื่อรอเสี่ยวโยวกับอาจิงเพราะบ่าวทั้งสองก็อยากทำธุระเช่นกัน ไม่นานเสี่ยวโยวก็ออกมาบอกว่าให้คุณหนูกับเสี่ยวโยวไปก่อน ทั้งสองจึงเดินหมายจะกลับเข้าไปรวมกับผู้คนแต่ยังไม่ทันจะถึงลานที่มีผู้คนรวมตัวก็พบกับแขกที่นางไม่คาดคิด
หลิวลู่เสียน...กับบ่าวของนาง เดินมาดักหน้าพร้อมรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา
"คุณหนูหลิว หลีกทางให้หน่อยจะได้หรือไม่"จ้าวซินเยว่ไม่ได้นับถืออีกฝ่ายเป็พี่สาวหรือเพื่อนสนิทแค่มองครั้งเดียวก็รู้ว่าต่างฝ่ายต่างเป็ศัตรูกันโดยธรรมชาติไม่มีทางที่จะรักสามัคคีกันได้โดยสัญชาตญาณ
"น้องสาว เหตุใดจึงเรียกข้าด้วยคำพูดห่างเหินเช่นนั้นอย่างไรเราสองคนก็เป็พี่น้องร่วมบิดามารดา"หลิวลู่เสียนยิ้มเย็นให้จ้าวซินเยว่พลางเดินเข้ามาใกล้อีกนิด
"หรือข้าพูดสิ่งใดผิด" นางเลิกคิ้วถามจ้าวซินเยว่ด้วยความเ็า
"ให้ข้าเรียกท่านว่าอย่างไรดีเ้าค่ะ คุณหนูหลิว คุณหนูใหญ่หลิว หรือ หลิวลู่ เสียน เช่นที่ข้าเื่อี้หยาง"จ้าวซินเยว่เน้นย้ำชื่อของสตรีตรงหน้าทีละคำด้วยใบหน้าเรียบนิ่งเหตุใดนางจะไม่รู้ว่าสตรีผู้นี้กำลังจะข่มตนให้อยู่ต่ำกว่าคงจะเสียหน้าที่ถูกนางบรรเลงเครื่องดนตรีเดียวกับ เพลงเดียวกันแต่อยู่กันคนละระดับอย่างเห็นได้ชัด
"จ้าวซินเยว่ ข้าเป็พี่ของเ้า"
"ท่านนับญาติกับข้าหรือ"เสียงหวานกล่าวสวนทันทีพลางมองด้วยสายตาท้าทายแม้แต่หลิวลู่เสียนที่ว่ากันว่าเป็สตรีที่ใจเย็นคนหนึ่งก็อดไม่ได้ที่จะแสดงความไม่พอใจออกท่าสีหน้า
"คุณหนูใหญ่ มีปากเสียงกันตรงนี้จะทำให้คนมองไม่ดีนะเ้าคะหากไม่มีธุระอะไร..."
"เสี่ยวโยว เ้าก็เป็บ่าวจากสกุลหลิวหรือไปอยู่สกุลจ้าวเสียจนลืมไปแล้วว่าตัวเองเกิดที่จวนสกุลหลิว"บ่าวของหลิวลู่เสียนสวนเสี่ยวโยวจนหญิงสาวก้มหน้าลงเพราะพูดอะไรไม่ออก"มารดาของเ้าคงเสียใจ ที่เ้าเอาใจไปให้คนแซ่อื่น ที่มิใช่หลิว"
"ไม่ทราบว่าคุณหนูหลิวสั่งสอนบ่าวเยี่ยงไร นางถึงกำเริบเช่นนี้กับบ่าวของคนอื่น ก็กล้าต่อว่า ยิ่งต่อหน้าเ้านายแล้วด้วย"
"เรียนคุณหนูจ้าว คงจะไม่รู้สินะเ้าคะว่าเสี่ยวโยวเป็บ่าวสกุลหลิวมาั้แ่ไหนแต่ไร ก็ไม่แปลกก็ท่านไม่เคยอยู่ที่นี่มาก่อน"
ขณะที่สตรีทั้งสี่เริ่มมีปากเสียงกันอาจิงก็เดินออกมาเจอพอดีนางชะงักเมื่อเสี่ยวโยวถูกบ่าวของคนสกุลหลิวตอกกลับแล้วก็ไม่พูดอะไรแถมบ่าวคนนั้นยังไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง มาต่อว่าคุณหนูของนางขาข้างหนึ่งก้าวออกไปแล้วในหัวก็คิดบางอย่างออก นางก็เป็แค่บ่าว ทำอะไรมากไปคงจะไม่ได้ไม่สู้ไปฟ้องคนอื่นจะดีกว่า
ร่างเล็กของอาจิงจึงหายไป
... ... ...
"ท่านแม่ทัพเ้าคะ" เสียงใสๆ ของบ่าวที่คุ้นเคยเรียกเฉินจือหานที่กำลังคุยกับขุนนางกลุ่มหนึ่งเรียกความสนใจจากชายหนุ่มอาจจะเพราะเบื่อๆ อยู่แล้ว จึงหันไปตามเสียงเรียก
"มีอะไรรึ อาจิง"
"คุณหนูหลิวดักต่อว่าคุณหนูของข้า ทั้งยังเอาบ่าวมาดูถูกคุณหนูของข้าด้วย"ดวงตากลมแดงก่ำด้วยความเสียใจ คำพูดของนางก็ไม่ดังไม่เบา อย่างน้อยๆขุนนางและฮูหยินที่คุยอยู่ด้วยกันคงจะได้ยินยิ่งเห็นท่าทางของบ่าวตัวน้อยยิ่งรู้สึกะเืใจ
"นำไป" เฉินจือหานไม่ถาม ไม่ไล่เรียง เพียงเดินไปตามที่อาจิงนำ
ขณะเดียวกันจ้าวซินเยว่ยืนอยู่ก็เห็นว่ามีคนกำลังมาจึงยกยิ้มพร้อมกับจ้องใบหน้าของหลิวลู่เสียนและบ่าวของนางด้วยสีหน้าผู้ชนะ
"ถึงข้าจะไม่ได้เกิดและเติบโตที่เมืองหลวงก็ใช่ว่าจะไม่รู้วิธีเอาตัวรอดในสังคมชั้นสูงหรอกนะ"มือบางของจ้าวซินเยว่ยกขึ้นสูงจนบ่าวของหลิวลู่เสียนเดินเข้ามาบังหน้าหลิวลู่เสียนพอดีกับที่มือบางของจ้าวซินเยว่ฟาดลงที่แก้มขาวเนียนของตนทันทีท่ามกลางความใของสตรีอีกสามคน
เพี๊ยะ!
มือบางลงทุนตบหน้าของตัวเองท่ามกลางความแตกตื่นของทั้งสามบ่าวทั้งสองไม่รู้ว่านางจะทำอะไรแต่ไม่ใช่หลิวลู่เสียนนางมองจ้าวซินเยว่อย่างรังเกียจ ไม่คิดว่าสตรีจากบ้านนอกจะบ้าบิ่นขนาดนี้จึงก้าวถอยหลังออกมาสักก้าว ทิ้งให้บ่าวยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับร่างของจ้าวซินเยว่ที่กองลงไปนั่งกับพื้น
"คะ คุณหนู!" เสี่ยวโยวยังคงใกับเื่ที่เกิดขึ้นแต่เมื่อเห็นคุณหนูลงไปนั่งกับพื้นจึงคุกเข่าลงไปประคอง
"จ้าวซินเยว่!"เฉินจือหานเข้ามาเห็นแค่ตอนที่จ้าวซินเยว่ลงไปกองกับพื้นมือข้างหนึ่งจับที่ใบหน้าของตนเอง และมีรอยมือแดงขึ้นจึงรีบวิ่งเข้าไปประคองอีกฝ่ายให้ยืนโดยที่มือของชายหนุ่มประคองไหล่ให้ตัวบอบเข้ามาแนบชิดอกเมื่อเห็นรอยแดงที่แก้มถึงกับโมโห จ้องไปที่บ่าวของหลิวลู่เสียนก่อนจะมองไปที่หลิวลู่เสียนที่จ้องภาพตรงหน้าอย่างตื่นใ
"คุณหนู! คุณหนูของบ่าว เจ็บไหมเ้าคะ นะ นั่นมัน รอยมือ!"อาจิงเห็นภาพนั้นพลางสังเกตว่ามีคนเริ่มเดินตามมาดูจึงรีบวิ่งเข้ามาหาจ้าวซินเยว่พร้อมกับโวยวายเสียงดังอย่างจงใจ ให้ผู้คนได้รับรู้จ้าวซินเยว่มองอาจิงด้วยสายตาประหลาดแต่ก็ยกยิ้มในใจพลางชื่นชมอีกฝ่ายไม่น้อยคงเห็นนางมีปากเสียงจึงรีบไปตามแม่ทัพมาด้วย ดีที่นางรับบทเหยื่อได้ทัน
"ท่านแม่ทัพ บ่าวของคุณหนูหลิวผู้นี้กล่าวว่า ข้าจงใจหักหน้าเ้านายของนางในการแสดงข้า... ฮึก เพียงออกไปแสดงตามรับสั่ง เหตุใดนางถึงได้โกรธข้าถึงเพียงนี้"น้ำตาใสๆ ของจ้าวซินเยว่ไหลอาบแก้ม พร้อมกับเริ่มกุเื่โกหกทั้งยังเอาใบหน้าที่สะอื้นไห้ซุกลงที่แผ่นอกของคนตัวสูงอย่างแสดงความสนิทสนม
สาเหตุนั้นง่ายมากเพราะสายตาของหลิวลู่เสียนผู้นั้นมองแม่ทัพมันช่างเต็มไปด้วยความชื่นชมนอกจากเื่หักหน้านางในการแสดงแล้วการที่ผู้หญิงจะรู้สึกเกลียดกันั้แ่แรกเห็นมีไม่กี่อย่างหากไม่ใช่จริตนิสัยที่ไม่ถูกกัน ก็คงจะเป็บุรุษ
สำหรับทั้งสองคนคงจะเป็ทั้งสองเื่
ภาพที่อ่อนแอของจ้าวซินเยว่และคำพูดของนางทำให้ผู้คนต่างรู้สึกสงสารนางเป็คนมีความสามารถทั้งยังงดงาม เพียงแค่เดินทางมาจากที่อื่นไม่ได้เติบโตในเมืองหลวง แค่ทำการแสดงครั้งแรกก็โดนกลั่นแกล้งเสียแล้ว
ยิ่งน้ำตาของสตรีไหลออกมาผู้คนยิ่งเห็นใจจ้าวซินเยว่จับใจ เป็พี่น้องกันแท้ๆ แม้จะใช้คนละแซ่ไม่คิดเลยว่าคุณหนูหลิวจะรังเกียจน้องสาวของตนขนาดนี้
ท่ามกลางผู้คนจ้าวหานเห็นภาพนั้นก็รู้สึกร้อนใจ จึงอยากเข้าไปห้ามแต่กลับถูกจ้าวอี้หยางจับข้อมือรั้งเอาไว้
"พี่ใหญ่รอการแสดงจบค่อยเข้าไปเถอะ เดี๋ยวจากที่จ้าวซินเยว่ได้เปรียบจะกลายเป็ตระกูลจ้าวของเรารุมรังแกญาติสตรีต่างแซ่"จ้าวอี้หยางพูดด้วยท่าทางไม่สะทกสะท้าน ตอนแรกจ้าวหานก็ไม่เข้าใจนัก แต่พอคิดดูดีๆจ้าวซินเยว่ผู้นั้นหรือจะยอมยืนเฉยๆ ให้คนรังแก ขนาดฮองเฮานางยังไม่เกรงกลัวจึงได้แต่สงบและยืนดูอยู่นิ่งๆ
ทางด้านจ้าวอี้หยางก็มองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มล้อเลียนจ้าวซินเยว่อยู่หลังผู้คนทั้งหมดไม่รู้หรอกว่านางโดนตบจริงหรือไม่ แต่สะใจยิ่งนักเื่ที่จ้าวซินเยว่ถูกเรียกออกไปท่าทางสตรีผู้นั้นคงจะรู้เห็นด้วยอยากให้จ้าวซินเยว่ถูกดูถูกนัก โดนสวนคืนเสียบ้าง
"กล้าทำร้ายสตรีของข้า... ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือ?" ความเยือกเย็นนั้นยังไม่สร้างความแตกตื่นให้ผู้คนได้เท่ากับคำว่า 'สตรีของข้า' ที่เฉินจือหานออกมาทันสร้างความใให้แก่คนที่ได้ยิน แม้แต่จ้าวซินเยว่ที่นึกแย้งในใจแต่จะเถียงตอนนี้ก็ไม่ได้
"สะ... สตรีของท่านแม่ทัพ ตะ... แต่..." บ่าวของหลิวลู่เสียนพูดไม่ออก
"ท่านแม่ทัพ ล้วนเป็บ่าวของข้าล้วนไม่ดีเองนางเพียงอิจฉาที่น้องสาวได้อยู่กับมารดา ได้เรียนรู้ทุกอย่างจากนาง ส่วนข้าไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้ตอบแทน" หลิวลู่เสียนเห็นสถานการณ์ไม่ดีจะเถียงในสถานการณ์เช่นนี้ก็คงไม่มีใครเชื่อว่าคนของนางไม่ได้ทำอะไรจ้าวซินเยว่และก็ได้รู้วันนี้ว่าน้องสาวนอกคอกผู้นี้ช่างบ้าบิ่นเสียจริง
เฉินจือหานได้ฟังคำของหลิวลู่เสียนก็หลุดหัวเราะเหยียดออกมาเล็กน้อยพลางมองอีกฝ่ายด้วยสายตารังเกียจ
"คุณหนูหลิวมีใจนึกกตัญญูก็ดี ข้าขอชื่นชม แต่ข้าคนนี้ขอถามตลอดหลายปีมานี้ท่านเคยส่งจดหมายหามารดาของท่านหรือเคยคิดจะถามไถ่เื่ของนางสักคำบ้างหรือไม่"แววตาของเฉินจือหานน่ากลัวยิ่ง ทั้งยังพูดไม่เบาไม่ดัง ไร้ความปราณี
หลิวลู่เสียนเงียบตอบอะไรไม่ได้นางยืนตัวแข็งทื่อจ้องบุรุษที่ตนชมชอบมาหลายปีด้วยสายตาเสียใจนางมาวันนี้เพื่อสร้างภาพลักษณ์ดีๆ ให้กับเขาเพื่อที่จะเป็สตรีของเขามิใช่หรือเหตุใดจึงกลายเป็เช่นนี้
เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงเลื่อนดวงตามามองน้องสาวที่ถูกบุรุษในฝันโอบกอดผู้นั้นแทนด้วยหัวใจที่ร้อนรุ่มด้วยไฟริษยา
เพราะมัน!จ้าวซินเยว่! หากไม่มีนางสักคนคนที่เฉินจือหานจะโอบกอดอย่างอ่อนโยนคงเป็นางไม่ผิดแน่!
"ไปพักเถอะ ข้าจะให้หมอมาดูให้" เฉินจือหานบอกจ้าวซินเยว่เบาๆพลางจับจูงมือของหญิงสาวเดินฝ่าผู้คนออกไป โดยที่จ้าวอี้หยางอาสาไปดูนางเองส่วนตระกูลจ้าวคนอื่นๆ ต่างก็สลดกับคำพูดของเฉินจือหานที่กล่าวกับหลิวลู่เสียนที่ทำให้เห็นว่า สตรีผู้นี้ไม่เคยเห็นสกุลจ้าวในสายตาเลย
... ... ...
ในศาลาส่วนที่มีหมอหลวงประจำการเผื่อสถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์หมอหลวงตรวจดูแล้ว จ้าวซินเยว่มีเพียงรอยบวมแดงบนใบหน้าแต่ไม่ได้เป็อะไรมากจึงให้ทายาและจ่ายยาให้ตามสมควรจากนั้นก็ขอตัวออกไป
"ขอบคุณท่านแม่ทัพเ้าค่ะ ที่เข้ามาช่วยไว้"จ้าวซินเยว่ไม่ลืมที่จะขอบคุณอีกฝ่ายด้วยความห่างเหินไม่สนิทเหมือนเมื่อครู่แต่กลับถูกเฉินจือหานมองด้วยสายตาคล้ายจะดุนาง นางจึงหลบสายตาคู่นั้น
"แสดงเก่งทั้งนายทั้งบ่าวเชียวนะ"ว่าจบแม่ทัพหนุ่มก็หันไปมองอาจิงที่รีบคุกเข่าลงทันทีไม่ต่างจากจ้าวซินเยว่ที่ก้มหน้างุด "เจ็บหรือไม่"น้ำเสียงอ่อนลงแสดงความเป็หวง พลางยกมือขึ้นัักับรอยแดงบนใบหน้าสาวเบาๆด้วยความผิด นางจึงไม่ได้ถอยหนี
"เจ็บเล็กน้อยเท่านั้นเ้าค่ะ ไม่ได้เจ็บมาก" เสียงหวานตอบเบาๆ
"ไม่รู้จบวันนี้ไปจะมีข่าวลือใดออกไปบ้าง อย่างน้อยเ้าก็ไม่ควรออกไปไหนมาไหนคนเดียวควรหาบ่าวชาย หรือใครไปเป็เพื่อนสักระยะ ทำกับคนของฮองเฮาแบบนั้นเื่คงไม่จบง่ายๆ แน่"
"ข้าแค่ไม่อยากให้ใครมาข่ม อีกอย่าง นางก็ไม่ได้มีเจตนาดีั้แ่แรกหากข้าไม่ทำให้ตนกลายเป็เหยื่อ สุดท้ายนางก็จะแสร้งว่าโดนข้าทำร้ายอยู่ดีไม่ว่าจะร่างกายหรือจิตใจ" จ้าวซินเยว่พูดตามความจริง
"เ้าหรือเหยื่อ หืม? คุณหนูหลิวผู้นั้นต่างหากเหยื่อของเ้า" จ้าวซินเยว่ไม่เถียงเพราะที่อีกฝ่ายพูดก็คือเื่จริงเช่นกัน
"อยู่นี่เอง เป็ยังไงบ้าง" จ้าวอี้หยางที่เดินตามมาทีหลังถามด้วยรอยยิ้มพลางมองที่รอยแดงบนใบหน้าของจ้าวซินเยว่ "คงบวมไปอีกหลายวัน"
"ช่างเถอะ พวกพี่ใหญ่กับท่านแม่ เป็ห่วงหรือไม่"
"เป็ห่วง เลยส่งข้ามาดูนี่ไง แต่ไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว พักที่นี่เถอะข้าไปบอกทุกคนก่อน"จ้าวอี้หยางพูดพลางมองใบหน้าหนุ่มสาวสองคนสลับกันพร้อมกับยิ้มกรุ่มกริ่มอย่างมีเลศนัย
"อยากออกไปเดินต่อไหม"
"ไม่เ้าค่ะ ข้าขออยู่ตรงนี้ดีกว่า"มือบางพูดพลางลูบที่แก้มตัวเองเบาๆ ตบตัวเองก็เจ็บเหมือนกันพอนึกถึงสายตาของผู้คนก็ทำให้นางนึกถึงคำพูดของเฉินจือหานผู้นี้
"ท่านน่ะ ถือวิสาสะบอกว้าข้าเป็สตรีของท่านได้อย่างไรเราไม่ได้เป็อะไรกันเสียหน่อย" จ้าวซินเยว่พูดเรียบๆนางไม่ได้ตำหนิเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายพูดเพื่อปกป้องให้ผู้คนเข้าใจว่านางเป็สตรีของเฉินจือหานก็ไม่เลวนักหรอกแต่แบบนี้มันควรจะตกลงกันก่อน พอนึกถึงสายตาทุกคนหลังจากนี้ก็รู้สึกท้อใจขึ้นมา
"แล้วข้าต้องทำอย่างไร เ้าถึงจะยอมรับข้าเล่า"ครั้งนี้ไม่มีการกวนประสาทกลับคืนมา เป็การถามนางด้วยสีหน้าจริงจังและตั้งใจ
"ท่านหมายถึงอะไร" จ้าวซินเยว่ถาม
"ข้าชอบเ้า ทำอย่างไรเ้าถึงจะชอบข้าบ้าง"เสียงนุ่มถามอย่างจริงจังพร้อมสายตาที่มองจ้าวซินเยว่อย่างมีความหมาย
ก่อนหน้านี้จ้าวซินเยว่ก็รู้สึกอยู่ว่าคนๆนี้อาจจะรู้สึกพิเศษกับตน แต่นางไม่อยากคิดไปเองคนเดียว เพราะเฉินจือหานไม่เคยพูดและยังทำเหมือนเล่นๆ นางเลยคิดว่าเขาไม่น่าจะจริงจังกับนาง
แต่การสารภาพครั้งนี้ทำให้นางใจสั่นขึ้นมาอีกแล้วใบหน้าสวยเริ่มขึ้นสีจากความร้อนในกาย
"เ้ายังไม่ต้องให้คำตอบหรอก เพราะตอบตอนนี้เ้าก็คงปฏิเสธข้า"ดูเหมือนเฉินจือหานจะรู้ดีว่านางรู้สึกอย่างไรจึงพูดออกมาอย่างยอมรับแต่แววตาของชายหนุ่มดูไม่ได้ยอมแพ้
"แต่ข้าจะตามตื้อเ้าทุกวัน จนกว่าเ้าจะยอมมอบดวงใจของเ้าไว้กับข้า"
แม้จะไม่ได้รู้สึกรุนแรงแต่การถูกสารภาพต่อหน้าอย่างหน้าไม่อายเช่นนี้กลับทำให้ใจสั่นได้อย่างง่ายดาย
แววตาและสีหน้าที่ดูไม่ได้เหมือนพูดจาล้อเล่นหรือมีแผนการณ์ทำให้จ้าวซินเยว่รู้สึก...คาดหวัง จึงได้ยิ้มออกไป
ไม่ตอบแต่ก็ไม่ปฏิเสธที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับความพยายามของบุรุษผู้นี้แล้ว
#####