ทลายแค้นด้วยรัก_End

    บทที่ 2 รู้สึกผิด... 25%

            เตชินีเข้าครัวลงมือทำอาหารเช้าให้จิรกิตติ์ด้วยตัวของเธอเอง อาหารเช้าของวันนี้ เธอทำข้าวต้มหมู ที่มีกากหมูและหอมเจียวโรยหน้า อย่างที่จิรกิตติ์เคยชื่นชอบ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังจะชื่นชอบอยู่หรือเปล่า


            “หอมจังค่ะ หน้าตาดูน่ากินมากเลยด้วย”


            ลำพูน เป็๲แม่บ้านที่มาคอยทำอาหาร ทำความสะอาด โดยเป็๲แม่บ้านที่ไม่ได้พักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้ จะมาทำงานแบบมาเช้าเย็นกลับ ลำพูนมองดูข้าวต้มหมูโรยหน้าด้วยกากหมูและหอมเจียว ที่ตักใส่ชามพร้อมเสิร์ฟ ก็ยิ้มพร้อมกับพูดตามที่ตัวเองคิด


            ^_^


            “ข้าวต้มนี้พี่กิตติ์เขาชอบกินเมื่อนานมาแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังจะชอบอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้”


            เตชินีหันไปส่งยิ้มหวานให้ลำพูน ก่อนจะบอกเล่าให้ลำพูนรู้ว่าอาหารตรงหน้านี้ จิรกิตติ์เคยชื่นชอบเป็๲อย่างมากเมื่อตอนที่ยังอยู่ด้วยกันกับญาณุสา ตอนนั้นญาณุสาบอกให้เตชินีทำข้าวต้มหมูนี้ให้จิรกิตติ์กินอยู่บ่อยครั้ง


            “เดี๋ยวนียกไปให้พี่เขาเองค่ะป้า”


            “เอาอย่างงั้นหรือคะ?”


            เตชินีเห็นลำพูนทำท่าจะยกถาดอาหารดังกล่าวนี้ไปให้จิรกิตติ์ เธอจึงบอกลำพูนให้รู้ ว่าเธอจะเป็๲คนยกไปให้จิรกิตติ์เอง ลำพูนมองสบตากับดวงตากลมโตคู่สวยอย่างไม่แน่ใจ เพราะรู้ว่าจิรกิตติ์จะเอะอะโวยวายทุกครั้งที่เจอหน้าเตชินี


            ลำพูนดูออกว่าจิรกิตติ์ไม่ค่อยชอบเตชินีเอาเลยจริงๆ ราวกับโกรธเกลียดเตชินีมาเป็๲ชาติยังไงยังงั้น แต่ลำพูนก็ไม่รู้เหตุผลทำไมจิรกิตติ์ถึงได้โกรธเกลียดเตชินีเช่นนั้น ลำพูนไม่คิดจะถามหรือไม่คิดจะอยากรู้อยากเห็นเ๱ื่๵๹ของเ๽้านาย เพราะรู้ดีว่าจิรกิตติ์ไม่ชอบให้วุ่นวายเ๱ื่๵๹ส่วนตัว


            “อืม”


            เตชินีพยักหน้าตอบอย่างแน่ใจอย่างนั้น ที่เตชินี๻้๵๹๠า๱จะยกอาหารเข้าไปให้จิรกิตติ์ด้วยตัวเอง ก็เพราะพอจิรกิตติ์กินเสร็จเธอจะได้ให้จิรกิตติ์กินยาไปด้วยเลยนั่นเอง หากว่าลำพูนยกอาหารและยาไปให้จิรกิตติ์ เขาก็จะไม่ยอมกินยาแทบทุกครั้งไป


            เตชินียกถาดขึ้นมาถือ หันไปยิ้มหวานกับลำพูนนิดหนึ่ง แล้วจึงค่อยเดินถือถาดอาหารออกจากห้องครัว ตรงไปที่ห้องนอนของจิรกิตติ์


            ก๊อกๆๆ......


            แกร๊ก......


            เตชินีมาถึงหน้าห้องนอนของจิรกิตติ์ จึงยกมือเรียวเล็กข้างหนึ่งขึ้นเคาะ และตามด้วยใช้มือเรียวเล็กเปิดประตู ก้าวเท้าเดินตรงเข้าไปภายในห้อง


            “เข้ามาเสนอหน้าทำไม ฉันไม่ได้สั่งให้เธอเข้ามา ออกไป!”


            จิรกิตติ์ที่ตอนนี้กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงนอน เห็นร่างบางเดินถือถาดอาหารเข้ามา ดวงตาคมกริบลุกวาวโรจน์อย่างไม่พอใจ ปากพูดไล่ให้เตชินีออกไปจากห้อง โดยไม่สนใจใยดีความรู้สึกของเธอเลยสักนิด


            “ไม่ออก จนกว่าคุณจะกินข้าวกินยาซะก่อน”


            เตชินีถูกไล่เช่นนั้นก็ให้หน้าชาอยู่บ้าง แต่เธอทำเป็๲หน้าด้านหน้าหนาเข้าไว้ เดินเอาถาดอาหารมาวางลงบนโต๊ะ จากนั้นเลื่อนโต๊ะดังกล่าวมาข้างๆ เตียงนอน เพื่อให้จิรกิตติ์กินอาหารได้สะดวก


            “.........”


            จิรกิตติ์เห็นข้าวต้มหมูโรยด้วยกากหมูและหอมเจียว ก็จ้องมองตาเขม็ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองใบหน้าสวยหวาน ด้วยอารมย์คุกรุ่นมากยิ่งขึ้น


            ดวงตากลมโตคู่สวยมองสบประสานสายตากับดวงตาคมกริบ ที่มีเปลวไฟอยู่ในนั้น โดยไม่คิดจะเลี่ยงหลบ ถึงแม้ภายในใจจะให้รู้สึกหวาดหวั่น หวาดกลัว ก็ตามที


            “กินข้าวแล้วกินยา หากคุณว่าง่ายๆ นีก็จะไม่กวนคุณ จะไม่อยู่ให้คุณเห็นหน้านาน”


            ปากบางจิ้มลิ้มพูดบอกด้วยน้ำเสียงปกติ แต่กระนั้นก็ยังคงใช้ลูกล่อลูกชน เพื่อให้ชายหนุ่มตัวโตที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงนอน ยอมลงมือกินข้าวกินยาแต่โดยดี


            “ฉันไม่กิน”


            “ถ้าคุณไม่กิน นีก็จะอยู่ให้คุณเห็นหน้าอยู่อย่างนี้แหละ”


            เมื่อจิรกิตติ์ดื้อดึงไม่ยอมกินข้าวกินยา เตชินีจึงดื้อดึงไม่ยอมออกไปจากห้องบ้างเหมือนกัน นั่นยิ่งทำให้จิรกิตติ์อารมณ์พลุกพล่านมากยิ่งขึ้น


            “ฉันบอกว่าไม่กินก็คือไม่กินไง”


            เพลี๊ยงงงงง......


            “โอ๊ะ โอ๊ยยย!!!!!!”


            จิรกิตติ์ปัดถาดอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ ข้าวต้มหมูในชามกระเฉาะไปโดนหลังมือเรียวเล็ก ก่อนที่ชามข้าวต้มหมูจะตกลงสู่พื้นห้อง แตกกระจัดกระจายเปรอะเปื้อนเลอะเทอะ


    ๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗