เตชินีเข้าครัวลงมือทำอาหารเช้าให้จิรกิตติ์ด้วยตัวของเธอเอง อาหารเช้าของวันนี้ เธอทำข้าวต้มหมู ที่มีกากหมูและหอมเจียวโรยหน้า อย่างที่จิรกิตติ์เคยชื่นชอบ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังจะชื่นชอบอยู่หรือเปล่า
“หอมจังค่ะ หน้าตาดูน่ากินมากเลยด้วย”
ลำพูน เป็แม่บ้านที่มาคอยทำอาหาร ทำความสะอาด โดยเป็แม่บ้านที่ไม่ได้พักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้ จะมาทำงานแบบมาเช้าเย็นกลับ ลำพูนมองดูข้าวต้มหมูโรยหน้าด้วยกากหมูและหอมเจียว ที่ตักใส่ชามพร้อมเสิร์ฟ ก็ยิ้มพร้อมกับพูดตามที่ตัวเองคิด
^_^
“ข้าวต้มนี้พี่กิตติ์เขาชอบกินเมื่อนานมาแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังจะชอบอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้”
เตชินีหันไปส่งยิ้มหวานให้ลำพูน ก่อนจะบอกเล่าให้ลำพูนรู้ว่าอาหารตรงหน้านี้ จิรกิตติ์เคยชื่นชอบเป็อย่างมากเมื่อตอนที่ยังอยู่ด้วยกันกับญาณุสา ตอนนั้นญาณุสาบอกให้เตชินีทำข้าวต้มหมูนี้ให้จิรกิตติ์กินอยู่บ่อยครั้ง
“เดี๋ยวนียกไปให้พี่เขาเองค่ะป้า”
“เอาอย่างงั้นหรือคะ?”
เตชินีเห็นลำพูนทำท่าจะยกถาดอาหารดังกล่าวนี้ไปให้จิรกิตติ์ เธอจึงบอกลำพูนให้รู้ ว่าเธอจะเป็คนยกไปให้จิรกิตติ์เอง ลำพูนมองสบตากับดวงตากลมโตคู่สวยอย่างไม่แน่ใจ เพราะรู้ว่าจิรกิตติ์จะเอะอะโวยวายทุกครั้งที่เจอหน้าเตชินี
ลำพูนดูออกว่าจิรกิตติ์ไม่ค่อยชอบเตชินีเอาเลยจริงๆ ราวกับโกรธเกลียดเตชินีมาเป็ชาติยังไงยังงั้น แต่ลำพูนก็ไม่รู้เหตุผลทำไมจิรกิตติ์ถึงได้โกรธเกลียดเตชินีเช่นนั้น ลำพูนไม่คิดจะถามหรือไม่คิดจะอยากรู้อยากเห็นเื่ของเ้านาย เพราะรู้ดีว่าจิรกิตติ์ไม่ชอบให้วุ่นวายเื่ส่วนตัว
“อืม”
เตชินีพยักหน้าตอบอย่างแน่ใจอย่างนั้น ที่เตชินี้าจะยกอาหารเข้าไปให้จิรกิตติ์ด้วยตัวเอง ก็เพราะพอจิรกิตติ์กินเสร็จเธอจะได้ให้จิรกิตติ์กินยาไปด้วยเลยนั่นเอง หากว่าลำพูนยกอาหารและยาไปให้จิรกิตติ์ เขาก็จะไม่ยอมกินยาแทบทุกครั้งไป
เตชินียกถาดขึ้นมาถือ หันไปยิ้มหวานกับลำพูนนิดหนึ่ง แล้วจึงค่อยเดินถือถาดอาหารออกจากห้องครัว ตรงไปที่ห้องนอนของจิรกิตติ์
ก๊อกๆๆ......
แกร๊ก......
เตชินีมาถึงหน้าห้องนอนของจิรกิตติ์ จึงยกมือเรียวเล็กข้างหนึ่งขึ้นเคาะ และตามด้วยใช้มือเรียวเล็กเปิดประตู ก้าวเท้าเดินตรงเข้าไปภายในห้อง
“เข้ามาเสนอหน้าทำไม ฉันไม่ได้สั่งให้เธอเข้ามา ออกไป!”
จิรกิตติ์ที่ตอนนี้กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงนอน เห็นร่างบางเดินถือถาดอาหารเข้ามา ดวงตาคมกริบลุกวาวโรจน์อย่างไม่พอใจ ปากพูดไล่ให้เตชินีออกไปจากห้อง โดยไม่สนใจใยดีความรู้สึกของเธอเลยสักนิด
“ไม่ออก จนกว่าคุณจะกินข้าวกินยาซะก่อน”
เตชินีถูกไล่เช่นนั้นก็ให้หน้าชาอยู่บ้าง แต่เธอทำเป็หน้าด้านหน้าหนาเข้าไว้ เดินเอาถาดอาหารมาวางลงบนโต๊ะ จากนั้นเลื่อนโต๊ะดังกล่าวมาข้างๆ เตียงนอน เพื่อให้จิรกิตติ์กินอาหารได้สะดวก
“.........”
จิรกิตติ์เห็นข้าวต้มหมูโรยด้วยกากหมูและหอมเจียว ก็จ้องมองตาเขม็ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองใบหน้าสวยหวาน ด้วยอารมย์คุกรุ่นมากยิ่งขึ้น
ดวงตากลมโตคู่สวยมองสบประสานสายตากับดวงตาคมกริบ ที่มีเปลวไฟอยู่ในนั้น โดยไม่คิดจะเลี่ยงหลบ ถึงแม้ภายในใจจะให้รู้สึกหวาดหวั่น หวาดกลัว ก็ตามที
“กินข้าวแล้วกินยา หากคุณว่าง่ายๆ นีก็จะไม่กวนคุณ จะไม่อยู่ให้คุณเห็นหน้านาน”
ปากบางจิ้มลิ้มพูดบอกด้วยน้ำเสียงปกติ แต่กระนั้นก็ยังคงใช้ลูกล่อลูกชน เพื่อให้ชายหนุ่มตัวโตที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงนอน ยอมลงมือกินข้าวกินยาแต่โดยดี
“ฉันไม่กิน”
“ถ้าคุณไม่กิน นีก็จะอยู่ให้คุณเห็นหน้าอยู่อย่างนี้แหละ”
เมื่อจิรกิตติ์ดื้อดึงไม่ยอมกินข้าวกินยา เตชินีจึงดื้อดึงไม่ยอมออกไปจากห้องบ้างเหมือนกัน นั่นยิ่งทำให้จิรกิตติ์อารมณ์พลุกพล่านมากยิ่งขึ้น
“ฉันบอกว่าไม่กินก็คือไม่กินไง”
เพลี๊ยงงงงง......
“โอ๊ะ โอ๊ยยย!!!!!!”
จิรกิตติ์ปัดถาดอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ ข้าวต้มหมูในชามกระเฉาะไปโดนหลังมือเรียวเล็ก ก่อนที่ชามข้าวต้มหมูจะตกลงสู่พื้นห้อง แตกกระจัดกระจายเปรอะเปื้อนเลอะเทอะ
๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗๔๗