กลิ่นอายของความตึงเครียดแขวนลอยอยู่ในอากาศั้แ่เช้าตรู่ของวันนี้บรรยากาศภายในองค์กรของเครอสดูเคร่งขรึมกว่าปกติ เพราะวันนี้คือวันที่ การประชุมใหญ่แห่งโลกใต้ดินจะเริ่มขึ้น เป็การรวมตัวของสี่ตระกูลผู้กุมอำนาจสูงสุดเพื่อหารือและตัดสินใจเกี่ยวกับปัญหาใหญ่ที่กำลังคุกคามสมดุลของโลกใต้ดิน นั่นคือ แก๊งมาเฟียชาวบราซิลที่ค้าขายยาเสพติดและเริ่มขยายอิทธิพลเข้ามาในพื้นที่ของพวกเขา
ซากิในชุดสูทสีเข้มยืนนิ่งอยู่ข้างกายเครอสใบหน้าเรียบเฉยของเขาไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ แต่แววตาคมกริบฉายแววครุ่นคิดเขาคุ้นชินกับการอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ดี แม้ว่าโลกที่เขาอยู่จะเต็มไปด้วยความมืดมิดและอันตรายแต่เขาก็ยอมรับมันและทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเคร่งครัด
ไม่นานนักแขกผู้ทรงอิทธิพลก็ทยอยเดินทางมาถึงบรรยากาศในห้องประชุมขนาดใหญ่เต็มไปด้วยพลังอำนาจที่มองไม่เห็นแต่ััได้ถึงความน่าเกรงขามจากบุคคลที่นั่งประจำตำแหน่งของแต่ละตระกูล
ตระกูลที่1 อะธาบัสกาประธานองค์กรและผู้ควบคุมสูงสุด ประกอบด้วยไครอน ผู้เป็ประธาน และลูกชายของเขาฟีนิกซ์ ตำแหน่งรองประธาน
อะธาบัสกาชื่อที่เอ่ยขึ้นมาแล้วต้องก้มหัวให้ ตระกูลนี้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของอำนาจ เป็ผู้ชี้นำและตัดสินใจในทุกเื่ราวที่เกี่ยวข้องกับโลกใต้ดินอำนาจของพวกเขานั้นยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามกว่าตระกูลอื่นอย่างเห็นได้ชัดและที่สำคัญที่สุดคืออะธาบัสกามีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้ทรงอำนาจในแคนาดา ซึ่งเป็ความลับที่รู้กันเฉพาะในหมู่ผู้มีอำนาจสูงสุดเท่านั้นการเชื่อมโยงกับอำนาจรัฐบาลนี้ยิ่งทำให้พวกเขามีอิทธิพลที่ไม่อาจโค่นล้มได้อะธาบัสกานั่งอยู่บนหัวโต๊ะ ด้วยสายตาที่สุขุมแต่แฝงไปด้วยพลังกดดันมหาศาล
ตระกูลที่2 ออร์บิส พรีมัส ผู้คุมกฎและผู้ลงทัณฑ์ ประกอบด้วยเครอส ออร์บิส พรีมัส
พวกเขาคือผู้คุมกฎและลงทัณฑ์ผู้กระทำผิดในโลกใต้ดินนี้ เมื่อใดที่มีการละเมิดกฎหรือมีผู้ใดก้าวล่วงเส้นแบ่งที่ตระกูลอื่นๆ ได้กำหนดไว้ ออร์บิสพรีมัสจะเป็ผู้ที่เข้าไปจัดการและลงโทษอย่างไร้ความปรานีพวกเขายืนหยัดเพื่อรักษาสมดุลและความสงบเรียบร้อยภายใต้ความมืดการตัดสินใจของพวกเขามักจะเด็ดขาดและเฉียบคม เครอสนั่งอยู่ข้างๆ อะธาบัสกาด้วยท่าทางที่สงบนิ่ง แต่แววตาคมกริบของเขาก็พร้อมที่จะประเมินสถานการณ์ทุกอย่าง
ตระกูลที่3 วาลัวห์ ผู้พิพากษาและที่ปรึกษาประกอบด้วยอิซเบลและชาร์ลอต
สองหญิงงามตระกูลเก่าแก่จากฝรั่งเศสที่มีผู้นำเป็ผู้หญิงสองคนพวกเขาคือผู้พิพากษาและที่ปรึกษา แห่งโลกใต้ดินนี้ ตระกูลวาลัวร์เน้นการใช้สมองความคิด และความเที่ยงธรรมในการตัดสินปัญหาน้อยครั้งมากที่มือของพวกเขาจะเปื้อนเื หากไม่ถูกล้ำเส้นจนเกินไป พวกเขาจะพยายามเจรจาและไกล่เกลี่ยข้อพิพาทต่างๆอย่างยุติธรรมที่สุด แต่หากพบว่าเื่ใดเกินกว่าจะเจรจาได้และถึงเวลาที่ต้องใช้กำลังตัดสิน พวกเขาจะส่งเื่ต่อไปยังตระกูลออร์บิส พรีมัสให้เป็ผู้จัดการขั้นเด็ดขาด
ตระกูลที่4 แคลเรนดอล ซินแคลร์ ผู้เก็บกวาดอำพรางและหน่วยข่าวกรอง กาเบรียล ผู้นำตระกูลที่อายุน้อยที่สุดเท่าที่เคยมีมาแต่เปี่ยมด้วยความสามารถที่ยากจะปฎิเสธ
ตระกูลที่เล็กที่สุดแต่มีความสำคัญอย่างยิ่งข้อมูลทุกอย่างที่ไหลเวียนในโลกมืดจะถูกรวบรวมและวิเคราะห์โดยตระกูลนี้และหากมีเื่ที่ต้องจัดการอย่างลับๆ แคลเรนดอนซินแคลร์ก็จะเป็ผู้รับผิดชอบดูแลจัดการให้ทุกอย่างเรียบร้อยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นตระกูลนี้เป็พันธมิตรกับออร์บิส พรีมัส เป็พิเศษเนื่องจากมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นในอดีตที่ทำให้ผู้นำตระกูลนี้ คือ กาเบรียลต้องก้าวขึ้นมาเป็ผู้นำั้แ่อายุเพียง 23 ปีทำให้เขากลายเป็ผู้นำที่อายุน้อยที่สุดในบรรดาตระกูลใหญ่แต่ฝีมือของเขานั้นยอดเยี่ยมและเป็ที่ยอมรับอย่างมาก โดยมีออร์บิส พรีมัสเป็ผู้สนับสนุนหลัก จึงไม่มีใครกล้าแตะต้องพวกเขา
การประชุมเริ่มต้นขึ้นด้วยบรรยากาศที่หนักอึ้งแต่ละตระกูลต่างนำเสนอข้อมูลและข้อคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาจากแก๊งมาเฟียชาวบราซิลซากิยืนอยู่ข้างเครอส สังเกตการณ์ทุกความเคลื่อนไหวและทุกคำพูดที่เอ่ยออกมาความสามารถในการวิเคราะห์สถานการณ์ของเขาเป็ที่ประจักษ์และนั่นคือเหตุผลที่เครอสไว้ใจเขาอย่างมากในสถานการณ์เช่นนี้ อะธาบัสกาเริ่มเปิดการประชุมด้วยเสียงทุ้มลึกกังวาน
"เรามารวมตัวกันวันนี้เพื่อหารือถึงภัยคุกคามใหม่พวกแก๊งบราซิลนั่นเริ่มล้ำเส้นเรามากเกินไปแล้ว" เขากวาดสายตามองไปรอบๆห้อง "ผม้าฟังความคิดเห็นของพวกคุณทุกคน"
เครอสเอ่ยขึ้นเป็คนแรกด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"จากข้อมูลที่เราได้รับพวกมันเริ่มเข้ามาแทรกซึมตามเส้นทางขนส่งเดิมของเราหลายจุดและพยายามที่จะแย่งชิงพื้นที่กระจายสินค้ายาเสพติด นี่เป็เื่ที่ยอมรับไม่ได้"
ชาร์ลอตจากตระกูลวาลัวร์ผู้มีเรือนผมสีน้ำเงินยาวสลวยเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม
"เราได้ประเมินสถานการณ์แล้วการปะทะโดยตรงอาจนำไปสู่าที่ยืดเยื้อ ซึ่งไม่เป็ผลดีต่อฝ่ายใดเลยเราควรพิจารณาทางเลือกในการเจรจาก่อน"
กาเบรียล ชายหนุ่มชาวสกอตแลนด์ผู้มีรูปร่างสูงโปร่งคล่องแคล่ว ผิวขาวซีด ผมสีแดงเข้ม ดวงตาสีฟ้าใสราวกับน้ำทะเลในหน้าร้อนเขามีนิสัยร่าเริง ขี้เล่น พูดเก่ง แต่บางครั้งก็มีแววตาที่ดูลึกลับและน่าขนลุกเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายๆ แต่แววตาซุกซนกลับฉายประกายความจริงจัง
"เจรจาน่ะเหรอ? ผมไม่แน่ใจว่าพวกบราซิลนั่นจะเข้าใจภาษาคนหรอกนะครับพวกมันเหมือนพวกสัตว์ป่าที่ใช้แต่กำลังและเงินสกปรกเท่านั้น" เขากระแอมเบาๆ
"แต่แน่นอนครับท่านวาลัวร์ถ้า้าให้ผมหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเส้นทางลำเลียงยาหรือแหล่งกบดานของพวกมันผมก็ยินดี"
เครอสเหลือบมองกาเบรียลเล็กน้อย "นายทำได้ดีเสมอ กาเบรียล" เขาหันกลับไปหาผู้นำตระกูลวาลัวร์
"เราเข้าใจถึงแิการเจรจาแต่บางครั้งการเจรจาสำหรับพวกบางกลุ่มก็คือการแสดงความอ่อนแอและพวกมันก็จะยิ่งได้ใจ"
อะธาบัสกาพยักหน้าเล็กน้อย "ถูกต้อง...เราไม่สามารถปล่อยให้พวกมันสร้างความปั่นป่วนและทำลายระเบียบที่เราสร้างมาได้ง่ายๆ" เขามองไปยังเครอส
"ออร์บิสพรีมัส จะต้องเป็ผู้จัดการเื่นี้ แต่เราต้องมีการวางแผนที่รัดกุมที่สุด"
"ทางผมมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงสร้างแก๊งของพวกมันและจุดอ่อนบางอย่างที่น่าสนใจ" กาเบรียลเอ่ยขึ้นอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มที่ดูมีเลศนัย "ผมคิดว่าเราสามารถใช้ข้อมูลนี้เป็แต้มต่อได้มากทีเดียว"
"แล้วเื่การเก็บกวาดล่ะ" ผู้นำหญิงอีกคนของตระกูลวาลัวร์ถามขึ้น
"หากมีการปะทะเกิดขึ้น จะต้องไม่มีร่องรอยใดทิ้งไว้แม้แต่น้อย"
กาเบรียลยิ้มกว้าง "แน่นอนครับท่านผมกับทีมงานจะดูแลจัดการให้ทุกอย่างเรียบร้อยราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นเลยครับ" เขาหันไปสบตากับซากิเล็กน้อยที่ยืนนิ่งอยู่ข้างเครอส
"ว่าแต่...ผมได้ยินมาว่า อัจฉริยะทั้งสองอย่างซากิ และไซลาส ได้ส่ง 'ของขวัญต้อนรับ' ไปให้พวกบราซิลถึงหน้าบ้านแล้วนี่ครับ ดูเหมือนว่าพวกมันจะเริ่มเรียนรู้แล้วว่าใครคือเ้าถิ่นตัวจริง"
คำพูดของกาเบรียลทำให้บรรยากาศในห้องประชุมเปลี่ยนไปเล็กน้อยแม้จะเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลก แต่ความจริงจังและอำนาจที่ซ่อนอยู่ในนั้นก็ชัดเจนซากิยังคงยืนนิ่งไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆ แต่เครอสที่อยู่ใกล้ๆก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองซากิแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับมายังกาเบรียลพร้อมรอยยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก
"เป็คำสั่งของผมเอง" เครอส เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เต็มไปด้วยอำนาจสายตาของเขากวาดมองไปทั่วห้องประชุม ราวกับ้าตอกย้ำถึงผู้ที่รับผิดชอบการกระทำนั้น
"เพื่อให้พวกมันเข้าใจว่าใครคือผู้ดูแลในพื้นที่นี้ก่อนที่การเจรจาหรือการปะทะจะเริ่มขึ้น"
การประชุมยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้นทุกคำพูดล้วนมีความสำคัญและมีผลต่อการตัดสินใจครั้งใหญ่ที่จะกำหนดชะตากรรมของโลกใต้ดินซากิยังคงยืนนิ่งเงียบ จดจำทุกรายละเอียด ทุกน้ำเสียงและทุกสีหน้าของผู้นำแต่ละตระกูลเพื่อนำไปวิเคราะห์และเตรียมพร้อมสำหรับการปฏิบัติการที่จะตามมาหลังจากการประชุมใหญ่ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดซากิยังคงยืนนิ่งอยู่ข้างเครอสในห้องประชุม บรรยากาศภายในห้องยังคงคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายของแผนการและกลยุทธ์ที่กำลังจะถูกนำไปปฏิบัติการปะทะกับแก๊งมาเฟียชาวบราซิลเป็สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และทุกคนต่างรู้ดีถึงความหมายของมัน
"ผมจะนำในครั้งนี้เอง" เครอสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงและเปี่ยมอำนาจสายตาคมกริบของเขามองออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ที่เผยให้เห็นทิวทัศน์ของเมืองด้านล่าง
"แต่ฉัน้าให้นายและวูล์ฟเตรียมความพร้อมของหน่วยหลักทั้งหมด" ซากิพยักหน้าเล็กน้อยใบหน้าเรียบเฉยของเขานิ่งสนิทราวกับรูปปั้น แม้จะรับรู้ถึงความรุนแรงที่จะตามมาแต่เขาก็ไม่แสดงอาการหวั่นไหวใดๆ เพราะนี่คือหน้าที่ ที่เขาคุ้นชินมาทั้งชีวิต
จากนั้นร่างสูงใหญ่ของชายอีกคนก็ก้าวเข้ามาในห้องเขาคือวูล์ฟ เฟอร์กัสสัน มือซ้ายคนสนิทของเครอสวูล์ฟมีบุคลิกที่แตกต่างจากซากิอย่างสิ้นเชิง เขามีนิสัยขี้เล่น กวนประสาท ใจร้อนและออกแนวอันธพาลนิดๆ ร่างกายกำยำบ่งบอกถึงความถนัดในการใช้พละกำลังและการต่อสู้สายตาของเขากวาดมองมาที่ซากิและเครอส ก่อนจะส่งรอยยิ้มกรุ่มกริ่มให้
"มีใครให้ผมกระทืบเล่นเหรอครับบอส?" วูล์ฟเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยาบกระด้างแต่แฝงความเคารพเครอสหัวเราะในลำคอเบาๆ
"แก๊งบราซิลกำลังล้ำเส้น" เครอสอธิบายสั้นๆ "เตรียมพร้อมหน่วยจู่โจมและวางแผนการเคลื่อนไหวให้รัดกุมที่สุด"
"ได้เลยครับบอส!" วูล์ฟตอบรับอย่างกระตือรือร้น "ผมจะไปลับคมเขี้ยวให้พวกหมาบ้าพวกนั้นรอเลย"
เครอสหันมามองซากิอีกครั้งสายตาของเขาอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับดวงตาของซากิ
"วูล์ฟจัดการเื่กำลังพลส่วนนาย... ซากิ" เครอสชี้ไปที่แผนที่ขนาดใหญ่บนโต๊ะ
"ฉันอยากให้นายเป็ผู้ดูแลกลยุทธ์ทั้งหมด นายคือคนเดียวที่สามารถมองเห็นความเป็ไปได้ทั้งหมดและจุดอ่อนที่ซ่อนอยู่"
ซากิพยักหน้าเล็กน้อยรับคำสั่งนั้นอย่างสงบแม้จะไม่ได้แสดงออกทางสีหน้าแต่ภายในใจของเขากำลังประมวลผลข้อมูลและวางแผนการรบที่ซับซ้อนเครอสรู้ดีว่าซากิคือคนที่มีความสามารถพิเศษในการวิเคราะห์และตัดสินใจได้อย่างเฉียบคมในสถานการณ์วิกฤตินั่นคือเหตุผลที่เขามอบหมายหน้าที่สำคัญนี้
หลังจากวูล์ฟเดินออกไปซากิก็เริ่มจัดการเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนเขาล้มตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนัง ดวงตาคมกริบจ้องมองไปยังแผนที่ที่กางอยู่เบื้องหน้าภาพของพื้นที่ที่เคยสงบสุขค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็สนามรบในจินตนาการ า...การสูญเสีย... ความรับผิดชอบ... คำเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวของซากิไม่ใช่ความกลัว แต่เป็ความคุ้นเคยที่น่ารังเกียจ เขายื่นมือออกไปหยิบรูปถ่ายเก่าๆที่วางอยู่บนโต๊ะ มันเป็รูปครอบครัวของเขาเมื่อหลายปีก่อน พ่อ แม่และฮารุในวัยเด็ก ภาพความสุขที่เลือนรางค่อยๆแตกสลายไปในห้วงความคิดของเขาเมื่อภาพของใบหน้าผู้เป็แม่ที่เต็มไปด้วยเืผุดขึ้นมาแทนที่ ตามมาด้วยภาพของโรงฝึกดาบคุโรซากิที่ลุกไหม้และเสียงกรีดร้องของผู้คนที่ล้มตาย
แววตาของซากิเริ่มสั่นไหวเล็กน้อย ความรู้สึกเ็ปที่ถูกฝังลึกกลับคืบคลานขึ้นมาอย่างช้าๆมันไม่ใช่แค่ฝันร้ายที่เขาต้องเผชิญในยามหลับแต่เป็ภาพหลอนที่ตามหลอกหลอนเขาแม้ในยามตื่น ทุกการตัดสินใจทุกความรับผิดชอบที่เขากำลังจะแบกรับ ล้วนเตือนย้ำถึงอดีตอันโหดร้ายนั้น
มือเรียวของซากิสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเขานึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่พลิกผันชีวิตของเขาและฮารุจากตระกูลที่โด่งดังในฐานะโรงฝึกดาบสู่การเป็นักฆ่าเงาและสุดท้ายคือการล่มสลายอย่างกะทันหัน...