ตอนที่ยี่สิบสอง อวิชชาแดนไซฮก
..
ในที่ห่างไกลออกไปมีคนจับตาดูนอกจากพี่ใหญ่ของผมที่หน้าซีดปากสั่นขยับตัวไม่ออกเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า
“ฮืมเด็กร้ายกาจ ลงมือทีเดียวสำเร็จผล น่ากลัวจริงๆ”
ผู้าุโของตระกูลดูสถานการณ์ที่เหล่านายน้อยต่อสู้กันบอกออกมา
“ ฮา แต่พวกเรายังจับพิรุธที่หวังลี่ถ่ายทอดพลังให้กับอี้จิงได้ ช่างไม่ธรรมดาจริงๆ แม้แต่สถานการณ์เช่นนี้ก็ยังไม่ยอมเปิดเผยฝีมือที่แท้จริง”
เอ่อ อย่าเข้าใจไปอย่างนั้นสิที่จริงผมสู้อี้จิงไม่ได้ต่างหาก เอ๋ว่าแต่วิชาที่ผมฝึกมันทำให้ได้ยินเสียงดีขนาดนี้เชียวหรือและผมมองไปทางอี้จิงที่กำลังทำท่าทางเขินกับการที่คนจำนวนมากมารุมล้อมชื่นชม..ที่ท่าทางเธอจะไม่ได้ยินเสียงจากที่ไกลๆ?
หรือวิชามันออกมาตามแต่บุคคล คนที่หมกมุ่นไม่สนโลกภายนอกเลยไม่ฝึกวิชาฟังเสียงไกลๆแบบนี้ ส่วนคนหวาดกลัวและระแวงอย่างผมวิชาเลยออกมาอีกอย่างหนึ่ง
โลกนี้นี่มันซับซ้อนจริงๆ ต้องศึกษาและทดลองเพิ่มมากขึ้นอีกแล้ว
เต๋าและเคล็ดวิชาแต่ละคนก็จะแยกไปตามลักษณะนิสัยสินะ
หรือผมจะลองไปเรียนวิชาแพทย์ดีนะ?
น่าสนใจเหมือนกัน
ผู้าุโของตระกูล สามไม่สิ สี่คน
อีกคนหนึ่งซ่อนตัวจากอีกสามคนที่ยืนอยู่ไม่ให้อีกสามคนรู้ตัว
ทำท่าทางเป็ผู้รู้ดูสถานการณ์สักพัก พยักหน้ากับตนเองแล้วก็จากไป
นี่ก็คือความสามารถของผม
Echolocation ความสามารถที่คนตาบอดและแดร์เดวิลมี คือการจับคลื่นที่อยู่ห่างไกลออกไปแม้จะไม่ต้องใช้ดวงตาก็ตาม
ตอนแรกผมนึกว่าแค่จะมีการจับวัตถุแต่เหมือนหากผมรับรู้วัตถุอะไร และหากจับภาพสิ่งนั้นได้ หากผมเพ่งความสนใจในสิ่งนั้น ก็เหมือนกับผมยืนได้ยินหรือสังเกตข้างๆสิ่งนั้นได้
นี่คือสาเหตุที่ผมสามารถรักษากระดูกที่แตกละเอียดได้ด้วยความง่ายดายนั่นเอง
เพราะใช้หลักการคล้ายๆอัลตร้าซาวด์ด้วยคลื่นลมปราณ จำแนกแยะแยะกล้ามเนื้อและกระดูกที่เสียหาย
แต่ว่าพลังการจับเสียงของปราณมันโกงขนาดนี้เชียว
แล้วทำไมไม่ค่อยมีคนใช้งานกันอย่างนี้กันนะ?
หรือเพราะผมออกแนว
“อวิชชาชมพูทวีป”
ที่ใช้ตำราพรหมศาสตร์และของดินแดนอาทิตย์อุทัยในการฝึก วิชาเลยออกมาพิสดารไม่เหมือนแนวทางการฝึกของแดนจงหยวน?
รู้สึกผมจะยิ่งเข้าใกล้ความเป็วิชามารมากขึ้นอย่างไรชอบกล แต่ไซโรอัสเตอร์ คับบาล่าห์ต่างๆมันก็เรียกว่าเข้าข่ายวิชาของนิกายเรืองโรจน์ เม้งก้ามากกว่าแนวของสำนักมาตรฐานล่ะนะ
ถึงที่จริงพรหมศาสตร์จะเป็แนววิชามาตรฐานที่ท่านปรมาจารย์ตั๊กม้อเรียนมาั้แ่สมัยยังเป็เ้าชายในนครรัฐของอินเดียก็ตาม
อย่างที่เคยกล่าวว่าอย่าเข้าใจผิดในเื่ของเคล็ดวิชา
ว่าก๊วยเจ๊ง เตียบ่อกี้คือคนนอนกลางดินกินกลางทราย
แต่บรรดาปรมาจารย์นั้นคือคนที่มีวิชาความรู้
ก่อนที่ท่านจะคิดเคล็ดวิชาต่างๆ ท่านปรมาจารย์ตั๊กม้อก็เป็เ้าชายที่ได้ชื่อเสียงว่าอัจฉริยะและชาญฉลาดก่อนหน้านั้นอยู่แล้ว
และใช้ความรู้ความเข้าใจต่างๆ ตกผลึกเป็เคล็ดวิชาที่ท่านปรมาจารย์สั่งสอนลูกศิษย์ได้ในภายหลัง
ที่ผมทำก็เหมือนกับคิดค้นวิศวกรรมย้อนกลับ จากแิรากฐานของพรหมศาสตร์ ค่อยๆหาจุดเชื่อมรอยต่อของคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น
สร้างความเข้าใจให้ถ่องแท้ขึ้นเหมือนกับการพิสูจน์ทฤษฎีบททางคณิตศาสตร์ที่สูตรสองบรรทัดที่เราเห็นกัน
ที่จริงแล้วมาจากการพิสูจน์ทฤษฎีบทด้วยความยาวสี่ร้อยกว่าหน้า
ผมไม่ค่อยโทษพวกปรมาจารย์ของยุคนี้ ที่แม้แต่คัมภีร์วิชาประจำตระกูลเอง ก็ไม่ยาวไปกว่า 12 หน้าA4
พวกปีศาจผมแดงแดนไซฮกได้ข้อได้เปรียบจากเทคโนโลยีการพิมพ์ต่างๆ ส่วนปรมาจารย์มีข้อจำกัดเื่เทคโนโลยีที่ต้องย่อความเคล็ดวิชาลงกระดาษที่มีเคล็ดวิชาจำกัด
ที่ทำให้ผมต้องพึ่งคนอย่างอี้จิงที่ต้องคอยเชื่อมโยงความหมายแฝงที่ซ่อนอยู่ให้กับผม
และตอนนี้ผมก็กำลังสร้างการพิสูจน์ทฤษฎีบทที่ขาดหายไปอยู่ตามแนวทางของปีศาจผมแดงแดนไซฮกที่้าบทพิสูจน์ที่ชัดแจ้งในทุกขั้นตอน
เรียกว่าคือการ”ปรับพื้นฐานที่หนักแน่น”ในสไตล์ปีศาจผมแดงก็ได้
อะไรที่ไม่ผ่านการพิสูจน์ ไม่มีการอ้างอิง คือขยะทางวิชาการ
วิชาฝีมือของผมคือแนวของปีศาจผมแดงแดนไซฮกกับอวิชชาชมพูทวีป
ที่แม้แต่ตอนที่ผมแอบฟังพวกผู้าุโคุยกันผมก็แบ่งแยกประสาทมาพูดคุยกับกลุ่มคนที่ขอเป็ผู้ติดตามผมอย่างไม่ขัดเขิน
การสร้างกลุ่มผลประโยชน์ที่รับความสำเร็จและอัปยศร่วมกันคือสิ่งที่เป็รากฐานของพลังทางการเมือง
ไม่ว่าใครก็เคยทำผิดพลาดในงานราชการ
กลุ่มคนที่อยู่ฝ่ายเดียวกันก็จะออกมาคอยปกป้องหากเราทำผิดพลาด
การมีกลุ่มของตนเองคือประโยชน์เช่นนี้และการสร้างสถานะของกษัตริย์ไม่อาจทำผิด
คือการสร้างระบบที่กษัตริย์จะไม่ลงมือทำอะไรด้วยตนเอง
แต่ต้องมีผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ซึ่งทางอังกฤษมีการเล่นมุกตลกร้ายกันว่า ยกคนขึ้นมาเป็นายกรัฐมนตรี เพื่อที่จะหาคนที่ต้องรับผิดด้วยโทษปะาง่ายๆเวลาเกิดปัญหาขึ้นจากการบริหารบ้านเมือง
วิธีการของผมก็เรียบง่ายมาก
ผมจะใช้วิธีการบริหารแบบแดนไซฮก
คือให้อี้จิงเป็หัวหน้าเ้าพวกผู้ติดตามผมพวกนี้
และผมเป็แค่คนออกนโยบาย เท่านี้ความผิดพลาดในแผนการที่อาจเกิดขึ้นในการทำงานจริงก็จะมาไม่ถึงผม
ส่วนความชอบที่ทำสำเร็จจากการทำผลงานผมก็จะได้หน้าตลอด
นี่คือหลักการที่มีมาหลายร้อยปีและก็ยังได้ผลอยู่ตลอด
“และก็ขอให้พวกเ้าทำตามคำสั่งของอี้จิงเหมือนกับฟังคำสั่งของข้า”
“ทราบแล้วขอรับนายน้อย”
ทุกคนรับคำอย่างพร้อมเพรียงแม้มีอี้จิงคนเดียวที่ยังกล้าๆกลัวๆ
“มั่นใจหน่อย พี่รู้ว่าเ้าทำได้” ผมพูดจาให้กำลังใจเธอ เพราะเธออย่างน้อยแค่ไม่ฆ่าพวกนี้ตอนที่อารมณ์เสียก็ถือว่าเธอดีกว่าผู้ปกครองเก้าสิบเปอร์เซ็นของโลกนี้แล้ว
บางครั้งเราต้องดูแบบค่าเฉลี่ยเพื่อให้เราสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ได้เที่ยงตรงมากขึ้น