บทที่ 7 ของรางวัล 2
เขาเลือกไอเทมมาชิ้นหนึ่งส่วนอีกสองอย่างเขาเลือกเอาทักษะที่เขาหมายตาเอาไว้ทักษะหนึ่งและของรางวัลชิ้นสุดท้าย เขาอ่านเจอรายละเอียดทักษะหนึ่งที่เหมาะมาก เขาเลยตัดสินใจเลือกทักษะนั้นไปอย่างไม่ลังเล
“ข้าเอาทั้งสามอย่างนี้”ราดิชบอกสิ่งที่เขา้าและยื่นสมุดคืนอีกฝ่าย
“ได้ตามที่ท่านประสงค์”พ่อบ้านชรารับสมุดคืนจากราดิช
จากนั้นพ่อบ้านชราก็ยื่นฝ่ามือมาทาบที่หน้าผากของราดิชฝ่ามือนั้นเปล่งแสงสว่างเจิดจ้าออกมาชั่วอึดใจก็จางหายไปอีกฝ่ายก็ลดมือลงและยิ้มให้ราดิช
เขาเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาและกดดูช่องทักษะพิเศษก็พบว่าได้รับทักษะพิเศษดังกล่าวแล้วและเมื่อเปิดกระเป๋าใส่ไอเทมก็พบว่าไอเทมชิ้นนั้นมานอนอยู่ในกระเป๋าแล้วเช่นกันเหลือเพียงแค่นำไปตรวจสอบก็น่าจะใช้งานได้แล้ว
“ตอนนี้คงต้องรอคารินอย่างเดียว”ราดิชยืนรอคารินโดยมีพ่อบ้านชราสนทนาเป็เพื่อน
พ่อบ้านคนนี้เป็ปัญญาประดิษฐ์ระดับสูงจึงสามารถตอบโต้กับผู้เล่นได้อย่างไม่มีปัญหาเขารออยู่พักใหญ่คารินก็กลับมา เธอเห็นราดิชก็ทำท่าดีใจและเข้ามาหาเขา
“ฉันคิดว่าฉันทำภารกิจสำเร็จแหละ”คารินกล่าวอย่างตื่นเต้น
“ยินดีด้วยที่คุณหนูทำภารกิจสำเร็จ”พ่อบ้านชรากล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพยิ้มแย้ม
“แล้วต้องทำยังไงต่อล่ะ”คารินถามต่อ
จากนั้นพ่อบ้านชราก็ยื่นสมุดสีทองให้เธอเธอรับมาเปิดดูด้วยมือสั่นเทา และเรียกราดิชไปช่วยดูว่าจะเลือกอะไรดีความจริงเขาเองก็เปิดดูทักษะอื่นผ่านตาไปบ้างเหมือนกัน จึงแนะนำเธอได้อยู่บ้าง แต่ก็มีทักษะหลายอย่างที่เขาไม่เจอตอนเปิดอ่านคาดว่าเป็เพราะแต่ละคนจะมีทักษะให้เลือกไม่เหมือนกันตามที่ผู้เล่นท่านนั้นบอกเอาไว้
“ฉันตัดสินใจแล้วฉันจะเล่นนักเวท” คารินกล่าวอย่างมั่นใจ ตอนนี้เธอตัดสินใจได้แล้วในที่สุด
จากนั้นเธอก็เลือกทักษะที่เป็ในส่วนของนักเวทรวมถึงไอเทมชิ้นหนึ่งที่ราดิชแนะนำ เพราะในเมื่อเธอจะเล่นนักเวทและอยากเคลื่อนไหวได้แบบเขาไอเทมชิ้นนี้จึงมีความจำเป็กับเธอหลังจากเขาอ่านรายละเอียดของมันแล้ว
พ่อบ้านชราทำแบบเดียวกับเขาคือยื่นฝ่ามือมาทาบที่หน้าผากของคาริน หลังแสงสว่างจางหายไปหญิงสาวก็เปิดหน้าตางระบบและกระเป๋าขึ้นมาดูสิ่งที่ได้รับพลางยิ้มอย่างสุขใจหาได้เปรียบ
“ตอนนี้ท่านทั้งสองสามารถกลับออกไปได้แล้วไม่ทราบจะกลับกันเลยไหม”พ่อบ้านชราเอ่ยขึ้นมาเมื่อเห็นว่าทั้งสองหมดธุระกับที่นี่แล้ว
ทั้งสองพยักหน้าแทนคำตอบ ก่อนที่พ่อบ้านชราจะโบกมือเล็กน้อยร่างของทั้งสองก็กลายเป็แสงหายไปจากห้องนั้น
“หวังว่าเราจะได้พบกันอีกนะ”พ่อบ้านเอ่ยเสียงเบาก่อนที่ร่างของเขาจะกลายเป็แสงหายไปเช่นกัน
………………….
ทั้งสองกลับมายังจุดเดิมที่สังหารมินิบอสกระต่ายขาวั์อีกครั้งตอนนี้เป็เวลาเย็นมากแล้ว พวกเขาจึงใช้ม้วนคาถากลับเมืองโดยราดิชให้คารินกลับไปก่อน ส่วนเขาก็ตามไปหลังจากเธอไปแล้วทั้งสองไปปรากฏตัวที่ลานกลางหมู่บ้าน เช่นเดียวกับผู้เล่นอีกหลายคนที่กลับมาหลังตะลุยเก็บระดับกันทั้งวัน
ในเกมนี้ตอนกลางคืนสัตว์อสูรบางประเภทจะแข็งแกร่งขึ้นมากแต่ที่เกาะเริ่มต้นนั้นไม่มีสัตว์อสูรประเภทดังกล่าวเพียงแต่ว่าตอนกลางคืนทัศนะวิสัยในการมองเห็นนั้นไม่ค่อยชัดทำให้การโจมตีนั้นลดความแม่นยำลงไปมากดังนั้นจึงไม่ค่อยมีผู้เล่นออกไปเก็บระดับกันเท่าใดแต่จะเปลี่ยนมาพักผ่อนหรือไม่ก็ทำภารกิจภายในเมืองแทนมากกว่า
ที่ลานกลางเมืองเองก็มีหินส่องสว่างติดตั้งอยู่แน่นอนว่าไอเทมนี้มีการติดตั้งอยู่ทั่วหมู่บ้านดังนั้นหมู่บ้านแห่งนี้จึงเต็มไปด้วยความสว่างไสวในตอนนี้ยังมีผู้เล่นเดินสนทนากันอยู่ทั่วไป ส่วนใหญ่เป็กลุ่มผู้เล่นใหม่ที่เพิ่งกลับจากการไปปาร์ตี้กันมา
“พวกเราไปส่งภารกิจกันก่อนแล้วค่อยไปตรวจสอบอุปกรณ์กัน” ราดิชชักชวนหญิงสาว เธอเองก็เห็นด้วย
ทั้งสองตรงไปยังอาคารภารกิจที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้พวกเขาต่างก็ระดับห้ากันแล้วทั้งคู่และตอนที่สังหารมินิบอสกระต่ายขาวั์ไปนั้น คารินก็เกือบจะเลื่อนเป็ระดับหกแล้วส่วนราดิชก็ค่าประสบการณ์มาเกินครึ่งของระดับห้าเช่นเดียวกัน
ทั้งสองส่งภารกิจด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและก็เป็ไปตามคาดพวกเขาได้ค่าประสบการณ์มากมายโดยฉพาะภารกิจจัดการมินิบอสทั้งสามที่ให้ค่าประสบการณ์เยอะมากคารินเลื่อนเป็ระดับเก้า ส่วนราดิชเลื่อนขึ้นเป็ระดับแปด
“อีกนิดเดียวเราก็จะได้เปลี่ยนอาชีพแล้ว”คารินตาเป็ประกายเมื่อเห็นความสำเร็จอยู่ใกล้แค่เอื้อม
“ใช่แล้ว”ราดิชเองก็อารมณ์ดีไม่น้อยเหมือนกัน
ทั้งสองรับภารกิจไปสังหารสัตว์อสูรต่ออย่างไม่ต้องสงสัยราดิชที่ศึกษาบทความของผู้เล่นมาพอสมควรก็คิดภารกิจที่ทำในเมืองไว้แล้วเช่นกันรับรองว่าภารกิจเหล่านี้ให้ค่าประสบการณ์น่าพอใจทีเดียว
เขาพาเธอไปยังร้านขายอุปกรณ์เป็ที่ต่อไปทั้งสองต่างยื่นอุปกรณ์ไปให้เอ็นพีซีทำการตรวจสอบ เพียงไม่นานอุปกรณ์ชุดแรกที่พวกเขาได้มาจากเหล่ามินิบอสก็ได้รับการตรวจสอบราดิชย่อมดีใจกับสิ่งที่ได้รับมาไม่น้อยเมื่อได้เห็นคุณสมบัติของที่ได้ม้า
อย่างแรกคือดาบที่ได้จากหนอนเขียวั์มันเป็ดาบสองคมยาวราวหนึ่งฟุตครึ่งไม่มีกั่นดาบ ใบดาบหนานักคมดาบมีสีเงินส่องประกายงดงาม นับเป็ไอเทมที่เหมาะกับระดับเริ่มต้นมาก
ชื่อ: เบลด
ระดับไอเทม 1
ประเภท ดาบมือเดียว
ความ้า ระดับ 1
พลังโจมตี 40
พลังโจมตีเวท 10
คุณสมบัติพิเศษ STR + 5
ความทนทาน 20
คำอธิบาย
ดาบสั้นที่นิยมกันในหมู่นักรบโบราณ
ชิ้นต่อมาคือหมวกจากสไลม์ั์เป็หมวกทรงเบเรทสีเขียวเข้มสดใส ดูภายนอกก็เหมือนหมวกธรรมดาทั่วไป
ชื่อ: หมวกเบเรท
ระดับไอเทม 1
ประเภท หมวก
ความ้า ระดับ 1
พลังป้องกัน 10
พลังป้องกันเวท 10
คุณสมบัติพิเศษ INT + 5
ความทนทาน 10
คำอธิบาย
หมวกที่นิยมใช้สวมใส่ในฤดูร้อน
ชิ้นต่อไปคือรองเท้าที่ได้จากหนอนเขียวเป็รองเท้าผ้าใบสีเขียวเข้มสดใส ดูเหมือนจะเป็ไอเทมที่เข้าคู่กับหมวกนั่นเอง
ชื่อ: รองเท้าเบเรท
ระดับไอเทม 1
ประเภท รองเท้า
ความ้า ระดับ 1
พลังป้องกัน 10
พลังป้องกันเวท 10
คุณสมบัติพิเศษ INT + 5
ความทนทาน 10
คำอธิบาย
รองเท้าที่นิยมใช้สวมใส่ในฤดูร้อน
เป็ไปตามที่ได้ตกลงกันไว้หมวกและรองเท้านั้นตกเป็ของคารินอย่างไม่ต้องสงสัยเพราะมันเพิ่มค่าปัญญาที่ทำให้พลังโจมตีทางเวทมนตร์เพิ่มขึ้นเหมาะกับนักเวทอย่างเธอนั่นเอง
ส่วนราดิชก็ได้ดาบเล่มนั้นมาไว้ในและแล้วก็มาถึงเวลาที่จะได้ตรวจสอบไอเทมที่ได้รับจากภารกิจทั้งสองต่างเห็นคุณสมบัติของไอเทมนั้นแล้วจากในสมุดแต่ก็อดตื่นเต้นที่ได้รับของจริงไม่ได้ ทั้งสองยื่นไอเทมให้เอ็นพีซีไปตรวจสอบคราวนี้ต้องใช้เวลานานทีเดียวกว่าจะตรวจสอบเสร็จ
ทั้งสองรับไอเทมมาด้วยสีหน้าแววตาที่แสดงออกถึงความดีใจอย่างเต็มเปี่ยมไอเทมของคารินเป็ดาบเล่มหนึ่ง มันเป็ดาบยาวสองคม ตัวดาบเรียวบางสีเขียวมรกตสดใสกลิ่นอายที่แผ่ออกมานั้นทำให้เขาอดขนลุกไม่ได้กั่นดาบเป็รูปปีกปกและมีอัญมณีสีเหลืองประดับอยู่ตรงกลางคารินรีบเก็บดาบนั้นไปทันทีเพราะตอนนี้เธอยังไม่อาจใช้งานมันได้ต้องรอให้เปลี่ยนอาชีพก่อน
ส่วนของราดิชก็เป็ดาบเล่มหนึ่งเช่นกันตัวดาบเป็สีดำสนิทและมีคมทั้งสองด้านความมืดของมันราวกับห้วงรัตติกาลที่ไร้แสงดาว คมดาบสะท้อนประกายเย็นเยียบ เพียงแค่มองก็ััได้ถึงไอสังหารที่แผ่ออกมาจนอากาศรอบตัวเย็นเยียบลงกั่นดาบเป็เส้นตรงไม่มีลวดลายอะไร ทำให้ดาบเล่มนี้ดูคล้ายทรงกางเขนราดิชเองก็รีบเก็บดาบไปเพราะยังไม่สามารถสวมใส่ได้เช่นกัน
ราดิชไม่ลืมขายของและซื้อม้วนคาถาตรวสอบติดมือไปด้วยจากนั้นก็พาคารินไปรับภารกิจเนื้อเื่ในหมู่บ้านแห่งนี้มันเป็ภารกิจที่ผู้เล่นใหม่นิยมมาทำกันตอนที่ไม่ได้ออกล่าสัตว์อสูร
“คิดว่าถ้าทำภารกิจนี้เสร็จเธอก็น่าจะเปลี่ยนอาชีพได้พอดีเดี่ยวรอพรุ่งนี้เราไปล่าเ้ากระต่ายขาวั์อีกรอบ ก็ค่อยออกจากเกาะนี้กัน” ราดิชเอ่ยถึงแผนการที่เขาวางไว้
“เอาตามนั้นเลยจ้า”คารินยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดีตอนนี้ราดิชจะลากเธอไปไหนเธอก็ไม่ขัดและยอมตามเขาไปทุกที่อยู่แล้ว
เธอคิดถูกที่ติดตามเขาไปทำภารกิจด้วยทำให้เธอได้สุดยอดทักษะที่หายากมาความจริงตอนราดิชยุ่งอยู่เธอก็แอบลองหาข้อมูลดูบ้างและพบว่าทั้งทักษะและไอเทมที่เธอได้มานั้นมีค่าอย่างมหาศาลเพราะมันจะได้จากภารกิจลับเท่านั้น และโชคดีว่าไอเทมเหล่านี้เป็ของผูกมัดกับตัวผู้เล่นดังนั้นจึงไม่ต้องกลัวว่ามันจะตกจากตัวเมื่อตายแต่อย่างใด
ตอนนี้คารินอยู่ใน่ลาพักผ่อนจากงานของเธอทำให้เธอมีเวลาเล่นเกมได้ทั้งวัน และหญิงสาวก็ตั้งใจจะติดตามเขาไปทุกที่แน่นอนเธอเชื่อเหลือเกินว่าถ้าติดตามชายหนุ่มที่เดินอยู่ข้างหน้านี้ไปเธอจะต้องพบเจอประสบการณ์ที่สุดยอดอย่างไม่ต้องสงสัย
ราดิชนำคารินลัดเลาะไปตามทางเดินในหมู่บ้านเขาเดินทะลุไปจนพบกับเอ็นพีซีคนหนึ่ง เขาเป็ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาผมสีทองยาวเป็ลอนถูกมัดรวบไว้อย่างเรียบร้อย อีกฝ่ายสวมชุดหนังสวมหมวกหนังทรงคาวบอย แถมในมือยังมีกีตาร์โปร่งด้วยท่าทางของเขาเหมือนนักดนตรีไม่มีผิด
“ผมมารับภารกิจครับ”ราดิชแจ้งความประสงค์ทันทีที่เจออีกฝ่าย
“ได้เลยพ่อหนุ่ม”นักดนตรีหนุ่มยิ้มและให้ภารกิจเขา
หน้าต่างระบบของทั้งสองมีการแจ้งเตือนว่าได้รับภารกิจขึ้นโดยเกมนี้การรับภารกิจนั้นมีหลายรูปแบบแต่ถ้าได้รับจากเอ็นพีซีเนื้อเื่ก็จะเป็การแจ้งเตือนแบบนี้
“ช่วยไปตามหาช่างซ่อมกีตาร์ให้ข้าหน่อยพอดีสายกีตาร์ของข้ามันขาด” นักดนตรีหนุ่มยกกีตาร์ให้ทั้งสองดูถ้าสังเกตจะเห็นว่ามีสายกีตาร์เส้นหนึ่งที่ขาดไป
“ได้แน่นอนครับ”ราดิชรับปากและลากคารินจากไป
เนื่องจากทั้งคู่มารับภารกิจขณะปาร์ตี้กันอยู่เพียงราดิชเป็คนรับภารกิจก็จะทำให้คารินได้รับภารกิจไปด้วยขอเพียงตามเขาไปทำภารกิจพร้อมกันก็จะทำภารกิจนี้สำเร็จไปด้วยนั่นเองและภารกิจนี้ก็เป็ภารกิจที่ไม่ยากเท่าไร จึงทำให้เป็ที่นิยมของผู้เล่นใหม่มาก
ไม่นานราดิชก็ตามหาช่างซ่อมกีตาร์เจอที่บ้านหนังหนึ่งทางตะวันออกของหมู่บ้านอีกฝ่ายเป็ชายร่างใหญ่สวมเสื้อเก่ามีรอยปะหลายแห่งหน้าตาของค่อนข้างดุมากจนคารินต้องหลบอยู่หลังราดิชหลังจากมาส่งเควสและคุยกับอีกฝ่าย ก็ได้รับภารกิจต่อเนื่องทันที
แน่นอนว่าราดิชลากคารินเดินไปเดินมาเพื่อทำภารกิจนี้เพราะภารกิจนี้ไม่ยากเลยเพียงแค่เดินส่งเควสไปมาในหมู่บ้านเท่านั้นมันอาจดูยุ่งยากไปบ้างแต่ก็ไม่มีความเสี่ยงเลยแม้แต่น้อยแค่เดินคุยไปมาจนเมื่อยขาเท่านั้นเอง