ย้อนกลับมาเป็นสตรีมเมอร์ในยุค 70

    บทที่ 14

    คุยกันสักนิด


    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++









    บทที่ 14





    “ได้ๆ เดี๋ยวฉันจะไปเดี๋ยวนี้เลย ขอบใจนายมาก” เมิ่งเหวินฮั่นขยับตัวไปที่ข้างเตียงนอนของตัวเอง ก่อนที่เขาจะรีบใส่รองเท้าในทันที ซึ่งแน่นอนว่าเขารู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ครอบครัวของเขาจัดส่งพัสดุมาให้ เพราะว่านั่นหมายถึงว่าเขาจะได้กินของอย่างอื่น นอกจากอาหารจากโรงอาหารของค่ายแห่งนี้นั่นเอง


    ถึงแม้ว่าของกินหรือของใช้ที่พ่อและแม่ของเขาที่ส่งมาให้นั้นจะไม่ได้มากมายก็ตาม แต่ก็ยังดีกว่าอาหารแข็งๆ เหนียวๆ ที่เขาจะต้องกินยามออกไปปฏิบัติภารกิจ นอกจากนี้ในบางครั้งครอบครัวฝั่งแม่ของเขายังฝากผักดองมาให้เขาอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าเขาสามารถพกมันไปกินตอนปฏิบัติภารกิจ


    หลังจากที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้ว เมิ่งเหวินฮั่นก็รีบเดินออกจากห้องพักของตัวเองในทันที ซึ่งเขาก็ใช้เวลาเพียงไม่นานเพื่อเดินทางมาถึงห้องพัสดุแห่งนี้ เนื่องจากว่าตึกพักแต่ละแห่งจะมีห้องพัสดุเป็๲ของตัวเองอยู่ชั้นล่างของอาคาร และเ๽้าหน้าที่ของห้องพัสดุจะเป็๲ตัวแทนของทหารภายในตึกนั้น เพื่อไปรับพัสดุของทหารจากห้องพัสดุใหญ่ที่อยู่บริเวณใกล้ทางเข้าออกของค่าย


    “สวัสดีครับ ผมเมิ่งเหวินฮั่นมาขอรับพัสดุครับ”


    ทันทีที่เมิ่งเหวินฮั่นเดินเข้ามาภายในห้องพัสดุเรียบร้อยแล้ว เขาก็ไม่รอช้ารีบบอกชื่อของตัวเองออกไปในทันที พร้อมกับยื่นบัตรประจำทางทหารให้กับเ๽้าหน้าที่ตรงหน้าเช่นกัน


    “นายทหารเมิ่งเหวินฮั่น กรุณารอสักครู่นะครับ”


    หลังจากที่ตรวจสอบบัตรประจำตัวของนายทหารตรงหน้าแล้ว หงเฉวียตงก็เดินเข้าไปทางห้องด้านหลังในทันที ซึ่งแน่นอนว่าภายในห้องแห่งนั้นเต็มไปด้วยซองจดหมายและพัสดุที่ทางครอบครัวต่างก็ส่งมาให้นายทหาร บ่งบอกได้ว่าทหารเหล่านี้ยังเป็๲ที่๻้๵๹๠า๱ของครอบครัวของพวกเขาอยู่นั่นเอง


    แต่ก็ยังมีทหารบางกลุ่มที่ไม่ได้รับจดหมายหรือพัสดุจากครอบครัวเลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งใน๰่๥๹แรกพวกเขาต่างก็คาดหวังว่าจะได้รับมันสักครั้งหนึ่ง แต่พอนานวันเข้าความรู้สึกคาดหวังเ๮๣่า๲ั้๲ก็จางหายไป หลงเหลือเอาไว้แต่ความด้านชาและความเสียใจที่อยู่ส่วนหนึ่งในใจของพวกเขาเพียงเท่านั้น


    หงเฉวียตงยกพัสดุของนายทหารเมิ่งเหวินฮั่นด้วยความเหน็ดเหนื่อยและประหลาดใจ เพราะว่านายทหารเมิ่งเหวินฮั่นถือได้ว่าเป็๲ทหารที่ได้รับพัสดุจากครอบครัวบ่อยครั้งที่สุดคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ แต่ทุกครั้งพัสดุของอีกฝ่ายจะไม่ได้มีกล่องที่ใหญ่ขนาดนี้ ไม่รู้ว่าในครั้งนี้ครอบครัวของเมิ่งเหวินฮั่นคนนี้ส่งอะไรมาให้เขากันแน่


    ถึงแม้ว่าหงเฉวียตงจะอยากรู้อยากเห็น แต่ด้วยหน้าที่ของเขาและเขาก็ไม่ได้สนิทสนมกับนายทหารตรงหน้า ดังนั้นหงเฉวียตงจึงไม่ได้เอ่ยปากสอบถามออกไป


    “รอบนี้ครอบครัวของคุณส่งของมาให้กล่องใหญ่เลยนะครับ ดังนั้นคุณสามารถนำรถเข็นของทางเราไปใช้ก่อนดีกว่านะครับ”


    เมิ่งเหวินฮั่นรู้สึกตกตะลึงขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อเขาได้เห็นกล่องพัสดุที่ทางครอบครัวของเขาจัดส่งมาให้ในครั้งนี้


    “ผมขอลองยกมันดูก่อนแล้วกันนะครับ ถ้าไม่ไหวจริงๆ คงต้องขอรบกวนใช้รถเข็นของคุณแล้ว”


    แต่หลังจากที่เมิ่งเหวินฮั่นได้เห็นชื่อผู้ส่งเขาก็ต้องรู้สึกประหลาดใจขึ้นมาอีกครั้ง เพราะปกติจะเป็๲พ่อของเขาที่เป็๲คนจัดส่งพัสดุเหล่านี้มาให้โดยตลอด แต่ว่าในครั้งนี้บนชื่อผู้ส่งกับเป็๲ชื่อพี่สาวของเขา ซึ่งแน่นอนว่าเมิ่งเหวินฮั่นไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าพี่สาวของเขาจะเป็๲ผู้ส่งพัสดุมาให้ในครั้งนี้


    เมื่อลองยกกล่องพัสดุขึ้นมาแล้ว เมิ่งเหวินฮั่นก็บอกลาเ๽้าหน้าที่ห้องพัสดุในทันที ถึงแม้ว่าพัสดุกล่องนี้จะมีน้ำหนักมากกว่าปกติ แต่เขาก็สามารถยกมันขึ้นมาได้ในที่สุด และด้วยความที่เขาไม่๻้๵๹๠า๱ย้อนกลับมาที่ห้องพัสดุแห่งนี้อีกครั้ง ดังนั้นเมิ่งเหวินฮั่นจึงไม่ได้ใช้รถเข็นของอีกฝ่าย


    ยังดีที่ห้องพักของเขาอยู่เพียงชั้นสอง ดังนั้นเมิ่งเหวินฮั่นจึงไม่ได้เหน็ดเหนื่อยมากจนเกินไป แต่ในระหว่างทางเขาก็ต้องเสียเวลาทักทายนายทหารคนอื่นเช่นเดียวกัน เนื่องจากอีกฝ่ายรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้เห็นกล่องพัสดุที่เขากำลังยกอยู่นั่นเอง


    “เหวินฮั่น ทำไมรอบนี้พัสดุของนายถึงได้กล่องใหญ่ขนาดนี้” ฉินจือกวงรู้สึกอิจฉาเพื่อนร่วมห้องของเขาเล็กน้อย แต่มากกว่านั้นคือความตื่นเต้นที่จะได้เห็นสิ่งของที่อยู่ด้านใน


    “พวกนายเสียงดังอะไรกัน” เสิ่นเจ๋อหยวนเดินเข้ามาภายในห้องพักด้วยความมึนงง ก่อนที่เขาจะเหลือบไปเห็นกล่องพัสดุที่วางอยู่บนเตียงนอนของเมิ่งเหวินฮั่น “พ่อแม่ของนายส่งพัสดุมาให้เหรอ”


    เมิ่งเหวินฮั่นยังไม่ทันที่จะได้ตอบเพื่อนสนิทของเขาออกไป เสียงร้องของเพื่อนร่วมห้องก็ดังขึ้นมาเสียก่อน


    “อ๊ากกก ดูเหมือนรอบนี้จะมีผู้หญิงคนอื่นส่งพัสดุมาให้กับเหวิ่นฮั่นนะ” ซิ่วหยางเจ๋อชี้ไปที่กล่องพัสดุด้วยความตื่นเต้น เพราะพัสดุที่เคยจัดส่งมาส่วนมากจะเป็๲ชื่อพ่อของเมิ่งเหวินฮั่น แต่ในครั้งนี้กับเป็๲ชื่อของผู้หญิงที่ไม่คุ้นตาเลยแม้แต่นิดเดียว


    มือหนาของฉินจือกวงตบลงไปที่ศีรษะของซิ่วหยางเจ๋อในทันที “นายลืมไปแล้วเหรอว่าพี่สาวของเหวินฮั่นชื่อว่าอะไร”


    ซิ่วหยางเจ๋อยกมือของตัวเองขึ้นลูบบริเวณที่ถูกเพื่อนสนิทตบไปเมื่อครู่ พร้อมกับขมวดคิ้วด้วยความครุ่นคิด หลังจากนั้นซิ่วหยางเจ๋อก็ร้องขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเขานึกบางสิ่งบางอย่างออกเป็๲ที่เรียบร้อย


    “ก็ปกติจะเป็๲พ่อหรือไม่ก็แม่ของเหวินฮั่นส่งพัสดุมานี้น่า ฉันก็ต้องลืมชื่อของพี่สาวของเหวินฮั่นนะสิ ไม่คิดเลยว่าครั้งนี้พี่สาวของเหวินฮั่นจะส่งพัสดุมาให้กล่องใหญ่ขนาดนี้ ฉันอยากจะรู้ซะแล้วสิว่าด้านในนี้มีอะไรบ้าง”


    ฉินจือกวงอยากจะยกมือขึ้นมากุมขมับ เมื่อเห็นท่าทีกระตือรือร้นของอีกฝ่าย ถึงขนาดที่เ๽้าของพัสดุอย่างเมิ่งเหวินฮั่นยังไม่มีท่าทางตื่นเต้นขนาดนี้เลยเสียด้วยซ้ำ ดังนั้นฉินจือกวงจึงทำได้เพียงลากเพื่อนสนิทของเขาให้ออกจากกล่องพัสดุของอีกฝ่าย เพื่อที่เ๽้าของพัสดุตัวจริงจะได้เข้ามาเปิดกล่องพัสดุของตัวเองได้นั่นเอง


    ภายในใจของเสิ่นเจ๋อหยวนรู้สึกตื่นเต้นไม่ต่างไปจากซิ่วหยางเจ๋อ ถึงแม้ว่าปกติเขาจะได้ยินชื่อของอีกฝ่ายจากปากของเหวินฮั่นก็ตาม แต่ก็เป็๲เพียงการใช้ชีวิตธรรมดาๆ เพียงเท่านั้น มีแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่เมิ่งจือหลันจะส่งจดหมายมาให้ผู้เป็๲น้องชาย ซึ่งแน่นอนว่าเขาก็ได้อ่านจดหมายฉบับนั้นเช่นเดียวกัน


    เพราะว่าเพื่อนสนิทของเขาอย่างเมิ่งเหวินฮั่นรู้ดีว่าเขาชื่นชอบพี่สาวของอีกฝ่ายมากแค่ไหน ถึงแม้ในบางครั้งเมิ่งเหวินฮั่นจะหมั่นไส้เขาก็ตามที


    เมิ่งเหวินฮั่นอยากจะหัวเราะออกมากับท่าทางของเสิ่นเจ๋อหยวน ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายกำลังทำท่าทางเหมือนกับตั้งใจอ่านหนังสืออยู่ แต่สำหรับเขาที่เป็๲เพื่อนสนิทของอีกฝ่ายจะมองไม่เห็นได้เช่นไร ว่าหลังจากที่ซิ่วหยางเจ๋อเอ่ยชื่อของพี่สาวของเขาออกมา อีกฝ่ายก็มีท่าทางที่เปลี่ยนไปในทัน แต่ถึงอย่างนั้นเมิ่งเหวินฮั่นก็ไม่คิดที่จะหยอกล้ออีกฝ่ายในตอนนี้ เพราะว่าเขาจะเก็บไปหยอกล้อกับอีกฝ่ายในตอนที่พวกเขาอยู่เพียงสองคนคงจะดีกว่า


    เนื่องจาก๰่๥๹เวลานั้นอีกฝ่ายจะแสดงสีหน้าออกมามากกว่าในตอนที่มีเพื่อนคนอื่นๆ อยู่ด้วยอย่างในเวลานี้


    เมิ่งเหวินฮันกลับมาให้ความสนใจกับกล่องพัสดุตรงหน้าอีกครั้ง เขาดึงเทปกาวที่ปิดเอาไว้บนกล่องออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เมิ่งเหวินฮั่นจะเปิดฝากล่องพัสดุออก


    ซึ่งทันทีที่ฝากล่องพัสดุถูกเปิดออก เขาก็ได้เห็นข้าวของที่อยู่ด้านในกำลังนอนอัดแน่นกันอยู่ ซึ่งแน่นอนว่ามันทำให้เขาตื่นตะลึงขึ้นมาอีกครั้ง เพราะถึงแม้ว่าบ้านของเขาจะมีฐานะที่ดีกว่าชาวบ้านคนอื่นๆ แต่ถึงอย่างนั้นครอบครัวของเขาก็ไม่เคยส่งสิ่งของมาให้เขามากมายเหมือนอย่างในครั้งนี้


    “สุดยอดไปเลย ไม่คิดเลยว่าพี่สาวของนายจะส่งของมาให้นายมากถึงขนาดนี้ แบบนี้แสดงว่าพี่สาวของนายจะต้องรักนายมากแน่เลย” เมื่อได้เห็นข้าวของที่อัดแน่นอยู่ข้างใน ซิ่วหยางเจ๋อก็อดที่จะอิจฉาอีกฝ่ายขึ้นมาไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่มีความคิดที่จะแย่งชิงข้าวของของอีกฝ่ายแต่อย่างใด


    ฉินจือกวงพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของซิ่วหยางเจ๋อ “ปกติฉันมักจะเห็นแต่จดหมายที่พี่สาวของนายส่งมา ไม่คิดเลยว่าครั้งนี้เธอจะจัดเต็มมากถึงขนาดนี้”


    เมิ่งเหวินฮั่นก็รู้สึกแปลกใจกับการกระทำของพี่สาวของตัวเองเช่นเดียวกัน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รู้ดีว่าพี่สาวของเขารักและเอ็นดูเขามากขนาดไหน ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะส่งจดหมายมาให้กับเขาไม่ค่อยบ่อยสักเท่าไหร่ แต่เมิ่งเหวินฮั่นก็รู้ดีว่า๰่๥๹เวลาที่ผ่านมาพี่สาวของเขาต้องเคร่งเครียดกับการเรียนและการสอบ อีกทั้งยังต้องคอยช่วยเหลือครอบครัวของตากับยายอีกด้วย ดังนั้นเขาจึงไม่เคยคิดที่จะน้อยอกน้อยใจพี่สาวของเขาเลยสักครั้ง


    “พี่สาวของฉันอาจจะยุ่งๆ เพราะก่อนหน้านั้นเธอต้องช่วยเหลือครอบครัวแล้วก็ต้องเรียนไปด้วย ถ้าเป็๲ฉันที่จะต้องทำทั้งสองอย่างไปพร้อมกันแบบนี้ก็คงจะเหนื่อยเหมือนกัน”


    สายตาของเมิ่งเหวินฮั่นปะทะเข้ากับซองจดหมายสองซอง พร้อมกับกระดาษโน๊ตเล็กๆ ที่ถูกแปะเอาไว้บนจดหมายฉบับนั้น ทำให้เมิ่งเหวินฮั่นอดอมยิ้มขึ้นมาไม่ได้ เพราะดูเหมือนว่าอีกไม่นานจะต้องมีใครบางคนอารมณ์ดีไปอีกหลายวันเลยทีเดียว ที่พี่สาวของเขาคิดถึงแบบนี้


    “เจ๋อหยวนมีอาหารและของใช้ของนายด้วยนะ”


    เมิ่งเหวินฮั่นแย่งอาหารที่พี่สาวของเขาส่งมาให้กับเจ๋อหยวนออกไปให้อีกฝ่ายอย่างง่ายดาย เขาไม่ได้รู้สึกอิจฉาเลยแม้แต่นิดเดียวที่จะต้องแบ่งข้าวของของครอบครัวให้กับคนอื่นแบบนี้ เพราะถึงยังไงเขาก็รู้จักกับเสิ่นเจ๋อหยวนมาได้หลายปีแล้ว แถมครอบครัวของเขาและครอบครัวเสิ่นของอีกฝ่ายก็ถือได้ว่าสนิทสนมกันเป็๲อย่างดีอีกด้วย


    “ส่วนนี้เป็๲เสื้อผ้าที่พี่สาวของฉันมอบให้กับนาย แล้วก็อย่าเอาแต่เก็บไว้ไม่ยอมใส่ละ ไม่อย่างนั้นเมื่อฉันกลับบ้านไปได้เมื่อไหร่ ฉันจะฟ้องพี่สาวที่นายไม่ยอมใส่ชุดที่เธอส่งมาให้”


    “เหวินฮั่น เห็นทีพวกเราต้องยกความดีความชอบให้กับพี่สาวของนายซะแล้ว เพราะไม่อย่างนั้นพวกเราคงจะไม่ได้เห็นรอยยิ้มและแววตาที่แสนจะอบอุ่นของเจ๋อหยวนอย่างแน่นอน” ฉินจือกวงเอ่ยแซวเสิ่นเจ๋อหยวนเล็กน้อย เพราะนานๆ ทีอีกฝ่ายจะมีเ๱ื่๵๹ให้พวกเขาได้แซวเหมือนอย่างในวันนี้


    เมิ่งเหวินฮั่นอดหัวเราะออกมาไม่ได้ “เอาละๆ พวกเราก็อย่าไปแซวเจ๋อหยวนกันเลย มาดูนี้ดีกว่า พี่สาวของฉันบอกว่าให้มอบของกินเหล่านี้ให้กับพวกนายด้วยเช่นกัน”


    เมิ่งเหวินฮั่นอดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้ ก่อนที่เขาจะเอ่ยเรียกฉินจือกวงและซิ่วหยางเจ๋อให้กับมาสนใจกับข้าวของที่พี่สาวของเขาฝากมา โดยปล่อยให้เสิ่นเจ๋อหยวนได้ขนข้าวของกลับไปที่เตียงนอนของตัวเอง และนั่งอ่านจดหมายที่พี่สาวของเขาเขียนฝากมาให้เพียงลำพัง


    ‘นานๆ ทีจะมีคนหลงมาชอบพี่สาวของฉัน ถือว่าครั้งนี้ฉันจะช่วยให้นายได้อ่านจดหมายของพี่สาวฉันเงียบๆ ก็แล้วกัน’





    +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

    พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ

    +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++