ฉินลู่ชี้ไปที่บริเวณหน้าอกของเฉียนเชี่ยนแล้วพูดว่า“เธอกำลังป่วยตรงนี้!”
เฉียนเชี่ยนใ เธอรีบเอามือมาปิดหน้าอกตัวเองไว้ “อะไร ปะ...ป่วยเป็อะไร”
“ฉันชี้ขนาดนี้แล้ว เธอยังไม่รู้อีกเหรอ”
“หรือว่าจะเป็...” เฉียนเชี่ยนพูดอย่างกลัวๆ “มะเร็งเต้านม”
“พรวด...”
ฉินลู่เกือบพ่นน้ำออกมาใส่หน้าเฉียนเชี่ยน
เฉียนเชี่ยนเห็นท่าทีของฉินลู่แล้ว ก็ถามด้วยสีหน้างุนงงว่า“ไม่ใช่เหรอ”
ฉินลู่รีบส่ายหัวไปมาแล้วพูดว่า “เธอคิดมากไปแล้ว เธอน่ะป่วยเป็โรคทางใจต่างหาก”
“โรคทางใจ” เชี่ยนเชี่ยนตะลึงงัน
“ถูกต้อง!” ฉินลู่ลุกขึ้นยืนเอามือไขว้หลังแล้วเดินทอดน่องไปในห้องพยาบาล ก่อนพูดขึ้นมาช้าๆ ว่า“ชีพจรเธอเต้นไวมาก บางทีก็หยุดนิ่ง แต่จังหวะในการหยุดไม่เป็ระเบียบเลยหมายถึงชีพจรที่เต้นไวมี่ของการหยุดพักอย่างไม่เป็ระบบเกิดจากระดับลมปราณหยางที่เพิ่มขึ้น ทำให้ร่างกายร้อน ชีพจรเต้นเร็วขึ้นแต่กลับไม่มีเรี่ยวแรง”
“ช่วยพูดภาษาคนหน่อยได้ไหม” เฉียนเชี่ยนพูด
“ก็คือว่า เธอมีเื่มากมายในใจ และไม่ยอมปล่อยวางจนเป็โรคทางใจนั่นแหละ” ฉินลู่บอกผลการตรวจเสร็จก็พูดต่ออีกว่า “่นี้เธอมีเื่อะไรกวนใจหรือเปล่า”
เฉียนเชี่ยนตะลึงนิ่งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เอามือป้องปากอย่างใ“พระเ้า นายนี่เก่งจริงๆ ่นี้ฉันก็มีเื่กวนใจนิดหน่อยจริงแหละไม่คิดเลยว่าที่ฉันมึนหัว จะเกี่ยวกับเื่นี้ด้วย”
ฉินลู่หัวเราะเบาๆ เขาขยับเข้าไปใกล้เฉียนเชี่ยนแล้วพูดว่า“ในใจเธอกังวลเื่อะไร พูดให้ฉันฟังได้ไหมไม่แน่ว่าฉันอาจจะพอช่วยให้เธอคลายกังวลได้นะ เธอคิดว่าไง”
“เฮ้อ”
เฉียนเชี่ยนเงียบอยู่นานสองนาน ก่อนถอนหายใจออกมาและพูดอย่างไม่มีทางเลือกว่า “จะว่าไปแล้วก็ช่างน่าอาย มันไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรเลยคือว่าที่บ้านอยากให้ฉันไปนัดบอดน่ะ หาคนมาให้ฉันไปเดทด้วยตลอดฉันเองก็ปฏิเสธลำบาก น่ารำคาญใจชะมัด”
“เป็แบบนี้เองเหรอ” ฉินลู่พูดอย่างเซอร์ไพรส์ว่า“นี่ถือเป็เื่ดีนะ!”
“ดียังไง” เฉียนเชี่ยนกลอกตาใส่ฉินลู่ “ฉันยังไม่อยากแต่งงานตอนนี้ไม่อยากเดตกับใคร และยิ่งไปกว่านั้น ฉันก็ไม่อยากไปนัดบอดด้วย”
ฉินลู่กระดิกปลายนิ้วไปมา “นี่ เธอคิดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะอย่างคำโบราณว่าไว้ ความอกตัญญูมีอยู่สามประการการไร้ทายาทสืบสกุลถือเป็ความอกตัญญูสูงสุด!ครอบครัวของเธอก็คงเป็ห่วงน่ะ เพราะตอนนี้เธอก็เริ่มอายุมากขึ้นแล้วซึ่งก็ถึงเวลาที่ต้องแต่งงานออกเรือน จะรอให้เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ได้ยังไงและถ้าหากว่าเธอออกเรือนไม่ได้เพราะไม่มีใครเอาล่ะก็...”
“นี่!”เฉียนเชี่ยนหน้าแดงก่ำ “ช่วยพูดให้มันดีๆ หน่อย ไม่มีใครเอาหมายความว่ายังไง”
ฉินลู่อ้าแขนออก “โอเคๆ ฉันพูดผิดเองแหละ”
“เฮ้อ” เฉียนเชี่ยนถอนหายใจยาวออกมาอีกหน เธอมองฉินลู่แล้วพูดว่า“ฉันไม่ได้อยากหาผู้ชายคนไหนก็ได้เพื่อมาแต่งงานด้วยหรอกนะแต่ที่บ้านก็เร่งอยู่เรื่อย เพียงเพราะอยากให้ฉันรีบแต่งงานมีลูกไวๆ ฉันล่ะปวดหัว”
“งั้นก็แย่เลยนะ” ฉินลู่แบมือยักไหล่และพูดว่า“ฉันก็อยากช่วยเธออยู่หรอก แต่ว่าเื่นี้ฉันช่วยอะไรไม่ได้จริงๆเธอต้องแก้ปัญหาด้วยตัวเองแล้วล่ะ เมื่อถึงเวลาเดี๋ยวเธอก็จะคิดหาวิธีได้เองตอนนี้ก็รอดูสถานการณ์ไปก่อน อย่าเพิ่งหมดหวังไปล่ะ”
เฉียนเชี่ยนนิ่งเงียบไปอีกครู่ใหญ่ จากนั้นก็ทำตาเป็ประกายขึ้นมามองที่ฉินลู่แล้วพูดว่า “นายช่วยได้นี่!นายช่วยฉันได้!”
“ช่วยเธอ” ฉินลู่พูดด้วยสีหน้างวยงง “ให้ฉันช่วยยังไง”
“ฮ่าๆๆ” เฉียนเชี่ยนะโขึ้นมาอย่างดีใจ เธอพูดกับฉินลู่ว่า“ฉันคิดออกแล้วว่าจะทำยังไงดี วิธีนี้จะต้องรับมือพ่อกับแม่ของฉันได้แน่ แต่ต้องให้นายช่วยด้วย!”
“ช่วยยังไงล่ะ”
“หมอฉิน ให้ฉันเป็แฟนนายนะ!”
“หา” ฉินลู่ตะลึง
ท่าทีของฉินลู่ทำเอาเฉียนเชี่ยนหน้าแดงขึ้นมาทันที เธอรีบพูดอธิบายว่า“นายอย่าเพิ่งเข้าใจผิด ที่ฉันพูด ไม่ได้หมายความว่าจะให้เป็แฟนนายจริงๆเราสองคนช่วยกันแสดง ทำเหมือนว่าเป็คู่รักกัน เพื่อหลอกพ่อแม่ของฉัน พวกท่านจะได้ไม่มาบ่นฉันเื่นี้อีก”
“เอ่อ...”
ฉินลู่รีบยื่นมือออกมาปราม “ทำแบบนี้ไม่ได้หรอก! ไม่ได้เด็ดขาด! ไม่ได้!”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ”
“ฉันเป็หนุ่มน้อยอันบริสุทธิ์ เธอทำแบบนี้ไม่ใช่ทำลายชื่อเสียงฉันเหรอ”
“นาย!”เฉียนเชี่ยนหน้าแดงมากกว่าเดิมอีก เธอกำลังคิดที่จะดุฉินลู่แต่พอนึกได้ว่ายัง้าความช่วยเหลือจากเขาอยู่เธอจึงทำหน้าตาน่าสงสารพร้อมกับพูดว่า “ขอร้องละนะ!เมื่อกี้นายบอกเองไม่ใช่เหรอว่าจะช่วยฉันไง ทำไมเปลี่ยนใจไวขนาดนี้ล่ะ อีกอย่างเราก็แค่แกล้งเป็แฟนกัน มันไม่ใช่เื่จริงสักหน่อย ทำไมจะใช้วิธีนี้ไม่ได้ล่ะ”
ฉินลู่พูดหน้านิ่งว่า “ก็เพราะว่ามันไม่ใช่เื่จริงน่ะสิเพราะงั้นเลยทำไม่ได้ไง”
“หมายความว่ายังไง”
“เราไม่ใช่แฟนกันจริงๆ จะให้ฉันทำเื่นั้นยังไง”
เฉียนเชี่ยนนิ่งคิดอยู่นาน ถึงค่อยเข้าใจสิ่งที่ฉินลู่จะสื่อทำให้เธอทั้งโมโห ทั้งเขินอายขึ้นมา “นายนี่น่าเกลียดนัก!”
ฉินลู่ยักไหล่เบาๆ
“ฉินลู่! ขอร้องล่ะ! ช่วยฉันเถอะ หลังจบเื่นี้แล้ว นายไปหาร้านอาหารในเมืองจิงเฉิงมาได้เลยฉันเลี้ยงนายในงบหนึ่งหมื่นเอง!” เฉียนเชี่ยนทุ่มสุดตัว
ฉินลู่ถอนหายใจออกมา แล้วแกล้งทำท่าเหมือนไร้หนทางแล้ว“เธอไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนี่นา ฉันจะยอมช่วยเธอก็แล้วกัน”
“เย้! ดีสุดๆ เลย!” เฉียนเชี่ยนพูดอย่างดีใจว่า “ขอบใจนายจริงๆ นะนายช่วยฉันเอาไว้ได้เยอะเลยล่ะ! หลังจบเื่นี้แล้วฉันจะตอบแทนนายอย่างดีเลย เพราะนายเป็คนดีจริงๆ”
“ฉัน...” ฉินลู่พูดอย่างโมโห “ฉันช่วยเธอไว้แต่เธอกำลังจะปฏิเสธฉันด้วยการบอกว่าฉันดีเกินไปสินะ”
“เอ่อ...ฉันพูดสิ่งที่คิด ก็นายเป็คนดีจริงๆ นี่”เฉียนเชี่ยนรีบตีเหล็กตอนที่ยังร้อน พูดต่อว่า “งั้นเราตกลงตามนี้เนอะสุดสัปดาห์นี้นายว่างไหม”
ฉินลู่ครุ่นคิดสักครู่ ก่อนพยักหน้าตอบ “ว่าง”
เฉียนเชี่ยนพูดอย่างรอไม่ไหวว่า “งั้นก็ดีเลยเรามาทำเื่นี้ในสุดสัปดาห์นี้เลยก็แล้วกัน!วันนี้พอกลับถึงบ้าน ฉันจะไปบอกเื่นี้ให้พ่อแม่ฟัง!นายเอาวีแชทกับเบอร์มือถือของนายให้ฉันหน่อย พอถึงเวลา ฉันจะได้ติดต่อนายได้”
“ได้เลย” ฉินลู่ยกมือทำท่าโอเค
“ฉันขอกลับไปคิดที่บ้านก่อนนะว่าจะสร้างตัวตนให้นายไปเจอพ่อแม่ยังไงดี”
“แค่แกล้งเป็แฟนเอง” ฉินลู่ทำหน้างุนงง “ฉันถึงกับต้องเปลี่ยนตัวตนด้วยเหรอ”
“ก็ใช่น่ะสิ!” เฉียนเชี่ยนพยักหน้า“นายต้องเปลี่ยนตัวตนก่อน ไม่อย่างนั้นถ้าพ่อแม่รู้เข้าว่านายเป็หมอในมหาวิทยาลัย ก็คงตามมาหานายได้ง่ายๆถึงตอนนั้นก็ความแตกกันพอดี”
“ไอ้หยา” ฉินลู่พูดต่ออย่างอึ้งๆ “พวกท่านร้อนใจถึงขั้นนั้นแล้วเหรอ”
“ใช่!” เฉียนเชี่ยนพยักหน้า“ร้อนใจยิ่งกว่าที่ฉันบอกเมื่อกี้เสียอีก!ร้อนใจจนนายทนไม่ไหวเลยล่ะ!”
“แล้วฉันจะเป็อันตรายไหม”
“ไม่ถึงขั้นอันตรายหรอก”
ฉินลู่ยกนิ้วชี้ขึ้นมาแล้วพูดว่า “งั้นเรามาตกลงกันก่อนว่าให้ครั้งนี้เป็ครั้งสุดท้าย ห้ามมีคราวหน้าอีก! การเสแสร้งนี่ทำให้หมดแรงจริงๆ...”
“ถุย!”เฉียนเชี่ยนกรอกตาใส่ฉินลู่ “นายช่วยลบคำพูดประโยคสุดท้ายทิ้งไปเลยได้ไหม”
“ก็ได้ ให้ครั้งนี้เป็ครั้งสุดท้าย ห้ามมีคราวหน้าอีก!”
“ตกลง! โอเคตามนี้”เฉียนเชี่ยนพยักหน้า “ฉันรับรอง ไม่มีครั้งหน้าแน่นอน งั้นฉันไปก่อนนะเดี๋ยวไปคิดที่ห้องทำงานต่อ ว่าจะให้นายใช้ตัวตนแบบไหนดี”
“เชิญครับ” ฉินลู่พูดพลางผายมือออก
เฉียนเชี่ยนพยักหน้า เธอเดินออกห้องพยาบาลไป พร้อมกับคิดอะไรไปด้วย
ฉินลู่หัวเราะออกมาเบาๆ แล้วกลับไปนั่งที่เก้าอี้เขาต้มน้ำในกาต้มน้ำไฟฟ้าและเริ่มทำการชงชา
่เช้าในเดือนกันยาที่เมืองจิงเฉิง อากาศเย็นสบายนักศึกษามาที่ห้องพยาบาลกันน้อยมาก ทำให้ฉินลู่มีเวลาพักผ่อนมากขึ้นเขาจึงเริ่มดื่มชาอย่างสบายใจ
แต่ฉินลู่เพิ่งดื่มได้เพียงอึกเดียว เสียงเคาะประตูห้องพยาบาลก็ดังขึ้นอีกครั้ง