บทที่ 6
ตัวข้าคือผู้ใดกันแน่
“ ตัวของข้าคือผู้ใดกันแน่? ” คำถามนั้นหลุดออกจากปากของหลี่หยางแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าสถานที่แห่งนี้คือที่ใดแต่สิ่งที่เขาควรจะรู้อย่างแรกคือตัวตนของเขา
นี่ไม่ใช่ร่างกายของเขานี่ไม่ใช่ตัวตนของเขา แถมสถานที่แห่งนี้มันไม่ใช่ที่เขาเคยอยู่อีกด้วยเพราะแบบนั้นสิ่งที่ควรรู้อย่างแรกก็คือเขานั้นคือใคร
อี้ชิงที่กำลังนั่งอยู่ตัวของคนผู้นั้นนิ่งสนิท แม้ว่าจะทำใจยากแต่คำวินิจฉัยของท่านหมอภายในกองทัพก็ได้บอกมาอย่างกระจ่างแล้วว่าในน้อยของมันความจำเสื่อม
ในตอนนี้นายน้อยของมันไม่สามารถจำอะไรได้เลย จำไม่ได้แม้กระทั่งตนเองเมื่อมันได้มองมันก็ยิ่งรู้สึกเวทนา
ความรู้สึกภายในจิตใจยิ่งเอ่อล้นออกมาคนผู้นี้ทำใจแล้วก็ค่อยๆลั่นใจพูดออกไป “ นายน้อยคือนายน้อยหลี่หยางขอรับ ”
“ หลี่หยาง? ” เพียงแค่ชื่อที่อีกฝ่ายพูดออกมามันก็ไม่ใช่แล้วนั่นเป็ตัวยืนยันอย่างชัดเจนว่าเขาไม่ใช่ตัวของเขาก่อนหน้านี้
เขาคือซีหยวนคนในยุคสมัยปี 2021 โลกที่เต็มไปด้วยความเจริญก้าวหน้าทำไปด้วยเทคโนโลยีและก็การแข่งขัน บุคคลภายในยุคสมัยนั้นเต็มไปด้วยการแข่งขันพวกเขาต่างมีความสามารถเฉพาะตัว
แต่ในสังคมที่เต็มไปด้วยการแข่งขันนั้นแน่นอนว่าย่อมมีผู้อ่อนแอและก็พ่ายแพ้
ซึ่งหนึ่งในนั้นหนึ่งในคนที่พ่ายแพ้ต่อสังคมที่โหดร้ายมันก็คือเขา ก่อนหน้านี้ชีวิตของเขานั้นเป็เพียงแค่พนักงานบริษัทธรรมดาธรรมดาเท่านั้นไม่มีอะไรโดดเด่นจบจากมหาลัยปานกลางไม่ได้โดดเด่นทางด้านใดเป็พิเศษ
แล้วเมื่อเข้าสู่สังคมวัยทำงานเขาเองก็ทำงานในบริษัทที่ไม่ได้โดดเด่น ทำงานหามรุ่งหามค่ำแต่ว่าก็โดนกดขี่ภายในที่ทำงานเช่นเดียวกันอาจจะเป็เพราะว่าเขานั้นด้วยความสามารถ
ไม่เกี่ยวหรอก? หลังจากที่เขามาอยู่ที่สถานที่แห่งนี้ได้ไตร่ตรองคิดเป็อย่างดีมันทำให้เขารู้ว่ามันไม่เกี่ยวว่าเขานั้นไร้ความสามารถ
เขาเองก็เป็คนนึงที่มีความสามารถเช่นเดียวกันเพียงแต่ว่าไม่มีโอกาส เขาจบจากมหาลัยที่ไม่ได้โดดเด่นมหาลัยปานกลางที่มีค่าเรียนไม่ได้สูงและก็ไม่ได้เปิดในตระกูลฐานะที่ดี
เขาเป็เด็กกำพร้าั้แ่เกิดมาไม่เคยเจอหน้าพ่อแม่ตอนแรกก็อยู่ภายในสถานรับเลี้ยงเด็กเมื่อเติบโตขึ้นมาก็ออกมาอยู่คนเดียวทำงานทุกอย่างส่งตัวเองเรียน
เขาทำงานทุกอย่างลองเฉลี่ยแล้วแต่ละวันเขามีเวลานอนยังไม่ถึง8 ชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ แต่ก็กระเสือกกระสนตนเองจนเรียนจบมหาลัยคิดว่านั่นคือความสำเร็จในชีวิต
แต่เมื่อเวลาต่อมาเมื่อเข้าสู่วัยทำงานจริงๆทุกอย่างมันยิ่งเลวร้ายมากขึ้นสังคมที่แท้จริงในการทำงาน ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ได้ยกย่องในด้านความสามารถแต่ยกย่องในด้านฐานะและความสมบูรณ์พร้อม
ตัวของเขาสามารถทำได้ทุกอย่างแต่เพราะว่าเป็คนที่ฐานะไม่ดีแล้วก็เป็คนที่จบมาจากมหาลัยปานกลางเลยโดนดูถูกอยู่เสมอ
แต่ในทางกลับกันคนที่มีพ่อเป็คนใหญ่คนโตหรือว่าเป็คนที่มีเส้นสายภายในบริษัทพวกเขาแม้ว่าจะทำงานได้ไม่ดีแต่ก็กลับถูกยกยอ
มันคือความไม่เท่าเทียมเขาเองเป็เช่นนั้นมาโดยตลอด
ใช้ชีวิตอยู่ในรูปแบบนั้นที่มันเน่าเฟะแล้วก็ไม่มีอะไรดีผู้คนมองแต่ภายนอกไม่มองแม้กระทั่งความสามารถหรือว่าสิ่งที่อยู่ภายในร่างกาย
ผู้คนเลือกมองแต่เปลือกมันเป็อย่างนั้นเขาอยู่แบบนั้นแล้วก็คิดว่าเมื่อไหร่เวลามันจะผ่านไปสักที
ไม่ว่าจะทำงานภายในนั้นกี่ปีทุกอย่างก็ยังคงเป็เช่นเดิม แต่ตัวของเขาก็ทนเพื่อมีชีวิตอยู่
จนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้มีเื่กับคนภายในบริษัทที่เป็คนที่มีเส้นสายภายในบริษัทแล้วก็มีเส้นสายเป็คนใหญ่โตเกิดมาในฐานะและตระกูลที่ดี
คนคนนั้นใส่ร้ายทุกอย่าง และก็กระทำทุกอย่างให้ชีวิตของเขานั้นพังทลายแล้วมันก็ทำสำเร็จ
ตัวของเขาโดนฟ้องล้มละลายโทษฐานที่โกงเงินบริษัททั้งที่เขาไม่ได้ทำ ทุกอย่างมันถูกสร้างขึ้นมาเอกสารปลอมถูกสร้างขึ้นมาจากอำนาจและก็เส้นสายที่คนๆนั้นมี
แต่สิ่งที่น่าขำก็คือคนอื่นก็เชื่อนั่นต่างหากที่มันน่าขำสำหรับเขา
ทุกคนเลือกเชื่อคนที่มีเปลือกนอกที่ดูดีแทนที่จะมาเลือกเอาเื่เขาที่ไม่ได้ทำอะไรผิด
เขาโดนฟ้องล้มละลายบ้านที่มีอยู่จากการที่ทำงานเก็บเงินแล้วก็ซื้อมันมาก็โดนยึดทรัพย์สินทั้งหมดพี่เขาสั่งสมมาได้ตลอดหลายปีมันหายไปในชั่วข้ามคืน
่เวลาที่ว่างเปล่าเขาที่ไม่มีบ้านไม่มีเงินไม่มีงานเดินอยู่ริมถนนที่เงียบงานใน่หิมะตก เสื้อผ้าบางๆที่สามารถปกปิดร่างกายจากไอเย็นได้เพียงแค่เล็กน้อยพร้อมกับกระเป๋าผ้าใบนึงที่มีสัมภาระใส่อยู่ไม่มาก
เขาเดินไปบนถนนที่เต็มไปด้วยหิมะที่กำลังโปรยปรายลงมาจาก้าไอหนาวแทรกซึมเข้าถึงกระดูก แต่เขากลับไม่รู้สึกอะไรเลยเพราะว่าทางเดินที่เขานั้นเดินอยู่มันเป็ทางเดินที่ว่างเปล่า
ภายในใจนั้นก็คิดว่าโชคชะตานั้นช่างโหดร้าย สังคมผู้คนทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็สิ่งที่ทำให้เขาอยู่ในสภาพเช่นนั้น
เขาเดินไปเรื่อยๆบนท้องฟ้าที่มืดมิดแล้วมีหิมะที่โปรยปรายลำไส้ก็บิดตัวจนราวกับว่ามันจะขาดเพราะว่าไม่มีอะไรตกถึงท้อง เดินไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมายจนกระทั่งไปล้มลงอยู่ตรงริมถนน
ตอนที่ล้มลงไปแทนที่จะรู้สึกเ็ปแต่ในทางกลับกันกับรู้สึกด้านชาแล้วรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ภายในหัวของเขาคิดว่านั่นคือวาระสุดท้ายของชีวิตแล้ว
ในที่สุดเขาก็ได้หลุดพ้นจากโชคชะตาที่โหดร้าย~ นั่นคือสิ่งที่มันคิดอยู่ภายในหัวพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนๆที่ค่อยปรากฏออกมาจากมุมปาก2 ข้าง
ดวงตาทั้งสองค่อยๆพับปิดลงอย่างช้าๆแล้วก็ไอเย็นรอบร่างกายเข้าแทรกซึมไปถึงกระดูกมันกัดกินทั้งร่างกายและจิติญญาจนกระทั่งเขานั้นถึงวาระสุดท้ายของชีวิต
แต่กระนั้นยามที่ลืมตาตื่นขึ้นมาเขาก็มาอยู่ภายในร่างนี้ภายในร่างที่ไม่ใช่ของตนเอง แถมยังเป็ภายในาที่มีแต่ผู้คนฟาดฟันกัน
มันคือความเป็มาของเขาความเป็มาที่แสนอาภัพและน่าเวทนาเขาใช้ชีวิตเช่นนั้นมาโดยตลอดแต่ตอนนี้กลับมาอยู่ภายในร่างของคนอื่นที่ไม่รู้ที่มาที่ไป
“ ใช่แล้วขอรับหลี่หยางนายน้อยตัวของท่านคือนายน้อยหลี่หยาง ท่านเป็บุตรชายคนรองของตระกูลหลี่ของดินแดน 5 ธาตุแห่งนี้ ” อี้ชิงพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม
หลี่หยางที่กำลังนั่งอยู่เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นมาจ้องมอง ดวงตาทั้งสองข้างมองไปที่ฝ่ามือทั้งสองข้างของตนเอง ทุกอย่างมันดูแปลกใหม่ไปหมดตระกูลหรือว่าดินแดนเขาไม่เข้าใจของพวกนั้นเลยสักนิด
“ มันคืออะไรเล่นดินแดนห้าธาตุ ”
“ ดินแดนห้าธาตุก็คือสถานที่แห่งนี้อย่างไรขอรับนี่คือหนึ่งในดินแดนที่เป็ส่วนประกอบของมหาทวีปแห่งนี้”
“ แล้วท่านเองก็เป็คุณชายรองของตระกูลหลี่ผู้ที่สูงศักดิ์เป็ตระกูลชนชั้นสูงของดินแดน5 ธาตุ ”
หลี่หยางเมื่อได้ยินเช่นนั้นเขาได้ปรายสายตาที่เรียบเฉยไปมองผู้ที่อยู่ข้างกายของตนเอง
“ นายน้อยมองตาเช่นนั้นหมายความว่าอย่างไรหรือขอรับ? ” อี้ชิงแสดงใบน่าประหลาดใจออกมามันไม่เคยเห็นนายน้อยของมันใช้ดวงตาที่เรียบเช่นนั้นมองมาที่ตนเองเลย
“ คนชั้นสูงงั้นหรออย่าพูดบ้าๆถ้าเป็ชนชั้นสูงจริงๆคงจะไม่ต้องมาจับกระบี่แล้วก็อยู่ภายในาที่มีแต่ความเป็ความตายแบบนี้หรอก ” เขาพบเจอเื่เช่นนี้มามากมายมันเลยทำให้หลี่หยางรู้ได้ในทันที
พวกคนที่มีฐานะหรือว่าผู้ที่มีตระกูลที่ดีพวกมันไม่จำเป็เลยด้วยซ้ำที่จะต้องมาทำเช่นนี้ ถ้าสถานที่แห่งนี้คือกองทัพพวกมันคงจะเอาแต่นั่งดื่มเหล้าหรือว่ากินอาหารแล้วก็ชี้นิ้วสั่งให้พวกชนชั้นล่างไปตาย
เมื่อได้ยินนายน้อยของตนเองพูดกลับมาเช่นนั้นข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ที่นั่งอยู่ข้างๆดวงตาทั้งสองข้างคล้อยต่ำลงอย่างเศร้าหมองมันได้แสดงใบหน้าแห่งความสลดออกมา
“ นายน้อยไร้ความสามารถ เกิดเป็บุตรชายของอนุรองที่ร่างกายอ่อนแอ คนภายในตระกูลต่างดูถูกในน้อยแล้วก็ขับไล่ขอรับ” คนผู้นั้นพูดออกมาอย่างสลดใจในขณะที่พูดฝ่ามือทั้งสองข้างกำแน่น
หลี่หยางมองเห็นท่าทางของคนผู้นั้นดีเขาคงจะมีบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ภายในใจไม่น้อยเลยทีเดียว
‘ น่าขำจริงยามที่มาอยู่ภายในร่างของใครก็ไม่รู้เื่เป็คนที่โดนขับไล่โชคชะตาช่างเล่นตลก ’ หลี่หยางแสดงท่าทางราวกับว่าจะหลุดหัวเราะออกมา
โชคชะตาที่แสนอาภัพของเขาแม้ว่าจะไปอยู่ในร่างของคนอื่นก็ยังมีอยู่ในร่างของคนที่มีโชคชะตาแสนอาภัพเช่นเดียวกันเลย
“ แล้วอย่างไงนี่คือางั้นเหรอ? เ้าช่วยเล่าให้ข้าฟังหน่อยสิว่ามันเกิดอะไรขึ้น ” หลี่หยางอยากรู้เื่ราวมากกว่านี้
“ ขอรับ!!! ”
“ เมื่อประมาณหนึ่งปีก่อนดินแดน 5ธาตุแล้วก็ดินแดนมารเกิดการขัดแย้งกันทั้ง 2ดินแดนเลยทำการเริ่มเปิดาแต่ว่าการที่จะเริ่มาได้ก็ต้องเตรียมการเอาไว้ก่อนประมาณปีนึง ”
“ ใน่เวลานั้นตัวของนายน้อยที่อยู่ภายในตระกูลมีความสามารถต่ำต้อยที่สุดคนภายในตระกูลที่เกลียดชังในน้อยเลยทำการรวมหัวเสนอชื่อนายน้อยเข้ามาภายในกองทัพหวังเ้าให้มาตายภายในาครั้งนี้ขอรับ ” อี้ชิงอธิบาย
เมื่อได้ฟังเช่นนั้นมันราวกับว่าาแเก่าภายในใจกำเริบขึ้นมาหลี่หยางรู้สึกเ็ปขึ้นมาในทันทีชีวิตก่อนเขาเองก็โดนกลั่นแกล้งเช่นนี้จนตายไปแล้วตอนนี้ยังมีผู้คนที่คิดมากันแกล้งให้มาตายภายในาในอีก
“ ตอนนี้ามันเริ่มขึ้นแล้วขอรับเริ่มขึ้นได้ประมาณ3 วัน พวกเราเป็กองกำลังที่3 ที่จะเข้าปะทะในวันนี้ ”
“ กองกำลังที่ 3 อย่างนั้นเหรอ? ”
“ ใช่ขอรับกองกำลังที่ 3!! กองกำลังทั้งหมดภายในกองทัพมันมีอยู่ทั้งหมด7 กอง ที่เป็ทหารชั้นล่างอย่างพวกเราโดยจะทำการแบ่งออกไปสู้รบเป็กองละวัน ”
“ 2วันก่อนก็เป็กองที่ 1 และกองที่ 2ออกไปส่วนในวันนี้เป็กองของเราพรุ่งนี้ก็เป็กองที่ 4 ” อี้ชิงอธิบายถึงสัดส่วนของกองทัพ
หลี่หยางได้ฟังเขาก็รู้ได้ทันทีว่ามันเป็เช่นไร เขาไม่ได้โง่เห็นแค่นี้เขาเองก็มีความรู้ความสามารถอยู่ในระดับหนึ่งเช่นเดียวกัน
“ งั้นแสดงว่ากว่าจะถึงคราวของเราก็ต้องรอไปอีก1 สัปดาห์สินะ ” หลี่หยางเอ่ยถาม
“ ใช่ขอรับรออีก 1สัปดาห์จะถึงคราวที่เราจะต้องลงไปภายในสมรภูมิรบอีกครั้ง ”
หลี่หยางที่กำลังนั่งอยู่อยู่ๆเขาก็ทำการยกยิ้มที่มุมปาก ‘ แกกำลังเล่นสนุกกับฉันอยู่สินะโชคชะตา ’
จบบท