บทที่1 แบ่งทีม
สายตาของเขาจ้องมองมาที่ใบหน้าไม่หยุดระหว่างการเดินไปตามเส้นทางกลางคืนที่เงียบสงัดเสียงพูดของเธอดูช่างไพเราะเสียเหลือเกินไม่มีดนตรีหรือทำนองใดในโลกนี้จะเปรียบเทียบกับมันได้ริมฝีปากแดงดั่งลูกเชอรี่สุกได้ที่คิ้วโก่งเข้ารูปดั่งคันธนูสายตาเธอเป็ประกายซึ่งเขาััถึงมันได้ทางเดินป่าวเปลี่ยวในราตรีนี้น่าจะมีแต่สองคนแสงไฟส่องสว่างตามท้องถนนไม่เจิดจ้าเท่าละอองความรักที่ทั้งสองแผ่ออกมาสายลมอ่อนเบาๆลูบไหล่ใบบนใบหน้าของทั้งสองทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็แทรกขึ้นมาทำให้เขาตื่นจะผวังรัก
“รันๆ”
เสียงหญิงสาวเรียกทำให้เขารู้สึกตัวและผลัดหน้าออกจากเธอมาได้เขามองไปยังต้นเสียงที่พูดไม่หยุดแล้วทันใดนั้นก็เรียกชื่อของเขาอีกครั้ง
“รันนี่นายฟังอยู่หรือเปล่า”
“อื่มฟังๆ”
“เอาละงั้นเรามาแบ่งกันเป็ทีมเราจะแยกกันตรงนี้แล้วไปเจอกันที่จัตุรัสกลางเมืองไคในอีกหนึ่งเดือนเอาละทีมที่หนึ่ง มีฉันกับจูโกะ อีกทีมเป็นายกับไซเข้าใจมั้ยรัน”
“เฮ้ยๆเดี๋ยวก่อนซิทำมั้ยฉันถึงได้ไปกับไซละและเธอก็ไปกับจูโกะผู้หญิงไปกับผู้หญิงไม่อันตรายไปหน่อยเหรอ”
“นี้นายน้อยๆหน่อยยะผู้หญิงไปกับผู้หญิงการใช้ชีวิตมันง่ายกว่ากันหรือว่านายจะไปกับฉัน”
“ไม่มีทาง”
ทั้งรินและรันเถียงกันอยู่นานจนในที่สุดเพื่อนทั้งสองทั่งไซและจูโกะทั้งทนฟังไม่ไหวก็ได้พูดแทรกขึ้นทรามกลางเสียงที่แตกคอกันของรินและรัน
“เออคือฉันว่าแบบที่รินบอกก็ดีแล้วนะรันการใช้ชีวิตก็จะง่ายขึ้น”
“ใช่ๆฉันก็คิดแบบเดียวกันกับจูโกะนะรินทำแบบนี้ก็ถูกแล้วแบ่งเป็ชายๆหญิงๆเพราะจะได้ง่ายๆไงความเป็อยู่จะได้เข้าใจกันง่ายขึ้น”
สิ้นเสียงของทั้งสองคนรินและรันก็สงบปากคำได้ทั้งสองคนตกลงใช่แผนรินในการทำงานครั้งนี้ทั้งสองทีมแยกย้ายปตามทางที่กำหนดไว้ก่อนหน้านี้
“นี้เราจะต้องไปทางนี้จริงๆเหรอ”จูโกะพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูสั่นเครือ
“ใช้ๆ” รินตอบย้ำ “เอาน่าอย่างน้อยๆเราก็ยังไปกันสองคน”
“อื่ม”จูโกะสะบทคำพรางยิ้มอย่างสบายใจทั้งสองเดินทางไปทางทิศตะวันตกมุ้งสู่แดนจันทร์เมืองมีเมืองหลวงที่ชื่อเหมือนกันทวีปนี้เป็ทวีปที่ใหญ่มากอีกทวีปหนึ่งซึ่งมีเมืองอยู่ไม่มากนักแต่ละเมืองจะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป
“ดูนั้นสิมีร้านอาหารโรงนอนข้างทางด้วย”
รินพูดพรางชี้ไปที่โรงนอนนี้ก็ออกจากจุดที่แยกกันกับรันและไซมาไกลพอควรทั้งสองมองหน้ากันจึงตกลงที่จะนอนค้างคืนที่นี่พอเดินเข้ามาใกล้ก็เห็นป้ายอันใหญ่ที่ติดอยู่หน้าร้านมายาชื่อร้านมองเห็นเด่นเพราะแสงไฟที่ประดับประดาทำให้ร้านนี้ดูสดุดตามากขึ้นลูกบิดประตูสีเงินแวววาวทำให้รู้ว่าที่นี้ถูกดูแลรักษาเป็หย่างดีไม่เหมือนกับร้านค้าและโรงนอนทั่วไปที่จะมีแต่คนขี้เมามาใช้บริการรินเปิดประตูเข้าไปพายในนี้สะอาดสะอ้านทั้งสองเดินมาหยุดที่หน้าเคาน์เตอร์บาร์
“สวัสดีคะ”จูโกะพุดทักทายก่อนจะมีหญิงสาวคนหนึ่งเดินออกมาจากในครับเพื่อรับแขกทั้งสอง “สวัสดียามวิกาลสาวๆ”หญิงคนนี้จ้องมองดูเด็กสาวทั้งสองอย่างพิจารณาก่อนจะเอ่ยปากพูดต่อ“มีธุระอะไรให้ร้านมายารับใช้เหรอสาวๆฉันชื่อปานเป็เ้าของร้านที่นี้”รินมองหน้าจูโกะและเอ่ยปาก“เอ่อพอดีรอกำลังเดินทางกันคะอยากได้ห้องนอนที่มีสองเตียง” “ได้สิ”
ปานเ้าของร้านพูดพร้อมกับถามทั้งสองคนกลับ“พวกเธอดูท่าจะเหนื่อยหาอะไรกินก่อนมั้ยที่ร้านเรามีอารหารเครื่องดื่มหรืออะไรก็ตามที่ในทวีปนี้พอจะหาให้ได้เยอะแยะเลยนะ”
“ยังก่อนคะ”จูโกะพูดพรางยิ้มพราง
“แต่ฉันก็หิวข้าวอยู่นะจูโกะ” สีหน้ารินดูเริ่มหิว
“เอาละงั้นไปนั่งรอตรงโต๊ะนั้นเลยสาวๆเดี๋ยวพี่สาวแสนสวยคนนนี้จะทำอะไรอร่อยๆให้กินเอง”
ปานพูดพร้อมกับหันหลังเข้าครัวไปทำอาหารสาวน้อยทั้งสองก็เดินมานั่งรอที่โต๊ะตามที่เ้าของร้านบอกกลิ่นอาหารลอยคลุ้งไปทั่วร้านอาหารทำให้ทั่งสองเริ่มหิวข้าวมากขึ้นไม่นานอาหารก็พร้อมเสิร์ฟ
“เอาละสาวๆอาหารเสร็จแล้ว”เสียงแจ๋วแจ่วใสออกมาจากครัวทำให้รู้ถึงความเอาใจใส่ของเ้าของร้านเป็อย่างดี เมื่ออาหารมาถึงโต๊ะทั้งสองดูตาเป็ประกายท่ามกลางอาหารตรงหน้าปานเ้าของร้านก็พานยิ้มไปด้วย
“ทานให้อร่อยนะ”สิ้นเสียงเ้าของร้านก็ตามด้วยเสียงของสาวน้อยทั้งสอง
“ขอบคุณมากคะจะทานแล้วนะค่ะ”
สาวน้อยทั้งสองพูดพร้อมกันปานเดินไปที่เคาน์เตอร์บาร์พร้อมกลับลูกค้ากลุ่มใหม่ที่เข้ามาในร้านชายกลุ่มนี้มีกันห้าคนดูเหมือนจะเป็นักดาบสายตาของทั้งสองก็จ้องดูเพื่อสำรวจภายในร้านปากก็เขี้ยวอาหารไม่หยุดรินมองดูที่เอวของชายพวกนั้นสามคนเป็นักดาบที่เมืองจันทร์เพราะอาวุธและดาบของพวกเขามีสัญลักษณ์ของเมืองจันทร์รูปดวงจันทร์เสี้ยวกับดวงจันเต็มดวงในสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดและอีกสองคนดูท่าน่าจะเป็พ่อค้า
“นี้สาวน้อยมีห้องพักเหลือกี่ห้อง”เสียงทุ่มต่ำของชายร่างใหญ่พูดกร่างดูเหมือนจะเป็หัวหน้านักดาบของคนกลุ่มนี้
“เหลือเยอะเลยคะเป็เตียงเดี่ยวทั้งหมดนะคะ” เสียงสาวเ้าของร้านก็ดูดุดันขึ้นต่างจากตอนแรกลิบลับ
“เ้าๆใจๆงั้นเอาห้าห้องไปเลยแล้วเอาอาหารกับเครื่องดื่มที่แรงที่สุดของร้านมาด้วยนะ”เ้าของร้านยิ้มตอบรับแห้งๆ ชายทั้งห้าเดินมานั่งที่โต๊ะใกล้ๆกับสาวน้อยทั้งสองพรางพูดกันเสียงเบาลงแต่ทั้งสองก็พอจับใจความได้
“ไม่น่าเชื่อว่าป่าฝนนี้จะน่ากลัวขนาดนี้เคยได้ยินั้แ่สมัยก่อนว่าให้เลี่ยงป่านี้”ชายหนึ่งในห้าพูดขึ้น
“ตำนานนั้นอาจจะเป็จริงอย่างที่เขาพูดนั่นแหละเราเสียงนักดาบที่อีกสามคนกับพวกนายที่เป็พ่อค้าอีกคนหนึ่ง”
สิ่งที่สาวน้อยสังเกตุั้แ่ต้นก็ถูกต้องเพราะคนพวกนี้เป็นักดาบกับพ่อค้าที่เดินทางมาจากเมืองจันทร์ตึ้ง เสียงกำปั้นของชายร่างใหญ่ทุบลงที่โต๊ะก่อนจะสะบทคำพูดออกมาอย่างปลงๆ
“การสูญเสียครั้งนี้มากเกินกว่าจะนับไหว”
“เฮ้อกว่าจะจะเดินทางปลอดภัยออกมาถึงที่นี้ได้ก็เล่นกันเกือบไม่รอดสักคน”
“เอาล่ะหนุ่มๆคิดไปก็ปวดหัวปล่าวมาดื่มให้กับที่สิ่งที่เสียไปดื่มให้สิ่งดีๆที่จะเข้ามาต่อจากนี้จะดีกกว่า”เสียงของปานเ้าของร้านร้องดังลั่นออกมาจากครัวเป็สัญญาณว่าอาหารเสิร์ฟ ทันใดนั้นอาหารพร้อมเครื่องดื่มก็ถูกยกออกมาจากครัวกลิ่นหอมไปทั่วร้านพร้อมกับเครื่องดื่มพิเศษสูตรแรงเฉพาะก็มาวางไว้ที่โต๊ะจนเต็ม
“อย่างที่เ้าว่าสาวน้อยคิดไปก็ปวดหัวกลับสิ่งที่เสียไปเอ้า เรามาดื่มให้กลับพี่น้องเรากับการจากไปไม่หวนกลับ”
“แด่การจากไปไม่หวนกลับ”ชายทั้งกลุ่มยกแก้วแล้วะโเสียงดังลั่นทำให้คลายบรรยากาศที่ตึงๆใน่แรกได้เบาลงสาวน้อยทั้งสองทานอาหารใกล้เสร็จพอดีแต่ก็แคลงใจเื่ป่าฝนพอไปได้ไม่นานกลุ่มคนทั้งกลุ่มก็เริ่มได้ที่เมาจนจะฟังกันไม่รู้เื่สาวน้อยทั้งสองก็เดินขึ้นห้องพักที่เ้าของร้านจัดเตรียมเอาไว้ให้เสียงก้าวเดินมาถึงหน้าหห้องเสียงหาวของรินก็ดังขึ้นบ่งบอกถึงอาการง่วงขั้นสุด
“ตลกจังรินคงจะง่วงมากสินะ”
จูโกะหัวเราะเบาๆในลำคอสีหน้าของรินดูง่วงจนดูตลกเดินทางมาทั้งวันด้วยการเดินเท้าทำให้ทั้งสองดูอ่อนแรงมาก
“ใช้ฉันง่วงมากตอนกินข้าวไม่เห็นง่วงแบบนี้นี่หน่า”รินตอบกลับน้ำเสียงฟังดูไร้แรง
“งั้นเราแยกกันตรงนี้นะไม่ไหวแล้วจริงๆฝันดีจูโกะ”รินบอกลาจูโกะเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนเสียงลงกลอนก็เงียบหายไป “ราตรีสวัสนะริน”จูโกะพูดตามหลังแต่ก็ไร้เสียงตอบรับจากคนในห้องทางเดินยาวจูโกะเดินมาที่ห้องพักของตนแสงไฟจากไฟที่ส่องสว่างดูไม่ถนัดตาทางเดินที่เป็พื้นไม้จูโกะก้าวเท้าอย่างมั่นคงเธอรู้สึกได้ถึงขาที่เพลียเพราะการเดินมาตลอดทั้งวันจากจุดที่แยกจากไซและรันถึงแม้ตามทางจะเป็เส้นทางสรรจรของคนค้าขายไปมาส้นทางจึงมีร่มเงาให้คลาบร้อนลงไปบางแต่ระยะทางก็เป็สิ่งที่ต้องหวั่นเพราะทั้งสองไม่มีพาหนะในการเดินทางจึงจบลงที่การเดินพอสาวน้อยมาถึงหน้าห้องขอตัวเองมือเรียวก็ผลักประตูเปิดออกห้องนอนไม่ใหญ่ไปหหรือเล็กไปแต่ดูดีสำหรับโรงนอนริมทางเตียงนุ่มๆประตูบานใหญ่ที่เป็กระจกใสมองเห็นด้านนอกถึงแม้วิวจะเป็ป่าก็ตามแต่ก่อยังกว่าพนังทึบดูอึดอัดสาวน้องวางสัมภาระที่นำมาอาบน้ำเสร็จเตรียมตัวจะเข้านอนทันใดสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นด้วยความใจึงเงียบก๊อกๆ เสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้งแต่ครั้งนี้ดูแรงกว่าครั้งแรกสาวน้องไม่ยอมพูดโต้ตอบและทันใด เสียงจากนอกห้องก็ดังขึ้น
“สาวน้อยหลับหรือยังฉันปาน”จูโกะถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโลงใจ
“ยังคะ”จูโกะตอบกลับไปยังต้อนเสียง
“ฉันแค่จะมาบอกว่าพรุ่งนี้ฉันจะไปซื้อของเข้าร้านหน่อยนะ่เช้าจะไม่มีคนอยู่ถ้าจะเคลียร์ค่าห้องค่าอาหารก็ขอเป็่สายนะ”เสียงจากนอกห้องพูดกลับมาเมื่อได้ยินเสียงตอยรับจากคนในห้อง
“ได้คะ”จูโกะตอบกลับ “เฮ้อ โทษที่นะสาวน้อยวุ้นวายเพราะพวกขี้เมาโต๊ะนั้นแท้ๆของสดหมดร้านเลย งั้นไม่กวนแล้วราตรีสวัสนะ” สิ้นเสียงฝีเท้าที่เดินออกจากหน้าปประตูไปจูโกะก็เดินมาที่เตียงพร้อมเอนกายลงนอนเตียงนุ่มนิ้มพรางมองมาที่หน้าต่างระเบียงสายตาของนางก็คล้อยใกล้หลับในหัวของนางคิดถึงเื่ราวที่ได้ฟังมาตอนหัวค่ำกับเื่ราวของป่าที่เต็มไปด้วยอันตรายที่พ่อค้ากับนักดาบที่เดินทางเล่าและแล้วด้วยความเหนื่อยล้าก็ทำให้จูโกะหลับไปในที่สุด
เอ๊กอี้ เอ๊ก เอ้กเสียงไก่ขันเป็สำเนียงที่คุ้นหูแสงแดดยามเช้าส่องผ่านเข้ามาตรงหน้าต่างระเบียงอาบใบหน้าเรียวสวยเข้ารูปของสาวน้อยรินตื่นเช้ากว่าทุกครั้งอาจจะเป็เพราะว่าเธอนอนเร็วกว่าทุกทีเธอสำรวจตัวเองอีกครั้งตาเบิกกว้างดด้วยความใเธอเผลอหลับไปทั้งที่ยังไม่ได้อาบน้ำดด้วยความง่วงของการเดินทางเธอรีบวิ้งเข้าน้ำน้ำแล้วทำความสะอาดของร่างกายในไม่ช้าก็เสร็จพร้อมแต่งตัวเดินออกมาจากห้องหวังที่จะไปกินอาหารเช้าเพราะเธอเริ่มหิวด้วยความที่หิวเธอรีบลงมาแล้วเดินมาที่เคาน์เตอร์บาร์ทันใดนั้นก็เห็นปานสาวเ้าของร้านกำลังจะเตรียมตัวออกไปซื้อของเข้าครัว
“สวัสดีคะคุณปาน” ปานหันมาดุที่ต้นเสียงแล้วก็กล่าวทักทายกลับ
“สวัสดีสาวน้อย เมื่อคืนฉันขึ้นไปบอกเธอที่ห้องแต่เธอไม่ยอมเปิดประตูมาคุย ส่งใสคงเหนื่อยมากและหลับสินะ”
“ใช่ค่ะเมื่อคืนขึ้นห้องพักไปก็หลับเลยแต่ตอนนนี้ฉันหิวมากคุณช่วยยทำอะไรให้ทานหน่อยได้มั้ยคะ”
“นี้ละเื่ที่จะบอกเมื่อคืนคือตอนนี้ในร้านไม่มีวัตถุดิบทำอาหารเลยเพราะพวกขี้เมาเหมาไปหมด”
“ว้าวแล้วยังไงต่อเหรอคะ” สายตาดูเศร้าๆของรินที่ผิดหวังเพราะไม่ได้ทานอาหารเช้าดูเหมือนว่าปานคู่สนทนาจะดูออก
“เอางี้งั้นเราไปจ่ายตลาดเช้ากันมั้ย” สายตาของรินดูมีแววสดใสขึ้น “งั้นเราก็ไปกันเลย” ทั้งคูเดินออกมาจากร้านรินหยุดอยู่ที่หน้าประตูเพราะคำสั่งของปานปานเดินไปที่หลังร้านแล้วมาพร้อมกับม้าตัวใหญ่ตัวหนึ่งสีดำสนิทดูสง่าสุขภาพดีเพราะเ้าของมันดูและมันเป็อย่างดี
“มันสวยจังเลยคะ”รินพูดดชมหลังจากที่ปานจูงมันมาตรงหน้าเธอ
“มันเป็ม้าของพ่อฉันนะเขารักมันมาก”
“แล้วเขาไปไหนเหรอคะ”
“เขาเสียแล้วนะเพราะไปรบฉันก็เลยต้องดูแลม้าตัวนี้ต่อและร้านกับโรงนอนด้วย”สายตารินดูเศร้าอีกครั้งหลังจากที่ได้ยินคำตอบทำให้คู่สนทนาดูออก
“เื่มันก็ผ่านมานานแล้วไม่ต้องสนใจหรอกฉันหายเศร้านานแล้ว” ปานพูดปลอบพรางยิ้มแล้วรินก็กลับมายิ้มได้อีกครั้ง
“ฉันขอโทษนะคะแล้วก็แสดงความเสียใจด้วย”
“ไม่เป็ไรเอาละเราเอาเ้านี้ไปเทียมรถม้ากันเถอะเดี๋ยวสายไม่ทันการ”ว่าแล้วปานก็จูงม้ามาที่รถม้าที่แล้วก็ผูกเชือกให้แ่าพร้อมเดินทางไปตลาดทั้งสองขึ้นบนรถแล้วออกเดินทางไปที่ตลาดท่าน้ำตลาดใหญ่ที่อยู่ในบริเวณชายฝั่งทอดยาวไปตามชุมชนและชายฝั่งทะเลท้าเรือแห่งนี้เป็ที่รินจูโกะ รัน และไซ แยกกันแต่ด้วยที่ทั่งสี่มาตอนกลางคืนเลยไม่ทำให้เห็นอะไรในเมืองท่านี้มากนัก
“เป็ไงที่นี้คึกคักมั้ย”ปานพูดพร้อมกับหยุดรถม้าไว้ที่จดรถม้าทันใดนั้นก็มีชายวัยเกือบดึกคนหนึ่งเดินมาที่รถม้าเขาเดินตรงมาจับที่เชือกในมือปานแล้วเอ่ยปากถาม
“หนูปาน่นี้ไม่ค่อยเห็นมาตลาดเลยนะ”ชายวัยเกือบดึกถาม
“ก็่นี้ลูกค้าน้อยนะลุงเลยไม่ค่อยมาจ่ายตลาด”
“ใช่ๆเมืองฝั่งนู่นก็ไม่ค่อยกล้ามาแถวนี้เพราะได้ข่าวอะไรแปลกๆเื่ป่านั้นนะสิ่งที่หลับใหลกำลังตื่นขึ้นตลาดชายทะเลก็ไม่กล้าส่งขอไปค้าไปขายพ่อค้าแม่ค้าคนขนส่งนักดาบบ่นกันใหญ่เพราะขาดรายกันเป็ระนาว”พูดจบสายตาของชายวัยเกือบดึกจ้องมองมาที่ริน “แม่สาวน้อยนี้ใครลูกน้องเหรอ”พูดพรางชี้นิ้วมาที่ริน
“อ้อนี้ลูกค้าที่ร้านนะเขาอยากมาชมเมืองเดินตลาดชายทะเลเอ้อนี้ลุงหนูฝากเ้าม้าไว้ที่เดิมนะ” แล้วปานกับรินก็เดินจากมาจากที่จอดรม้าถือตระกล้าใส่ของคนละใบเดินตามกันไป
“ที่นี้มีของมากมายเลยนะอาหารเสื้อผ้าเครื่องประดับเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆและเครื่องประทินผิว”สายตาของรินดูเป็ประกายเมือได้ฟังคำพูดของปานด้วยวัยที่ยังเป็สาวอยู่การได้เดินตลาดคือเื่ที่สุดสนุกสุดกับภาระที่เขาแบกรับมันไว้
“เอางี้นะงั้นเรามาแยกกันตรงนี้ฉันจะไปซื้อของเข้าครัวส่วนเธอก็เดินดูตามสบายได้เลยนะแล้วเจอกันที่รถม้า”เมือได้ยินอย่างนี้รินก็พยักหน้ารับคำแล้วก็เดินชมตลาดไปเลื่อยๆ แล้วปานก็เดินเลือกซื้อสิ่งของไปตามอัธยาศัย
(กลางตลาด)
รินเดินดูร้านค้าต่างๆมาเลื่อยๆแต่ยังไม่ได้เลือกซื้อของชิ้นใดจนกระทั้งมาหยุดอยู่ที่หน้าร้านๆหนึ่งเป็ร้านค้าเล็กๆที่อยู่กลางตลาดแต่คนไม่เข้าร้านเพราะข้างในร้านดูล้างผู้คนรินลองเดินเข้ามาในร้านก็พบกับสิ่งของมากมายทั้งเครื่องมือทำอาหารเครื่องมือการเกษตรสมุนไพรตำราต่างๆ
“สวัสดีคะยินดีต้อนรับ”เสียงสั่นเครือของหญิงวัยชราคนหนึ่งกล่าวทักทายดูเหมือนว่าจะเป็เ้าของร้านนี้สายตาขอองหญิงชราจ้องมามาที่รินอย่างสงสัย
“สวัสดี”รินตอบกลับ
“แม่สาวน้อยเ้ามานี้เพราะโชคชะตา”หญิงชราพูด เสียงสั่นเครือของเขาทำให้ทำให้สาวน้อยกลัว
“เ้าไม่ต้องกลัวแม่สาวน้อย”หญิงชราดูออกเพราะท่าทางของรินดูเปลี่ยนไป “เชิญๆเข้ามานั่งในร้านก่อนข้ามีอะไรจะให้เ้าดู”
เมื่อหญิงชราผายมือเชิญรินเข้ามานั่งในร้านทันใดนั้นน้ำชากับขนมเค้กก็มาเสิร์ฟรินนั่งงงอยู่พักใหญ่หญิงชราก็เดินเข้ามานั่งใกล้ๆเธอ
“นี้แม่สาวน้อยสนใจของสิ่งไหนในร้านเป็พิเศษมั้ย”แล้วหญิงชราก็หยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมา ในนั้นเต็มปด้วยภาพสินค้าต่างพร้อมราคารินทำหน้างงอีกครั้งหญิงชราก็อธิบายของต่างๆในหนังสือเล่มนั้นยาวยืดด้วยความรำคาญรินจึงมองสำรวจข้างกายของเธอแล้วก็หยิบขวดน้ำหอมมาขวดหนึ่งสายตาหญิงชราก็เบิกกว้าทันที
“แม่สาวน้อยเอาชิ้นนี้เหรอ”รินพยักหน้า “นี้มันเหมาะกับเธอมากเลย”และทันใดนั้นเสียงประตูก็เปิดออกเพราะกับเสียงทักทายที่คุ้นหู
“โอะลูกค้าเข้าเดี๋ยวนะแม่หนูน้อยขอรับลูกค้าก่อนนะ”หญิงชราตอบรับคำทักทาย “สวัสดีคะยินดีต้อนรับเ้ามานี้เพราะโชคชะตา”พอรินได้ยินก็ทำหน้างงกันไปใหญ่เพราะเป็คำทักทายแบบเดียวกันกับของเธอเสียงจากคนที่เข้ามาในร้านก็แว่วขึ้น
“ไม่ต้องเลยยายฉันมาซื้อสมุนไฟรกับเครื่องปรุง เอาตามนี้นะ” เสียงคนที่เข้ามาใหม่คือปานและปานก็ยื่นกระดาษให้กับหญิงชราแล้วเธอก็เดินเข้ามาในร้านพร้ออมกับมองมาที่โต๊ะในร้านก็ใเล็กน้อยที่เห็นคนรู้จักอย่างรินในร้านนี้ด้วย
“เอ้าคุณปานมาที่นี้ด้วยเหรอคะ” รินทักทายปานก่อน แล้วก็ยิ้มเจืองๆที่มุมปากพรางหัวเราะเบาๆหญิงชราเดินเอาถุงของที่ปานสั่งมาให้จนครบปานจ่ายเงินเสร็จสับแล้วจูงมือรินออกจากร้านหญิงชรามองดูแล้วห้ามเอาไว้
“เดี๋ยวๆปานนั้นลูกกค้ายายนะ”หญิงชราห้าม
“เขามากับหนูเองคะหนูให้เขามารอที่นี้ก่อน”หญิงชราพอได้ยินเช่นนั้นก็เลยหยุดห้ามปานและริน“อ้องั้นเหรอไม่เป็ไรโชคดีนะแล้วมาอุดหนุนใหม่น่ะปาน”ปานตัดจบด้วยการนำตัวรินออกมาให้ห่างจากร้านของหญิงชราแล้วเดินมาหยุดลงปานปล่อยมือจากรินแล้วหันมาพร้อมกับหัวเราะลั่น
“ฮ่าฮ่า ฮ่า เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ เกือบได้ซื้อของแพง”
“ทำมั้ยเหรอคะ”รินถามเพราะความสงสัย
“ก็ยายนั้นนะเป็ตัวป่วนของตลาดนี้เลยนะเขามักจะหลอกขายของแพงให้กับนักเดินทางเหมือนพวกเธอนี้และมักใช้คำว่าโชคชะตานำเ้ามาที่นี้ และก็ขายของให้” ปานเรียนแบบเสียงของหญิงชราที่ผู้กับรินจนรินกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่ไหว
“ฮ่าฮ่า ฮ่า คุณปานนี้เรียนเสียงได้เหมือนจังเลยนะ”
“ไม่หรอกฉันมาทุกครั้งแกก็ทักอย่างนี้ทุกครั้งที่หลังจำไว้นะ” รินและปานก็หัวเราะขึ้นพร้อมกัน ทั้งคู่เดินกลับรถม้ามาพร้อมกันชายวัยเกือบดึกคนเดิมเดินมาหา
“โฮ้ชื้อของเยอะจริงๆ” เขากล่าวทักทาย
“ใช้วันนี้ซื่อเยอะหน่อยต้องเตรียมไว้หลายวันเพราะเมื่อวานเจอพวกขี้เมามาเหมาเกลี้ยงร้านเลย” ปานพูดพร้อมขนสิ่งของที่ซื้อมาขึ้นท้านรถม้า
“ก็ดีแล้วนี้หน่าจะได้มีรายได้เข้ามากันบางไม่เหมือนพวกขายส่งเพราะขาดรายได้”
“เฮ้อนั้นสินะนี้ลุกค้าจอดเท่าไหร่”
“เหมืนเดิมแหล่ะหนูปานสามเหรียญ” ปานหยิบเหรียญในกระเป๋าให้กับชายวัยใกล้ดึกคู่สนทนา
“ไปนะลุง”ปานตัดบทแล้วเธอกับรินก็ขึ้นรถม้า “โชคดีนะแล้วเจอกันใหม่” ชายวัยเกือบดึกโบกมือลาทั้งสองปานขับรถม้าแล้วก็ควบม้าจามาจากจุกจอดรถม้าเพราะเวลาก็สายมากแล้วเธอกลัวลูกค้าจะมารอม้าวิ่งด้วยความเร็วที่ไม่มากนักแต่ก็ทำเวลาได้ดีพวกเขามาถึงร้านของปานได้ในเวลาไม่นานปานและรินช่วยปานขนของเข้าร้านพร้อมกันกับที่ปานนำม้าไปเก็บไว้ที่คอกหาน้ำกับหญ้ามาให้และก็เก็บรถม้าไว่ที่เดิมปานกับรินเข้ามาในร้านพร้อมกับความเงียบปานถอนหายเต็มปอดเพราะโล่งใจที่ยังไม่มีใครตื่นเพราะเมื่อคืนมีแต่คนดื่มหนักๆแต่ด้วยความโล่งใจก็มีเสียงฝีเท้าเล็กๆเดินลงบันไดมาทันใดเ้าของเสียงฝีเท้าก็มาหยุดที่ชั้นล่าง
“จูโกะตื่นแล้วเหรอ”รินกล้าวทักทายเมื่อเห็นจูโกะ
“อื่มเพิ่งตื่นอาบน้ำอาบท่าเสร็จก็ลงมานี้แหล่ะ”รินพยักหน้าตอบกลับเป็สัญญาณว่ารับทราบ ทันใดนั้นเสียงของปานก็ดังขึ้นปานจับบ่าริน
“เอาละทั้งสองคนวันนี้ฉันเลี้ยงเด้งเพราะสาวน้อยคนนี้ไปช่วยฉันจ่ายตลาด” จูโกะเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ทำหน้าตาตื่นเต้นพรางพูด
“ไปจ่ายตลาดเหรอริน ทำมั้ยไม่ปลุกฉันด้วยฉันก็อยากไปนะ” สายตาของจูโกะดูผิดหวังปนเศร้ารินได้แต่ยิ้มเจื่อนๆพรางพูดขอโทษ
“ขอโทษนะจูโกะที่ไม่ได้ไปปลุกเธอนะเพราะกลัวเธอยังคงเหนื่อยอยู่เลย”
“ไม่เป็ไร”จูโกะพูดตัดพร้อมใบหน้าที่ยิ้มแย้ม “ก็ฉันนอนตื่นสายเองนี่หน่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ”จูโกะพูดพรางหัวเราะทำให้บรรยากาศมันผ่อนครายขึ้นและแล้วกลิ่นหอมของอาหารก็ลอยมาเตะจมูกของทั้งคู่ เสียงจากในครัวก็ลันออกมาข้างนอก
“เอาละสาวๆหาที่นั่งเตรียมตัวทานอาหารกันได้เลย”พอได้ยินแบบนั้นทั้งจูโกะและรินก็เตรียมโต๊ะและแล้วอาหารก็มาเสิร์ฟหลากหลายเมนูปานหาเครื่องดื่มเย็นๆมาให้ทั้งคู่
“คุณปานมาท่านด้วยกันสิคะ”รินเชื่อเชิญพร้อมกับผายมือมาที่เก้าอี้ว่างปานส่ายหน้า
“ฉันเลี้ยงพวกเธอและฉันยังไม่หิวขอปเตรียมอาหารไว้ก่อนนะเพื่อพวกนั้นตื่นแล้วจะทำอะไรต่อมิอะไรทัน”พูดจบปานก็เดินเข้าครัวต่อ รินและจูโกะก็พากันทานอาหารอย่างอร่อย ทันใดนั้นจูโกะก็พูขึ้น
“นี้เธอได้ยินเื่ที่พวกนักดาบกับพ่อค้าขี้เมาพูดกันมั้ยเมื่อคืน”จูโกะถามริน
“อื่มได้ยิน”
“เื่เล่าของป่านั้นที่ๆเราจะไปและมันไม่มีทางอ้อมผ่านได้เลย”จูโกะพูดพรางทานข้าวพราง
“เมื่อเช้าที่ตลาดก็มีชายคนหนึ่งพูดเื่นี้กับคุณปานเขาว่ากันว่าสิ่งที่หลับใหลในป่านั้นกำลังตื่นขึ้น”
“เราอ้อมป่านี้ไม่ได้เพราะเป็ป่าที่ทอดยาวจรดชายฝั่งทั้งสองฝั่ง”จูโกะและรินพูคุยกันไปเลื่อยๆจนปานเดินมาได้ยินและโพลเข้ามานั่งกับทั้งสองคน
“นี่พวกเธอจะไปอีกฝั่งของป่าเหรอ”ปานถามทั้งสอง
“อื่ม”ทั้งสองตอบ
“ที่นั้นมันอันตรายเลยนะเธอไม่ได้ยินเหรอที่พวกนักดาบกับพ่อค้าคุยกันเมื่อคืนนะ”
“ได้ยินคะแต่จะทำไงได้ในเมื่อเราไม่มีทางเลือกอื่น”จูโกะตอบกลับปาน
“เฮ้อฉันไม่อยากให้พวกเธอเข้าไปในป่านั้นเลย”
“ขอบคุณมากคะคุณปานแต่เราต้องไปจริงๆ”รินพูดพรางยิ้มออกมาเพื่อเป็สัญลักษณ์ให้ปานรู้ว่าไม่เป็ไรและพุดต่อ“ที่นี้พอมีรถม้ารับจ้างไปส่งถึงชายป่ามั้ยคะ”
“่นี้คนไม่กล้าเข้าใกล้ป่านั้นเหรอนะถ้าไปส่งก็คงผ่านป่าที่เป็แนวชายแดนของฝั่งทะเลถึงทุ่งที่ราบก็ไม่กล้าไปเหมือนเมื่อก่อนเพราะนักดาบเก่งๆที่ผ่านทุ่งนั้นก็หาแทบไม่มีแล้ว” ปานพูดและถอนหายใจยาวเหมือนกำลังปลง
“แล้วพอจะมีใครไปส่งได้มั้ยคะ”รินถามย้ำ“เพราะพวกเราก็จะได้เก็บแรงตอนนั่งรถม้าเมื่อถึงป่าจะได้มีแรงเหลืออ่ะคะ” ปานถอนหหายใจเฮือกใหญ่นั่งจ้องหน้าของสาวน้อยทั้งสองแล้วถอนหายใจอีกครั้ง
“นี้ฉันคงห้ามพวกเธอไม่ได้จริงๆสินะ”หน้าตาดูจริงจังของทั้งสองคนทำให้ปานหมดกำลังแรงใจที่จะห้ามทั้งสองคนนี้และก็พูดต่อ
“เอาละในเมื่อฉันห้ามพวกเธอไม่ได้ฉันก็จะเป็คนไปส่งพวกเธอเองกับเ้าม้า”สิ้นเสียงปานก็มีเสียงฝี่เท้าหลายเสียงเดินลงมาแล้วมาหยุดลงที่ตรงชั้นล่างของบันไดเสียงทุ่มต่ำของชายร่างใหญ่กับกลุ่มของเขา
“นี้ก่อนที่จะไปก็ทำอาหารเช้าให้พวกข้ากินก่อนนะ”เสียงหัวเราะก็ดังลั่นไปทั่วโรงครัวริมทางแห่งนี้