เสียงของฉางเฟยที่ดังมาจากทางด้านหลังของเทียนเปา ทำเอาเด็กสาวต้องชะงักดวงตาเบิกกว้างเพราะความใแม้ไม่ต้องหันกลับไปมองก็รู้ได้ในทันทีว่าคือใคร เทียนเปาค่อยๆหมุนตัวกลับไปช้าๆเพื่อดูว่าใช่อย่างที่ตนคิดไหมและคำตอบก็ประจักต่อสายตาของนางอย่างชัดเจน
“ท่านฉางเฟย”
“แม่นางน้อย ข้าขอถามแม่ของเ้ามีนามว่าอะไร”ไม่รอช้าที่จะถามเพราะเขาเริ่มมั่นใจแล้วว่าเด็กน้อยในอ้อมอกของเด็กสาวของบุตรสาวของเขา ถึงในตอนแรกจะรู้สึกคุ้นตาแต่ไม่ค่อยเอะใจเท่าไหร่เพราะหลินเฟยซุกอกของเทียนเปาอยู่ แต่พอเขาเดินวกกลับมาก็มาได้ยินเื่เข้าแถมในตอนนี้เขาได้เห็นหน้าหลินเฟยอย่างชัดเจนแล้ว
“แม่ของข้า...”เหมือนจะไม่กล้าตอบเทียนเปาหันไปส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากอู้เิกงทันที อีกฝ่ายเหมือนจะรู้ความหมายนั้น
“ท่านฉางเฟย ข้าว่าท่านคงจะเข้าใจอะไรผิดแล้วล่ะ”
“เข้าใจผิด?”ฉางเฟยทวนคำของอีกฝ่าย
“ใช่ ข้าขอเดาว่าท่านคงกำลังตามหาใครซักคนที่คล้ายกับนางหรือแม่ของนาง”ฉางเฟยยกยิ้มแปลกๆขึ้นที่มุมปากจนทำให้ทั้งสองเดาไม่ออกว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร
“ข้าไม่ได้เข้าใจผิดอะไรหรอก เพราะเด็กที่นางกำลังอุ้มอยู่ คือบุตรสาวของข้า”ทั้งสองก้มมองหลินเฟยทันที เทียนเปานึกขึ้นได้ถึงคำพูดของหลินเอ๋อที่เคยบอกกับนางถึงเื่ของหลินเฟย แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดลึกนัก กล่าวถึงพ่อของหลินเฟยที่ไม่ได้อยู่ตอนนางเกิดและไม่ได้กลับมาหานาง
“ท่าน... ท่านเองเหรอ”
“รู้จักข้าด้วยเหรอ”ฉางเฟยกล่าวถาม
แน่นอนว่าเขาจำหลินเฟยได้แต่กับเทียนเปาเขาไม่คุ้นหน้าเลยซักนิด จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่านางเป็ใครแต่รู้ว่านางคือบุตรสาวอีกคนของหลินเอ๋อ มันคือเื่ที่ทำให้ฉางเฟยเกิดสองอย่างในเวลาเดียวกัน อย่างแรกเขาสงสัยถึงที่มาที่ไปของเทียนเปาว่าเป็บุตรสาวของหลินเอ๋อได้เช่นไรเพราะตอนที่เขาอยู่กับนาง นางยังไม่มีลูกอีกทั้งระยะเวลาเพียงปีกว่าก็ไม่น่าจะมีบุตรสาวที่โตขนาดนี้
กับอย่างที่สองคือเมื่อคิดว่านางไปมีบุตรตอนไหนฉางเฟยก็เกิดคิดว่าหลินเอ๋อมีชายอื่นอยู่ก่อนหน้าเขา แต่มันก็ยังขัดกับเหตุผลจริงๆว่าตอนเขามีอะไรกับนาง นางยังบริสุทธิ์อยู่
“ท่านคือคนที่ทิ้งท่านแม่กับหลินเฟยไป...”แต่เหมือนเด็กสาวจะรู้เื่ของเขา ทำให้ฉางเฟยต้องชะงักกับคำพูดของนาง”ท่านคือคนที่ปล่อยให้ท่านแม่ของข้าเลี้ยงดูบุตรที่เกิดจากท่านและนางเพียงลำพังโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมาสนใจหรือดูแล แม้แต่การมาเยี่ยมเยือนก็ไม่มี...”
“ข้า...”จุกเสียดเข้าไปในหัวใจที่เหมือนจะไร้จุดอ่อน ฉางเฟยถูกพูดถึงเหตุการณ์ที่เป็จริงยิ่งทำให้เขาพูดอะไรไม่ออก
“เทียนเปา!”เสียงของมู่จินที่พึ่งจะมาเจอพร้อมๆกับฟู่ถัง ทั้งสองออกตามหานางหลังพบว่านางและหลินเฟยหายไป ตอนนี้มาพบว่านางกำลังเผชิญหน้ากับใครอีกคนที่พวกเขาไม่รู้จัก แต่จากท่าทางแล้วดูเหมือนจะไม่เป็มิตรเอามากๆจึงได้รีบวิ่งเข้ามายืนขวางเอาไว้ทั้งคู่
ฉางเฟยเมื่อได้สติจากเสียงเรียกเด็กสาว เขาเงยหน้ามองทุกๆคนตรงหน้าก่อนจะมองตรงไปยังเด็กสาวซึ่งเขาคิดว่านางมีอะไรที่เขา้า
“ข้ามาเพื่อเหตุผลสองข้อ ข้อแรกคือมานำตัวหลินเอ๋อกลับไปพร้อมลูกสาวของข้า และถ้าเ้า แม่นางน้อยหากเ้าเป็บุตรอีกคนของหลินเอ๋อข้าก็จะพาเ้ากลับไปด้วย”ฟู่ถังมองอีกฝ่ายอย่างชั่งใจเมื่อได้ยินว่าอีกฝ่าย้าอะไร ในขณะที่มู่จินพยายามคิดด้วยเหตุผลถึงเื่ราวที่เขากล่าว
“ข้อสอง ข้ามาเพื่อจัดการกับตาเฒ่าชิงหลง หากในตอนนี้เจอเพียงแต่เ้าทั้งสองข้าก็จะเอากลับไปด้วย ส่วนพวกเ้าข้าจะฝากข้อความไปยังหลินเอ๋อและชิงหลง ว่าหาก้าตัวพวกนางก็ให้ไปพบข้าที่เมืองหลวง”
“ข้าเกรงว่าคงจะยอมให้ทั้งสองอย่างแก่ท่านไม่ได้หรอกนะท่านจอมยุทธ”มู่จินกล่าว ในขณะที่ฟู่ถังเริ่มตั้งท่าเตรียมรับการจู่โมของอีกฝ่ายที่ถึงแม้จะไม่ได้ขยับตัวอะไร แต่ลึกๆเขารู้ว่าอีกฝ่ายต้องลงมือแน่
“ตอนนี้ข้าไม่อยากลงมือ จงหลีกไปซะแล้วให้ข้าได้นำบุตรของข้ากลับไปด้วย หากขวางข้าก็อย่าหวังว่าข้าจะปราณี”ฉางเฟยกล่าวเสียงเรียบแต่ทว่าดุดัน
“ที่นี่เป็ที่ของข้า อย่าคิดจะมาขู่เสียให้ยาก”อู้เิกงที่ยืนฟังอยู่นานกล่าวตอบก่อนจะสะบัดพัดที่เหน็บไว้ที่เอวออกมากาง ในขณะเดียวกันฟู่ถังและมู่จินเองก็ชักกระบี่ของตนออกมาพร้อมกัน ฉางเฟยมองเด็กน้อยทั้งสองก่อนจะถอนหายใจ เขาคงไม่มีทางเลือกนอกจากลงมือสินะ
“อย่าหาว่าข้าไม่เตือนก็แล้วกัน”พูดจบก็ย่อตัวลงแล้วพุ่งเข้าหาทั้งสามทันที
บึ่มมมม!!!...
.............................
ณ สำนักหมู่ตึกบัณฑิต
“อ๊ะ!..”เสียงของหลินเอ๋อดังขึ้นท่ามกลางเสียงของเ้าปลาที่จู่ๆก็ชะงักไปและหันมามองนาง ท่าทีของนางเหมือนใอะไรบางอย่าง
“เ้าเป็อะไรหลินเอ๋อ”ถามขึ้นทันทีเมื่อเห็นว่านางเกิดอาการแปลกๆ
“ข้า.. ข้ารู้สึกแปลกๆ”
“รู้สึกเช่นไร”เ้าปลายังคงถามต่อ หลินเอ๋อบอกไม่ถูกเพราะสิ่งที่นางรู้สึกจู่ๆมันก็ปรากฏขึ้นมาพร้อมๆกับเสียงของหลินเฟย เสียงบุตรสาวคนเล็กของนางที่ร้องดังขึ้นเพียงชั่วครู่แต่ก็ชัดเจน
“หลินเฟย...”
“หลินเฟย บุตรสาวคนเล้กของเ้าน่ะเหรอ นางทำไม”
“ข้า ข้าต้องออกไปจากที่นี่!”หลินเอ๋อเริ่มมีอาการตื่นกลัวขึ้นมานางพยายามมองหาทางออกโดยลืมติดไปว่านางไม่ได้อยู่ในโลกภายนอกหากแต่อยู่ในจิตใต้สำนึกของตนเอง
“ใจเย็นๆ หลินเอ๋อ!!”เสียงตวาดลั่นของเ้าปลาทำเอาหลินเอ๋อต้องชะงัก”ใจเย็นๆสิ! ฟังข้าพูด เ้าในตอนนี้อยู่ในจิตใต้สำนึก หากจู่ๆเ้าหลุดออกกลางคันธาตุไฟจะเข้าแทรกทำให้เ้ากลายเป็คนเสียสติไปในทันที!”
“แต่หลินเฟย”นางกล่าวเรียกบุตรสาวทั้งน้ำตา
“ฟังข้า! บอกข้าว่ามันเกิดอะไรขึ้น ค่อยๆพูดไม่ต้องรีบร้อนหากได้ใจความข้าจะบอกเ้าเองว่าควรทำเช่นไร”หลินเอ๋อมองเ้าปลาก่อนจะพยายามตั้งสติและเล่าเื่ราวที่นางรู้สึก
ในขณะเดียวกัน ชิงหลงที่กำลังนั่งดื่มชาอยู่กับท่านเ้าสำนักอยู่ก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง เขานิ่งไปครู่หนึ่งจนท่านเ้าสำนักต้องแปลกใจ
“เทียนเปา”
....................................
ณ โรงเตี้ยมหยก
พรึบบ!
ร่างของมู่จินลอยกลางอากาศหลังถูกฝ่ามือของฉางเฟยซัดเข้าใส่อย่างจัง ฟู่ถังรีบเข้ามารับนางเอาไว้ได้ทันก่อนที่ทั้งคู่จะถอยเว้นระยะออกมา
ร้ายกาจมาก เพียงฝ่ามือยังเอาชนะได้ยากไม่ต้องพูดถึงสูสีเลยด้วยซ้ำ แค่จะรับมือกับอีกฝ่ายยังเป็เื่ยากกว่าที่คิดเสียอีก ในขณะเดียวกันคุณชายอู้เิงเองก็แทบกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่ออีกฝ่ายร้ายกาจกว่าที่เขาคิด
“ข้อจะพูดอีกครั้งและครั้งสุดท้าย ส่งตัวพวกนางมาให้กับข้า ฝีมือของพวกเ้าเทียบกับข้าไม่ได้หรอก”ฉางเฟยกล่าวเตือนทั้งสาม แต่ดูเหมือนว่าเขาจะมาเจอเข้ากับพวกหัวแข็งเข้าให้แล้ว
“ข้าจะถือว่าท่านไม่ได้พูดก็แล้วกัน”อู้เิกงพูดจบก็จัดการตวัดพัดในมือขึ้น”กงจักรวายุ!!”
ตวัดพัดในมือออกไปทำเอามันหมุนควงด้วยความเร็วพุ่งเข้าหาฉางเฟยทันที อีกทั้งยังใช้วิชาฝ่ามือไร้นามซัดแถมเข้าไปอีกสามหน ฉางเฟยเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายใช้อะไรจึงได้กระชากดาบทั้งฝักที่ด้านหลังออกมากันมันเอาไว้
“มู่จิน”ฟู่ถังเอ่ยเรียก หญิงสาวเมื่อรู้ว่าอีกฝ่าย้าจะสื่ออะไรจึงได้พยักหน้าตอบทันที เมื่อเห็นโอกาสทั้งมู่จินและฟู่ถังต่างตั้งท่า
“วิชากระบี่คู่ลำนำวิวาท!”ทั้งสองเอ่ยพร้อมกันแล้วพุ่งเข้าหาฉางเฟยทันที ทั้งสองใช้กระบี่ในมือตวัดเป็คมกระบี่ฝ่าอากาศใส่ฉางเฟยทำให้ชายหนุ่มต้องชักดาบในฝักออกมากัน กลายเป็ต้องรับมือจากทั้งสองทางในเวลาเดียวกัน
“ฝีมือแค่นี้คิดจะมาขวางทางข้างั้นเหรอ!!”ฉางเฟยตวาดลั่นหลังปัดป้องการโจมตีของทั้งไว้ได้อย่างสบายๆ ก่อนจะทำการปลดจุดพลังที่เขาสะกัดเอาไว้ภายในตัวก่อนออกจากเกาะร้าง ลมปราณที่รุนแรงอยู่แล้วเพิ่มพูนความรุนแรงขึ้นมาอีกจนเกิดออร่ารอบตัวเป็สีแดง จากที่แค่ห้อมล้อมกายมันะเิออกไปทั่วพื้นที่ทันที
บึ่มมม!!!...
“ม่านหยาง!”มู่จินรีบใช้วิชาม่านพลังจากลมปราณของตนเพื่อป้องกันพลังของฉางเฟยทันที แต่ดูเหมือนจะต้านเอาไว้ไม่ไหวเพราะพลังของอีกฝ่ายรุนแรงมากเกินไป
ย๊า!!
ฉางเฟยส่งเสียงดังลั่นพร้อมทั้งยกดาบขึ้นพาดบ่าของตน ก่อนที่พลังของเขาจะหยุดการะเิออกแล้วกลับมาห้อมล้อมกายของเขาเช่นเดิม ทว่าหนนี้มันมีสีที่เข้มยิ่งกว่าก่อนหน้าเสียอีก
“พลังอะไรกัน ทำไมถึงได้รุนแรงขนาดนี้”อู้เิกงพูดขึ้นหลังตรึงกับพลังของอีกฝ่าย
“เล่นกันมาพอแล้ว ต่อจากนี้ข้าขอเอาจริงบ้างล่ะ! ลมปราณโลหิต!!”พูดจบเสียงดังก่อนจะปรากฏลวดลายสีดำกระจายไปทั่วทั้งร่างของฉางเฟย เมื่อทุกอย่างสงบลงสิ่งที่พวกเขาเห็นคือฉางเฟยในตอนนี้ที่เปลี่ยนไปเอามากๆ หมอกไปทมิฬอีกทั้งจิตสังหารขึ้นรุนแรง ขอบดวงตาทั้งสองถูกพาดด้วยลายดำเป็เส้นตรง
“วิชาดาบพิชิตมารโลหิต สืบกินเืเนื้อ!!”ยกดาบขึ้นเหนือหัวของตัวเอง ก๋อนจะปรากฏดาบขนาดใหญ่สีแดงฉานตรงที่ฉางเฟยยืนอยู่ ทำเอาทั้งสามและเทียนเปาที่ได้เห็ฯยังต้องตกตรึงยิ่งกว่าเดิม
ย๊า!!!
ไม่รอช้าจัดการฟาดคมดาบขนาดใหญ๋ลงใส่ทั้งสามทันที แรงการฟันนั้นมหาศาลเสียจนอะไรก็ตามที่อยู่ใกล้เคียงเป็อันต้องพินาศไปในพริบตาเดียว อีกทั้งยังความเสียหายที่ไม่ได้จำกัดวงเอาไว้แต่มันกระจายออกทำให้บริเวณโดยรอบพังไม่เหลือชิ้นดี
ร่างของมู่จินและฟู่ถังถูกแรงพลังการทำลายซัดจนลอยมากระแทกเข้ากับกำแพงของโรงเตี้ยมซึ่งเป็หิน ทำเอากำแพงบริเวณนั้นพังทลายลงทันที
ส่วนอู้เิกงถูกแรงจากพลังทำลายซัดจนลอยมาอัดเข้ากับตัวอาคารขนาดสองชั้นจนมันพังลงในคราเดียว สิ้นสุดการโจมตีสิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงความเสียหายขนาดใหญ่ยากเกินกว่าจะคาดได้ ฉางเฟยยกดาบขึ้นอีกครั้งหวังจะใช้กระบวนท่าเดิมเพื่อจัดการกับทั้งสามให้สิ้นซากไปเสีย
“อึก.. ไม่นะ!!”เทียนเปาที่ลุกขึ้นมาได้ถึงแม้จะได้รับาเ็เพียงเล็กน้อยจากพลังทำลายนั้นแต่นางก็ยังพอมีแรงเหลือ เมื่อเห็นว่าฉางเฟยจะลงมืออีกหนและทั้งสามหมดสภาพจากการต่อสู้แล้ว นางจึงรีบวิ่งเข้าไปขวางในทันที ฉางเฟยหยุดชะงักการโจมตี
“ท่าน้าตัวข้ากับหลินเฟยไม่ใช่เหรอ! ฮึก อย่าทำร้ายพวกเขา!”นางะโบอกอีกฝ่าย
“ถ้าเช่นนั้น....”เสียงของฉางเฟยเอ่ยขึ้น ในวินาทีนั้นเทียนเปาจึงได้ตัดสินใจ
“ข้าจะไปกับท่าน.. ฮึก.. แลกกับชีวิตของพวกเขา!”