“ฉันไม่ชอบสีนี้ ไปเปลี่ยน”
“แต่สีนี้คุณชายก็ใส่เป็ประจำนี่คะ”
“ประจำแล้วไง ก็วันนี้ฉันไม่ใส่”
“เดี่ยวมินไปเปลี่ยนให้ค่ะ” เธอในชุดนักศึกษาเดินเลี่ยงไปหยิบเนกไทใหม่ให้เขา โดยมีสายตาของเขามองตามเธอ
ในทุกวันเธอจะต้องขึ้นมาช่วยเขาแต่งตัว เตรียมของทุกสิ่งให้พร้อม ก่อนที่เขาจะไปทำงาน เขาแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย ทุกๆ อย่างมีคนทำให้พร้อม และเธอก็มีหน้าที่เป็สาวใช้ประจำตัวเขา สาวใช้ที่ต้องทำหน้าที่ทุกอย่างแม้กระทั่ง...
ขณะที่เธอต้องรีบเร่งเพื่อเตรียมของให้เขา เพื่อให้เสร็จให้เร็วที่สุด เพื่อที่เธอจะได้ไปเรียนก่อนที่จะสาย แต่เขากลับทำเป็ไม่สนใจพยายามยืดเวลาช้าๆ แต่คนใช้เช่นเธอจะทำเช่นไรได้ นอกจากทำตามสิ่งที่เขา้า
เมื่อช่วยเขาแต่งตัวเสร็จแล้วเธอเตรียมตัวลงไปข้างล่างเพื่อเตรียมไปเรียน แต่ก่อนที่เธอจะออกไป
“เย็นนี้ไปหาฉันที่เดิม” เธอหันมองเขาทันทีเมื่อเขาพูดจบ ที่ๆ เดิม ที่เธอไม่อยากจะไป ที่ๆ รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เธอจะปฏิเสธอะไรได้ นอกจากจะทำตามสิ่งที่เขา้า
เขาเดินออกไปจากห้องทันทีหลังจากที่บอกความ้าของเขาแก่เธอ และรู้ว่าเธอจะไม่มีทางปฏิเสธได้
มินตรา เธอเป็หลานสาวแม่นมที่คอยดูแลคุณชายแห่งวังอิศรากุลมาั้แ่เด็กและเสียชีวิตไปั้แ่เธอและน้องสาวยังเด็ก เธอเป็เด็กกำพร้าที่ผู้เป็ยายรับมาดูแลหลังจากมารดาเสียชีวิตลง และหลังจากผู้เป็ยายเสียชีวิตลง หม่อมรำไพ ผู้เป็ย่าของคุณชายรพีพัฒน์ รับเธอและน้องมาดูแลต่อและส่งเสียให้เรียนหนังสือ และคอยอบรมสั่งสอนเธอและน้องสาวมาตลอด บุญคุณที่มากกว่าบุญคุณ ทั้งเธอและน้องสาวไม่รู้ว่าชาตินี้จะใช้หมดหรือไม่
ตอนนี้เธอกำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยชื่อดัง มหาวิทยาลัยที่หม่อมรำไพเป็ผู้ที่้าให้เธอเข้าเรียน เพื่อจะได้มีความรู้และความสามารถ เธอจึงขอเข้าสอบชิงทุนเพื่อที่ไม่อยากรบกวนผู้มีพระคุณมาก และเธอก็ได้ทุนนั้นมา ตอนนี้เธอเรียนอยู่ปีที่ 4 ในสาขาวิชาออกแบบเสื้อผ้า ที่เธอเรียนด้านนี้เพราะเธอชอบและเธอก็มีความฝัน
ด้านรพีพัฒน์
เมื่อเขาออกจากห้องส่วนตัวมา ก็เดินไปหาผู้เป็ย่าวัย 76 ปี ที่กำลังนั่งรับลมอยู่ริมสวนดอกไม้ที่ประจำ ข้างกายมีสาวใช้คอยดูแลไม่ห่าง
“จุ๊บ ทำอะไรอยู่ครับคนสวยของพี” เขาเดินเข้าไปจุ๊บแก้มย้อยๆ ของผู้เป็ย่าด้วยความรัก
“โตแล้วยังจะทำตัวเป็เด็กๆ อีกนะชายพี” หม่อมรำไพหันมาว่าหลานชายอย่างไม่จริงจัง หลานชายที่เธอรักและเป็ห่วงในคราเดียวกัน
“โตที่ไหนครับ ยังเป็เด็กตัวเล็กๆ สำหรับหม่อมย่าอยู่นะครับ” เขายังคงออดอ้อนผู้เป็ย่าแถมยังคงกอดไม่ห่าง เขาชอบกอดย่าเป็ที่สุด ร่างนิ่มๆที่เขาชอบกอด
“เดี่ยวพอมีเมียก็คงไปกอดเมีย ไม่มากอดย่าแล้วละ”
“โธ่อย่าน้อยใจสิครับ ถ้าพีมีเมีย พีจะให้เมียรักย่าเหมือนที่พีรัก”
“ปากหวานจริงหลานคนนี้...อ้าว มินตรา จะไปเรียนแล้วเหรอ” ขณะนั้นสายตาของหม่อมรำไพก็หันไปเห็น สาวน้อยที่เธอชุบเลี้ยงมาั้แ่เด็ก กำลังเดินมาหาเธอ
“ค่ะหม่อม มินไปเรียนก่อนนะคะ” ทุกเช้าที่เธอจะไปเรียนเธอจะต้องมากราบไหว้หม่อมรำไพก่อนทุกครั้ง
“ไปยังไงล่ะ ชายพีไปส่งน้องด้วยสิ ทางเดียวกัน” หม่อมรำไพหันไปบอกหลานชายที่มองสาวน้อยข้างกายเธออยู่เช่นเดียวกัน
“เอ่อ ไม่...” ขณะที่เธอกำลังปฏิเสธอยู่นั้น
“ได้ครับ เดี่ยวผมไปส่งเธอเอง” เขาหันมองเธอเล็กน้อยพร้อมตอบรับผู้เป็ย่า พร้อมเดินมายังที่รถโดยมีเธอเดินตาม แม้จะอยากปฏิเสธ แต่ก็คงทำไม่ได้
ตลอดทางทั้งคู่ไม่มีแม้แต่การสนทนาใดๆ ทั้งสิ้น เขาที่เอาแต่ขับรถ เธอก็หันมองกระจกข้างๆ โดยมีเพียงเสียงเพลงเบาๆ ที่คลอในรถ และเมื่อเขาขับรถใกล้จะถึงมหา’ลัย อยู่ๆ เขาก็จอดรถ ซึ่งเธอคิดว่าเขาคงให้เธอลงตรงนี้ เขาคงไม่ใจดีไปส่งเธอถึงในมหา’ลัย
แต่ก่อนที่เธอจะเปิดประตู อยู่ๆ เขาก็คว้าตัวเธอเข้าหาเขา พร้อมประกบริมฝีปากเข้าหาเธอ โดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว เธอส่งเสียงร้องด้วยความใ แต่เป็การเปิดปากให้เขาเข้ารุกล้ำในช่องปากเธอ ขณะที่มือของเขาก็ไม่อยู่นิ่ง มันกำลังขยำทรวงอกเธอโดยมีเสื้อนักศึกษาขวางกั้น
นานนับหลายนาที ที่เขาตักตวงความหวานจากริมฝีปากเธอ แต่ก่อนที่จะเตลิดไปมากกว่านี้ เป็เขาเองที่ผละออกอย่างเสียดาย เพราะเขาต้องรีบไปทำงานเช่นเดียวกัน
“ลงไปได้แล้ว ฉันส่งเธอแค่นี้ อย่าลืมเย็นนี้ไปหาฉันที่เดิม” เขาพูดกับเธอขณะที่มือก็จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทาง
“ค่ะ” ส่วนเธอก็จัดเสื้อผ้าที่ถูกเขาขยำให้เรียบร้อย ก่อนจะลงจากรถเดินเข้าไปมหา’ลัย
