บทที่ 6 บทเรียนแก่ถังไห่โป
เมื่อทุกคนเห็นถังซวงถือไก่เปื้อนเืด้วยใบหน้าเรียบเฉย พวกเขาทั้งหมดตัวแข็งทื่อพูดไม่ออกทันที
ถังเซวี่ยเป็คนแรกที่ตอบสนอง เธอมองไปที่ถังซวงด้วยั์ตาที่สดใสและพูดว่า
“พี่สาว เช้านี้เรากินไก่ใช่ไหม?”
ถังซวงมองถังเซวี่ยอย่างชื่นชมและพูดว่า “ใช่ ไปกันเถอะ ไปทำอาหารในครัวกัน”
เธอพบว่าถังเซวี่ยดูสดใสและร่าเริงขึ้นมาก เมื่อก่อนเธอมักถูกเฮ่อหลานกับเ้าของร่างเดิมดุอยู่เสมอ เด็กสาวจึงต้องก้ำกลืนฝืนทน แต่ตอนนี้เธออยู่ที่นี่ ตนจะไม่ให้น้องสาวเป็เหมือนเมื่อก่อน จะอยู่เคียงข้างถังเซวี่ย จะไม่ให้เธออยู่อย่างโดดเดี่ยวและไม่ให้ถูกรังแกอีกต่อไป
“พี่สาว หนูไปด้วย”
หลังจากที่ถังเซวี่ยได้ยินคำพูดของถังซวง เธอก็รีบวิ่งไปที่ห้องครัวทันที
ใบหน้าของเฮ่อหลานเต็มไปด้วยความกังวล เพราะไก่ทุกตัวในบ้านเปรียบเสมือนเส้นเืใหญ่ของแม่เฒ่าถัง เธอใส่ใจมันเหนือสิ่งอื่นใด แต่ตอนนี้ซวงเอ๋อร์ฆ่าไก่ไปแล้ว เฮ่อหลานคิดไม่ออกเลยว่าแม่เฒ่าถังจะทำอะไรต่อไป
ก่อนที่เฮ่อหลานจะทันคิดเื่นี้ ถังซวงก็เหลือบไปมองเธอและพูดว่า “แม่คะ ยืนทำอะไรอยู่ รีบมาช่วยเร็ว”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เฮ่อหลานก็ตอบกลับโดยไม่รู้ตัวว่า “อื้ม ๆ แม่กำลังไปแล้ว”
เฮ่อหลานไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ั้แ่ที่ลูกสาวคนโตหายจากอาการาเ็ เธอก็แข็งแรงขึ้นมาก เฮ่อหลานเชื่อฟังคำพูดของซวงเอ๋อร์โดยไม่รู้ตัว หลังจากที่เฮ่อหลานตระหนักได้ เธอก็กำลังต้มน้ำและถอนขนไก่ในครัวแล้ว
แม่และลูกสาวยุ่งอยู่ในครัว ในที่สุดแม่เฒ่าถังก็รู้สึกตัว
“ถังซวง…นังสารเลว แกกล้าฆ่าไก่งั้นเหรอ ไก่พวกนี้ถูกเลี้ยงไว้เอาไข่ วันตรุษจีนถึงจะเชือดให้ทุกคนกิน แต่ตอนนี้แกฆ่ามันไปแล้ว!!” หญิงชรารีบไปหาถังซวงอย่างสิ้นหวัง
ที่บ้านใหญ่ ถังอี้กั๋วไม่สามารถนั่งเฉย ๆ ได้อีกต่อไป ในอดีตไก่เหล่านี้เป็ของผู้าุโและครอบครัวของพวกเขา ดังนั้นที่ถังซวงฆ่าคือไก่ของพวกเขา
“แม่ ถังซวงทำเกินไปจริง ๆ ตอนนี้เธอกล้าที่จะฆ่าไก่แล้ว แล้วแบบนี้ในอนาคตเธอจะกล้าทำอะไรอีก”
แต่ละครัวเรือนสามารถเลี้ยงไก่ได้เพียงไม่กี่ตัว ซึ่งเดิมทีก็มีไม่เยอะ แต่ตอนนี้ถังซวงฆ่าไปหนึ่งตัว จ้าวเหม่ยฉินรู้สึกเป็ทุกข์มาก แต่เธอก็สังเกตเห็นว่าถังซวง เด็กสาวที่ได้รับาเ็เปลี่ยนไปจากเดิมมาก ถังซวงคนที่เคยถูกรังแกคนนั้นไปไหนแล้ว
“ฮึ่ม…ฉันล่ะอยากรู้นักว่าถังซวงสารเลวคนนี้จะทำอะไรได้บ้าง”
แม่เฒ่าถังโกรธมาก แต่เมื่อเธอได้ยินสิ่งที่ลูกสะใภ้คนโตพูด เธอก็รู้สึกโกรธยิ่งขึ้นและรีบตรงไปที่ห้องครัว ตามด้วยลูกชายและลูกสาวของจ้าวเหม่ยฉิน คือถังไห่โปกับถังชุนหยาน
เมื่อพ่อเฒ่าถังเห็นสิ่งนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัว หลานสาวคนโตเริ่มทำตัววุ่นวายมากขึ้นเรื่อย ๆ
“เอาล่ะ เื่ในครัวปล่อยให้พวกผู้หญิงจัดการเถอะ เดี๋ยวเราสามคนมา”
ถังอี้กั๋วไม่คัดค้านและเดินตามหลังพ่อเฒ่าถังไป แต่ถังเจี้ยนกั๋วกังวลเล็กน้อย ก่อนหน้านั้น ถังซวงที่น่าจะตายไปแล้ว กลับฟื้นขึ้นมาทุบตีเขา ภาพตอนนั้นยังชัดในหัวของเขา
“เ้ารอง ยืนบื้ออยู่ทำไม รีบตามมาซะ”
เมื่อได้ยินเสียงเรียกของพ่อเฒ่าถัง ถังเจี้ยนกั๋วก็หยุดคิดถึงเื่นี้ และเดินออกไปด้วยกัน
อีกด้านในห้องครัว
“แม่ รีบใส่ไก่ลงไปเร็ว”
ทันทีที่แม่เฒ่าถังมาถึงครัว เธอเห็นเฮ่อหลานใส่ไก่ที่ถอนขนออกแล้วลงในหม้อ
เฮ่อหลานหยุดชะงักไป เมื่อได้ยินเสียงของแม่เฒ่าถัง
ถังซวงที่กำลังจุดไฟ ก้าวไปข้างหน้าและจับไก่ทั้งตัวใส่ลงในหม้อ จากนั้นปิดฝาหม้อด้วยเสียงโครมคราม กระทำเสร็จสิ้นในครั้งเดียว
“ถังซวง…”
เมื่อเห็นว่าไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้ว แม่เฒ่าถังก็หน้าแดงด้วยความโกรธ
ถังไห่โป ซึ่งติดตามหญิงชรากล่าวว่า “คุณย่า ในเมื่อไก่ถูกใส่ลงในหม้อแล้วเราก็กินมันด้วยเถอะ อย่าโกรธไปเลย คิดว่าเราได้เติมเต็มสุขภาพของเราล่วงหน้าแล้วกัน”
เมื่อได้ยินสิ่งที่หลานชายพูด อารมณ์ของแม่เฒ่าถังก็ดีขึ้นเล็กน้อย
“ได้สิ งั้นไห่โปกินเยอะๆ นะ”
ถังไห่โปเป็หลานชายคนโตของเธอ และเป็หลานชายคนเดียวของตระกูลถัง ไม่ว่าจะเป็แม่เฒ่าถังหรือพ่อเฒ่าถัง พวกเขาต่างก็รักหลานชายคนนี้มาก อาหารอร่อยทั้งหมดจะถูกส่งให้ถังไห่โปก่อนใคร ถังชุนหยานกับจ้าวเหม่ยฉินก็ได้รับส่วนแบ่งนี้เช่นกัน ดังนั้นทุกคนในบ้านใหญ่จึงมีรูปร่างอ้วนท้วมสมบูรณ์ ใบหน้ามีเืฝาด
เมื่อเห็นว่าแม่เฒ่าถังตัดสินใจในไม่กี่ประโยค ถังซวงก็อดไม่ได้ที่จะเยาะเย้ยและพูดว่า “ใครบอกว่าจะได้กิน? ในเมื่อกินอาหารเช้ากันไปหมดแล้ว แล้วยังจะอยากกินอะไรอีก”
“ถังซวง อย่าคิดว่าตัวเองจะทำอะไรก็ได้เพียงเพราะาเ็อยู่นะ คำพูดของคุณย่าถือเป็เด็ดขาด เธอคิดว่าตัวเองเป็ใครถึงมากล้าเถียงคุณย่าฉอด ๆ เชื่อไหมว่าเราทำให้เธอหิวจนตายได้” ถังไห่โปเฝ้าดูเหตุการณ์ั้แ่เมื่อคืนที่ผ่านมา เขาไม่รู้จักกับถังซวงคนนี้อีกต่อไป และเช้านี้เขาอารมณ์ดีขึ้น ยังไม่ได้โกรธจนถึงตอนนี้
ถังซวงชำเลืองมองที่ถังไห่โป และพูดอย่างเย้ยหยันว่า “นายเป็อะไร? มีค่าพอที่จะพูดกับฉันแบบนี้ด้วยเหรอ? เชื่อไหมละว่าฉันทำให้นายหิวได้?”
ถังไห่โปจากบ้านใหญ่รังแกเ้าของเดิมมาั้แ่ยังเด็ก ดังนั้นถังซวงจึงไม่รังเกียจที่จะสั่งสอนให้เขาเป็คนดีสักหน่อย
“นี่…กล้ามากนักนะยัยตัวเหม็น”
ถังไห่โปรู้สึกหงุดหงิดกับถังซวง เด็กสาวที่เคยตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นตัวเอง ตอนนี้กล้าที่จะเผชิญหน้ากับเขา ไม่เป็ไร เขาจึงก้าวไปข้างหน้าเพื่อเตรียมสอนบทเรียนให้ถังซวง
ถังซวงยิ้มพลางหยิบฟืนด้านหลัง และเมื่อถังไห่โปรีบวิ่งเข้ามา เธอก็ดึงไม้ออกมาและตีเข้าที่ไหล่เขา
“อ๊ากก…”
ถังไห่โปร้องโหยหวนด้วยความเ็ป และรีบปิดไหล่ซ้ายของเขา แต่ความเ็ปดูเหมือนจะลึกเข้าไปในกระดูก ทำให้เขาขดตัวงอ
“อ่า…ไห่โป”
ถังไห่โปเป็เหมือนเส้นเืใหญ่ของจ้าวเหม่ยฉิน เมื่อเห็นลูกชายของเธอถูกทุบตี ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็สีแดง เธอรีบวิ่งไปสอนบทเรียนให้ถังซวงโดยไม่ได้ทันฉุกคิด
แม่เฒ่าถังที่อยู่ด้านข้างก็ะโ และเตรียมเข้าไปจัดการถังซวง
ถังชุนหยานที่ยืนอยู่ด้านหลังมองไปที่ถังซวง ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่เชื่อ คิดว่าตัวเองไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้เลย เมื่อเห็นแววตาที่ดุร้ายในดวงตาของถังซวง เธอจึงอดไม่ได้ที่จะซ่อนตัว ถ้าโดนไม้นั่นตี เธออาจจะตายได้เลยนะ
เมื่อถังซวงเห็นแม่เฒ่าถังและจ้าวเหม่ยฉินใกล้เข้ามา เธอหลบอย่างว่องไวและโบกไม้ไปที่ถังไห่โป ผู้เป็เป้าหมายที่ชัดเจน
“อา…อย่าตีฉัน!”
ถังไห่โป้าที่จะหลบ แต่ไม่สามารถหลบได้เลย ไม่ว่าเขาจะวิ่งไปที่ไหน ไม้ของถังซวงก็ยังสามารถโจมตีเขาได้ ในขณะนี้เขารู้สึกเ็ปอย่างรุนแรงไปทั้งร่างกาย
“เจ็บ… อย่าตี… อย่าตี…!”
ถังไห่โป้าที่จะวิ่งและต่อสู้กลับ แต่ถังซวงเอาแต่ตีเขา ทำให้เขาไม่สามารถแม้แต่จะวิ่งได้ นับประสาอะไรกับการต่อสู้กลับ
แม้ว่าถังไห่โปจะร้องขอความเมตตา แต่ถังซวงก็ยังคงไล่ตามและทุบตีเขา ข้างหลังเธอคือ แม่เฒ่าถังกับจ้าวเหม่ยฉิน แต่น่าเสียดายที่ทั้งสองไม่สามารถแตะต้องแม้แต่เสื้อผ้าของถังซวงได้
ถังเซวี่ย ซึ่งอยู่ด้านข้างเห็นความกล้าหาญของพี่สาวของเธอ ั์ตาของเธอเปล่งประกายสดใส และเต็มไปด้วยความชื่นชม เธอชอบพี่สาวคนปัจจุบันของเธอที่กล้าหาญและแข็งแกร่ง ปกป้องพวกเขาและเลี้ยงดูพวกเขาได้
“ถ้ายังตามมาอีก ฉันจะตีถังไห่โปจนหัวของเขาเืออกเลย”
เมื่อเห็นว่าแม่เฒ่าถังและจ้าวเหม่ยฉินกำลังมาข้างหน้า ถังซวงก็ขู่ด้วยน้ำเสียงเ็า
“ได้ ๆ เราทำตามแล้ว หยุดแล้วๆ”
แม่เฒ่าถังรู้สึกเป็ทุกข์เมื่อเห็นหลานชายผู้น่าสงสารของเธอ
แม้แต่จ้าวเหม่ยฉินก็หยุดอยู่กับที่ ไม่กล้าไปต่อ
เมื่อเห็นทั้งสองคนหยุดอย่างเชื่อฟัง ถังซวงก็ยิ้มและพูดว่า "บอกฉันทีว่าใครจะได้กินไก่ตัวนี้"
“แกไง แกกินไปเลย ฉันให้ทั้งหมดเลย” แม่เฒ่าถังตระหนักว่าถ้านังสารเลวนี้ไม่ได้กินไก่ เธอจะต้องทุบตีหลานชายของเธอต่อไปอย่างแน่นอน
“ก็รู้เื่นี่ อย่างนั้นก็ออกไปจากที่นี่ซะ” ใบหน้าของถังซวงเต็มไปด้วยความไม่อดทน เธอหิวแล้ว แล้วตอนนี้ยังต้องขยับตัวอีก ยิ่งทำให้เธอรู้สึกหิวมากขึ้น
ตอนนี้ถังไห่โปเ็ปมาก ดังนั้นเขาจึงไม่สนใจการกินไก่ เขาะโเรียกให้แม่เฒ่าถังกับจ้าวเหม่ยฉินดูแลตน ในที่สุดพวกเขาก็ออกจากครัวไป
เฮ่อหลานมองลูกสาวคนโตด้วยใบหน้าหมองคล้ำ รู้สึกไม่เชื่อเล็กน้อย
“ซวงเอ๋อร์ ลูก…”
ถังซวงไม่รอให้เฮ่อหลานพูดมากกว่านี้ เลยพูดขัดเธอตรง ๆ “เอาล่ะ แม่คะ รีบมาดูว่าไก่เสร็จหรือยัง หนูหิวมากเลย”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เฮ่อหลานก็ไม่พูดอะไรอีก และยุ่งอยู่กับการทำอาหารเช้า
ในที่สุดสามแม่ลูกก็กินและดื่มเต็มอิ่ม
เมื่อพ่อเฒ่าถังและถังอี้กั๋วกลับมา ใบหน้าของพวกเขาเปลี่ยนสีด้วยความโกรธเมื่อรู้เื่ทั้งหมด แต่ถังซวงสังเกตว่าถังเจี้ยนกั๋วไม่ได้มาด้วย
เมื่อเห็นสิ่งนี้ ดวงตาของถังซวงเป็ประกาย
เธอได้รับความทรงจำทั้งหมดของเ้าของร่าง และสิ่งที่เ้าของร่างเดิมไม่ได้สังเกต เธอได้เห็นเบาะแสแล้ว เพราะอย่างนั้นเธอจึงแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนั้แ่แรกว่าเธอ้าให้เฮ่อหลานและถังเจี้ยนกั๋วหย่าขาดจากกัน
“แม่ พาน้องไปอยู่ในบ้านและอย่าเปิดประตูไม่ว่าใครจะมาก็ตาม”
“ซวงเอ๋อร์ ลูกจะไปไหน?”
เฮ่อหลานไม่รู้ตัวว่าตอนนี้เธอรู้สึกสบายใจมากที่มีลูกสาวคนโตอยู่ข้างๆ ถ้าลูกสาวคนโตจากไป เธอจะรู้สึกกลัวอย่างไม่รู้ตัว ดังนั้นจึงอดไม่ได้ที่จะถาม
ก่อนที่ถังซวงจะตอบ ถังเซวี่ยตบหน้าอกของตัวเองและสัญญา “พี่สาว ไม่ต้องกังวล ฉันจะปกป้องแม่เอง ดูสิ!” ในขณะที่พูด เด็กสาวหยิบไม้ออกมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
เมื่อเห็นถังเซวี่ยเช่นนี้ ถังซวงก็หัวเราะเสียงดัง ลูบหัวน้องสาวของเธอแล้วพูดว่า
“เอาล่ะ พี่ไว้ใจเธอนะ แต่ถ้ามีใครมาสร้างปัญหา เธอใช้สิ่งนี้จัดการกับพวกเขาได้เลย” ขณะที่พูด เธอก็ส่งน้ำพริกที่เพิ่งทำในครัวให้ถังเซวี่ย
“โยนสิ่งนี้เข้าไปที่ตา มันจะทำให้พวกเขาเ็ปได้”
ถังเซวี่ยรับมันด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและพูดเสียงดังว่า “อย่ากังวลพี่สาว ฉันจะไม่ปล่อยให้ใครมารังแกฉันกับแม่แน่นอน”
“ดีมาก”
หลังจากบอกเฮ่อหลานกับถังเซวี่ยไปแล้ว ถังซวงก็ออกไปอย่างเงียบ ๆ
จุดประสงค์ของเธอชัดเจนมาก ตรงไปที่บ้านของแม่ม่ายหลิวที่เชิงเขาท้ายหมู่บ้าน ถ้าเธอเดาถูก ถังเจี้ยนกั๋วจะต้องอยู่ที่นั่น และบางทีถ้ารีบไปที่นั่นทันเวลา เธออาจจับทั้งสองคนได้คาหนังคาเขา