- 20 -
ปรภพร้อนรุ่ม
“เสด็จพี่!”
ชินอ๋องเยี่ยหลางรีบลงจากที่นั่งปรี่เข้ามาหาคนที่กำลังเดินเข้ามา เง็กเซียนฮ่องเต้กลับนิ่งสงบ ไม่ยินดียินร้ายที่ได้พบเจอน้องชายของตนเอง
“คาราวะท่านอารอง”
“ไม่ต้องมากพิธีนักหรอก หลานชายของข้าโตเพียงนี้เลยหรือ” ชินอ๋องเยี่ยหลางพยุงองค์ชายให้ลุกขึ้น
“เยี่ยหลาง...ที่ข้ามาวันนี้เ้าคงรู้จุดประสงค์ดี”
“ศิลาทำนายของแดนเจียหลิงหาย แล้วมันเกี่ยวกับข้าอย่างไร?”
เทวีโม่หลี่เฉียนพยายามตรวจหาศิลาทำนาย แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า มันไม่ได้อยู่ที่ปรภพแห่งนี้ แต่เมื่อนางเดินไปอีกทาง กลับััได้ถึงศิลาทำนาย มันเคยอยู่ที่นี่มา่เวลาหนึ่ง
“ศิลาทำนาย เคย..ย..อยู่ที่นี่!”
“เยี่ยหลาง เ้า!!!”
ชินอ๋องเยี่ยหลางกรอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่าย ไม่ว่ากี่ครั้งเขาก็คงดูเป็มารร้ายในสายตาของเสด็จพี่อยู่เสมอ ศิลาทำนายหายไป ก็ยังไม่วายต้องเอ่ยปากกล่าวหาเขา
“ท่านจะค้นทุกซอกทุกมุมเลยก็ได้ แต่จะรับผิดชอบเช่นไร หากข้าไม่ได้รู้เื่การหายไปของศิลาทำนาย”
“มารเช่นเ้า!”
“ใช่! ข้าเป็มารที่หลบอยู่แต่ในปรภพ ท่านก็จับตามองอยู่ตลอดไม่ใช่รึ!?”
เง็กเซียนฮ่องเต้กำมือของพระองค์เอาไว้ เพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังปะทุ แต่ไหนแต่ไรชินอ๋องเยี่ยหลางผู้นี้ก็หลบหลีกได้ทุกเวลา เ้าเล่ห์เพทุบายไม่แพ้ผู้ใด พระองค์ไม่อยากเชื่อว่าน้องชายของตน จะไม่รับรู้ถึงเื่ที่ศิลาทำนายหายไป
“ค้นให้ทั่ว! จนกว่าจะหาเจอ”
“เอาเลย!! ข้าจะนั่งดูอยู่ตรงนี้ มองดูท่านที่หยามเกียรติน้องชายของตัวเอง”
องค์รัชทายาทโม่หรานสำรวจโดยทั่ว และพบห้องลับที่ประตูเปิดแง้มไว้ มันกำลังเชื้อเชิญรอคอย ให้โม่หรานเดินเข้าไปด้านใน
แอ้ดดดด!..
เป็เพียงห้องโล่งสำหรับพักผ่อน มีกลิ่นหอมของใบชาลอยปะทะจมูก พร้อมกับร่างของหญิงสาวที่เดินผ่านผ้าม่านออกมา
“ท่าน! ป..เป็ใครกัน?”
“เอ่อ ข้า..ขะ ข้าไม่ได้ตั้งใจ ขออภัยแม่นางด้วย” โม่หรานหลบตามองไปทางอื่น
“อ่า..องค์ชายจาก์เก้าชั้นฟ้า”
“รู้จักข้าหรือ”
“รูปงามดุจเทพชั้นฟ้า ผิวพรรณผุดผ่อง ทรงัดำ์ ต้องเป็ท่านอยู่แล้วสิ” องค์รัชทายาทโม่หราน ข้าได้ยินแต่ชื่อของท่าน ไม่คิดว่าจะได้พบกันในที่แห่งนี้
หญิงงามผู้นั้นเยื้องย่างเข้ามาใกล้โม่หราน จนััได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่าย นี่เป็ครั้งแรกที่เขาพบเจอสตรีเพศระยะชิดใกล้ โดยปกตินอกจากเสด็จแม่ โม่หรานไม่ยินยอมให้ผู้ใดเขาใกล้เด็ดขาด
“ข้าชื่อ เสี่ยวหลัน นี่คือห้องของข้า”
“เอ่อ”
“คิกคิก! ไม่ต้องประหม่าไปหรอก ข้าไม่ถือสากับเื่พวกนี้น่ะ” เสี่ยวหลัน มารสาวพราวเสน่ห์กำลังล่อลวงบุรุษอาภรณ์ปักลายั หน้าตาตื่นตระหนกของโม่หรานเป็ตัวกระตุ้นชั้นดี
“ปล่อยลูกชายของข้า!”
“เทวีโม่หลี่เฉียน แหม่...มาได้ตรงเวลาพอดี” เสี่ยวหลันปล่อยโม่หรานให้เป็อิสระ นางวาดรอยยิ้มสวยส่งไปหาเทวีหยั่งรู้ ผู้ที่กำลังขวัญเสียที่ศิลาทำนายหายไป
“ลูกชายของเ้า น่าเล่นด้วยไม่น้อย”
“มารราคะอย่างเ้า!”
“ช่วยไม่ได้...อย่างน้อยข้าก็หยั่งรู้ได้ไม่แพ้เ้า เยี่ยเหวินควรเลือกข้ามากกว่า”
โม่หรานที่ยืนงงอยู่เริ่มได้สติ เมื่อเสียงของมารดาแทรกเข้ามาในสมองของเขา เมื่อครู่นี้เหมือนตกอยู่ในภวังค์ เขาอยู่ในห้วงมายาของมารสาวตนนั้น
“ฝ่าาเป็ผู้ครอง์ เขาไม่มีทางลดตัวมาสมสู่กับมารสกปรกอย่างเ้า”
“ฮ่าฮ่า! เมื่อครั้งเขาเผชิญด่านเคราะห์ เราก็เคย..เอ่อ อย่างว่าแล้วนะ” เสี่ยวหลันยังคงยั่วโมโหเทวีโม่หลี่เฉียนไม่หยุด ยิ่งนางเกลียดเสี่ยวหลัน ก็ยิ่งกลายเป็เชื้อเพลิงอย่างดี
“เทวี!”
“แหม่..ช่างเป็ครอบครัวสุขสันต์เสียจริงนะเพคะ ฝ่าาทรงมีโอรส์ที่งดงาม”
เง็กเซียนฮ่องเต้เพียงแค่โอบพระชายาที่กำลังโมโหให้ใจเย็นลง ไม่ได้ใส่ใจในคำพูดของเสี่ยวหลัน มารสาวผู้มีอาคมเสน่ห์
“ออกไปจากที่นี่เถอะ ข้าหาจนทั่วแล้วไม่พบสิ่งใด”
“เยี่ยเหวิน!”
“....”
“ท่านแกล้งเมินเฉยกับข้า ใจของท่านยังคงมีข้าอยู่”
“อย่าเรียกข้าด้วยท่าทีไม่เคารพ! เวลานี้ข้าคือเง็กเซียนฮ่องเต้ ส่วนเ้า...ยังคงมัวเมาในราคะของเยี่ยหลางไม่เคยเปลี่ยน”
สีหน้าที่เคยเย่อหยิ่งของเสี่ยวหลันแปรเปลี่ยน นางหน้าเสียไปในทันที
“ท..ท่าน...”
“ไปกันเถอะเพคะ หม่อมฉันเวียนหัว”
เยี่ยเหวินที่นางเคยมอบใจ บัดนี้โอบกอดพระชายาด้วยความรัก แววตาที่เคยใช้มองนางเมื่อครั้งก่อน แปรเปลี่ยนเป็รังเกลียดนางจนไม่อยากเข้าใกล้
เง็กเซียนฮ่องเต้เองก็จนปัญญาที่จะตามหาศิลาทำนาย หากจะมีผู้ใดเอาไปได้ ผู้นั้นก็คงมีพลังไม่ใช่น้อย เป็เทพชั้นสูง เป็ผู้ที่ศิลาทำนายจะยอมรับใช้
เพ่ยอิงที่ควรต้องเดินทางได้แล้วในเวลานี้ กลับโอ้เอ้คล้ายรั้งรออะไรบางอย่าง ั์ตาฟ้าครามชะโงกหน้าออกไปมองนอกสำนักอยู่เป็ระยะ
“มองหาใครอยู่หรืออาเพ่ย”
“ศิษย์พี่โจว ท่านมาพอดี เรายังไม่ได้เอ่ยคำร่ำลาท่าน”
“อย่าเลย”
“หือ?”
“อย่าบอกว่าจะลาข้าไปอาเพ่ย จนเวลานี้ข้าก็อยากให้เ้าเปลี่ยนใจ”
สองมือของโจวซวงคว้าเอามือนิ่มของเพ่ยอิงเอาไว้ เทพหนุ่มที่ร่างกายผอมบางกว่าพยายามขืนมือออก การกระทำของโจวซวงทำเอาเพ่ยอิงใ
“ท..ท่าน ทำอะไร ปล่อยเราก่อน”
“อาเพ่ย...”
“เพ่ยอิง!” น้ำเสียงแข็งดังมาจากทางด้านหลัง ขนทั่วร่างของเพ่ยอิงพากันลุกซู่
โจวซวงจำต้องยอมปล่อยมือ เมื่อเพ่ยอิงแสดงท่าทีดีใจกับการมาของชายผู้นั้น ทราบจากอาจารย์ว่าเป็ถึงจอมมาร ดาบอัคนีปีศาจ
“ท่านมาช้า!!”
“จะรีบไปไหน มหาสมุทรฉางอันไม่ได้ไกลขนาดนั้นสักหน่อย”
ศิษย์เอกของสำนักต้าิรู้สึกเหมือนเป็ส่วนเกิน เขาถอยออกไปอย่างเงียบๆจากบริเวณนั้น แต่ป๋อเหวินก็ยังมองเห็นอยู่ดี
“เ้าหนุ่ม!”
“....”
“ขอบใจมากที่ดูแลเพ่ยอิง เ้าทำหน้าที่ได้ดี”
เพ่ยอิงยกยิ้มตอบกลับมา แต่โจวซวงกลับไม่อยากมองมัน เขาทำดีถึงเพียงไหนก็ยังไม่พอใจอาเพ่ยอยู่ดี เด็กที่บอกว่าจะไม่ยอมไปจากเขา วันนี้กลับหน้าระรื่นลืมคำง่ายดาย
“ข้าว่าเขา....”
“ไปกันเถอะป๋อเหวิน”
ซัวเหิงแอบเห็นท่าทางขัดใจของเ้านายก็หลุดขำออกมา เทพหนุ่มตัวขาวเดินลิ่วผ่านหน้าไป อย่างเพ่ยอิงซื่อบื้ออย่างไรก็อย่างนั้น
เสี่ยวซิงลอบสังเกตทั้งคู่อยู่ตลอด พลันสายตาก็มองเห็นโจวซวงที่ยืนแอบอยู่อีกทาง
“อ่า...เ้าหมอนี่ที่ท่าน้า”
ในการเดินทางมีัหลงเฟยนำทาง มหาสมุทรฉางอันเรียกได้ว่าเป็บ้านเกิดของหลงเฟย เขาถึงดูตื่นเต้นกว่าใคร ถึงอย่างนั้นเพ่ยอิงก็ยังรู้สึกว่ามันแปลกอยู่ดี
ผ่านป่าซีลู่เสียนอีกครั้ง! สองตาของเพ่ยอิงก็เบิกกว้าง เมื่อภาพจำเก่าเข้ามาในสมอง
“ท..ที่นี่!”
“หึหึ...ที่นี่แหล่ะเด็กบ้า ที่เ้าอาจหาญพานักโทษหนี”
“ถึงแบบนั้นก็ยังจำทั้งหมดไม่ได้อยู่ดี”
ป๋อเหวินเองก็รู้สึกถึงความผิดปกติไม่ต่างกัน คล้ายกับว่ามีคนกำลังตามเขามาอยู่ตลอด
“ซัวเหิง คุ้มกัน!”
“ขอรับ”
ม่านคุ้มกันของดาบอัคนีปีศาจโอบล้อม หลงเฟยหยุดเดินพร้อมกับหันมามอง
“เกิดอะไรขึ้นป๋อเหวิน?”
“ข้ารู้สึก มีใครบางคนกำลังตามเรามา”
“หือ?”
“อาจเป็คนของเผ่ามาร ่นี้เราต้องระวังตัวให้มากขึ้น” ป๋อเหวินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เพ่ยอิงถอนหายใจเสียงเบา เขาเป็คนขอให้ป๋อเหวินมาด้วยกัน ในตอนแรกจอมมารยืนยันว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเพ่ยอิง เขานั้นสูญเสียความเป็ตัวเองไปเรื่อย แล้ววันหนึ่งอาจกลายเป็ที่้าของพวกเผ่ามาร เพ่ยอิงจึงได้เอ่ยเื่การไปเอากระบี่สาดแสงธารา
“วะ ว่ายังไงนะเมื่อครู่”
"เราจะไปปลดผนึกกระบี่สาดแสงธารา เราเลือกแล้วป๋อเหวิน เราจะกลับไปเป็ดังเดิมไ
“เพ่ยอิง..ไม่!”
“ท่านก็อยู่กับเราสิ มันยากตรงไหนป๋อเหวิน ชะตากรรมของเราทั้งสองแยกไม่ได้”
จอมมารป๋อเหวินนั้นอยู่ในโลกใบนี้มานาน เขาต้องอดทนกับการเป็ตัวร้าย เขาบ้าคลั่งขาดสติอยู่เสมอ แต่พอมาเจอเพ่ยอิง เทพหนุ่มหน้าขาวเดินไปมาจนเขารำคาญ ก็จริงอย่างที่เด็กหนุ่มว่า ป๋อเหวินหลีกหนีชะตากรรมตนเองไม่ได้ เพ่ยอิงก็เช่นกัน
“พวกมารจะตามล่าเ้า”
“ไหนท่านบอกว่า จะตามล่าหัวทุกคนที่จับเราไป”
“.....”
“มีท่านอยู่ จะปล่อยให้เราโดนทำร้ายอีกหรือไง?”
ั์ตาฟ้าครามเอาแต่ส่งความใสซื่อมาหาเขา ป๋อเหวินเบนสายตามองไปทางอื่น เขาจะพ่ายแพ้ให้กับเพ่ยอิงทุกสิ่งอย่างไม่ได้
และกลายเป็เขาที่มาเดินอยู่เคียงข้างเพ่ยอิง เดินทางไปมหาสมุทรฉางอัน
ซัวเหิงบอกว่าเพ่ยอิงไม่รู้ว่าตัวเองเป็ใคร จำได้แค่เื่ราวบางเื่เท่านั้น เ้าิญญาดาบยังบอกอีกว่า เจอเพ่ยอิงั้แ่วันแรกที่มาอยู่โรงเตี๊ยมเมืองไห่ฉือ
ป๋อเหวินไม่เคยเอะใจเลยสักครั้ง หรือแม้แต่ตอนที่องค์รัชทายาทโม่หรานลงมาตามหาเพ่ยอิง ป๋อเหวินก็ยังไม่อยากเชื่อว่าเพ่ยอิงยังมีชีวิตอยู่
“นายท่าน! มีมนุษย์ด้วยขอรับ”
“หือ?”
ป๋อเหวินหลับตาลง ัักับผืนดินที่กำลังเหยียบย่ำ ฝีเท้าของใครบางคนที่แอบตามมา
เหมือนว่าจะเป็มนุษย์ที่ยังละวางไม่ได้
“เพ่ยอิง มีคนมาหาเ้า”
“ใครหรือ?”
จอมมารหนุ่มปรายตามองออกไป ก็พบกับศิษย์เอกของสำนักต้าิ โจวซวงเดินตรงเข้ามาอย่างตั้งใจ “อาเพ่ย! อย่าไปเลย”
“ศิษย์พี่โจว ท่านไม่ควรมา”
“หากเ้ายังรั้นไป ข้าจะขอติดตามเ้าไปด้วยทุกที อาเพ่ย”
เพียงเท่านั้นรังสีอะไรบางอย่างก็แผ่ออกมาจากร่างกายของจอมมาร พร้อมดวงตาแดงก่ำที่มองเหมือนจะกินเืกินเนื้อ