เขาเคยเจอคนที่หน้าตาลักษณะนี้บนโปสเตอร์ของคลินิกแห่งหนึ่ง
"ไม่เป็ไรใช่ไหม"หลี่ยีอันดึงแขนเสื้อของโจชิงฝานเบาๆ
โจวชิงฝานหันหน้ามาหาเขา หลี่ยีอันส่งสายตาและสีหน้าให้เขา กดเสียงต่ำพูดติดตลกกับโจวชิงฝาน“ทนเอาหน่อยน่ะ สปอนเซอร์ระดับมาสเตอร์โกลว์”
โจวชิงฝานประหลาดใจมาก หลี่ยีอันถือว่าเป็ผู้ที่มีชื่อเสียงในระดับหนึ่งสปอนเซอร์รายใหญ่นี้คือใครกัน ถึงทำให้แม้แต่หลี่ยีอันคนที่อยู่ในวงการบันเทิงมานานต้องยอมขนาดนี้ หลี่ยีอันดึงกระดาษบนโต๊ะเช็ดคราบเหล้าที่หกใส่ขาของเขาเพราะเมื่อกี้เขาก็โดนเหล้าหกใส่ด้วย
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดื่มต่อ” ผู้จัดหนังที่นั่งอยู่ข้างๆพูดติดตลกขึ้น “ห้องนี้ก็เล็กจริงๆ นั่นแหละ ขยับไปมาก็มีชนกันบ้างเป็ธรรมดาซุปตาร์โจวไม่เป็ไรใช่ไหม”
โจวชิงฝาน เห็นอาการของคนกลุ่มนี้ที่ปกติจะเฮฮาปาร์ตี้ทันใดนั้นก็เปลี่ยนเป็เงียบกริบเหมือนแมลงในหน้าหนาวทำให้เขารู้สึกดีไม่น้อยรู้สึกดีจนลืมความเ็ปที่หัวเข่าไปเขายิ้มให้อีกครั้ง
"ไม่เป็ไรครับ"
"นี่ชิงฝาน" หลี่ยีอันทิ้งกระดาษเช็ดแล้วลงบนพื้นพูดกับเขา
"จริงๆ แล้ว" ครั้งนี้ที่เชิญนายมาก็ไม่ได้แค่มาทานข้าวด้วยกันหรอก ฉันจะไม่อ้อมค้อมนะฉันอยากเชิญนายมาเป็ครูผู้สอนในเื่นี้
"ขออภัยด้วย ผู้กำกับ"โจวชิงฝานขมวดคิ้วด้วยความลำบากใจ
"ผมคง..."
“โอเค.....” ไม่รอให้โจวชิงฝานพูดจบหลี่ยีอันก็พูดแทรกขึ้นและยืนขึ้น
"ฉันจะขอแนะนำพระเอกในเื่นี้"
พูดเสร็จ หลี่ยีอันผายมือไปทางโซฟาที่มีคนนั่งอยู่
แต่ คนที่นั่งบนโซฟาก็ยังคงอยู่ในท่าเดิมหลังพิงเก้าอี้เหมือนสิ่งรอบข้างตัวเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาเลย
หลี่ยีอันเอามือลงหน้าเสียเล็กน้อย
ผู้จัดที่ยืนอยู่ข้างๆ ส่งสายตาไปให้ผู้ช่วยของเขา
ผู้ช่วยลังเลไปสักพัก สุดท้ายก็พูดด้วยเสียงสั่นเกร็งเล็กน้อย
“คุณชายป๋อครับ ครูผู้สอนการแสดงของคุณมาแล้ว ตอนนี้คุณ...”
“ครืดดด ครืดดด~” โทรศัพท์ของคนบนโซฟาดังขึ้น
ผู้ช่วยถอนหายใจเฮือก รีบปรับเสียงให้ดัง “คุณป๋อโทรศัพท์ของคุณดังครับ”
และแล้วคนบนโซฟาก็ขยับ ยกมือดึงเสื้อแจ็กเกตขึ้น หยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ารับสายแบบไม่ค่อยเต็มใจนัก
"โหล?"
แจ็กเกตถูกดึงออก เผยใบหน้าที่ใสและเ็า โจวชิงฝานใจสั่นไหว
“อวิ๋นยี่” ชายหนุ่มอึ้งอยู่กับที่จ้องมองไปที่บุคคลที่เหมือนจะคุ้นเคยและเหมือนจะเป็คนแปลกหน้า
ใบหน้าของเด็กหนุ่มเผยให้เห็นแล้วภายใต้ดวงตาของเขานั้นเ็าใบหน้ามีความคมและโค้งในเหมือนผู้ใหญ่ในดวงตาของเขาเหมือนน้ำแข็งที่แตกละเอียด ส่องสว่างระยิบระยับสวยงามภายใต้แสงไฟถึงจะเปลี่ยนไปบ้าง
แต่โจวชิงฝานมองแวบแรกก็จำเขาได้
ช่วยไม่ได้ เพราะใบหน้าของป๋ออวิ๋นยี่มีเสน่ห์เกินไปเขาดูมีเสน่ห์ั้แ่เด็กๆ แล้ว โดยปกติแล้วคนที่เคยเจอเขาครั้งหนึ่งยากมากที่จะลืมใบหน้าของเขาได้
เป็ความสวยงามที่น่าหลงใหล แค่มองแวบเดียวก็ไม่สามารถลืมใบหน้าเขาได้เลย
เขายังจำได้ครั้งแรกที่เขาได้เจอกับป๋ออวิ๋นยี่ เด็กคนนี้เพิ่งจะห้าขวบได้
เด็กใส่เสื้อผ้าขาดๆ เหมือนมนุษย์โคลนนั่งอยู่หน้าบ้านเขา ใบหน้าดำข้างขาวข้าง ถึงจะดูน่าเวทนาขนาดไหนแต่สายตาของเขามีพลังดึงดูด
พลังดึงดูดสำหรับเด็กแค่ห้าขวบ อาจดูเว่อร์ไปหน่อยแต่โจวชิงฝาน ณตอนนั้นหาคำพูดที่เหมาะสมกว่านี้ไม่ได้แล้ว
เลยต้องใช้คำนี้
โจวชิงฝานเจอเขาครั้งแรก ก็รู้สึกว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่เด็กธรรมดา
ความจริงยืนยันแล้วว่า เขาไม่ใช่บุคคลธรรมดาจริงๆเขาเป็ลูกชายคนสุดท้องของเ้าของภาพยนตร์และโทรทัศน์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้ถึงจะเป็ลูกนอกสมรสแต่สถานะของเขาก็ยิ่งใหญ่ไม่เบาไม่ใช่คนที่ชนชั้นแรงงานอย่างพวกเขาจะเทียบได้
ใช่ ป๋ออวิ๋นยี่เคยโดนคนทอดทิ้ง
ตอนอายุได้ห้าขวบโดยแม่เลี้ยงที่ใจร้ายของเขาใช้เล่ห์เหลี่ยมไล่เขาออกจากบ้าน
ป๋ออวิ๋นยี่ไม่ตายง่ายๆ จนพลัดหลงมาถึงหน้าประตูบ้านโจวชิงฝาน
โจวชิงฝานตอนนั้นเพิ่งอายุ 13 ปีถึงแม้จะยังเด็กอยู่แต่เพราะที่บ้านมีลูกชายแค่คนเดียว พูดจาก็พอมีน้ำหนักเพราะฉะนั้นเลยทำก่อนค่อยโดนด่าทีหลัง เพราะเห็นป๋ออวิ๋นยี่น่าสงสารเลยรับเขามาอยู่ด้วย
แม่ของโจวชิงฝานเป็คนที่มีชื่อเสียงด้านความใจดีใจอ่อนอยู่แล้วพอเห็นเด็กที่น่ารักขนาดนี้ถูกทอดทิ้งเธอสงสารมากคิดอยู่ว่า อย่างมากก็แค่เพิ่มตะเกียบบนโต๊ะไปหนึ่งคู่ก็ไม่เสียหายอะไรตัดสินใจย้ายห้องหนังสือของโจวชิงฝานออกทำความสะอาดเรียบร้อยให้ป๋ออวิ๋นยี่พักอาศัย
เป็อย่างนี้เสมอมา โจวชิงฝานเริ่มั้แ่อายุ 13 เป็ต้นมาไม่ว่าจะไปโรงเรียนหรือออกไปเล่นข้างนอกก็จะมีเด็กคนหนึ่งคอยตามตูดไม่ห่าง
ป๋ออวิ๋นยี่พักอาศัยที่บ้านเขาเป็เวลา 7 ปีต่อมามีทนายเข้ามาหาเขา คุยกับเขาว่า เด็กคนนี้ไม่ใช่บุคคลธรรมดาที่นี่เล็กเกินไปเก็บเขาไว้ไม่ได้ ถ้าอยากทำเพื่อเขา อยากให้เขามีอนาคตที่ดี พวกเธอควรพาเขากลับไปที่เดิมของเขา
โจวชิงฝานครุ่นคิดอยู่นาน ตัดสินใจพาเด็กกลับไปอยู่ที่เดิมที่เขาเคยอยู่เพราะยังไง ที่นี่ก็ไม่ใช่ที่สำหรับเขา เขามีบ้านของตัวเองมีพ่อของตัวเอง
ธุรกิจและบ้านใหญ่โต เขาสมควรใช้ชีวิตในแบบคุณชายไม่สมควรใช้ชีวิตธรรมดาตามเขา
เพราะฉะนั้น เขาเลยโทรศัพท์ไปหาพ่อของป๋ออวิ๋นยี่ที่มีฉายานามว่า CEO บริษัทหัวเฟิงภาพยนตร์ที่มีหลักทรัพย์เป็แสนล้านเอาที่อยู่ของป๋ออวิ๋นยี่ให้พ่อเขา
จนถึงตอนนี้โจวชิงฝานก็ยังคงจำวันเกิดตอนอายุ 12 ของป๋ออวิ๋นยี่ได้
ป๋ออววิ๋นยี่ดีใจมากๆ จับมือเขาเดินตลอดทาง พูดคุยกันว่าจะกินกี่ชิ้นกี่ชิ้น
แต่...พอเดินไปถึงทางแยกทางเข้าบ้าน ก็มีชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งใส่สูทสีดำลงมาจากรถหรู พูดด้วยความเกรงใจ
“คุณโจว ขอบคุณ่เวลาที่ผ่านมา ที่คุณดูแลคุณชายอย่างดี”พูดจบ..ก็ล้วงบัตรกดเงินสดยื่นให้กับเขา
"ข้างในนี้มีเงินอยู่ ห้าล้าน ถือเป็เงินตอบแทนท่าน"
ยังไม่ทันที่โจวชิงฝานจะได้ปฏิเสธ ชายชุดดำก็ยัดบัตรไว้ในมือของเขาแล้วพาป๋ออวิ๋นยี่ กลับไป
เื่ราวในวันนั้นจริงๆ โจวชิงฝานก็ลืมไปบ้างแล้วเพราะถึงยังไงก็เป็เื่เมื่อ 6 ปีก่อน
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/6f022e7fc3e41d1a313199c112713c91
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่หมาป่าน้อยของนายซุปตาร์ที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #หมาป่าน้อยของนายซุปตาร์ #readAwrite ด้วยน้า