กองไฟในร่างเด็กหญิง
เสียงกรีดร้องด้วยความใดังขึ้นท่ามกลางความโกลาหลในสวนลับ ไอวี่ที่เพิ่งผละจากแขนของเซเลสสะดุ้งสุดตัว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มือที่สั่นระริกพยายามเอื้อมไปหาเพื่อนรักแต่กลับทำได้เพียงคว้าอากาศ ใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาไหลพรากด้วยความกลัวจนแทบเสียสติ
"เลซจัง! เลซจังเป็อะไรไปน่ะ!"
มีอาที่ยืนอยู่ด้านหลังในวินาทีแรกนั้นตกอยู่ในอาการช็อกจนร่างแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็ง ก่อนจะสลัดความรู้สึกนั้นทิ้งและพุ่งตัวเข้ามาประคองร่างของเ้านายไว้ด้วยสัญชาตญาณ มือของเธอเย็นเฉียบขณะโอบกอดร่างที่หมดสติ
"คุณหนู!"
ฟิวส์พุ่งตัวเข้ามาประคองร่างของน้องสาวไว้ มือของเขาที่ััได้ถึงความนิ่งสนิทของร่างนั้นสั่นไหวด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เขาหันไปมองสาวใช้และเพื่อนสนิทที่กำลังขวัญเสีย ก่อนจะะโออกมาด้วยเสียงที่สั่นเครือ
"เลซจัง! เลซจังเ้าเป็อะไรไปน่ะ! ตอบพี่สิ!"
ฟิวส์สูดหายใจลึกรวบรวมสติ ก่อนจะตัดสินใจพุ่งตัวออกไปจากสวนด้วยความเร็วสูงสุดมุ่งตรงไปยังห้องทำงานของท่านปู่ทันที
เมื่อไปถึงหน้าห้องทำงาน ฟิวส์ไม่รอช้าที่จะกระแทกประตูเปิดออกจนเกิดเสียงดังสนั่น ท่านปู่แวนที่กำลังจดจ่ออยู่กับการจรดปากกาขนนกลงบนเอกสารสำคัญชะงักกึก ดวงตาที่เคยนิ่งสงบฉายแววตื่นตระหนกขึ้นทันทีเมื่อเห็นหลานชายยืนหอบหายใจรุนแรงอยู่ตรงหน้า
"ท่านปู่ครับ! แย่แล้ว! เลซจัง... อยู่ดีๆ เลซจังก็สลบไปครับ!"
ท่านปู่ไม่ได้เอ่ยถามสิ่งใดให้ยืดเยื้อ ท่านทิ้งปากกาในมือแล้วลุกขึ้นยืนด้วยความรีบร้อนก่อนจะรีบสาวเท้าตามหลานชายกลับไปยังสวนลับด้วยหัวใจที่บีบคั้น
เมื่อมาถึงซุ้มไม้ ภาพที่เห็นคือเซเลสที่นอนนิ่งสนิทโดยมีมีอาประคองร่างไว้ ท่านปู่รีบปรี่เข้าไปตรวจชีพจรของหลานสาวด้วยมือที่สั่นเทา ท่านรู้ดีว่าสถานการณ์นี้รอช้าไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว จึงหันไปสั่งการพ่อบ้านประจำตัวที่ตามมาติดๆ
"อีวาน! ไปเตรียมรถม้าที่เร็วที่สุด ไปเชิญหมอหลวงมาเดี๋ยวนี้ บอกเขาว่าถ้าช้าแม้แต่วินาทีเดียว ข้าจะถือว่าเขาละทิ้งหน้าที่!"
เมื่อสั่งการเสร็จ ท่านปู่หันไปสั่งฟิวส์ให้รีบพาเซเลสกลับเข้าคฤหาสน์ แต่ทันทีที่ฟิวส์ช้อนร่างของน้องสาวขึ้น ท่าทางของเขาก็เปลี่ยนไปจากความหวาดกลัวกลายเป็ความตกตะลึง
"ท่านปู่ครับ! ตัวของน้องร้อนมาก! ร้อนกว่าเมื่อกี้มากจนผิดปกติเลยครับ!"
ฟิวส์เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงลนลาน ขณะที่สองแขนก้าวรีบเร่งฝีเท้าอุ้มร่างไร้สติของน้องสาวตรงไปยังห้องนอน แต่ยิ่งอุ้ม ความร้อนจัดที่แผ่ทะลุเสื้อผ้าจากผิวกายของเธอปะทะเข้ากับอกของเขากลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มันร้อนลวกจนผิดปกติเสียจนหัวใจของคนเป็พี่เริ่มสั่นระรัวด้วยความตื่นตระหนก
ฟิวส์เร่งฝีเท้าอุ้มน้องสาวตรงไปยังห้องนอนทันที บรรยากาศภายในห้องนอนเต็มไปด้วยความกดดันและความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างของเด็กสาวราวกับมีกองไฟสุมอยู่ภายใน ท่านปู่พยายามแตะหน้าผากของหลานสาวและต้องชะงักเมื่อััได้ถึงความร้อนที่สูงจนน่าใจหาย
ท่านปู่สั่งให้มีอารีบเช็ดตัวลดไข้ในขณะที่หมอเลียมถูกเชิญตัวมาโดยด่วน แต่เมื่อหมอเลียมได้ตรวจชีพจรและอุณหภูมิร่างกาย เขาก็ได้แต่ส่ายหน้าด้วยสีหน้าที่มืดแปดด้าน
"ท่านแวนครับ... ร่างกายคุณหนูร้อนคงที่มาก ไม่เพิ่มขึ้นแต่ก็ไม่ลดลง เหมือนมีกองไฟสุมอยู่ข้างในตลอดเวลา ข้าเกรงว่าวิชาของข้าอาจจะวินิจฉัยสาเหตุที่แท้จริงไม่ได้จริงๆ ครับ"
หลังจากหมอหลวงมาถึงและได้ตรวจอย่างละเอียด เขาก็ถอนหายใจยาวด้วยความจนปัญญา "ท่านแวน... ข้าไม่เคยพบเจอเคสแบบนี้มาก่อน นางไม่ได้เป็ไข้จากโรคภัยปกติ และดูเหมือนจะไม่ใช่การถูกพิษ ข้าหาสาเหตุไม่เจอจริงๆ ครับ"
ความเงียบงันและความกังวลเข้าปกคลุมห้องนอนตลอดทั้งคืน มีอาเฝ้าเช็ดตัวไม่ห่างจากเตียงจนกระทั่งแสงอาทิตย์ยามเช้าค่อยๆ สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ขณะที่ท่านปู่แวนยืนมองร่างของหลานสาวด้วยความปวดใจและสับสน
ในห้วงนิทราของเซเลส... ภาพทุ่งหญ้าสีเขียวขจีในความทรงจำกำลังค่อยๆ จางลง สีสันสดใสเริ่มแปรเปลี่ยนเป็สีเทาหม่น เซเลสในวัย 10 ขวบวิ่งหอบเหนื่อยตามแผ่นหลังของท่านปู่ที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆ ท่ามกลางความว่างเปล่าที่ไม่มีวันสิ้นสุด
เซเลสในฝัน
ะโเรียกด้วยเสียงสั่น
“ทะ..ท่านปู่! รอข้าด้วย! ท่านปู่จะไปไหนคะ... อย่าทิ้งข้าไว้ตรงนี้!”
แผ่นหลังของท่านปู่แวนดูพร่าเลือนและไกลออกไปทุกที จนกระทั่งท่านก้าวเข้าสู่ม่านหมอกสีขาวโพลน เซเลสพยายามเอื้อมมือไปคว้าไว้แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า
เฮือก!
ร่างของเซเลสบนเตียงกระตุกเบาๆ ก่อนจะสะดุ้งตื่นขึ้นมา ลมหายใจหอบถี่ ดวงตาปรือเปิดขึ้นอย่างยากลำบาก แววตานางพร่ามัวสลับกับความมืด สติยังคงพัวพันอยู่กับภาพฝันที่วิ่งตามแผ่นหลังของท่านปู่ไม่ทัน
(ท่านปู่แวนที่เห็นหลานได้สติเพียงครู่เดียวก็รีบพุ่งเข้าไปกุมมือที่ร้อนระอุนั้นไว้แน่นข้างแก้มของท่าน น้ำตาอดีตขุนนางผู้เข้มแข็งคลอเบ้าด้วยความสงสารจับใจ)
เซเลส
น้ำเสียงสั่นพร่า ละเมอออกมาตะกุกตะกักเหมือนคนเพ้อไข้
“ท่านปู่... ท่านปู่เ้าคะ... อย่าไปไหน... อย่าทิ้งข้าไว้ตรงนี้...”
ปู่แวนกระซิบตอบข้างหูหลานสาวด้วยเสียงที่สั่นเครือ
“ปู่อยู่ตรงนี้... ปู่อยู่ตรงนี้กับเ้าแล้วนะ ปู่จะไม่ไปไหนทั้งนั้น... เ้าอย่าเป็อะไรไปมากกว่านี้เลยนะ...”
เซเลสพยายามจะขยับนิ้วตอบสนอง แต่เรี่ยวแรงทั้งหมดกลับมอดดับลงไปพร้อมกับสติที่วูบหายไปอีกครั้ง เปลือกตาของนางปิดสนิทลงทันที ลมหายใจกลับมาแ่เบาและร้อนระอุเหมือนเดิม
หมอเลียม
รีบเข้ามาเช็กอาการทันทีด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“นางหลับลึกลงไปอีกครั้งแล้วขอรับท่านแวน... แต่อาการโดยรวมยังคงเดิมทุกอย่าง อาการตัวร้อนที่เหมือนมีไข้ยังคงไม่ลดลงและไม่เพิ่มมากขึ้นไปกว่านี้ ลมหายใจและชีพจรยังคงสม่ำเสมอเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไปขอรับ”
การกลับมาของครอบครัว
เสียงฝีเท้าและเสียงรถม้าที่เร่งรีบหยุดลงที่หน้าคฤหาสน์ ตามด้วยเสียงเปิดประตูบ้านอย่างแรง ไม่นานนักประตูห้องนอนของเซเลสก็ถูกเปิดออก
ซาร่าเดินนำเข้ามาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและคราบน้ำตาที่ยังไม่แห้งสนิท ตามมาด้วยเอลและคาร์ลในชุดขุนนางที่ดูหลุดลุ่ยจากการเดินทางไกล
ซาร่า
เสียงสั่นเครือ พุ่งเข้าไปที่ข้างเตียง
“ลูกข้า... ลูกข้าเป็อย่างไรบ้าง? ข้าได้รับข่าวว่านางสลบไปนานถึงหนึ่งวันแล้วยังไม่ฟื้นสักที... มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เ้าคะ!”
เอล
มองน้องสาวบนเตียงด้วยสายตาที่เ็ป
“พวกเราพอได้ข่าวก็รีบพากันกลับมาทันทีด้วยความเป็ห่วงน้อง... ท่านปู่ ทำไมนางถึงตัวร้อนขนาดนี้!”
คาร์ล
หันไปทางหมอเลียมด้วยความร้อนใจ
“ท่านหมอเลียม... ไม่มีทางรักษาเลยหรือ? น้องสาวข้า นางเป็อะไรกันแน่!”
อีริค
ก้าวเข้าไปใกล้ปู่แวนแล้วกระซิบถามอาการด้วยความร้อนรน
“ท่านพ่อ... นางเป็อะไรกันแน่ครับ? ให้ข้าออกไปตามหาหมอที่เก่งที่สุดกว่านี้ดีไหม?”
ปู่แวน
กุมขมับด้วยความเหนื่อยล้าก่อนจะเอ่ยขึ้น
“เมื่อครู่นี้นางสะดุ้งตื่นขึ้นมาได้เพียงชั่วครู่... ละเมอพูดออกมาไม่กี่คำแล้วก็หลับลึกลงไปอีกครั้ง แต่อาการโดยรวมยังคงเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากตอนแรกเลย แม้แต่หมอหลวงในวังยังบอกว่าไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัด...”
ฉากเฝ้าไข้และการกลับมา
ภายในคืนนั้นทุกคนก็ผลัดเปลี่ยนกันมาดูอาการของเซเลส ซาร่าคอยเช็ดตัวให้ลูกสาวอยู่ตลอดเวลา จนเข้าสู่่ดึกที่บรรยากาศเงียบสงัด
ฉากความฝันของเซเลส
เซเลสในวัย 10 ขวบ ฝันต่อเนื่องจากคืนก่อน นางมองเห็นท่านปู่ยืนอยู่ไม่ไกลเพียงเดิน 2-3 ก้าวก็ถึง แต่ในสายตาของเซเลสระยะห่างนั้นกลับไกลแสนไกล
ท่านปู่แวนหันมายิ้มให้ก่อนร่างจะหายไป ทิ้งกล่องผ้ากำมะหยี่สีแดงเรียบๆ ไว้ใบหนึ่ง เซเลสเดินเข้าไปหยิบกล่องใบนั้นขึ้นมา ทันทีที่ัั รอบกายก็เปลี่ยนเป็มิติที่มืดมิดและเต็มไปด้วยหมอกหนา นางร้องไห้ะโเรียกหาปู่ ท่ามกลางอุณหภูมิที่ร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ จนอาการไข้ในโลกความจริงพุ่งสูงขึ้นรุนแรง
ยามดึกของท่านปู่แวน
มีอาเดินไปจะเคาะห้องท่านปู่แวนเพื่อจะเรียกให้มาดูอาการของเซเลส แต่ประตูเปิดออกพอดีเสียก่อน ปู่แวนเดินนำมีอามาที่ห้องนอนของหลานสาวทันทีด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ท่านปู่ทรุดตัวลงนั่งข้างเตียงและกุมมือที่ร้อนจัดของหลานสาวไว้ พบว่านางตัวร้อนจัดขึ้นกว่าเดิมจนน่าใจหาย
ปู่แวน
หันไปสั่งมีอาด้วยเสียงต่ำ
“มีอา... เ้ารีบไปตามหมอเลียมมาให้ข้า! เร็วเข้า!”
มีอารีบรับคำแล้ววิ่งออกไปจากห้อง ทันทีที่ในห้องเหลือเพียงท่านปู่กับหลานสาวที่กำลังดิ้นรนอยู่ในไข้สูง ภาพความฝันของท่านปู่เมื่อครู่ก็ซ้อนทับขึ้นมา ในห้วงฝันนั้นท่านได้เจอกับสหายเก่าที่เร้นกายอยู่ในมุมมืดเห็นเพียงดวงตาสีเพลิงที่น่าเกรงขาม ทั้งคู่สนทนากันด้วยภาษาัโบราณ
ปู่แวนนึกในใจ “สหายเก่าของข้าเอ๋ย... ข้าฝากนางด้วยนะ ช่วยดูแลนางแทนข้าที เพราะในโลกของข้านั้น... มันอันตรายมากนักสำหรับนาง”
ปู่แวนจ้องมองใบหน้าหลานสาวที่เปื้อนเหงื่อพลางพึมพำออกมาเบาๆ ราวกับเพิ่งปะติดปะต่อเื่ราวในใจได้ ทั้งความคุ้นเคยกับพลังที่พิเศษมาั้แ่ต้น และคำพูดของสหายเก่าในนิมิต
ปู่แวน
“ที่แท้... ก็เป็แบบนี้เองสินะ”
ในใจของท่านปู่หวนย้อนไปถึงภาพนิมิตอันเลือนรางทว่าเด่นชัดด้วยความรู้สึก... ััอันคุ้นเคยจากพันธสัญญาในอดีตเพิ่งมาปรากฏในฝันเพื่อฝากฝังเด็กสาวคนนี้ พร้อมคำเตือนถึงสิ่งผิดปกติที่กำลังจะเกิดขึ้น
พลันภาพความทรงจำในวันที่เด็กสาวลืมตาดูโลกก็ซ้อนทับเข้ามา วันที่ท่านเคยเห็นแววตาของเธอเปลี่ยนแปรจากสีดำสนิทกลายเป็สีน้ำเงินประกายใสราวกับท้องฟ้า... สัญญาณลึกลับในวันนั้น ประจวบเหมาะกับอาการป่วยไข้ที่ร้อนรุ่มรุนแรงในวันนี้ ราวกับมีเปลวเพลิงแผ่ซ่านออกมาจากข้างใน ซึ่งยากที่ร่างกายธรรมดาจะทนทานไหว
ความจริงอันน่าใจหายกระจ่างแจ้งในอก ท่านทำได้เพียงกุมมือบางที่ร้อนระอุนั้นไว้แน่น หนักแน่นด้วยคำมั่นสัญญาเงียบเชียบ ว่าจะปกป้องเด็กสาวผู้มีที่มาอันไม่ธรรมดาคนนี้ไว้ด้วยชีวิต
-----------------------------------‐------
แต่งเองยังค้างคาใจเองเลยค่ะทุกคน 55555
อยากจะวาร์ปไปเขย่าตัวคุณปู่มากว่าสรุปรู้อะไรมากันแน่ แววตาลึกลับสุดๆ
แต่ก็นั่นแหละค่ะ ขนาดคนเขียนยังอยากรู้เองเลย แต่ตอนหน้าก็คงยังไม่เฉลยง่ายๆ หรอก ปมนี้ยาวๆ ไปค่ะ (ขัดใจตัวเองสุดๆ ????) ใครอ่านแล้วรู้สึกยังไง แวะมาบ่นมาคอมเมนต์คุยกันได้นะคะ ฝากติดตาม EP ต่อไปด้วยค่ะ!
**แจ้งเื่การเปลี่ยนชื่อผู้แต่ง**
ตอนนี้เปลี่ยนชื่อผู้แต่งจากชื่อโซล (ภาษาอังกฤษ) ไปเป็ชื่อฉายาแทนแล้วนะ เผื่อใครสังเกตเห็นชื่อกับโปรไฟล์สีม่วงเปลี่ยนไป คนแต่งคนเดิมแน่นอนจ้า