ฮวงจุ้ย เกมส์ กล คนแปรชี่

    12

    ท้องฟ้าที่ดูขมุกขมัวในตอนแรกของ๰่๥๹เช้าตรู่ บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนที่นั่นใสแล้ว โดยมีเมฆหมอกจางๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่ตามหมู่ไม้และขุนเขา ขณะที่สองสาวจัดการกับข้าวต้มตรงหน้าของตนอยู่นั้นก็มีบรรดาแขกหรือคนอื่นๆ เริ่มทยอยเข้ามาบ้างแล้วสองถึงสามคน และหนึ่งในนั้นก็มีหญิงสาวในชุดสูทสีดำกำลังเดินอย่างเร่งร้อนมาตรงที่ปอยและแพรวานั่งกันอยู่ ก่อนที่เธอจะนั่งลงพร้อมกับถอดแว่นดำที่สวมอยู่ จ้องหน้าแพรวาด้วยคิ้วที่ขมวดมุ่นเข้าหากัน

    “คุณจะไปไหน ทำไมถึงไม่บอกฉันก่อน” ภาวิณีถอนหายใจแรงๆ ครั้งหนึ่ง เหลือบมองปอยแวบหนึ่งก่อนจะมองกลับไปยังแพรวาเช่นเดิม “ยังดีที่อยู่กับคุณปอย อยู่ที่นี้ไม่เหมือนกับอยู่ที่อังกฤษนะคะคุณแพร”

    “ไม่เหมือนยังไง” ปอยโพล่งถามออกไปโดยแทบไม่ต้องคิด

    “ไม่เหมือนกันหรอกค่ะ!” ภาวิณีหันขวับมายังปอยที่กำลังยกช้อนค้างอยู่กลางอากาศ “โดยเฉพาะเ๹ื่๪๫ของความปลอดภัยในที่สาธารณะและสถานที่ท่องเที่ยว ที่นั่นเขาใส่ใจและปลอดภัยกว่าบ้านเรามากค่ะ”

    “งั้นเหรอ...” ปอยเห็นด้วยอย่างจำนน ก่อนจะส่งช้อนผ่านเข้าไปในริมฝีปาก “ถ้าเ๱ื่๵๹นี้ก็คงเถียงไม่ได้จริงๆนั่นแหละ”

    “ไม่ขนาดนั้นหรอกมั้งค่ะ” แพรวาขัดพลางยิ้มน้อยๆ เช่นเดิม “ไม่ว่าจะที่ไหน ก็มีทั้งคนดีและคนไม่ดีทั้งนั้นแหละค่ะพี่ภา ไม่ว่าจะที่นี่หรือที่อังกฤษ”

    “ใช่ๆๆ อันนี้ก็ถูก” ปอยพยักหน้าถี่ๆ พลางส่งข้าวต้มอีกช้อนเข้าปาก ก่อนจะบ่นงึมงำก้มลงมองชามข้าวต้มตรงหน้า “ว่าแต่ทำไมข้าวต้มที่นี่มันอร่อยจัง ใส่กัญชาในน้ำซุปป่าวเนี้ยะ”

    “นี้ก็อีกเ๹ื่๪๫” ภาวิณีเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “บ้านเรานะยาเสพติดเยอะมาก และยาเสพติดก็คือต้นเหตุอาชญากรรมแทบจะทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะ ปล้น ฆ่า ลักขโมย หรือ ข่มขืน”

    “โหว...พูดซะเห็นภาพ” ปอยถอนหายใจออกยาวๆ ด้วยใบหน้าเหยเก “เอาซะกินข้าวไม่ลงกันเลยทีเดียว”

    “ถ้ากินไม่ลงให้พี่ป้อนให้เอาไหมครับ” วิษณุเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม โดยมีคุณยืนยกนิ้วนวดขมับอยู่ข้างๆ อันเป็๞ผลมาจากการดื่มเมื่อคืน “ว่าแต่กำลังคุยเ๹ื่๪๫อะไรกันอยู่ครับ ไม่ใช่ว่าแอบนินทากันอยู่ใช่ไหม”

    “สำคัญตัวเองมากไปไหม” ภาวิณีเงยหน้า ส่งสายตาเพชฌฆาตให้กับผู้มาใหม่ “คิดว่าตัวเองเป็๲ใคร”

    “คนหล่อ” วิษณุตอบกลับด้วยอาการยักคิ้วหลิ่วตา ก่อนจะค่อมศีรษะน้อยๆ ไปทางแพรวา “อรุณสวัสดิ์ครับคุณแพรที่นั่น”

    “กู๊ดมอนิ่้งค่ะ” แพรวาตอบกลับด้วยรอยยิ้มเช่นเดิม

    วิษณุนั่งลงยังเก้าอี้ที่ว่างอยู่ พร้อมกับเอ่ยขึ้น “แล้วไอ้ดาวล่ะครับน้องปอย”

    “ยังไม่ตื่นค่ะพี่” ปอยส่ายศีรษะ ชายตามองไปยังคุนที่กำลังนั่งลงอีกคน “ดูจากอาการ...เมื่อคืนคงจะหนักกันน่าดู”

    “ก็แค่นิดหน่อยเอง” คุนตอบกลับ “ก็กับข้าวเล่นเยอะซะขนาดนั้น จะเหลือทิ้งก็เสียดาย”

    “เมื่อวานคุณปอยไม่ได้มากินข้าวเย็นเหรอคะ” แพรวาเอ่ยถาม

    “ค่ะ” ปอยพยักหน้ารับ “คือเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ค่ะ รู้ตัวอีกทีก็ตอนเช้านี้แหละค่ะ”

    “ให้พี่ภาสั่งกับข้าวเผื่อไว้เยอะแยะเลย น่าเสียดายจัง” แพรวาพึมพำ “ฉันเองก็ไม่ได้กลับมาซะด้วย”

    “แล้ว...เมื่อคืน ตกลงว่าพวกคุณแพรว่ากับพี่นุนอนกันที่นั่นใช่ไหมครับ”

    “ค่ะ” แพรวาตอบกลับ “พอดีว่าคุณพ่อกับคุณลุงมาพักผ่อนที่นั่นพอดี จะไม่เข้าไปหาก็ดูจะเสียมารยาทไปสักหน่อย”

    “น่าเสียดายเลยจังครับ” วิษณุเอ่ยขึ้น “ที่นั่นทั้งสวย ทั้งหรู ทำไมคุณแพรวาไม่ไปพักที่นั่นละครับ ทำไมถึงได้เลือกพักที่นี้”

    “คุณไม่จำเป็๲ต้องอยากรู้อยากเห็นให้มากหรอกค่ะ” ภาวิณีเอ่ยขัด “เ๱ื่๵๹บางเ๱ื่๵๹มันก็เป็๲เ๱ื่๵๹ส่วนตัว ไม่สะดวกที่จะให้คนอื่นมารับรู้”

    “พี่ภา...” แพรวาพูดเสียงอ่อย จับท่อนแขนของสตรีข้างกายเชิงห้ามปราม

    “คุณแพรวาอิ่มหรือยังค่ะ ถ้าอิ่มแล้ว พวกเราต้องไปเตรียมตัวกันอีกนะคะ คุณก็รู้... ว่าเรามีหลายเ๱ื่๵๹ที่ต้องจัดการกันอีก”

    “อืม...” แพรวาวางช้อนลง พร้อมกับถอนหายใจออกยาว “ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะค่ะ”

    “คุณแพรวา...” คุนพึมพำเสียงละห้อย ขณะที่มองแพรวายืนขึ้นพร้อมกับภาวิณีที่สวมแว่นดำกลับไปดังเดิม “จะ...ไป แล้ว...เหรอ..ครับ”

    “ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้าสวยด้วยรอยยิ้มกระจ่าง “เอาไว้ไปเจอกันที่บ้านหลังนั้นนะคะ” ว่าพลางก็มองไปยังปอยและวิษณุ “พวกเราต้องไปคุยกับคุณพ่อกับคุณลุงกันก่อน เสร็จแล้วจะตามเข้าไปนะคะ”

    “ครับ...” คุนพยักหน้าเจื่อนๆ ขณะที่ปอยและวิษณุก็รับคำตามมา

    “ค่ะ”

    “ครับ”

    ราวๆ แปดโมงเช้า หลังจากที่ทั้งสี่ได้รับประทานอาหารเช้าเสร็จสรรพก็มุ่งตรงไปยังบ้านหลังใหญ่กลางป่าเขาที่ได้นัดกันไว้ในทันที เมื่อไปถึงก็พลันพบว่าหน้าประตูมีรถยุโรปคันโตสองคัน พร้อมกับรถซีอาวีหรูหราอีกหนึ่งคันจอดอยู่ที่ปากทางเขาพร้อมกับประตูรั้วที่เปิดอ้ากว้างเอาไว้

    ทันทีที่ทั้งสี่ลงจากรถและมองเข้าไปภายในบริเวณหน้าบ้าน ก็พบเข้ากับแพรวาที่ยืนคู่อยู่กับภาวิณีหน้าประตูทางเข้าบริเวณสนามหญ้า ส่วนด้านในตัวบ้านมีบุรุษชุดขาวที่ภาคินณ์และไพศาลเดินประกบซ้ายขวาพร้อมกับชายแปลกหน้าอีกหนึ่งคน ขณะที่ชายชราตรงกลางซึ่งแต่งกายคล้ายหมู่คนชราเชื้อสายจีนที่มักจะชอบออกมาร่ายรำมวยจีน๰่๥๹เช้าๆ กำลังยกไม้ยกมือชี้ไปทางนั้นทีทางนี้ที

    “ใครอ่ะพี่” คุนเอี้ยวตัวไปทางวิษณุ “แต่งตัวอย่างกับจอมยุทธ์”

    “ไม่รู้เหมือนกันวะ” วิษณุส่ายศีรษะ ขณะที่เดินนำทั้งสามตรงเข้าไป “แต่เดี๋ยวก็รู้ละ”

    “ซินแสนี่!” ปอยเอ่ยขึ้นทันที เมื่อเดินเข้าใกล้มากขึ้น จนสังเกตเห็นแผ่นวงกลมที่ชายชราผู้นั้นถือไว้ในมือ “ไม่คิดเลยว่าคนระดับนี้จะเชื่อเ๹ื่๪๫พวกนี้ด้วย”

    “พวกคนรวยๆนะ เผลอๆ อาจจะเชื่อเ๱ื่๵๹อะไรพวกนี้มากกว่าพวกเราอีกน้องปอย” ดาวเสริมตามมา ขณะที่สอดส่ายตาไปรอบทิศ “แต่จะอะไรก็ช่างเหอะ ไอ้พวกเมื่อวานยังจะอยู่ไหมอะ วันนี้วิ่งไม่ไหวแล้วนะ” ว่าพลางดาวก็เขยิบกายเข้าใกล้ปอยพร้อมกับเกี่ยวแขนหญิงสาวข้างกายอย่างรวดเร็ว “แค่ลากสังขารให้เดินได้แต่ละก้าวก็แสนสาหัสละนะ”

    “นั่นแหละเวลากินไม่คิด” วิษณุพูดเสียงขรึม “รู้ว่าตัวเองต้องทำงานเช้า ยังจะกินเยอะอีก”

    “นิดเดียวเองพี่” คุนสวนคำ “ไอ้ดาวมันคออ่อนเอง พี่ก็รู้นิ”

    “มึงก็ด้วยไอ้คุน” วิษณุหันขวับไปทางเขาทันที “รู้ว่าไอ้ดาวคอมันอ่อน ก็ไม่รู้จักห้ามมัน มึงนี้มันน่านัก”

    ว่าพลางวิษณุก็เงื้อง้างมือขึ้นเพื่อจะฟาดลงไปที่ศีรษะของรุ่นน้องและลูกน้องแสนรักของตน ทว่าทันใดการสนทนาของพวกเขาก็พลันยุติลงเมื่อมีเสียงเหยียบเย็นเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้น

    “คุณควรจะโทษตัวเองมากกว่านะ ที่เป็๞ถึงระดับหัวหน้าแต่ยังควบคุมทีมตัวเองไม่ได้” สายตาภายใต้แว่นดำของภาวิณีจ้องมายังทั้งสี่ ขณะที่แพรวาก็หันหลังกลับมามองด้วยเช่นกัน “ไม่คิดเลยว่าจะทำงานไร้ประสิทธิภาพขนาดนี้ อีกทั้งยังไม่รู้จักการมาเผื่อเวลาอีกต่างหาก”

    ทั้งสี่พลันชะงักไปชั่วขณะ อันเกิดจากความประหลาดใจจากระยะทางของพวกตนกับสองสาวตรงหน้านั้นไกลกันเกือบสิบกว่าเมตรเห็นจะได้ มันจึงเป็๲ไปไม่ได้เลยที่ภาวิณีจะได้ยินการสนทนาของพวกตน