[โฮสต์พิจารณาป้ายศิลาอย่างตั้งใจจนเกิดการหยั่งรู้ ได้รับตำราวิชา : ดาบปราณเมตตา]
[โฮสต์พิจารณาป้ายศิลาอย่างตั้งใจจนเกิดการหยั่งรู้ ได้รับตำราวิชา : คลื่นขุ่นมัวเทียมฟ้า]
[โฮสต์พิจารณาป้ายศิลาอย่างตั้งใจจนเกิดการหยั่งรู้ ได้รับตำราวิชา : หมัดทำลายฟ้าหยินหยางยิ่งใหญ่]
...
วันเวลาผันผ่านไปวันแล้ววันเล่า
วันนี้เป็วันที่ครบหนึ่งเดือนพอดีที่หลินฉางชิงถูกคุมขังอยู่ในหอคอยผนึกมารของสำนักชูซาน
[โฮสต์พิจารณาป้ายศิลาอย่างตั้งใจจนเกิดการหยั่งรู้ ได้รับตำราวิชา : เนตรแผดเผาสุริยันแดง]
เมื่อััได้ถึงข้อมูลชุดหนึ่งที่วาบขึ้นมาในหัว สีหน้าของหลินฉางชิงกลับไม่มีความเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย
สำหรับตำราวิชาเหล่านี้ที่หยั่งรู้ได้จากป้ายศิลาจารึก ไม่ว่าจะเป็ระดับสูงสุดหรือระดับธรรมดา ในสายตาของหลินฉางชิงยามนี้ พวกมันล้วนไม่ต่างกัน ตราบใดที่เขายังไม่สามารถสร้างรากปราณขึ้นมาใหม่ได้ ตำราวิชาเหล่านี้ก็ไม่มีประโยชน์ใด ๆ สำหรับเขาเลย
"สะสมไว้มากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว..."
หลินฉางชิงลุกขึ้นยืน พลางมองไปยังป้ายศิลาจารึกตรงหน้าที่ตนเองเช็ดจนสะอาดหมดจดไร้ฝุ่นผงแล้วเอ่ยขึ้นช้า ๆ
ใน่เวลาหนึ่งเดือนนี้ ตำราวิชาที่เขาหยั่งรู้ได้มีจำนวนมากกว่าร้อยเล่ม ไม่ว่าจะเป็วิชาหมัด วิชาฝ่าเท้า วิชาฝ่ามือ หรือจะเป็วิชากระบี่ วิชาทวน และวิชาดาบ หลินฉางชิงล้วนศึกษาครอบคลุมไว้ทั้งหมด
"ขอเพียงรอจนถึงวันที่ข้าสามารถฝึกฝนได้ ตำราวิชาเหล่านี้จะกลายเป็แรงสนับสนุนที่แข็งแกร่งที่สุดของข้า!"
ในเื่นี้หลินฉางชิงไม่ได้รู้สึกท้อแท้ แต่ยังคงให้กำลังใจตนเองต่อไป สิ่งที่เขาไม่ขาดแคลนที่สุดก็คือเวลา ยิ่งไปกว่านั้น ในตอนนี้อาการาเ็ตามร่างกายของหลินฉางชิงก็ได้รับการรักษาจนหายขาดแล้ว
"ยารักษาที่ผู้าุโเหยียนมอบให้ข้า วันนี้ดื่มจนหมดสิ้นแล้ว ่เวลานี้ ต้องขอบคุณผู้าุโเหยียนจริง ๆ ข้าถึงได้ฟื้นตัวได้รวดเร็วเช่นนี้" หลินฉางชิงนึกถึงเื่ราวที่ผ่านมาแล้วเอ่ยขึ้นช้า ๆ
หลังจากใช้เวลาร่วมกันหนึ่งเดือน หลินฉางชิงจึงได้รู้ว่าผู้าุโที่เฝ้าูเามีชื่อจริงว่าเหยียนเฉิน และครั้งหนึ่งเคยเป็ศิษย์ของสำนักชูซานเช่นกัน
ทว่าสิ่งที่แตกต่างจากหลินฉางชิงคือการมาเฝ้าหอคอยผนึกมารทีู่เาด้านหลังดูเหมือนจะเป็ความ้าของตัวเขาเอง
เหยียนเฉินเองก็มีฝีมืออยู่บ้าง แต่เมื่อหลินฉางชิงถามถึงรายละเอียดเื้ัเื่นี้ อีกฝ่ายกลับเพียงแค่มองเขาด้วยสายตาเ็า และไม่มีทีท่าว่าจะตอบคำถามเลยแม้แต่น้อย
"แม้จะมีนิสัยแปลกไปบ้าง แต่ผู้าุโเหยียนก็เป็คนดีจริง ๆ เมื่อข้าสามารถฝึกฝนได้แล้วจะต้องหาโอกาสตอบแทนท่านให้ดี" หลินฉางชิงตัดสินใจในใจเรียบร้อยแล้ว
แม้เขาจะไม่รู้ว่าเหยียนเฉินไปนำยารักษาที่มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมเหล่านี้มาจากที่ใด แต่หลินฉางชิงก็รู้สึกขอบคุณเหยียนเฉินจากใจจริง ร่างกายของเขาฟื้นฟูกลับมาอยู่ในระดับคนปกติแล้ว ปัญหาเพียงอย่างเดียวที่เหลืออยู่ก็คือเื่รากปราณเท่านั้น
"เกี่ยวกับเื่นี้..."
หลินฉางชิงหันไปมองป้ายศิลาจารึกแผ่นถัดไป เขาก้าวเท้าเดินเข้าไปหาป้ายศิลาจารึกตรงหน้าที่ชำรุดทรุดโทรมอย่างหนัก ดูแล้วน่าจะมีอายุอย่างน้อยหลายร้อยปี
ตัวอักษร้าถึงขั้นลบเลือนไปจนหมด เหลือเพียงร่องรอยจาง ๆ ที่สลักไว้ ซึ่งไม่สามารถแยกแยะได้เลยว่าป้ายศิลาจารึกแผ่นนี้เคยสลักสิ่งใดไว้
หากมองจากระยะไกล แทนที่จะเป็ป้ายศิลาจารึก สิ่งนี้ดูเหมือนก้อนหินธรรมดาที่ไม่มีความโดดเด่นริมทางเสียมากกว่า
"แม้แต่ตัวอักษรก็ไม่เหลืออยู่ แล้วข้าจะทำอย่างไรดี?"
เมื่อมองป้ายศิลาจารึกตรงหน้า หลินฉางชิงก็รู้สึกจนปัญญา เพราะป้ายศิลาจารึกก่อนหน้านี้ แม้จะมีหลายแผ่นที่ชำรุดแต่อย่างน้อยก็ยังพอจะมองเห็นตัวอักษรได้เป็ระยะ ๆ เพื่อใช้ในการหยั่งรู้
แต่สำหรับแผ่นนี้...
"บางทีอาจจะไม่มีโอกาสแล้ว" หลินฉางชิงคิดเช่นนั้น
ทว่าในเมื่อมาถึงที่นี่แล้ว คนที่ถูกฝังอยู่ที่นี่ก็นับว่าเป็ผู้าุโของตน
หลินฉางชิงจึงคุกเข่าลงเหมือนเช่นทุกครั้ง
ในขณะนั้นเองหลินฉางชิงก็สังเกตเห็นว่าหญ้ารกชัฏรอบ ๆ ป้ายศิลาจารึกนี้ ไม่รู้เพราะเหตุใดจึงเติบโตอย่างเขียวชอุ่มเป็พิเศษจนกลายเป็ผืนเล็ก ๆ ท่ามกลางหญ้าเ่าั้มีดอกไม้ป่าที่หลินฉางชิงไม่รู้จักชื่อประดับอยู่มากมาย
เมื่อเปรียบเทียบกับป้ายศิลาจารึกรอบข้าง ยิ่งขับเน้นให้รู้สึกถึงความเก่าแก่และร่วงโรย
"ท่านผู้าุโ ขออภัยที่ล่วงเกินขอรับ" หลินฉางชิงพึมพำเบา ๆ
เขายื่นมือออกไปและเริ่มเช็ดป้ายศิลาจารึกตรงหน้า ในชั่วขณะที่ปลายนิ้วของเขาัักับป้ายศิลาจารึกตรงหน้านั้น
วูบ!
หลินฉางชิงรู้สึกได้ถึงแรงสั่นะเืที่แล่นเข้ามาในหัว
พริบตาต่อมา เสียงที่คุ้นเคยนั้นก็ดังขึ้น
[โฮสต์พิจารณาป้ายศิลาอย่างตั้งใจจนเกิดการหยั่งรู้ ได้รับตำราวิชา : คัมภีร์หัวใจแปรเซียนะ]
การเคลื่อนไหวของหลินฉางชิงชะงักลงทันที
"อะไรนะ?!"
หลินฉางชิงใเป็อย่างยิ่ง จนเขารีบยืดตัวนั่งตรง และเมื่อพินิจพิจารณาป้ายศิลาจารึกตรงหน้าอย่างละเอียด เขาก็ยังคงไม่สามารถระบุตัวอักษรใด ๆ ได้เลย
"ข้ามองไม่ออกแม้แต่นิดเดียว แบบนี้ก็นับว่าพินิจพิจารณาจารึกอย่างตั้งใจด้วยหรือ?" หลินฉางชิงรู้สึกไม่เข้าใจในเื่นี้เป็อย่างมาก
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะคิดออกว่าทั้งหมดนี้เป็เพราะเหตุใด ข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับคัมภีร์หัวใจแปรเซียนะก็หลั่งไหลเข้าสู่สมองของหลินฉางชิงอย่างรวดเร็ว
"อ๊าก!"
หลินฉางชิงอดไม่ได้ที่จะร้องออกมาด้วยความเ็ป การหลั่งไหลของข้อมูลการหยั่งรู้ในครั้งนี้ ทำให้สมองของเขารู้สึกเ็ปจนแทบจะทนไม่ไหว
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น!?" หลินฉางชิงใอย่างยิ่ง เขาใช้มือยันต้นไม้ข้าง ๆ และพิงร่างกายทั้งหมดลงไป
ตามหลักการแล้ว หลินฉางชิงที่ผ่านการหยั่งรู้มานับร้อยครั้ง ไม่ควรจะมีความรู้สึกเช่นนี้ และยังไม่ทันที่เขาจะได้คิดให้ละเอียด ความรู้สึกเ็ปนั้นก็พลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง เข้าจู่โจมจิติญญาของหลินฉางชิงอย่างต่อเนื่อง
"อ๊าก!" เขาร้องออกมาอีกครั้ง
คราวนี้ ขาทั้งสองข้างของหลินฉางชิงอ่อนแรง ร่างทั้งร่างล้มลงกับพื้น เขารู้สึกว่าเปลือกตาหนักขึ้นเรื่อย ๆ จากนั้นก็จมดิ่งลงสู่ความมืดมิด
...
เมื่อหลินฉางชิงลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ท้องฟ้ารอบด้านก็ถูกย้อมเป็สีแดงฉานด้วยแสงอาทิตย์อัสดง
เขาล้มลงตรงนี้และหมดสติไปเต็ม ๆ หนึ่งวัน!
"ข้า... เป็อะไรไป?"
ในตอนนี้ จิตใจของหลินฉางชิงยังคงมึนงง
เขาใช้มือพยุงลำต้นไม้เพื่อลุกขึ้นยืนแต่ร่างกายยังคงโงนเงน จนกระทั่งหลินฉางชิงได้สติกลับมาอย่างสมบูรณ์ เขารู้สึกว่าในหัวยังคงมีความรู้สึกเจ็บแปลบเป็ระยะ ๆ
"แปรเซียน... คัมภีร์หัวใจแปรเซียนะ? นี่มันคือสิ่งใดกันแน่? ในบรรดาผู้ยิ่งใหญ่ของสำนักชูซาน มีคนเคยฝึกฝนสิ่งนี้ด้วยหรือ?"
หลินฉางชิงรู้สึกว่าตนเองไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเื่นี้เลย เขาเริ่มลองพลิกอ่านข้อมูลของคัมภีร์เล่มนี้ในห้วงคำนึง ทว่ายิ่งอ่านลงไป สีหน้าของหลินฉางชิงก็ยิ่งเปลี่ยนจากความตกตะลึง กลายเป็ความยินดีในเวลาต่อมา
"ตำราวิชานี้?! หรือว่าข้าพบมันแล้ว?!" หลินฉางชิงเอ่ยด้วยความตื่นเต้น ร่างกายของเขาสั่นสะท้านไปหมด
จากข้อมูลที่ได้รับขณะนี้ หากสามารถฝึกฝนคัมภีร์หัวใจแปรเซียนะนี้ได้ หลินฉางชิงอาจจะมีโอกาสสร้างรากปราณขึ้นมาใหม่ และก้าวเข้าสู่เส้นทางการบำเพ็ญเพียรได้อีกครั้ง!
นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาใฝ่ฝันและปรารถนาจะได้มาในทุก ๆ วันหรอกหรือ?!