“แกรู้ได้ยังไงว่าฉันกลับมาแล้ว”
“เมื่อวันเสาร์ฉันไปส่งไอ้วัฒน์ที่สนามบิน มันบอกว่าแกจะกลับมาดูแลงานแทนให้ แล้วเมื่อเช้าฉันก็ไปหาแกที่บ้าน คุณป้าวัลยาบอกว่าแกมาทำงาน ฉันก็เลยตามมาที่นี่”
“ขอบใจน่ะ ที่แกยังคิดถึงกันอยู่”
“พูดบ้าๆ ความเป็เพื่อนมันตัดขาดกันได้ง่ายๆที่ไหนล่ะ”
อัญชนะว่าแล้วก็ผละเดินเข้าไปนั่งลงยังเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของเพื่อน ทยาวัตร์จึงเดินเข้าไปนั่งลงฝั่งตรงข้ามบ้าง อัญชนะก็จึงได้กล่าวต่อไปว่า
“ความจริงฉันมาถึงที่นี่ั้แ่ตอนเที่ยงแล้วน่ะ ยังแอบไปเห็นแกอยู่ที่ศูนย์อาหารชั้นล่างเลย ว่าจะเข้าไปทักแต่ก็เกรงใจ”
“เกรงใจบ้าอะไรว่ะ”
“ก็แกมีสาวสวยนั่งกินข้าวอยู่ด้วยนี่หว่า”
เมื่อเพื่อนพูดอย่างนั้น ทยาวัตร์ก็พูดอะไรไม่ออก แต่ภาพสาวสวยที่เพื่อนว่าก็ลอยเข้ามาในมะโนสำนึกจนปรากฏเป็รอยยิ้มอ่อนโยนขึ้นมาบนริมฝีปากของเขาโดยไม่รู้ตัว
“สาวสวยคนนั้นคือใครว่ะ แฟนแกเหรอ”
เห็นท่าทางของเพื่อนแล้วอัญชนะก็อดที่จะคิดอะไรอย่างนั้นไม่ได้
“บ้า ฉันกับเธอพึ่งจะรู้จักกันเองน่ะ”
ปฏิเสธอย่างนั้นแต่หน้าของทยาวัตร์ก็แดงขึ้นมาอย่างจะฟ้องความรู้สึกส่วนลึกของเขาให้เพื่อนได้รู้
“แต่แกก็ชอบเขา”
อัญชนะดักคอ
“บ้าน่า พูดจาอะไรเรื่อยเปื่อย”
เอ็ดเพื่อนเสียงหงุงหงิง พร้อมกับหลบสายตาอย่างมีพิรุธทีเดียว
“ไม่เรื่อยเปื่อยหรอก ฉันว่าแกชอบเขาจริงๆนั้นแหละ จีบเลยสิว่ะ”
“พอแล้วไอ้นะ ถ้าแกมาเพื่อที่จะพูดอะไรอย่างนี้ ฉันว่าแกกลับไปเลยดีกว่า”
“อ้าว ไอ้นี่ แนะนำดีดีไม่ชอบ ผู้หญิงสวยๆบุคลิกดีดีและแถมเซ็กซี่ด้วยแบบนี้ ไม่ใช่จะมีผ่านเข้ามาในชีวิตง่ายๆนะโว๊ยแถมคนที่แค่พูดถึงก็ทำให้แกหน้าแดงและเขินจนทำอะไรไม่ถูกได้อย่างนี้ยิ่งหายาก หรือแกว่าไม่จริง”
ทยาวัตร์เถียงอะไรไม่ออก เขาแกล้งหยิมแฟ้มงานขึ้นมาวางตรงหน้าเพื่อแก้เขิน
“ถ้าแกไม่จีบ ระวังฉันจะจีบเองนะโว๊ย”
“แกพูดราวกับว่าแกรู้จักกับเธอแล้วอย่างนั้นแหละ”
“ของอย่างนี้มันไม่ได้ยากเกินความสามารถหรอกน่า”
“งั้นก็ตามใจแกแล้วกัน”
ปากบอกกับเพื่อนไปอย่างนั้นแล้วเขาก็อดรู้สึกใจหายไม่ได้ เขาบอกกับเพื่อนอย่างนั้นไปได้ยังไง ในเมื่อใจของเขาเองก็แอบชอบเธออยู่อย่างที่เพื่อนว่าจริงๆแต่เขาจะมีสิทธิอะไรที่จะไปพูดจากันท่าเพื่อนล่ะ ก็เธอยังไม่ได้ตกปากรับคำเป็แฟนกับเขาเสียหน่อย แต่เอาเถอะ ของอย่างนี้ถ้าหากว่าเธอกับเขาเป็เนื้อคู่กันจริงๆแล้ว มันก็คงจะไม่แคล้วกันหรอก
ชายหนุ่มนึกปลอบใจตัวเอง
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“ไผ่เป็ยังไงบ้างคะป้าพุด”
อภิรตาเอ่ยปากถามกับหญิงชราผู้ทำหน้าที่แม่บ้านทันทีที่กลับมาถึง
“แย่ค่ะ สภาพจิตใจของเธอย่ำแย่ก็เลยพลอยทำให้ด้านร่างกายแย่ไปด้วย นี่ก็นอนซมอยู่แต่บนเตียง ไม่ยอมลุกออกมาจากห้องบ้างเลย”
ป้าพุดซ้อนตอบด้วยสีหน้าหนักใจ
“แล้วยอมทานอะไรบ้างหรือเปล่าค่ะ”
“ไม่เลยค่ะ”
ตอบพร้อมกับส่ายหน้า
“งั้นป้าไปอุ่นซุปไก่ที่ผิงซื้อมานี้ให้ร้อนๆนะคะ เดี๋ยวผิงจะเอาไปให้ไผ่เอง”
หญิงสาวกล่าวพร้อมกับส่งสิ่งที่ตนถือมาให้กับหญิงชรา
“แล้วนี่คุณผิงออกไปไหนมาหรือค่ะ”