เพลิงแค้นสีน้ำผึ้ง

    ตอนที่ 12

            “แกรู้ได้ยังไงว่าฉันกลับมาแล้ว”

            “เมื่อวันเสาร์ฉันไปส่งไอ้วัฒน์ที่สนามบิน  มันบอกว่าแกจะกลับมาดูแลงานแทนให้  แล้วเมื่อเช้าฉันก็ไปหาแกที่บ้าน  คุณป้าวัลยาบอกว่าแกมาทำงาน  ฉันก็เลยตามมาที่นี่”

            “ขอบใจน่ะ  ที่แกยังคิดถึงกันอยู่”

            “พูดบ้าๆ ความเป็๞เพื่อนมันตัดขาดกันได้ง่ายๆที่ไหนล่ะ”

            อัญชนะว่าแล้วก็ผละเดินเข้าไปนั่งลงยังเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของเพื่อน ทยาวัตร์จึงเดินเข้าไปนั่งลงฝั่งตรงข้ามบ้าง อัญชนะก็จึงได้กล่าวต่อไปว่า

             “ความจริงฉันมาถึงที่นี่๻ั้๫แ๻่ตอนเที่ยงแล้วน่ะ ยังแอบไปเห็นแกอยู่ที่ศูนย์อาหารชั้นล่างเลย ว่าจะเข้าไปทักแต่ก็เกรงใจ”

            “เกรงใจบ้าอะไรว่ะ”

            “ก็แกมีสาวสวยนั่งกินข้าวอยู่ด้วยนี่หว่า”

            เมื่อเพื่อนพูดอย่างนั้น  ทยาวัตร์ก็พูดอะไรไม่ออก  แต่ภาพสาวสวยที่เพื่อนว่าก็ลอยเข้ามาในมะโนสำนึกจนปรากฏเป็๲รอยยิ้มอ่อนโยนขึ้นมาบนริมฝีปากของเขาโดยไม่รู้ตัว

            “สาวสวยคนนั้นคือใครว่ะ  แฟนแกเหรอ”

            เห็นท่าทางของเพื่อนแล้วอัญชนะก็อดที่จะคิดอะไรอย่างนั้นไม่ได้

            “บ้า  ฉันกับเธอพึ่งจะรู้จักกันเองน่ะ”

            ปฏิเสธอย่างนั้นแต่หน้าของทยาวัตร์ก็แดงขึ้นมาอย่างจะฟ้องความรู้สึกส่วนลึกของเขาให้เพื่อนได้รู้

            “แต่แกก็ชอบเขา”

            อัญชนะดักคอ

            “บ้าน่า  พูดจาอะไรเรื่อยเปื่อย”

             เอ็ดเพื่อนเสียงหงุงหงิง  พร้อมกับหลบสายตาอย่างมีพิรุธทีเดียว

            “ไม่เรื่อยเปื่อยหรอก  ฉันว่าแกชอบเขาจริงๆนั้นแหละ  จีบเลยสิว่ะ”

            “พอแล้วไอ้นะ  ถ้าแกมาเพื่อที่จะพูดอะไรอย่างนี้  ฉันว่าแกกลับไปเลยดีกว่า”

            “อ้าว ไอ้นี่  แนะนำดีดีไม่ชอบ ผู้หญิงสวยๆบุคลิกดีดีและแถมเซ็กซี่ด้วยแบบนี้ ไม่ใช่จะมีผ่านเข้ามาในชีวิตง่ายๆนะโว๊ยแถมคนที่แค่พูดถึงก็ทำให้แกหน้าแดงและเขินจนทำอะไรไม่ถูกได้อย่างนี้ยิ่งหายาก  หรือแกว่าไม่จริง”

            ทยาวัตร์เถียงอะไรไม่ออก  เขาแกล้งหยิมแฟ้มงานขึ้นมาวางตรงหน้าเพื่อแก้เขิน

            “ถ้าแกไม่จีบ  ระวังฉันจะจีบเองนะโว๊ย”

            “แกพูดราวกับว่าแกรู้จักกับเธอแล้วอย่างนั้นแหละ”

            “ของอย่างนี้มันไม่ได้ยากเกินความสามารถหรอกน่า”

            “งั้นก็ตามใจแกแล้วกัน”

            ปากบอกกับเพื่อนไปอย่างนั้นแล้วเขาก็อดรู้สึกใจหายไม่ได้  เขาบอกกับเพื่อนอย่างนั้นไปได้ยังไง  ในเมื่อใจของเขาเองก็แอบชอบเธออยู่อย่างที่เพื่อนว่าจริงๆแต่เขาจะมีสิทธิอะไรที่จะไปพูดจากันท่าเพื่อนล่ะ  ก็เธอยังไม่ได้ตกปากรับคำเป็๞แฟนกับเขาเสียหน่อย แต่เอาเถอะ  ของอย่างนี้ถ้าหากว่าเธอกับเขาเป็๞เนื้อคู่กันจริงๆแล้ว  มันก็คงจะไม่แคล้วกันหรอก

            ชายหนุ่มนึกปลอบใจตัวเอง

             

            ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

             

            “ไผ่เป็๲ยังไงบ้างคะป้าพุด”

            อภิรตาเอ่ยปากถามกับหญิงชราผู้ทำหน้าที่แม่บ้านทันทีที่กลับมาถึง

            “แย่ค่ะ  สภาพจิตใจของเธอย่ำแย่ก็เลยพลอยทำให้ด้านร่างกายแย่ไปด้วย นี่ก็นอนซมอยู่แต่บนเตียง  ไม่ยอมลุกออกมาจากห้องบ้างเลย”

            ป้าพุดซ้อนตอบด้วยสีหน้าหนักใจ

            “แล้วยอมทานอะไรบ้างหรือเปล่าค่ะ”

            “ไม่เลยค่ะ”

            ตอบพร้อมกับส่ายหน้า

            “งั้นป้าไปอุ่นซุปไก่ที่ผิงซื้อมานี้ให้ร้อนๆนะคะ  เดี๋ยวผิงจะเอาไปให้ไผ่เอง”

            หญิงสาวกล่าวพร้อมกับส่งสิ่งที่ตนถือมาให้กับหญิงชรา

            “แล้วนี่คุณผิงออกไปไหนมาหรือค่ะ”